My Love Bodyguard บอดีการ์ดที่รัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,889 Views

  • 29 Comments

  • 87 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6

    Overall
    6,889

ตอนที่ 4 : บทที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 516
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    30 มิ.ย. 59

บอดีการ์ดที่รัก

 

บทที่ 4

 

                ทันทีที่เปิดประตูห้องพักฟื้นของสิบทิศ เสียงหัวเราะแหลมสูงก็ลอยมาเข้าหูคุณหญิงกัลยา นางชักสีหน้าไม่พอใจ เมื่อจำได้ว่าเจ้าของเสียงหัวเราะเป็นใคร หล่อนชื่อเคธี่หรือแคธเธอรีนเป็นนางแบบชื่อดังลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ลูกชายของนางรู้จักกับหล่อนตอนอยู่อเมริกา แล้วกลับมาสานความสัมพันธ์กันต่อที่เมืองไทย

                “คุณหญิงคะ” มาลัยเดินเข้ามาหา

                “แม่นั่นมาตั้งแต่เมื่อไร” คุณหญิงกัลยาถามเสียงเบา นางไม่ชอบนางแบบสาว เพราะไม่อยากเป็นญาติกับพวกเต้นกินรำกิน และที่สำคัญนางมีว่าที่ลูกสะใภ้ที่หมายตาไว้แล้ว หญิงสาวชื่อมุกดารา จินดากร เป็นลูกสาวเจ้าของฟาร์มมุกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

                “พักหนึ่งแล้วค่ะ” มาลัยตอบเสียงเบาพอกัน “มาลัยพยายามไล่หล่อนกลับแล้วนะคะ แต่หล่อนทำเป็นไม่เข้าใจ มาลัยจึงทำได้แค่นั่งกันท่าไว้ค่ะ”

                “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

                คุณหญิงกัลยาเดินไปหาลูกชาย สิบทิศกึ่งนอนกึ่งนั่งอยู่บนเตียง โดยมีนางแบบสาวนั่งอยู่ข้างๆ คอยป้อนแอปเปิลที่ปอกแล้วให้เขา ชุดกระโปรงรัดรูปที่หล่อนสวมคว้านคอเสื้อลึกจนน่าหวาดเสียว เวลาก้มแต่ละทีนางไม่อยากนึกเลยว่าลูกชายจะเห็นอะไรบ้าง

                “มาแล้วเหรอครับแม่” สิบทิศยิ้มทักทาย

                “จ้ะ” นางยิ้มตอบแล้วหันไปทักแขกของผู้เป็นลูก “มานานหรือยังจ้ะหนูเคธี่”

                “สักพักหนึ่งแล้วค่ะ” นางแบบสาวตอบ โดยไม่คิดจะยกมือไหว้นาง นิสัยแบบนี้จะมาเป็นสะใภ้ของพัชรกานต์ ฝันไปเถอะแม่คุณ!

                “บ่ายแล้วลูกควรนอนได้แล้วนะ คุณหมอบอกให้ลูกพักผ่อนเยอะ ๆ จะได้หายเร็วๆ เลิกคุยแล้วนอนพักดีกว่าจ้ะ”

                คุณหญิงกัลยาประคองลูกชายลงนอน สิบทิศทำท่าจะทักท้วงในตอนแรก แต่พอเห็นสายตาของนางเขาก็เปลี่ยนใจ พอห่มผ้าให้ผู้เป็นลูกเรียบร้อย นางก็หันไปจัดการกับแขกไม่ได้รับเชิญ

                “หนูเคธี่จะกลับแล้วใช่ไหมจ้ะ ขอบใจที่มาเยี่ยมตาเท็นนะ”

                “ค่ะคุณหญิง” นางแบบสาวรับคำ สีหน้าไม่ดีนัก แต่ไม่กล้าพูดอะไร เพราะเกรงใจสิบทิศ

                “มาลัยช่วยไปส่งหนูเคธี่ทีสิ”

                “ค่ะคุณหญิง” มาลัยรีบต้อนเคธี่ออกจากห้อง คุณหญิงกัลยามองตามพลางยิ้ม แม่เสือสาวอ่อนประสบการณ์ ไม่มีทางสู้นางพญาราชสีห์อย่างนางได้หรอก

                “ทำไมแม่ทำกับเคธี่แบบนั้นครับ เธอเป็นเพื่อนของผมนะครับ” เสียงผู้เป็นลูกถาม นางหันไปมอง แล้วลงนั่งข้างเตียงลูกชาย

                “เพราะแม่รู้ว่าหล่อนไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนของลูกนะสิ แม่ถึงต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม”

                “ผมรู้ว่าแม่เป็นห่วงผม แต่บางเรื่องผมอยากตัดสินใจด้วยตัวเอง”

                “ลูกตัดสินใจเองได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องคู่ครอง หนูมุกเหมาะสมกับลูกที่สุด นอนพักผ่อนเถอะ แม่จะนั่งเป็นเพื่อนลูกเอง” นางตัดบทเสียงเข้ม สิบทิศมีสีหน้าหนักใจ แต่สุดท้ายเขาก็หลับตาลง โดยไม่พูดอะไรอีก

                “แม่รักลูกมากนะ” คุณหญิงกัลยาก้มลงจูบหน้าผากลูกชาย แล้วเดินไปนั่งที่โซฟารับแขก นางรู้ว่าเขาไม่ชอบการคลุมถุงชน แต่นางไม่เห็นว่าจะเสียหายตรงไหน การแต่งงานกับมุกดาราจะเอื้อประโยชน์ให้นคราเจมส์ สักวันหนึ่งผู้เป็นลูกจะเข้าใจนางเอง

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

                รถซุปเปอร์ไบค์สีแดงแล่นมาจอดหน้ามูลนิธินารีรักษ์ เต็มฟ้าถอดหมวกกันน็อกครอบไว้กับกระจกข้าง แล้วลงจากรถเดินเข้าไปในมูลนิธิอย่างคนคุ้นเคย เธอยิ้มให้ประชาสัมพันธ์สาวที่หน้าเคาน์เตอร์ แล้วมองเลยไปที่โต๊ะทำงานของแพรพลอย เพื่อนสาวที่สนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม แพรพลอยเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีตัวยง หลังเรียนจบสาขาสังคมสงเคราะห์ จึงสมัครมาทำงานในมูลนิธิเพื่อเด็กและสตรีแห่งนี้

                “คุณแพรไม่อยู่เหรอจ้ะ”

                “อยู่ในห้องประชุมค่ะ อีกสักครู่คงออกมา ผู้หมวดอยู่คุยกับออยก่อนก็ได้ ออยคุยเก่งนะคะ” หญิงสาวยิ้มหวานให้เธอ หมวดสาวยิ้มตอบแล้วปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

                “พี่ไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของออย พี่ไปนั่งรอคุณแพรที่โต๊ะดีกว่า ขอบใจมากนะจ้ะ”

                เต็มฟ้าเดินไปนั่งรอที่โต๊ะทำงานของเพื่อนรัก แม้เธอจะชอบสวมกางเกงยีนกับเสื้อหนัง ขับรถซุปเปอร์ไบค์คันใหญ่ ท่าทางห้าวๆ พูดจาโผงผาง แต่เธอไม่มีรสนิยมชอบเพศเดียวกัน ดังนั้นอย่ามาอ่อยเธอให้เหนื่อยเลย เธอไม่โอนอ่อนด้วยหรอก

                “เต็ม” เสียงแพรพลอยดังขึ้นด้านหลัง หมวดสาวหันไปมอง แล้วยิ้มให้เพื่อนรัก

                “แพร”

                “มานานหรือยัง” ผู้เป็นเพื่อนถามพลางเดินมานั่งที่โต๊ะทำงาน วันนี้หญิงสาวสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวกับกางเกงขายาวสีดำ รวบผมหางม้า แต่งหน้าอ่อนๆ ดูสวยน่ารักแบบสาวที่มีเชื้อสายจีน

                “ไม่นาน เพิ่งนั่งแป๊บเดียวเอง งานยุ่งเหรอ”

                “ไม่หรอก ประชุมหารือธรรมดา เธอมีอะไรหรือเปล่า หรือว่าผ่านมาคุยเฉยๆ”

                “ฉันกำลังทำคดีฆาตกรรมหญิงสาวในตึกร้าง เลยอยากขอความช่วยเหลือจากเธอหน่อย”

                “ได้สิ ฉันเห็นข่าวในทีวียังอดสงสารไม่ได้ เธอมีอะไรก็ว่ามาเลย ฉันยินดีช่วยทุกอย่าง ขอให้จับคนร้ายได้ก็พอ” แพรพลอยรับปากขึงขัง พอได้ยินว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง วิญญาณนักสิทธิสตรีก็ลุกโชนทันที

                “รูปน่ากลัวนิดหน่อย เธอคงดูได้นะ”

                เต็มฟ้าหยิบรูปถ่ายจากระเป๋าเสื้อแจ็กเกตวางลงตรงหน้าเพื่อนสาว แพรพลอยหยิบขึ้นมาดู ก่อนก่นว่าอย่างดุเดือด เมื่อเห็นความบอบช้ำของเหยื่อสาว

                “มันยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า ทำไมถึงทำกันได้ขนาดนี้ เธออยากให้ช่วยอะไรก็บอกมาเลย”

                “เราไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เพราะไม่พบหลักฐานในตัวเธอ และไม่สามารถตรวจสอบรายนิ้วมือได้ เนื่องจากปลายนิ้วของเธอถูกปาดทิ้ง แต่เราสันนิษฐานว่าเธอน่าจะเป็นหญิงขายบริการ ฉันเห็นว่าเธอรู้จักหญิงขายบริการหลายคน เธอพอจะคุ้นหน้าหญิงสาวคนนี้บ้างไหม”

                “ไม่นะ” แพรพลอยส่ายหน้าหลังจากพิจารณารูปถ่ายอยู่ครู่หนึ่ง “ฉันไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ แต่ฉันจะลองถามเด็กๆ ในมูลนิธิดูคงพอได้อะไรบ้าง”

                “ขอบใจเธอมากนะ เธอเลิกงานหรือยัง ไปกินข้าวเย็นกัน เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”

                “ตกลง ขอฉันเก็บของแป๊บหนึ่งนะ”

                “ได้ ไม่ต้องรีบก็ได้ เย็นนี้ฉันว่าง...” เต็มฟ้ายังพูดไม่ทันจบโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น หมวดสาวหยิบออกมาดูแล้วกดรับสาย เมื่อเห็นว่าคนที่โทรมาคือคู่หูของตน

                “ว่าไงจ่า”

                “ท่านรองสั่งให้หมวดเข้ามาพบครับ”

                “ตอนนี้เลยเหรอ มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า”

                “คงด่วนแหละครับ แต่ผมไม่รู้ว่าเรื่องอะไร หมวดรีบเข้ามาเถอะ แค่นี้นะครับ ผมทำงานค้างไว้” จ่าซันตัดบทแล้วกดวางสาย

                เต็มฟ้าขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนหันไปมองเพื่อนสนิท เมื่อแพรพลอยถามด้วยน้ำเสียงงอนๆ

                “ตกลงไม่ว่างแล้วใช่ไหม”

                “ทำนองนั้น ขอโทษด้วยนะ พอดีท่านรองตามตัวด่วน” เธอยิ้มแหยให้ผู้เป็นเพื่อน แพรพลอยถอนใจเฮือกใหญ่ แล้วโบกมือไล่เธอ

                “รีบก็ไปเถอะ เดี๋ยวตาท่านรองจะขบหัวเอา”

                “ฉันไปก่อนนะ แล้ววันหลังจะมาเลี้ยงชดเชย” เต็มฟ้าเดินออกจากมูลนิธิ ผู้เป็นเพื่อนเดินตามไปส่ง เธอขึ้นรถโบกมือลาเพื่อนสาว แล้วขับรถไปอย่างรวดเร็ว

                แพรพลอยมองตามอย่างอ่อนใจ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หมวดสาวเบี้ยวนัดเธอ อาชีพตำรวจทำงานไม่เป็นเวล่ำเวลา ถ้าเผลอมีแฟนเป็นตำรวจคงต้องช้ำใจตาย

                “ยายเต็มนะยายเต็ม อาชีพมีตั้งเยอะ ทำไมต้องเป็นตำรวจด้วย”

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

                เต็มฟ้าหยุดยืนหน้าห้องทำงานของเขตแดน การถูกผู้บังคับบัญชาเรียกตัวมาพบด่วนไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเธอ เพราะงานของตำรวจต้องทำตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ถูกเรียกตัวเมื่อไรเธอต้องพร้อมปฏิบัติงานเมื่อนั้น แต่ไม่รู้ว่าวันนี้มีอะไรด่วนเข้ามาอีกจึงได้เรียกตัวเธอกลับมา

                “ท่านรองคะ” เธอเคาะประตู

                “เชิญ” เสียงเขตแดนตอบกลับมา หมวดสาวเปิดประตูเดินเข้าไปในห้อง ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของผู้บังคับบัญชา

                “พี่เขตเรียกเต็มมามีอะไรหรือเปล่าคะ”

                “พี่มีงานด่วนให้เต็มทำ”

                “งั้นเต็มไปตามจ่าซันก่อนนะคะ” หมวดสาวลุกจากเก้าอี้ แต่เขตแดนยกมือห้ามไว้ เธอจึงนั่งลงที่เดิม

                “ไม่ต้อง งานนี้เต็มต้องทำคนเดียว”

                “จริงเหรอคะพี่เขต” เต็มฟ้าถามอย่างตื่นเต้น เพราะตั้งแต่ย้ายมาสังกัดหน่วยสืบสวนพิเศษ เขตแดนยังไม่เคยให้เธอทำงานตามลำพังเลย หรือว่าผลงานของเธอจะเข้าตาเขาแล้ว

                “จริงสิ งานนี้ผู้ใหญ่ระบุมาเลยว่าต้องเป็นเต็มเท่านั้น”

                “เต็มจะไม่ทำให้พี่ผิดหวังค่ะ” เธอรับรองแข็งขัน “ว่าแต่งานอะไรคะ”

                “งานบอดีการ์ด เต็มต้องคุ้มครองคนคนหนึ่ง”

                “ไม่ดีมั้งคะ พี่เขตก็รู้ว่าเต็มไม่ค่อยถนัดงานบอดีการ์ดเท่าไร” หมวดสาวเอ่ยเสียงอ่อย เธอเคยอารักขาบุคคลสำคัญสองครั้ง ครั้งแรกเป็นพยานในคดีอุกฉกรรจ์ เธอคุ้มกันเขาไปขึ้นศาล เพื่อให้การชี้ตัวฆาตกร แต่ระหว่างทางมีคนร้ายมาลอบยิงเขา เธอเห็นก่อนจึงผลักเขาพ้นวิถีกระสุน แต่เขาดันกลิ้งตกบันไดแขนหัก ส่วนครั้งที่สองเป็นนักร้องชื่อดังมีแฟนคลับทั่วประเทศ ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่มีชายหนุ่มคนหนึ่งบุกเข้ามาในห้องเขา เธอเข้าใจผิดคิดว่าชายคนนั้นเป็นผู้ร้ายจึงจัดการเสียน่วม แล้วมารู้ทีหลังว่าเขาเป็นคู่ขาของนักร้องหนุ่ม ทำให้นักร้องดาวค้างฟ้าขอเปลี่ยนตัวบอดีการ์ดแทบไม่ทัน

                พี่รู้ว่าเต็มไม่ถนัดงานบอดีการ์ด แต่ผู้ใหญ่ขอมาแบบนั้น พี่ก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไงเขตแดนเอ่ยด้วยสีหน้าหนักใจ เต็มฟ้าขมวดคิ้วครุ่นคิด ความสงสัยพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที ใครกันอยากได้เธอไปเป็นบอดีการ์ด จนถึงกับต้องไปขอร้องผู้ใหญ่

                คนที่เต็มต้องไปอารักขา เขาเป็นใครคะ

                นายสิบทิศ พัชรกานต์ ทายาทนคราเจมส์

                สิบทิศ พัชรกานต์... หมวดสาวพึมพำเสียงเบา ก่อนอุทานอย่างตกใจ นายเท็น!”

                เต็มรู้จักเขาด้วยเหรอ

                ค่ะ พ่อแม่ของเต็มเคยทำงานให้ปู่ของเขา เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก แต่ไม่ได้เจอกันนานแล้ว เพราะเขาไปเรียนเมืองนอก ส่วนเต็มย้ายไปอยู่อัมพวาหมวดสาวเล่าคร่าวๆ โดยเว้นเรื่องที่เธอกับเขาเป็นคู่ปรับกันเอาไว้

                ก็ดีสิ รู้จักกันจะได้ทำงานสะดวก ตกลงเต็มรับงานนี้นะเขตแดนสรุปแบบมัดมือชก ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่นายสิบทิศ พัชรกานต์ เธอคงยอมรับปากไปแล้ว แต่สำหรับหมอนี่เธอไม่ยอมเด็ดขาด

                ไม่ค่ะ เต็มไม่มีความสามารถพอ พี่เขตหาคนอื่นไปทำแทนเต็มเถอะค่ะ

                อย่าเพิ่งปฏิเสธสิเต็ม ลองไปคิดดูก่อนนะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาตอบพี่ก็ได้

                ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เต็มขอตัวก่อนนะคะ

                เต็มฟ้าเดินออกจากห้อง การรับปากว่าจะกลับไปคิดเป็นแค่การซื้อเวลาเท่านั้น เพราะไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน คำตอบของเธอก็คือ ไม่!

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

                เต็มฟ้าทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะทำงานของตน แล้วเปิดลิ้นชักหยิบอัลบั้มรูปออกมา เมื่อสองสัปดาห์ก่อนแพรพลอยอยากได้รูปของเธอสมัยเรียนมัธยม เพื่อนำไปทำหนังสืออนุสรณ์ในงานเลี้ยงรุ่น เธอจึงเอาอัลบั้มรูปเก่ามาให้เพื่อนสาวเลือก หลังจากเสร็จเรื่องแล้วก็ยังไม่มีเวลาเอากลับไปเก็บที่บ้าน

                หมวดสาวหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกจากอัลบั้ม มันเป็นภาพถ่ายเด็กชายหญิงคู่หนึ่ง เด็กชายผิวขาวอ้วนกลมตาตี่แก้มแดงยุ้ย เด็กหญิงผิวคล้ำสูงโย่งแขนขายาวเก้งก้าง ทั้งสองยืนห่างกันเกือบหนึ่งช่วงแขน สีหน้าบูดบึ้งกันทั้งคู่ บอกให้รู้ว่าไม่ได้เต็มใจจะถ่ายรูปร่วมกันเลย

                เต็มฟ้าจ้องมองใบหน้าเด็กชาย เรื่องราวในอดีตหวนกลับมาในความทรงจำ สิบทิศกับเธอดื่มน้ำนมร่วมเต้าเดียวกัน เพราะแม่ของเธอเป็นแม่นมของเขา แม่เคยเล่าให้ฟังว่าตอนที่สิบทิศเกิด เจ้าสัวนครดีใจมาก เขาจึงตั้งชื่อหลานชายคนแรกว่า สิบทิศ เพื่อให้ผู้เป็นหลานสืบทอดกิจการของครอบครัวให้รุ่งเรืองไปทุกทิศ

                สิบทิศอายุน้อยกว่าเธอสองเดือน พวกเขาเติบโตมาด้วยกันในบ้านนครา เด็กชายเป็นหัวโจกในบ้าน เขามีอัศวินลูกพี่ลูกน้องเป็นลูกไล่ ทั้งสองชอบแกล้งเธอ แต่พอเธอเอาคืนบ้าง พวกเขาก็วิ่งไปฟ้องคุณหญิงกัลยา ทำให้เธอถูกแม่ตีเป็นประจำ เวลาทะเลาะกันไม่ว่าใครจะเริ่มก่อน เธอต้องเป็นฝ่ายผิดเสมอ เพราะเขาเป็นหลานชายของเจ้าสัวนครผู้มั่งคั่ง ส่วนเธอเป็นแค่ลูกสาวนายบุญเต็มคนขับรถ

                “ไอ้คุณเท็น” หมวดสาวกัดฟันกรอดด้วยความแค้น แค่คิดถึงเขาเธอก็คันไม้คันมือจะแย่แล้ว แบบนี้จะให้ไปคุ้มกันหมอนั่นได้อย่างไร เธอไม่เอาด้วยหรอก

                “ทำอะไรหมวด” จ่าซันถามพลางเดินเข้ามาหา โดยไม่รอให้เธอเชิญ และไม่คิดจะเคาะประตูก่อนเปิด

                “ดูรูป” เธอตอบเสียงเรียบ

                “รูปอะไรครับ” เขาหยิบรูปถ่ายจากมือเธอไปดู แล้วยิ้มกว้างล้อเลียน “ตอนเด็กๆ หมวดขี้เหร่ไม่ใช่เล่นเลยนะ ยังดีที่โตขึ้นมาพอดูได้”

                “ใครจะสวยเหมือนน้องมะนาวแฟนจ่าล่ะ ปากแบบนี้แหละถึงได้ถูกหมอเย็นทิ้ง” เต็มฟ้ายิ้มเยาะ หมอเย็นตาเป็นอดีตภรรยาของจ่าซัน แต่เลิกกันนานแล้ว เพราะทนความเจ้าชู้ของเขาไม่ได้

                “ใครบอกหมวดว่าผมถูกทิ้ง ผมต่างหากที่เป็นคนทิ้งยายนั่น” จ่าซันทำปากยื่นไม่พอใจ เธอยักไหล่ด้วยท่าทางยียวน แล้วหยิบรูปถ่ายคืนมา

                “ถ้าจ่าคิดแบบนั้นแล้วสบายใจ ฉันก็ไม่เถียงด้วยหรอก ขอตัวกลับก่อนนะ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน อยากกลับบ้านไปพักผ่อน” เธอหยิบกระเป๋าสะพายพาดบ่าแล้วลุกขึ้นยืน

                “เดี๋ยวสิครับหมวด” จ่าซันลุกตาม

                “มีอะไรอีกจ่า ฉันเหนื่อยอยากกลับบ้าน”

                “ผมได้ยินว่าท่านรองให้หมวดไปคุ้มครองคนคนหนึ่ง เขาเป็นใครเหรอครับ”

                “นายสิบทิศ พัชรกานต์ ทายาทนคราเจมส์ แล้วจ่ารู้เรื่องนี้ได้ยังไง อย่าบอกนะว่าแอบฟัง” เธอมองเขาอย่างกล่าวหา

                “เปล่าครับ” เขารีบปฏิเสธ “ผมไม่กล้าแอบฟังหรอก แค่บังเอิญเอางานเข้าไปส่งในห้องท่านรอง แล้วได้ยินท่านคุยโทรศัพท์ว่าเป็นคำสั่งจากเบื้องบน เจาะจงว่างานนี้ต้องเป็นหมวดเท่านั้น ผมเลยอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร กินดีหมีดีเสือมาหรือยังไง ถึงได้กล้าเลือกหมวดเต็มจอมโหดเป็นบอดีการ์ดส่วนตัว”

                “จ่าซัน!” หมวดสาวตวาดแวด เขาหัวเราะเสียงดัง แล้วรีบเผ่นไปที่ประตู โดยไม่ลืมพูดให้เธอเจ็บใจ

                “พยายามเข้านะหมวด เบาๆ มือหน่อยล่ะ ผมสงสารหมอนั่น”

                เต็มฟ้ายกมือเสยผมอย่างหงุดหงิด แม้เธอกับสิบทิศจะเติบโตมาด้วยกัน แต่ไม่เคยญาติดีกันเลย เขาเกลียดเธอพอๆ กับที่เธอเกลียดเขา ไม่รู้เขาคิดยังไงถึงอยากได้เธอไปเป็นบอดีการ์ด

                “สงสัยจะกินดีหมีดีเสือมาจริงๆ” หมวดสาวหัวเราะอย่างไร้อารมณ์ขัน แล้วเดินออกจากห้องทำงาน โดยหยิบอัลบั้มรูปติดมือไปด้วย


.........................................


มัลลิกานะคะ

สวัสดีวันพฤหัสบดี มาพบกันเร็วกว่ากำหนด 1 วัน เพราะพรุ่งนี้คงไม่ว่าง วันนี้ว่างเลยมาลงให้อ่านกันก่อน ใครอ่านแล้วทิ้งคอมเมนท์ไว้ให้กำลังใจนักเขียนบ้างก็ดี เต็มฟ้าจำต้องรับงานแล้ว แต่เธอก็ยังไม่ได้พบกับสิบทิศ มาลุ้นกันดีกว่าว่าการพบกันครั้งแรก หลังจากไม่ได้เจอกันมา 10 กว่าปีของทั้งคู่จะเป็นอย่างไร ตอนหน้าได้เจอกันแน่ค่ะ อิอิ

รักนะ...มัลลิกา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น