ร้ายเกินพิกัด [สนพ.แจ่มใส]

ตอนที่ 9 : บทที่ 4 ยกที่ 1 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,902
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    2 ส.ค. 60

       



                สองชั่วโมงผ่านไป....

                วาริศาเช็ดขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเหมือนคนกำลังใกล้สติแตก เธอรอเขานานจนใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างดีซีดลงไปถนัดตา  ซ้ำท้องที่ร้องครวญครางด้วยความหิวก่อนหน้าก็เงียบเสียงไปแล้วเนื่องจากธรรมชาติของร่างกายคงดึงพลังงานจากส่วนอื่นมาทดแทน ซึ่งถ้าหากยังไม่ได้เติมพลังงานใหม่เข้าไปเธอคาดว่าตัวเองจะต้องหิวอีกครั้งในไม่ช้า และคงเป็นความหิวที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

                “คุณรบ คุณตั้งใจผิดนัดฉัน”

                ป่วยการที่จะรอ วาริศาเช็คบิลแล้วเดินออกจากร้านด้วยสติที่เหลือเพียงครึ่ง

                และทันทีที่รองเท้าส้นสูงสี่นิ้วสัมผัสกับพื้นฟุตบาท ในสายตาของวาริศาก็ปรากฏร่างของคนที่เธอรอมากว่าสองชั่วโมงยืนพิงเมอร์ซิเดซ เบนซ์สีเทาควันบุหรี่ที่ผ่านการเคลือบสีมาจนเงาวับ สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง ดวงตาคมเข้มจับจ้องมายังเธอ

                วาริศาอยากจะกรีดร้องให้หายแค้น เขาปล่อยให้เธอรอถึงสองชั่วโมงแล้วยังมีหน้ามายืนทำท่าเป็นพระเอกหนังอยู่อีกหรือ คิดว่าหล่อนักหรือไง เขาคงไม่รู้ตัวเลยว่าได้ทำให้ความพิศวาสที่เธอมีให้ลดฮวบลงกว่าครึ่ง

                และแม้ว่าในใจอยากจะคว้าไม้หน้าสามไปฟาดใบหน้าเรียบเฉยนั่นสักเพียงใด แต่สิ่งที่วาริศาทำคือการเมินเฉยเธอตั้งท่าจะเดินหนี  

                นักรบกระตุกยิ้ม คราวนี้เป็นคราวของเขาบ้างแล้ว ไม่บ่อยเลยที่เขาจะเป็นฝ่ายทำให้เธอมีอารมณ์ฉุนเฉียว เพิ่งรู้เหมือนกันว่ามันสนุกกว่าการเดินหนีเธอเป็นไหนๆ    

                “เดี๋ยวก่อนสิวาริศา” นักรบไม่ปล่อยให้โอกาสผ่านไป เขาก้าวเท้าเร็วๆ แค่ไม่กี่ก้าวถึงตัวเธอ 

                วาริศาหยุดฝีเท้าทันที เธออยากจะงอนสะดีดสะดิ้งอย่างผู้หญิงทั่วไป แต่ก็รู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาไม่ใช่อย่างคู่รักที่รักกันจริงๆ  ดังนั้นหญิงสาวก็ไม่โง่พอที่จะแสดงท่าทีอะไรแบบนั้นออกมาให้ขายหน้า เพราะนอกจากนักรบจะไม่ง้อเธอแล้ว เขาอาจจะพูดจาแรงๆ ให้เธอเจ็บมากกว่าเดิมอีกด้วย

                “ขอโทษนะที่มาช้า”

                วาริศาเหลือบตามองหน้าคนที่สูงกว่าเธอเกือบฟุตด้วยสายตาที่ไม่บ่งบอกความรู้สึก เธอรู้ว่านักรบไม่ได้รู้สึกผิดจริงๆ “ค่ะ ช้าแค่ไปสองชั่วโมง”

                “ฉันไม่คิดว่าเธอจะรอ”

                “ถ้าไม่คิดว่าฉันจะรอ ทำไมคุณยังมาที่นี่ล่ะคะ แถมไม่ยอมเข้าไปในร้าน ยืนเก๊กเป็นพระเอกละครอยู่ได้”

                พระเอกละครถึงกับสะอึก ทำหน้าไม่ถูกกับคำเปรียบเปรยของหญิงสาว 

                “ที่ฉันมาที่นี่ก็เพื่อให้แน่ใจว่าเธอกลับไปแล้ว  แต่พอเห็นว่าเธอยังรออยู่ ฉันเลยไม่กล้าเข้าไป” นักรบโกหกคำโต และมันทำให้เขาอึดอัดกับตัวเองอยู่เหมือนกัน อันที่จริง...ต่อให้เขาจะเปลี่ยนผู้หญิงบ่อยสักเพียงใด แต่การไม่กล้าเผชิญหน้ากับความผิดนั้นไม่เคยเกิดขึ้นกับเขาเลยสักครั้ง หากสถานการณ์เดียวกันนี้ คนที่เขาปล่อยให้รอไม่ใช่วาริศา เขาคงเดินเข้าไปขอโทษเธอแต่โดยดี  

                วาริศาฟังคำแก้ตัวแล้วก็ได้แต่ถอนใจ นี่มันเดทแรกหรือฝันร้ายกันแน่

                “เอาล่ะค่ะ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้รักฉัน ไม่เห็นความสำคัญของฉัน ไม่สนใจว่าฉันจะรอคุณนานแค่ไหน ไม่คิดแม้จะโทร. บอกฉันว่ามาไม่ได้ แต่ในฐานะแฟน ฉันคงต้องถามว่าทำไม...คุณถึงมาช้า”

                แววตากร้าววูบไหวเล็กน้อยกับคำพูดยาวยืดของเธอ อยู่ๆ ความรู้สึกผิดกลับล้นขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่คิดจะแสดงมันออกมา “ฉันติดงานที่ผับ แล้วก็ไม่มีเบอร์ที่จะโทรหาเธอ”

                “แค่นั้นเหรอคะ” ดวงตากลมโตฉายแววตำหนิอย่างไม่ปิดบัง

                “ฉันอาจจะแย่ตรงให้ปล่อยให้เธอรอนาน แต่ด้วยหน้าที่การงานแล้ว คนที่เป็นแฟนฉันก็ควรจะเข้าใจด้วยว่าฉันไม่มีเวลาที่แน่นอน  บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าเราจะเจอกันบ่อยเท่าไหร่ก็ได้เท่าที่เธอต้องการ และฉันว่าง”

                “ฉันเข้าใจค่ะ แต่ความพยายามที่จะติดต่อมาบอกฉันว่าไม่ว่างออกจะน้อยเกินไปนะคะ” 

                “คราวหน้าจะพยายามให้มากกว่านี้ ก็แล้วกัน”

                เป็นการยอมรับที่ไม่ใช้หัวใจเลยสักนิดเดียว และนั่นยิ่งทำให้วาริศาโมโห เธอจะพูดกับเขาให้ยืดยาวให้ได้อะไรขึ้นมา ถึงอย่างไรนักรบก็คงเปลี่ยนตัวเองเพื่อเธอไม่ได้        

                “ขึ้นรถสิ เดี๋ยวไปส่ง” เขาบอกเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเงียบไป

                “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะกลับเอง”

                นักรบมองคล้ายกับไม่อยากเชื่อหู ถ้าเป็นยามปกติเธอคงกระโจนขึ้นรถเขาโดยไม่ต้องคิด ถ้าหากจะบอกว่าเธอถอดใจจากเขาแล้วก็ออกจะดูง่ายดายเกินไปนิดสำหรับคนอย่างวาริศา เขาคิดว่าเธอมีแผนการอะไรบางอย่างภายใต้ท่าทีแสนงอนนั่น

                “อ้อ! เธอคงโกรธฉัน...มากๆ เลยสินะ” เขาจงใจเน้นประโยคสุดท้าย รอยยิ้มร้ายๆ ปรากฏขึ้นอย่างไม่ปิดบัง “เธอจะให้ฉันไถ่โทษยังไงก็ว่ามาเลย”

                วาริศาได้แต่ทำหน้าเหนื่อย จริงอยู่ว่าบ่อยครั้งเธออยากจะยื้อบทสนทนากับเขาต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด แต่ทว่าไม่ใช่ครั้งนี้... “วาจาก็ดูเหมือนกำลังง้อนะคะ แต่น้ำเสียงนี่สิ ไร้ความจริงใจ”

                “เธอคงไม่เข้าใจว่าความจริงใจของฉันเนี่ย...แสดงออกไม่เหมือนคนอื่น”

                “เรื่องนั้นยังมีเวลาอีกตั้งสี่สิบสี่วันให้ฉันได้เข้าใจคุณ ส่วนวันนี้....แยกย้ายค่ะ” วาริศาตัดบทเดินหนี ทว่านักรบกลับเซ้าซี้เธอขึ้นมาอีกด้วยน้ำเสียงที่เธอมองว่าช่างกวนประสาท  

                “เธอไม่ได้แค่โกรธ แต่ดูโมโหเอามากๆ ด้วย”

                “คุณรบ” คราวนี้คนโมโหหันมามองเขาเต็มตา คิ้วเรียวย่นยับอย่างคนที่ใกล้สติแตกเต็มทน “ถูกค่ะ ฉันโมโห และฉันไม่ได้โมโหคุณ แต่ฉันโมโหหิว ฉันหิวข้าวจนไส้แทบขาดและถ้าหากว่าไม่ได้กินเดี๋ยวนี้ฉันต้องกลายร่างเป็นหมาป่าแทะเนื้อคุณแทนอาหารแน่ๆ ฉันจะใช้เล็บของฉันถลกหนังคุณออกแล้วกินเนื้อสดๆ ล้างปากด้วยเลือด ควักเอาตับไตไส้พุงมาเคี้ยวให้แหลกแล้วกลืน คุณเข้าใจความหิวของฉันหรือยังว่ามันมากมายแค่ไหน ถ้าเข้าใจแล้วก็เชิญคุณกลับบ้านไปได้เลย ฉันจะไปหาอะไรกิน”

                แววตาล้อเล่นแปรเปลี่ยนเป็นแปลกใจ นักรบไม่เคยเห็นวาริศาเวลาโกรธหรือใช้คำพูดในลักษณะที่ไม่ห่วงภาพลักษณ์ตัวเองเช่นนี้มาก่อน เขายอมรับว่ามึนงงที่เธอแสดงอาการเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อเขาเพราะสาเหตุอันเกิดจากความหิว

                “นี่คุณยังไม่ได้กินอะไรเลยเหรอ ก็เห็นอยู่ว่าเพิ่งออกมาจากร้านอาหาร”

                “นี่มันเดทแรกนะคะ ผู้หญิงที่ไหนเขาจะสั่งอาหารมากินก่อนทั้งที่คู่เดทยังไม่โผล่หัว คงตลกน่าดูเลยถ้าหากว่าผู้ชายเดินเข้ามาแล้วพบว่าเธอกินอาหารเกลี้ยงโต๊ะ กว่าฉันจะนึกขึ้นได้ว่าคุณคงไม่มาแน่ๆ ครัวก็ปิดไปแล้ว คุณรู้มั้ยว่าฉันกินอาหารมื้อสุดท้ายตอนกี่โมง ตั้งแต่เที่ยงค่ะ ระบบการย่อยอาหารของมนุษย์ปกติจะย่อยอาหารหมดภายในสี่ชั่วโมง ถึงตอนนี้อาหารที่ฉันกินเข้าไปคงถูกย่อยจนไม่เหลือ น้ำย่อยแทบจะย่อยกระเพาะแทนข้าวแล้ว”  

                คนตัวเล็กแหงนหน้าพ่นอารมณ์โกรธใส่คนที่สูงกว่าหนึ่งฟุตโดยลืมนึกไปเลยว่าเธอต้องทำคะแนนให้เขารักให้เขาหลง แต่ใครจะไปสน ตอนนี้เสียงท้องร้องรบกวนประสาทจนหน้ามืดตามัวไปหมด

                ด้านนักรบเขาอึ้งจนพูดไม่ออก จริงอยู่ที่เขาคาดหวังให้เธอโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ทว่าไม่ใช่โกรธด้วยเรื่องนี้

                “คุณไม่ต้องมามองฉันเหมือนว่าฉันเป็นตัวประหลาดเลย ฉันไปล่ะ ไว้เจอกันนะคะ” วาริศาหันหลังให้เขา ทั้งโกรธทั้งอาย เธอทำขายหน้าตั้งแต่เดทแรกด้วยการยืนประท้วงที่ไม่ได้กินข้าว ผู้หญิงตะกละแบบนี้ผู้ชายยังจะตกหลุมรักอยู่ไหม

                วันนี้มันหายนะชัดๆ เลย

                เมื่อเห็นว่าร่างบางกำลังจะเดินหนี นักรบก็รีบคว้าข้อมือเล็กไว้ ไม่ต้องใช้แรงมากมายก็สามารถยัดเธอใส่รถได้โดยง่าย วาริศามึนงงแต่คิดอะไรไม่ออก คงเป็นเพราะจิตใจเธอจดจ่ออยู่ที่ความหิวมากจนเกินไป

                “คุณจะทำอะไร” เธอถามเมื่อเขาก้าวขึ้นมานั่งประจำที่คนขับ

                “เวลานี้ แถวนี้ไม่มีร้านอาหารเปิดหรอก ถ้าขืนฉันปล่อยเธอไปจะเป็นอันตรายต่อชีวิตคนอื่นเปล่าๆ” นักรบจัดการรัดเข็มขัดนิรภัยให้วาริศาก่อนหันมาจัดการของตัวเอง

                เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ชายหนุ่มจึงจับพวงมาลัยไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ดวงตาสีสนิมมองไปยังถนนเบื้องหน้าพร้อมกับความคิดหลากหลายผุดขึ้นในหัว

                เขาตั้งใจผิดนัดวาริศาเพื่อให้เธอโกรธ เหน็ดเหนื่อยกับการเป็นคนรักของเขา ทว่าผลที่ได้กลับมานั้น...เขาไม่แน่ใจเลยว่าใกล้เคียงหรือตรงกันข้ามกับความสำเร็จกันแน่    


---------------------------------------------------------------------------

//0.0// ใจเย็นๆ นะศา อย่าปลดปล่อยวิญญาณผี (ปอบ) ออกมาต่อหน้าผู้ชายเด็ดขาด 55


ปล. วาริศาเป็นนางเอกนะคะ ยืนยันด้วยเกียรติของยุวกาชาด 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,090 ความคิดเห็น

  1. #250 YulSica (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 16:39
    โอ้ยยยยยยยชะนีไทยใส่ใจการกินมากกว่าแฟน
    #250
    0
  2. #162 fsn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 21:56
    นางฮามาก นางรักจริงมั้ยเนี้ย ความหิวมีอานุภาพเหนือทุกสิ่ง หุๆ
    #162
    0
  3. #136 pinksoo16 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 23:25
    โอยย ชอบตอนนี้จัง อ่านไปอมยิ้มไป แนะนำว่าให้กินนักรบไปเลยข่าาา #ทีมรอวันที่นักรบจะโดนจับกิน
    #136
    0
  4. #125 oom_pch (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 14:19
    เป็นนี้ก็โมโห คนหิวโว้ย ยืนหล่ออยู่ด้วยเดะก็จับกินเลย555555555
    #125
    1
    • #125-1 อุณหภูมิปกติ(จากตอนที่ 9)
      4 สิงหาคม 2560 / 14:57
      คือ เขียนเองก็กลัวเอง 55
      #125-1
  5. #124 Phannipha(Ying) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 12:43
    ก้อคนมัน่หิวข้าวอ่ะ
    #124
    0
  6. #122 ตุ่น (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 02:30
    น้อยไปม้างกินตับ. คุณนางเอก
    #122
    0
  7. #121 jaru_95 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 23:04
    สรุป..โมโหหิว
    #121
    0
  8. #120 drn_ptk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 22:29
    ชอบๆๆๆๆนางเบอร์แรงมาก
    #120
    0
  9. #119 chernat (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 22:14
    แนะนำให้จกตับกินเลยค่ะคุณน้อง
    #119
    0
  10. #118 Torek (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 20:55
    รออออ คะ ไรท์
    #118
    0
  11. #117 cuixian (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 20:50
    ฮั่นแน่
    #117
    0
  12. #116 siriwan445518 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 19:31
    5555555ขำนาง...อิรบเสร็จแน่
    #116
    0
  13. #115 kakfern23 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 19:22
    ระวังจะโดนกินตับไตไส้พุงนะรบ5555
    #115
    1
    • #115-1 อุณหภูมิปกติ(จากตอนที่ 9)
      2 สิงหาคม 2560 / 19:34
      อารมณ์อยากกินตับมากสุด ฮา
      #115-1