My Love Bodyguard บอดีการ์ดที่รัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,889 Views

  • 29 Comments

  • 87 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6

    Overall
    6,889

ตอนที่ 6 : บทที่ 5 ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 508
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 ก.ค. 59

บอดีการ์ดที่รัก

 

บทที่ 5

 

ตอนที่ 2

 

                รถซุปเปอร์ไบค์สีแดงแล่นมาจอดหน้าเรือนไทยใต้ถุนสูง เต็มฟ้าดับเครื่องยนต์ก้าวลงมายืน เธอชอบสายลมและแสงแดดของบ้านสวน เสียดายพักนี้งานของเธอค่อนข้างยุ่ง จึงไม่ได้กลับบ้านบ่อยเหมือนเมื่อก่อน หมวดสาวถอดหมวกกันน็อกวางบนเบาะรถ แล้วชะเง้อมองขึ้นไปบนเรือน พ่อกับแม่ของเธอไปไหน ทำไมบ้านถึงได้ดูเงียบนัก

                เต็มฟ้าป้องปากเรียกผู้ให้กำเนิดทั้งสอง แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา พ่อกับแม่ของเธออยู่บ้านหลังนี้กันสองคน ส่วนคนงานอาศัยอยู่ที่บ้านพักใกล้กับโรงเคี่ยวตาลในสวนมะพร้าว ถ้าไม่อยู่บนบ้านทั้งคู่อาจจะอยู่ในสวน เธอมองไปหลังบ้าน กำลังจะเดินเข้าไปตาม แต่ได้ยินเสียงพูดคุยดังแว่วมาจากศาลาท่าน้ำ จึงเปลี่ยนใจเดินไปที่นั่นแทน

                เมื่อเดินไปถึงศาลาท่าน้ำ เธอเห็นพ่อกำลังฉุดมือแม่ขึ้นจากเรือ เธอร้องเรียกพลางวิ่งไปหา ทั้งสองหันมายิ้ม ก่อนแม่จะถามเธอ

                “มาเมื่อไรลูก ทำไมไม่โทรมาบอกแม่ก่อน แม่จะได้เตรียมของชอบไว้ให้กิน”

                “แม่ทำอะไรให้กินหนูก็ชอบหมดแหละ ว่าแต่ไม่ไหนกันมาจ๊ะ ข้าวของเยอะแยะเลย” เธอรับตะกร้าหวายจากแม่มาถือเอง

                “ไปช่วยงานที่บ้านผู้ใหญ่ผล พรุ่งนี้แกจะบวชลูกชายคนเล็ก เต็มจำตาอั๋นลูกชายกำนันอ้นได้ไหม ตอนเป็นเด็กเขาตามพ่อมาที่บ้านเรา แล้วถูกเต็มเอาตุ๊กแกมาแกล้งจนร้องไห้ เขากลับมาจากเมืองนอกแล้วนะ เห็นว่าเป็นดอกเตอร์ด้วย โก้น่าดูเชียว”

                เต็มฟ้าคิดตาม ก่อนพยักหน้า

                “จำได้ค่ะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน นายอั๋นเป็นยังไงบ้างจ๊ะ”

                “หน้าตาดี สุภาพ ตอนนี้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ถ้าเต็มอยากเจอตาอั๋น เดี๋ยวแม่พาไปเอง คืนนี้มีงานทำขวัญนาค ผู้ใหญ่อ้นกับลูกชายต้องมาด้วยแน่”

                เต็มฟ้ายิ้มเจื่อน แม่อยากให้เธอแต่งงาน เพราะอยากให้เลิกเป็นตำรวจ ขืนเธอไปพบนายอั๋นคืนนี้ มีหวังถูกแม่จับคู่กับเพื่อนเก่าแน่

                “เอาไว้ก่อนดีกว่าจ้ะ นานๆ เต็มจะกลับบ้านสักที อยากอยู่กับพ่อแม่ให้หายคิดถึง”

                “ไม่เป็นไร ทำขวัญนาคไม่กี่ชั่วโมงเอง เดี๋ยวก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว”

                “ฉันว่าลูกมันพูดถูกนะ วันนี้คนพลุกพล่าน เอาไว้วันหลังค่อยไปหาที่บ้านกำนันอ้นดีกว่า จะได้มีเวลาคุยกันนานๆ ไง” พ่อเข้ามาช่วยเหมือนทุกครั้งที่เธอเริ่มจนมุม

                “ใช่จ้ะ เราเข้าบ้านกันดีกว่า เต็มอยากอาบน้ำ ขี่รถมาเหนียวตัวมากเลย”

                เต็มฟ้าพาแม่เดินออกจากศาลาท่าน้ำ แม้ท่านจะยอมเดินไปกับเธอ แต่ไม่ลืมขอสัญญาไว้เป็นประกัน

                “ก็ได้ แต่คราวหน้าต้องไปจริงๆ นะ ถ้าบ่ายเบี่ยงอีก แม่ไม่ยอมจริงๆ ด้วย”

                หมวดสาวพยักหน้า แล้วหันไปยิ้มขอบคุณพ่อ พ่อเป็นคนที่เข้าใจเธอที่สุด คอยยืนอยู่ข้างเธอเสมอ ตอนเธอสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ แม่คัดค้านหัวชนฝา เพราะไม่อยากให้เธอเป็นตำรวจ ด้วยกลัวว่าเธอจะถูกคนร้ายยิงตาย แต่พ่อช่วยพูดจนแม่ใจอ่อน ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ได้เป็นตำรวจอย่างทุกวันนี้หรอก

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

                เต็มฟ้าส่งข้าวคำสุดท้ายเข้าปาก แล้วหยิบขันน้ำมาดื่มอึกใหญ่ ฝีมือทำกับข้าวของแม่ไม่เคยตก ทั้งที่เป็นกับข้าวธรรมดาอย่างผัดขิงไก่ ต้มยำปลาช่อน และน้ำพริกปลาทู มื้อนี้เธอเติมข้าวถึงสามครั้ง หากกินแบบนี้ทุกวัน มีหวังอ้วนเป็นหมู วิ่งไล่จับผู้ร้ายไม่ทันแน่ๆ

                “อิ่มแล้วเหรอลูก” แม่ถาม เธอวางขันน้ำลง แล้วยิ้มกว้าง

                “จ้ะแม่ ขืนกินอีกท้องหนูแตกแน่”

                “กินขนมหน่อยนะ เมื่อเช้าแม่ทำฟักทองแกงบวชใส่บาตร ยังเหลืออีกตั้งครึ่งหม้อ”

                “เอาไว้ก่อนดีกว่าจ้ะ ตอนนี้หนูอิ่มจริงๆ กินอะไรไม่ลงแล้ว”

                “เหรอ” แม่ทำหน้าเสียดาย แล้วหันไปถามพ่อ “ฟักทองแกงบวชไหมพ่อ”

                พ่อพยักหน้าตามประสาคนพูดน้อย

                “รอเดี๋ยวนะ” แม่ลุกจากวงข้าวเดินไปตักขนมในห้องครัว ก่อนเดินกลับมาพร้อมถ้วยขนมสองถ้วย แม่วางขนมถ้วยหนึ่งตรงหน้าพ่อ ส่วนอีกถ้วยวางลงตรงหน้าตัวเอง แม่ตักขนมกินพลางเล่าเรื่องเพื่อนบ้านให้เธอฟังไปด้วย เพราะท่านเป็นคนช่างพูด ซึ่งเข้ากันได้ดีกับพ่อที่ไม่ค่อยพูด

                “เรื่องไปเป็นบอดีการ์ดให้คุณเท็น ลูกตัดสินใจหรือยัง” จู่ๆ แม่ก็เปลี่ยนเรื่องพูด เต็มฟ้าชะงัก แล้วหันไปถาม

                “แม่รู้เรื่องนี้ได้ยังไงจ๊ะ”

                “เมื่อเย็นคุณโกศลโทรมาบอกแม่ ตอนนี้คุณเท็นตกอยู่ในอันตราย เขาอยากให้ลูกไปช่วยคุ้มกัน จนกว่าตำรวจจะจับคนร้ายได้ ช่วยคุณเท็นด้วยนะเต็ม ถือว่าเห็นแก่แม่ก็ได้”

                “หนูก็อยากช่วย แต่หนูไม่ถนัดงานบอดีการ์ด หนูไม่มั่นใจว่าจะคุ้มกันเขาได้ ให้เขาไปจ้างคนอื่นดีกว่าจ้ะ อย่าเอาชีวิตมาฝากไว้กับหนูเลย” เธอปฏิเสธอย่างอ้อมๆ ด้วยไม่อยากหักหาญน้ำใจมารดา เพราะรู้ว่าแม่รักสิบทิศแค่ไหน

                “ไม่ถนัดหรือไม่อยากช่วย แม่รู้ว่าเต็มไม่ชอบคุณเท็น แต่เรื่องมันนานมาแล้วนะ ต่างฝ่ายต่างเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะเก็บเรื่องตอนเด็กมาคิดทำไม” เสียงแม่เข้มขึ้นบอกให้รู้ว่าไม่พอใจ

                เต็มฟ้าถอนใจอย่างอึดอัด เธออยากจะปฏิเสธแม่ แต่พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะการที่เธอไม่รับงานนี้ ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมในวัยเด็กของสิบทิศ

                “เดี๋ยวพ่อพูดเอง” พ่อแตะแขนแม่ แล้วหันมาพูดกับเธอ “ท่านเจ้าสัวนครมีพระคุณกับครอบครัวของเรา เต็มช่วยหลานชายของท่าน ก็เหมือนตอบแทนบุญคุณของท่านแทนพ่อกับแม่”

                “พ่อกับแม่ตอบแทนบุญคุณคนพวกนั้นหมดแล้ว ครอบครัวของเราไม่มีอะไรติดค้างพวกพัชรกานต์” หมวดสาวเอ่ยเสียงเข้ม ครอบครัวของเธอออกจากบ้านนครามาสิบกว่าปี แต่บุญคุณของพวกเขาไม่เคยหมด อยากจะจิกหัวใช้เมื่อไรก็จิก แบบนี้ไม่เกินไปหน่อยเหรอ

                “ตกลงแกจะไม่ช่วยคุณเท็นใช่ไหม” แม่ขึ้นเสียง

                “หนูง่วงนอนขอตัวเข้าห้องก่อน”

                เต็มฟ้าลุกออกจากวงข้าว เพราะไม่อยากเถียงกับแม่ให้เป็นบาปติดตัว แต่แม่ไม่ยอมปล่อยเธอไป พอเห็นว่าเธอไม่ยอมรับงานนี้แน่ แม่ก็ใช้สิทธิ์ความเป็นแม่มาบังคับเธอ

                “แกโตแล้วแม่บังคับแกไม่ได้ แกไม่ยอมช่วยคุณเท็นก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเขาเป็นอะไรไป แม่จะไม่พูดกับแกชั่วชีวิต”

                หมวดสาวกำมือแน่น เธอไม่ได้โกรธแม่ แต่เธอโกรธต้นเหตุของเรื่อง ถ้าสิบทิศไม่มายุ่งกับเธอ เธอก็ไม่ต้องทะเลาะกับแม่ ทั้งหมดเป็นความผิดของเขาคนเดียว เธอเดินเข้าห้องด้วยความน้อยใจ แต่เสียงของพ่อกับแม่ยังลอยมาให้ได้ยิน

                “แม่ไม่น่าพูดแบบนั้นกับลูกเลย ที่ยายเต็มไม่ชอบคุณเท็น ส่วนหนึ่งก็เพราะแม่นั่นแหละ”

                “แม่นี่นะ”

                “ใช่ ยายเต็มคิดว่าแม่รักคุณเท็นมากกว่าแกมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ยิ่งแม่พูดแบบนี้แกยิ่งเกลียดคุณเท็น อย่าหวังเลยว่าแกจะยอมไปเป็นบอดีการ์ดให้เขา”

                “แม่ไม่ได้รักคุณเท็นมากกว่ายายเต็ม แต่แม่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เกิด คอยป้อนน้ำป้อนนม เธอเหมือนลูกของแม่อีกคน ถ้ายายเต็มปล่อยให้เธอเป็นอะไรไป แม่จะหนีไปบวชชี”

                พอพูดจบแม่ก็ลุกเดินเข้าห้องไปเลย ปล่อยให้พ่อมองตามด้วยความหนักใจ เพราะรู้ว่าทุกคำพูดของแม่ได้ยินถึงหูเธอหมดแล้ว

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

                ภายในบ่อนการพนันลอยฟ้าบนคอนโดมิเนียมหรูย่านใจกลางเมือง อัศวินโยนไพ่ในมือทิ้งลงบนโต๊ะด้วยความเดือดดาล คืนนี้เขาเสียแทบทุกตา ไม่ว่าไพ่ในมือจะขึ้นดีแค่ไหน แต่สุดท้ายก็แพ้เจ้ามืออยู่ดี เงินสดที่พกมาจากบ้านหมดไปนานแล้ว เงินที่ถอดเครื่องประดับไปจำนำก็กำลังจะหมด ยิ่งเล่นยิ่งเสียไม่มีทีท่าว่าจะคืนทุนเลย

                จะเล่นต่อไหมครับพนักงานแจกไพ่ถาม

                ไม่เล่นแล้ว ชายหนุ่มตอบเสียงห้วน แล้วลุกออกจากโต๊ะพนัน เขาเดินไปที่ห้องของผู้ดูแลบ่อน ก่อนบอกความต้องการของตนกับคนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้อง

                “ฉันอยากพบนายหาญ”

                “มีธุระอะไร” ชายคนนั้นถามเสียงห้วน

                “ไม่ใช่เรื่องของนาย แค่เปิดประตูให้ฉันก็พอ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ห้วนกว่า หมอนั่นจ้องหน้าเขาเขม็ง สีหน้าบอกชัดเจนว่าไม่พอใจ แต่ก่อนจะพูดอะไร เสียงของหาญก็ดังขึ้นก่อน

                “อย่าเสียมารยาทดำ ให้ลูกค้าเข้ามา”

                “ครับพี่หาญ” ชายที่ชื่อดำร้องตอบ แล้วเปิดประตูให้เขา “เชิญ”

                อัศวินยิ้มเยาะด้วยสีหน้าสะใจ แล้วเดินเข้าไปในห้อง เขาพบหาญนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน จึงเดินไปนั่งตรงข้าม โดยไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากเชิญ

                “มีอะไรให้รับใช้ครับคุณอัศวิน”

                “วันนี้ฉันดวงไม่ค่อยดี อยากยืมเงินนายไปต่อทุน” เขาบอกอย่างไม่อ้อมค้อม หาญหัวเราะเบาๆ ก่อนส่ายหน้า

                “คงไม่ได้หรอกครับ ของเก่าคุณยังไม่ได้ใช้เลย ผมคงให้คุณยืมเพิ่มอีกไม่ได้ เพราะมันผิดกฎของที่นี่ ถ้านายรู้เข้าผมถูกเล่นงานตายแน่”

                “นายก็รู้ว่าฉันเป็นใคร ตระกูลพัชรกานต์มั่งคั่งแค่ไหน เงินแค่สองแสนบาท ฉันไม่เบี้ยวนายหรอก” เขายกชื่อเสียงของตระกูลมาต่อรอง หาญมองหน้าเขาอย่างครุ่นคิด แล้วเปิดลิ้นชักหยิบเงินออกมาปึกใหญ่

                “ตกลงครับ ในฐานะที่คุณเป็นลูกค้าประจำ ผมให้ยืมเพิ่มก็ได้ คุณต้องการเท่าไรครับ”

                “สองแสน” เขาบอกจำนวนที่ต้องการ หาญนับเงินอย่างรวดเร็ว แล้วยื่นเงินปึกหนึ่งให้เขา

                “นี่ครับ”

                อัศวินรีบยื่นมือไปหยิบ แต่อีกฝ่ายกลับชักเงินกลับ เหมือนแกล้งหลอกให้เขาดีใจเก้อ

                “ทำอะไรของนาย เห็นฉันเป็นเพื่อนเล่นเหรอ”

                “เปล่าครับ” หาญส่ายหน้าแล้วหยิบแผ่นกระดาษจากลิ้นชักวางลงตรงหน้าเขา “คุณต้องเซ็นชื่อในสัญญากู้ยืมก่อน ถึงจะเอาเงินไปได้”

                “นายไม่ไว้ใจฉันเหรอ” เขาถามเสียงห้วน

                “เปล่าครับ” หาญส่ายหน้าอีกครั้ง “ผมไว้ใจคุณ แต่มันเป็นกฎ ถ้าคุณไม่เซ็นสัญญาก็เอาเงินไปไม่ได้”

                “ได้ เซ็นก็เซ็น” อัศวินหยิบปากกามาเซ็นชื่อ แล้วส่งสัญญาคืนให้อีกฝ่าย “เรียบร้อยแล้ว เอาเงินมา ฉันกำลังรีบ”

                “ขอบคุณครับ” หาญเก็บสัญญาใส่ลิ้นชัก แล้วส่งเงินให้เขา “ขอให้คืนนี้โชคเข้าข้างคุณ”

                “ขอบใจ” ชายหนุ่มหยิบเงินใส่กระเป๋า แล้วรีบเดินออกจากห้อง จึงไม่เห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย ที่มองมาด้วยความยินดี


...............................................................................


มัลลิกานะคะ

บทที่ 5 จบแล้ว วันนี้ลาป่วยอยู่บ้าน เลยมาอัพได้แบบชิวๆ ไม่ไหวช่วงนี้งานเยอะมาก ขอพักสมองสักสามวัน สัปดาห์หน้าค่อยว่ากันใหม่ ตอนนี้กำลังเขียนมนตรานาคราช พยายามจะจบภายในปีนี้ ปีหน้าคงได้อ่านกัน แต่จะแบบไหนยังไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้อ่านบอดีการ์ดที่รัก ไปก่อนนะคะ เรื่องนี้ส่ง สนพ. ไปแล้ว กำลังรอผล ไม่รู้จะออกมาแบบไหน แต่กติกายังเหมือนเดิม คือลงให้อ่านครึ่งเรื่อง หลังจากนั้นต้องรบกวนเป็นหนังสือเล่ม หรือ อีบุคค่ะ

รักนะ...มัลลิกา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #29 buddybunny (@mr-stupid) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 10:15
    อยากอ่านต่อออออ รอนะคะ สู้ๆ (เมื่อไหร่เต็มฟ้าจะพบคุณเท็นสักที ^^)
    #29
    0