ตราบฟ้ามีตะวัน [พิมพ์ครั้งที่ 3] [ผ่านพิจารณา ละครช่อง 3]

ตอนที่ 16 : บทที่ 7 ความผิดติดตัว (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,913
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 229 ครั้ง
    31 ก.ค. 61




“นี่เธอเป็นอะไรของเธอ”

“อย่ามาแตะตัวแป้งนะคะ แป้งสู้จริงๆ ด้วย” หญิงสาวมองอีกฝ่ายตาเขียว สองมือโอบกอดตัวเองไว้ราวกับว่ามันสามารถปกป้องตัวเองได้

อาทิตย์ไม่พูดอะไรนอกจากมองใบหน้าซีดของหญิงสาวด้วยความไม่เข้าใจ ไม่ใช่แค่เขา ทั้งทับทิบและมะปรางก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน ร่างบางก้าวถอยหลังช้าๆ แล้วหมุนตัววิ่งลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว  

 

 

 

“แปลกมากจริงๆ เลยค่ะพ่อเลี้ยง แค่อาทิตย์จับตัวนิดเดียวก็ทำท่าเหมือนจะถูกเอาไปต้มยำทำแกง”

แม่เลี้ยงทับทิมกล่าวขึ้นกลางห้องนั่งเล่นหลังจากที่เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ให้ครองประทีปฟัง แต่พ่อเลี้ยงแห่งไร่ตะวันฉายหาได้มีทีท่าแปลกใจไม่ เขารู้ดีว่าวันฟ้าใหม่จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร ดีเหมือนกัน...ไม่อยากให้เข้าใกล้นักก็กลัวไปเลยจะได้สบายใจว่าวันฟ้าใหม่จะอยากได้ลูกชายบ้านนี้เป็นสามีอีก

“หนูแป้งเขาต้องกลัวน่ะถูกแล้ว ก็เจ้าอาทิตย์มันทำหน้าอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อแบบนั้น ไม่กลัวสิแปลก”

“กลัวเกินไปหรือเปล่าครับคุณพ่อ ยืนตัวลีบจนกลัวว่ากระดูกจะผิดรูปเอาได้” อาทิตย์รู้ว่าตนขู่หญิงสาวเอาไว้มาก และปราถนาให้เธอกลัว แต่วันฟ้าใหม่โตขนาดนี้จะน่าแยกแยะได้ว่าขู่หรือเอาจริงๆ แต่นี่กลัวเขาเหมือนกลัวยักษ์กลัวมาร

“กลัวก็ดีแล้ว เขาจะได้อยู่ห่างๆ แก ไม่ต้องกังวลว่าน้องคิดจะจับแกทำผัวอีก ไม่ดีหรือไง”

“มันดีอยู่แล้วครับพ่อ แต่วางใจไม่ได้” อาทิตย์พูดตามที่คิด “ทะเลสงบเพื่อหลีกทางให้พายุ”

“นี่แกคิดว่าผู้หญิงหน้าซื่อๆ อย่างหนูแป้งจะเป็นกลายเป็นพายุได้หรือ” อาทิตย์คงไม่รู้ว่าในชีวิตจริงวันฟ้าใหม่กลัวพายุมากเพียงใด เมื่อไหร่ที่เกิดฝนฟ้าคะนอง วันนั้นล่ะหายนะของเธอเลย

“ตอนนี้อาจจะดูซื่อ แต่เมื่อก่อนไม่ใช่ พ่อคิดว่าไม่แปลกหรือครับ พฤติกรรมของคนเราจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือขนาดนั้นไปได้ยังไง อย่างกับคนละคน มันต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ”

ครองประทีปยกน้ำชาขึ้นจิบ พลางคิดอยู่คนเดียวเงียบๆ วันฟ้าใหม่คนนี้ไม่ได้เปลี่ยนไป แต่เป็นวันฟ้าใหม่คนเดิมที่บาดแผลจากเรื่องเลวร้ายในชีวิตหายดีแล้วต่างหาก ส่วนใครอยากจะเข้าใจเธอนั้นคงจะฟังคำพูดจากเขาอย่างเดียวไม่ได้ ต้องลองที่จะเรียนรู้ดูเอง ว่าแท้แล้ว...เธอเป็นอย่างไร

“คนเราก็ต้องรู้จักปรับตัว ถ้าหนูแป้งเขากลับตัวกลับใจได้ ไม่มีนิสัยเหมือนก่อน เราทุกคนก็ควรจะให้อภัย การให้อภัยเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่ จริงไหมคุณทับทิม” ครองประทีปหันไปพูดกับภรรยา ทับทิบศรัทธาในหลักธรรมของศาสนาเขาทราบในข้อนั้นดี และหากเขายกเรื่องนี้มาพูดก็คงพอจะเปลี่ยนความคิดของภรรยาได้บ้าง

“แต่อย่างที่ลูกบอก ฉันเห็นหน้าแล้วใจคอไม่ค่อยดี นึกกลัวว่าเธอจะมีแผนร้ายอะไรหรือเปล่า”

“จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็สุดแล้วแต่นะ แต่อย่างน้อยก็อย่าลืมว่าหนูแป้งเป็นเด็กกำพร้า ชีวิตไม่เหลือใครแล้วนอกจากพวกเรา และเราเองที่มีวันนี้ได้ ไม่ต้องลำบากตรากตรำหาเช้ากินค่ำก็เพราะความช่วยเหลือจากคุณธราเทพพ่อของเขา อย่าให้ผมตายไปสู้หน้าท่านไม่ได้เลย ช่วยเหลือเด็กกำพร้าเด็กด้อยโอกาสมานับร้อยนับพันยังช่วยได้ กับคนที่มีพระคุณต่อบ้านเรา ก็อย่าแล้งน้ำใจกันนักเลย”

คราวนี้อาทิตย์และทับทิมพูดไม่ออก ที่ครองประทีปกล่าวมานั้นถูกต้องทุกอย่าง ต่อให้เกลียดอย่างไร ครอบครัวสุริยสกุลก็คงผลักไสวันฟ้าใหม่ออกไปไม่ได้อยู่ดี 

 

 

 วันฟ้าใหม่ใช้หลังมือเช็ดน้ำตาที่รินไหลไม่หยุด เธออยากหายตัวไปจากที่นี้วันนี้พรุ่งนี้ ติดอยู่อย่างเดียว

...ตรงที่เธอไม่มีที่ไป

หรือถ้าเธอจะไปจริงๆ แล้วอย่างไรล่ะ เธอจะกลายเป็นแค่เด็กบ้านแตกที่ไม่มีอะไรดี ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ...อย่างนั้นหรือ 

อดทนนะลูก ลูกพ่อไม่ต้องเก่งมาก แต่ต้องมีความอดทนให้มาก ผลลัพธ์จากความอดทนมันหอมหวานกว่าอะไรทั้งหมด สวนดอกไม้จะสวยได้ยังต้องใช้เวลาเลยใช่ไหม

คำสอนของพ่อเคยหล่อเลี้ยงชีวิตเธอ แต่มันกลับไม่เคยย้อนไปสอนตัวพ่อเองเลย ขนาดคนพูดยังไม่อดทน แล้วคนฟังอย่างเธอจะทนไปเพื่ออะไร 

ถึงวันนี้หากธราเทพมีความอดทนอย่างที่พูด เขาคงไม่ฆ่าตัวตาย

วันฟ้าใหม่คิดไม่ตก สุดท้ายจึงรู้ว่าตัวเองไม่มีทางเลือก พ่อทิ้งเธอไปแต่ครองประทีปไม่เคยปล่อยมือจากเธอ เธอคงต้องอยู่ต่อเพื่อทำตามสัญญา

หญิงสาวสุดลมหายใจเข้าลึก ตัดใจจากโทรศัพท์แล้ว (1) หันไปหยิบกระดาษเขียนแบบออกมากางแล้วเริ่มทำงานต่อจากที่ค้างไว้ เธอปรึกษากับครองประทีปถึงเรื่องการเพาะชำกล้วยไม้โดยใช้วิธีการเพาะเมล็ด ดังนั้นจึงต้องมีห้องปลอดเชื้อ เธอเขียนข้อความลงในสมุดจดบันทึก แต่ไม่ทันไรเสียงร้องไห้ของเด็กก็ดึงความสนใจไปจากเธอ 

วันฟ้าใหม่เดินออกมาที่ระเบียงบ้าน มองหาต้นเสียงไม่นานก็พบกับเจ้าของเสียงร้องไห้อันน่าสงสาร

“ยายเด็กแสบมะยม กับนายมะเดี่ยวนี่เอง ร้องไห้กับเขาเป็นเหมือนกันเหรอ” วันฟ้าใหม่แอบย่นจมูก เพราะเธอเคยเจอฤทธิ์เด็กแสบสองพี่น้องนี้มาแล้ว

ถึงแม้จะหมั่นไส้อยู่พอแรง แต่นางงามรักเด็ก รักธรรมชาติ และรักโลกอย่างวันฟ้าใหม่ก็อดเดินไปดูให้แน่ใจไม่ได้ว่าเด็กน้อยเป็นอะไรเหตุใดจึงร้องไห้หนักเพียงนั้น ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ก็ยิ่งรับรู้ว่าเจ้าของเสียงโฮนั้นกำลังเสียใจมากเพียงใด

“มะยมเป็นอะไรไปเหรอ” 

ภาพที่เห็นคือมะเดี่ยวกำลังนั่งมองน้องสาวตัวเองร้องไห้อยู่ห่างๆ แบบห่วงๆ วันฟ้าใหม่เดาสาเหตุว่าอาจจะมีเรื่องทะเลาะกัน แย่งของเล่น หรือผิดใจกันตามประสาเด็กๆ แต่คำตอบของเด็กประถมผู้เป็นพี่ชายกลับทำให้เธอกับอึ้งไป

“มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี พูดไปก็ไม่เข้าใจหรอก”

“ศักดิ์ศรีเหรอ”

วันฟ้าใหม่แน่ใจว่าสีหน้าของตัวเองต้องผิดปกติไปจากเดิมมาก เธอมั่นใจแล้วว่าครอบครัวเด็กสองคนนี้ต้องติดละครหลังข่าวแน่ๆ ลูกถึงได้เรียนแบบพฤติกรรมมามากขนาดนี้

“ฮือ...”

มะยมร้องไห้หนักขึ้นอีกเมื่อพี่ชายพูดถึงเรื่องศักดิ์ศรี วันฟ้าใหม่ทำตาโตมองเด็กหญิงที่ใบหน้าเลอะไปด้วยคราบน้ำตา ในใจลังเลว่าจะหันหลังกลับหรือจะอยู่ต่อดี แต่สุดท้ายแล้วบทสนทนาของสองพี่น้องก็เปรียบเหมือนเชือกรัดขาเธอไว้

“แม่ใจร้าย แม่ไม่รักมะยม แม่ใจร้ายใจดำ”

“แม่รักมะยมนะ แต่แม่ไม่มีเงินใช้กับเรื่องฟุ่มเฟือย” 

“แต่มะยมอยากเป็นเชียร์หลีดเดอร์นี่ เค้กก็ยังได้เป็นเลยด้วย”

“เอาไว้พี่โตขึ้นพี่จะซื้อชุดสวยๆ ให้มะยมนะ”

“ไม่เอา จะเอาตอนนี้ ฮือ...” 

ผู้ใหญ่หนึ่งเดียวในที่นั้นพอจะปะติดประต่อเรื่องราวได้แล้วว่าสาเหตุที่เด็กมะยมร้องไห้เป็นเผาเต่านั้นเพราะเหตุใด เธอเข้าใจเด็กผู้หญิงอย่างมะยมดี ตอนเด็กๆ เธอก็ได้รับเลือกให้ใส่ชุดสวยๆ ทำการแสดงบ่อยเหมือนกัน ความรู้สึกของเด็กคนหนึ่งมันตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก แต่อาจจะต่างกันตรงที่เธอมีกำลังทรัพย์มากพอที่จะร่วมทุกกิจกรรมของโรงเรียน แต่ที่แปลกใจก็คือเหตุใดบ้านของมะยมจึงไม่มีเงินเพียงพอสำหรับชุดเชียร์หลีดเดอร์ของเด็กปอหนึ่ง

“เอาล่ะ เงียบได้แล้ว เดี๋ยวฉันจะซื้อชุดเชียร์หลีดเดอร์ให้เธอเอง”

ราวกับปิดสวิซต์ มะยมที่แหกปากร้องไห้อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเงียบลงในทันที แววตาใสที่เอ่อล้นไปด้วยคราบน้ำตามองวันฟ้าใหม่อย่างมีความหวัง

“แม่เราบอกว่าตัวเป็นผู้หญิงนิสัยไม่ดี นายอาทิตย์ก็ไม่ชอบตัว”

“งั้นเหรอ ถ้าเธอไม่ชอบหน้าฉันก็ไม่เป็นไรหรอกนะ ฉันไปก็ได้” วันฟ้าใหม่แกล้วจะเดินกลับ

เด็กหญิงมะยมที่นั่งจุมปุ๊กอยู่บนม้านั่งทำหน้าตื่น รีบกระโดดลงมาขวาง “เดี๋ยวสิ เราจะยอมให้ตัวซื้อชุดให้เราก็ได้”

วันฟ้าใหม่แทบจะปั้นหน้าไม่ถูก สรุปว่าเธอมีน้ำใจหรือเสร่อเกินไปกันแน่ เด็กมะยมคนนี้เธอยกให้เป็นเด็กแสบประจำปีสองพันสิบแปดเลย

“แม่เธออยู่ไหน ฉันจะเข้าไปคุยด้วย”


---------------------------------------------------------------------------------------------

เพิ่งกลับจากเกาหลีเมื่อเช้า คิดว่าจะมีเวลาว่างได้อัพนิยาย แต่เปล่าเลยจ้า ไม่ว่างเลย 

วันนี้อัพให้เป็นสองตอนแล้วกันนะคะ 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 229 ครั้ง

1,083 ความคิดเห็น

  1. #1037 fsn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 14:56

    ชีวิตคงไม่เหงา เมื่อมีสองแสบมาร่วมแก็งค์นะคะ

    #1037
    0
  2. #880 Thittayaiem (@Chariyaiem) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 17:18
    แป้งเอย ทำไมไม่บอกมาเอามือถือนะ
    #880
    0
  3. #175 Pun Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 20:55

    คิดถึงไรท์จังเลย

    ขอบคุณนะคะ พาเฮียกับน้องถุงแป้ง กลับมาจากเกาหลีด้วย

    #175
    0
  4. #174 Sirinda Chairat (@dek57mmm) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 20:27
    สนุกมากเลยค่ะ รอสอยเรื่องนี้เลย วันนี้เพิ่งอ่านคุณภาคจบเลย ชอบทุกเรื่องของไรท์เลยค่ะ 😍😍😍
    #174
    0
  5. #173 ชอบบ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 19:11

    ไรท์คะเราชอบเรื่องนี้มากกกกกกกกกกกก เป็นกำลังใจให้นะคะสู้ๆค่ะ ไรท์จะออกebookมั้ยคะ

    #173
    1
  6. #172 Oiwiu (@ranny_bannylove) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 19:06
    ไรท์ใจดีที่ซู้ดดดดดดดดด😍😍😍😍
    #172
    0
  7. #171 Noonkhuan (@noon-rx) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 19:04
    ขายเล่มเลยจ้าไรท์ ❤️
    #171
    0
  8. #170 SrrGuide (@SrrGuide) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 18:45
    คิดถึงมากกกก
    #170
    0
  9. #169 kaew_1980 (@kaew_1980) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 18:38
    ขอบคุณค่ะไรท์
    #169
    0