ร้ายเกินพิกัด [สนพ.แจ่มใส]

ตอนที่ 31 : บทที่ 15 จูบแรก (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    3 ต.ค. 60

                 

                การจ้องมองโทรศัพท์อย่างไร้ความหวังมันพังพอกับการจ้องประตูทางเข้ากระทรวงในทุกเย็นของการทำงานแล้วต้องพบกับความว่างเปล่า วาริศาพ่นลมหายใจออกมา ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนเธอคงวิ่งไปหาเขาถึงที่ แต่ตอนนี้เธอไม่กล้าแม้จะเฉียดเข้าไปยังสถานที่ที่คิดว่าจะเจอเขา เธอไม่อยากเผชิญหน้า เพราะไม่รู้จะแสดงสีหน้าอาการอย่างไรหากว่าเจอนักรบอยู่กับกมลเนตร  เขาหายหน้าไปสิบสองวันแล้ว เธอเพ้อหนักจนถึงขั้นเอาแต่นับวันเวลา

                เขาคงลืมไปแล้วว่ามีข้อตกลงอะไรกับเธอ ถึงได้หายเงียบหายไปแบบนี้ เธอควรทำใจแล้วจบปัญหาทุกอย่างแทนที่จะปล่อยเวลาให้ยืดเยื้อ เธอเสียเปรียบ เพราะเขาแกล้งลืมเธอ...แต่เธอกลับคิดถึงเขาอยู่ตลอดเวลา

                ไม่แน่ เขาอาจจะกำลังเร่งทำคะแนนกับกมลเนตรอยู่ก็ได้ เขาอาจกำลังขอคืนดี

                ทำไมนะ....ชีวิตรักเธอถึงได้เศร้าเคล้าน้ำตาแบบนี้

                ทว่าจังหวะที่เธอกำลังเศร้าถึงขีดสุด บางอย่างก็ฉุดดึงเธอให้ขึ้นมาจากความทุกข์ทั้งปวง

                บางอย่างที่ว่านั้นคือ ความเผือกระดับรางวัลชนะเลิศของเธอ

                ระยะห่างจากหน้าต่างห้องทำงานใกล้พอที่จะเห็นว่าชายหญิงคู่หนึ่งกำลังสนทนากันอยู่ที่ลาดจอดรถ ท่าทางสนิทสนมเกินงามทำให้คนที่อยากรู้อยากเห็นต้องหรี่ตาลงเพื่อปรับโฟกัสภาพให้ชัดเจนมากขึ้น

                “พี่เนตร นี่จะไม่เลิกยุ่งกับ ผ.อ.จริงๆ ใช่ไหม”

                ถุงกระดาษขนาดใหญ่ประทับตัวอักษรสีทองที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าราคาขั้นต่ำของสินค้าอยู่ที่หลักหมื่นถูกส่งให้ผู้รับ กมลเนตรยิ้มชนิดที่ว่าอยู่ไกลขนาดนี้ยังเห็นว่าสีหน้าของเจ้าหล่อนห่างไกลคำว่า ไม่ชอบ เอามากๆ

                ทันใดนั้นเอง ใบหน้าของนักรบก็ลอยเข้ามามโนสำนึกของเธอ  

                ไม่รู้เลยว่า นักรบคือหนึ่งในผู้ชายที่กมลเนตรต้องการดัดหลังอีกคนหรือเปล่า

 

 

                แม้จะคิดเป็นวกวนหลายร้อยตลบ แต่สุดท้ายวาริศาก็มายืนอยู่หน้าไดมอนเดสตินี่จนได้ และเมื่อเห็นว่ารถเบนซ์ป้ายทะเบียนที่คุ้นตาจอดสนิทอยู่ตรงที่จอดประจำ หัวใจดวงน้อยก็เต้นรัวโดยไม่รู้สาเหตุ

                ความกล้าของเธอเหือดหายไปหมดราวกับหยดน้ำที่ถูกไฟแผดเผา  

                ถึงกระนั้น เธอก็จะไม่ถอยอีกแล้ว

            แค่บอกเลิกแฟนปลอมๆ ไม่เห็นจะยากตรงไหน

            “คุณศาครับ”

                เสียงทุ้มกังวานทำให้เท้าที่กำลังก้าวขึ้นบันไดชะงัก เมือหันไปมองก็พบว่าคือชายวัยกลางคนที่เธอรู้จักเป็นอย่างดี เขายืนประสานมือด้วยท่าทางสุภาพเช่นเคย “น้าเมฆ สวัสดีค่ะ”

                วาริศาคลายความตึงเครียดลงเล็กน้อย เธอยิ้มบางๆ ราวกับว่าจะช่วยปกปิดความวิตกกังวนทั้งหมดไว้ได้ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้ช่วยอะไรเลย

                “มาพบคุณรบหรือครับ”

                “ใช่ค่ะ”

                เธอตอบโดยไม่ทันได้เห็นว่าเมฆมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก คล้ายกับว่ามีบางอย่างที่กำลังหนักใจเอามากๆ

                “ถ้าคุณศาไม่มีธุระอะไรด่วน ก็กลับก่อนเถอะครับ ตอนนี้คุณรบกำลังยุ่งมากๆ”

                วาริศาชะงัก พยายามคิดว่าคำพูดของเมฆไม่ใช่การไล่ แต่เป็นการบอกกล่าวให้รู้ในฐานะคนเป็นลูกน้องซึ่งต้องคอยจัดคิวนัดหมายให้เจ้านาย แต่เธอรู้ดีว่านั่นเป็นแค่การปลอบใจตัวเอง

                “งั้นเหรอคะ น้าเมฆช่วยบอกคุณรบหน่อยไม่ได้หรือคะ ว่าศาขอพบแค่ห้านาที” 

                เมฆไม่ตอบในทันที วาริศายิ่งงงหนัก กระทั่งเห็นว่าชายตรงหน้าเลื่อนสายตาจากเธอขึ้นไปมองบางอย่างด้านบน สัญชาตญาณทำให้เธอมองตามอย่างช่วยไม่ได้ และภาพที่เห็นก็ทำให้พอเข้าใจ...ว่าทำไมเธอถึงพบกับนักรบตอนนี้ไม่ได้

               มองปราดเดียวก็จำได้ทันทีว่าหญิงสาวในชุดเดรสสีดำผู้กำลังยืนสนทนากับนักรบอยู่ตรงชั้นลอยขณะนี้คือกมลเนตร จากมุมนี้วาริศาเห็นสีหน้าของนักรบอย่างชัดเจน เขาดูมีความสุขดี ต่างจากเธอที่เหมือนจะเป็นจะตาย

                รู้ว่าไม่มีสิทธิ์ แต่เธอก็โกรธ....ทั้งโกรธทั้งน้อยใจ มันเป็นอารมณ์ที่ไม่สามารถจัดการให้สงบลงได้โดยง่าย เธอหันกลับมามองเมฆ มีคำถามมากมายผุดพรายขึ้นในหัว แต่วินาทีต่อมาเธอก็คิดได้ว่าถามคนอื่นไปก็เท่านั้น สู้เธอถามนักรบด้วยตัวเองเลยดีกว่า

                ร่างบางก้าวขึ้นบันไดโดยไม่รั้งรอ ตรงไปยังทิศทางที่บุคคลทั้งสองยืนอยู่ ระยะทางแต่ไม่กี่สิบเมตรมันเหมือนไกลแสนไกล เท้าเธอหนักทว่าใจก็เด็ดเดี่ยว จนกระทั่งเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าบุคคลทั้งสอง แต่แทนที่นักรบและกมลเนตรจะมีสีหน้าแปลกใจ แต่ทั่งคู่กลับมาเธอเหมือนคนแปลกหน้า เหมือนตัวประหลาดที่โผล่มาจากไหนไม่ทราบ 

                “คุณรบ ฉันขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม”

                ยังดีที่เขาจำชื่อเธอได้  

                “วาริศา เธอมาได้ยังไง”

                ประโยคแรกหลังจากที่ไม่ได้พบกันสิบสองวัน ทำเอาวาริศาหน้าชา สุภาพทว่าห่างเหิน เขาทำเหมือนเรื่องที่เกาะลันตาและทุกอย่างระหว่างเธอกับเขาไม่เคยเกิดขึ้นอย่างไรอย่างนั้น

                “ฉันอยากคุยกับคุณ ไม่นานหรอกค่ะ” หญิงสาวบอกกับนักรบและเมินเฉยต่อสตรีผู้อยู่ในชุดเดรสสีดำโดยสิ้นเชิง  ยอมรับว่าเสียมารยาท แต่ก็เธอไม่อาจทำใจทักทายกมลเนตรตอนนี้ได้จริงๆ ไม่ใช่เพราะโกรธที่เห็นกมลเนตรอยู่กับนักรบในเวลาแบบนี้ทั้งที่เจ้าหล่อนรู้ว่าเธอกับเขาเป็นคนรักกัน แต่เธอโกรธที่กมลเนตรยังรับของจาก ผ.อ.เฉลิมรัตน์ ซ้ำยังไม่ถึงห้าชั่วโมงก็มาอยู่กับผู้ชายอีกคน เธอทำใจมองกมลเนตรโดยไม่รู้สึกอะไรไม่ได้ 

                 “ยังไม่ใช่ตอนนี้”  ใบหน้าหล่อเหลาเครียดขรึม สถานการณ์ที่ผับไม่ค่อยสู้ดีนัก แม้กระทั่งกมลเนตรเขาก็ไม่สะดวกต้อนรับ กว่าเขาจะพูดให้เจ้าหล่อนกลับได้ก็แทบแย่ นี่วาริศายังจะโผล่มาอีก 

                “ตอนนี้แหละค่ะ ตอนนี้ดีที่สุดแล้ว เราจะได้สบายใจกันทั้งสองฝ่าย”

                “วาริศา”

                “ฉันจะไม่กลับจนกว่าจะคุยกับคุณให้รู้เรื่อง”

                ท่าทางเอาเรื่องหญิงสาวทำให้นักรบแทบจะโหม่งหัวกับพื้นโลก เขาฉกมือคนเจ้าปัญหาแล้วรั้งเธอเข้าไปในห้องทำงานอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาตกตะลึงของกมลเนตรและลูกน้องที่มองเหตุการณ์อยู่ก่อนหน้า ถึงเขาจะระวังตัวเรื่องการใช้อารมณ์มากแค่ไหน แต่วาริศาก็ทำให้เขาสะกดกลั้นไว้ไม่อยู่จริงๆ 

 

 

 

                การไม่ได้พบกันเพียงแค่สองสัปดาห์ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากคนแปลกหน้า ห่างเหินจนวาริศาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร และมาอยู่ทำไมตรงนี้

                เจ้าของร่างสูงสง่า ใบหน้าหล่อเหลา รายล้อมไปด้วยชายชุดดำและฉากหลังคือแสงสลัวยามค่ำคืน กับหญิงสาวซึ่งถูกเลี้ยงดูจากบิดาผู้เป็นศาสตราจารย์และปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรัฐ เธออยู่ในกรอบรูปสีขาวไร้รอยด่างพร้อย ดูอย่างไรก็ไม่น่าโคจรมาพบกันได้

                ....ถ้าหากว่าเธอไม่แส่หาเรื่อง

                ไม่ควรเลย เธอไม่ควรเล่นกับไฟทั้งที่รู้ว่าตัวเองไม่ไหว สู้ไม่ได้ เธออ่อนแอเกินกว่าจะเอาตัวเข้าไปพัวพันกับผู้ชายที่มีแรงดึงดูดมหาศาลแบบนั้น

                เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว...ก็ไม่ควรลังเลที่จะถอยออกมา

                วาริศาคิดพลางมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เอาจับจ้องภาพด้านนอกผ่านกระจกใสเหมือนว่ามีอะไรน่าสนใจหนักหนา แน่ล่ะ...มันน่าสนใจกว่าตัวเธออย่างแน่นอน บางที...เขาอาจจะมองกมลเนตรอยู่ก็ได้  

                “ฉันเห็นว่าคุณเงียบหายไป ก็เลย...”

                “ถ้าฉันพร้อมจะพบเธอเมื่อไหร่ฉันจะไป ไม่ต้องห่วงว่าจะลืมสัญญา ฉันไม่เคยผิดคำพูด”

                ไหล่หนาดูเกร็งจนวาริศาจับสังเกตได้ เธอรู้สึกว่าเขากำลังเครียดเอามากๆ และออกจะรู้สึกแย่เล็กน้อยเมื่อรู้ดีแก่ใจว่าสาเหตุมาจากเธอ  

                แต่ไม่นานนักหรอก เพราะอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ หลังจากที่เธอขอยุติข้อตกลงทุกอย่าง เขาคงหายจากอาการที่เป็นอยู่ ขออย่างเดียว...อย่าดีใจมากจนยิ้มออกมาก็แล้วกัน แค่นี้เธอก็เจ็บจะแย่  

                “ฉันรู้มาว่าพี่เนตรเป็นรักแรกของคุณ ถ้าหากว่าคุณอยากจะกลับไปคืนดีกับเขาฉันก็....”

                คำพูดสุดท้ายถูกกลืนหายไปเมื่อเขาหันขวับมาเผชิญหน้ากับเธออย่างรวดเร็ว แววตานิ่งลึกมีประกายแห่งความไม่พอใจฉายชัด  

                “เธอรู้มา หรือว่าพยายามสืบจนรู้กันแน่” น้ำเสียงเข้มนั้นแฝงไปด้วยโทสะ แววตาเครียดขึงมองหญิงสาวตรงหน้าเหมือนจะสาปให้เป็นหิน 

                “คือว่าฉัน...”

                “ฉันไม่อนุญาตให้เธอมาขุดคุ้ยอดีตของฉัน” นักรบตัดบทไม่ยอมฟังคำอธิบาย

                วาริศาต้องกลั้นน้ำตาอย่างสุดความสามารถ  มันตีบตันอันอั้นอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นว่าเขาโกรธเพียงแค่เธออยากรู้เรื่องของเขา    

                “ฉันขอโทษ ฉันไม่คิดว่ามันจะทำให้คุณไม่พอใจ”

                “เธอรู้ว่าฉันจะไม่พอใจ แต่เธอก็ทำ...เพียงเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าความพยายามของเธอมันมีขีดจำกัดอยู่บ้างไหม ขอแค่ให้ได้นอนกับฉัน เธอก็จะทำทุกอย่างแบบนั้นใช่มั้ย”  

                ความรู้สึกเสียใจที่ยังไม่จางหายไปกลับถูกแทนที่ด้วยความเสียใจที่มากกว่า ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่เคยดีในสายตาเขา เธอน่าจะรู้....ถ้าไม่หลอกตัวเองจนเกินไปเธอต้องรู้ว่าที่เขาตัดสินใจคบกับเธอก็แค่เพียงแค่ต้องการให้รู้ว่าถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีวันรักเธอ ในสายตาของเขา เธอมีความเป็นคนอยู่บ้างไหม

                “ก็ดีกว่าพี่เนตร” ความโกรธทำให้เธอโพล่งออกไป  “โปรยเสน่ห์ไปทั่ว ไม่สนใจว่าผู้ชายจะมีครอบครัวแล้วหรือไม่ ขนาดเขารู้ว่าฉันกับคุณเป็นคนรักกัน เขายังมาพบคุณสองต่อสอง ผู้หญิงแบบนี้ถึงจะเรียกว่าดีใช่มั้ย”

                “อย่าทำให้ตัวเองสูงขึ้นด้วยการกดคนอื่นให้ต่ำลง มันยิ่งทำให้เธอดูแย่” นักรบมองหญิงสาวตรงหน้าคล้ายกำลังผิดหวัง “เธอกลับไปได้แล้ว ฉันมีธุระ”

                นักรบเบือนหน้าหนี เขาหันหลังให้เหมือนอยากจะไล่อยู่กรายๆ วาริศาเม้มปากแน่นจนเจ็บไปหมด เธอเกลียดเขา เกลียดที่เขาทำให้เธอเกลียดตัวเอง

                “ไม่ต้องมาไล่ ฉันไปแน่ ถึงไม่ได้นอนกับคุณ ไม่ได้จูบกับคุณก็ไม่เห็นเป็นไร ผู้ชายมีตั้งเยอะตั้งแยะ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่มีแค่คุณคนเดียวที่ทำได้”

                ร่างบางหันหลังขวับเมื่อรู้สึกว่าน้ำตากำลังจะไหล แต่นาทีเดียวกันนั้นเธอกลับถูกกระชากอย่างแรงจนถลาไปปะทะหน้าอกกว้าง นักรบกอดร่างนั้นไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว มืออีกข้างรั้งเส้นผมยาวสลวยบังคับให้ใบหน้าหวานเงยขึ้น และทันทีทันใดอีกเช่นกัน ริมฝีปากหยักก็โฉบลงมาบดขยี้กลีบปากนุ่มด้วยแรงโกรธ   

                ใช่! เขาโกรธ โกรธไปหมดทุกอย่าง โกรธเรื่องบ้าบอที่ถาโถมเข้ามาในวันนี้ โกรธความบ้าบิ่นของวาริศา โกรธที่ทุกอย่างบีบคั้นจนแทบจะคลั่ง

                ลิ้นอุ่นแทรกเข้าไปในโพลงปากนุ่ม บดขยี้อย่างไม่คิดจะปราณีและนักรบหน้ามืดตามัวเกินกว่าจะหยุดทุกอย่างได้

                วาริศาคิดว่าจะขาดใจตายเสียแล้ว เพราะกว่าเขาจะถอนริมฝีปากก็นานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ รสชาติของ จูบที่เธอเพิ่งได้ลิ้มรสครั้งแรกช่างแต่ต่างกับสิ่งเธอวาดฝันไว้ราวฟ้ากับเหว

                ไม่ใช่รสหวาน ไม่เหมือนกินผลไม้ที่นุ่มละมุนลิ้นอย่างที่ใครเคยบอก แต่มันคือความ เจ็บ

                เธอเจ็บและได้กลิ่นเลือดจากแผลในปากที่เกิดจากจูบของเขา  

                วาริศาผละตัวออกจากร่างหนา ความคิดว้าวุ่นดับลงและกลายเป็นความมืดสนิทในชั่วพริบตา

                กลายเป็นนักรบเองที่สับสน เขามองร่างที่สั่นน้อยๆ เหมือนกำลังเห็นเด็กไร้เดียงสาที่เพิ่งเผชิญหน้ากับปีศาจร้าย อยู่ๆ ความรู้สึกผิดก็เข้ามาแทนที่ และแม้ว่าอยากขอโทษแต่ปากก็หนักเกินไป

                “นี่ไง...จูบ ฉันให้เธอแล้ว”

                ร่องรอยความโกรธจากใบหน้าหล่อเหลาหายไปแล้ว แต่วาริศาไม่ได้สนใจ เธอพยักหน้าช้าๆ จมูกเริ่มแดงเมื่อต้องกลั้นน้ำตา

                จูบจากผู้ชายที่ไม่ได้รักเธอ เธอไม่อยากได้เลยสักนิด

              ร่างบางค่่อยๆ ก้าวถอยหลัง

                “อืม งั้นฉันกลับก่อนนะ” วาริศาบอกออกไปอย่างไม่รู้ว่าจะพูดอะไรมากไปกว่านี้ เธอไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่อยากเห็นหน้าเขา เขาจะดูถูกอะไรเธออีกก็เชิญได้เลย  

                นักรบใจหายเมื่อเห็นว่าร่างบางกำลังหันหลังและเดินจากเขาไป แม้เขาจะรั้งเธอไว้ได้ แม้จะพอมีเวลาเอ่ยอะไรสักคำ แต่บางอย่างที่สำคัญกว่าฉุดรั้งให้เขายืนนิ่งอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งร่างบางเดินหายลับไปหลังบานประตู

                “นี่มันวันวินาศสันตะโรอะไรวะเนี่ย”   

                ------------------------------------------------------------------

//เชิญสรรเสริญอิรบได้ตามสบายเลยค่าา.............><//




         ......ส่งท้ายกันยาวๆ 1 ตอนค่า.......


 

               เนื่องจากเดือนนี้เป็นเดือนของการไว้อาลัย  และคงต้องหยุดอัพไปจนกว่าจะพ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิง (ของดแสดงความคิดเห็นเชิงลบในเรื่องนี้นะคะ) เราทุกคนต่างมีหัวใจเดียวกัน และเรื่องนี้ก็ละเอียดอ่อนเกินกว่าจะกล่าวถึง 

        ป.ล. สัญญาว่าจะปิดต้นฉบับให้ทันก่อนพบกันครั้งหน้า นัดคร่าวๆ วันที่ 27 ต.ค. 60 แล้วพบกันนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,090 ความคิดเห็น

  1. #1933 A-Arun (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 08:54
    ไม่น่าเชื่อ
    อ่านนิยายของเด็กดีมาก็หลายเรื่อง
    ดราม่าขนาดไหนก็ไม่เคยเสียน้ำตา

    แต่บทนี้ของไรท์ ทำให้เราเจ็บในหัวใจ
    และร้องไห้ ออกมาโดยไม่รู้ตัว
    #1,933
    0
  2. #1836 093590 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 17:40
    มันหน่วงในอกร้องไห้แป้บ
    #1,836
    0
  3. #1389 150221 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 12:20
    ร้องเลยไรท์สงสารนางเอกมาก
    #1,389
    0
  4. #889 Phannipha(Ying) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 14:17
    ทำไมไรท์ต้องทำร้ายจิตใจเค้าด้วย
    #889
    0
  5. #775 PORNPIOML (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 11:49
    สงสารศา เกลียดรบ
    #775
    0
  6. #588 KhunPom (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 02:45
    คิดถึงคุณรบบบ แงงง
    #588
    0
  7. #587 มนญญ์พญ์ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 22:42
    จอย่าใจอ่ินนะศาถึงเค้าจะกลับมาต้องใจแข็งอย่ายอมใจอ่อนง่ายๆให้เค้ารู้บ้างว่าเราไม่ใช่ของตายถึงไม่มีนักรบเราก็อยู่
    #587
    0
  8. #586 มนญญ์พญ์ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 22:42
    จอย่าใจอ่ินนะศาถึงเค้าจะกลับมาต้องใจแข็งอย่ายอมใจอ่อนง่ายๆให้เค้ารู้บ้างว่าเราไม่ใช่ของตายถึงไม่มีนักรบเราก็อยู่
    #586
    0
  9. #585 JajaSiripun (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 00:54
    รอน๊า คิดถึงคุณรบแล้ว
    #585
    0
  10. #584 fah550244 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 10:11
    ไรท์หายไปไหน คิดถึง ไม่เห็นแจ้งเตือนขึ้น คิดถึงมาก
    #584
    1
    • #584-1 อุณหภูมิปกติ(จากตอนที่ 31)
      17 ตุลาคม 2560 / 12:36
      งื้อ....อีกสิบวันเอง รับรองมารัวๆ ไม่เว้นให้หายใจเลย
      #584-1
  11. #580 daowinkies (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 16:47
    จากไปเถอะศา อย่าได้หันกลับมาอีก คิดซะว่าเป็นบทเรียน สิ่งที่ฝันกับความจริงใช่ว่าจะเหมือนกันเสมอไป
    #580
    0
  12. #579 ploy_aphinya (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 11:27
    บีบคั้นอ่าาาหน่วงมากกสงสารศาเลย
    #579
    0
  13. #577 Parn-PaNiCh (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 01:58
    หน่วงมากเลยฮืออออ
    #577
    0
  14. #576 YulSica (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 19:01
    เศร้ามากเลย ฮือ
    #576
    0
  15. #574 nnnnnwwn (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 14:57
    เทเลยยยยยย
    #574
    0
  16. #573 pinksoo16 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 10:48
    หน่วงมากไม่ไหวววววว สงสารศา เทรบเลยเท!!! ว่าแต่รบมีปัญหาอะไรอ้ะ รอลุ้นนะค้า
    #573
    0
  17. #572 parqabpor (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 01:20
    เมื่อเช้าอ่านไปแล้วรอบหนึ่ง
    เมื่อกี้กดเข้ามาอ่านอีกรอบ
    พบว่ายังเจ็บเหมือนเดิม
    #572
    0
  18. #571 Boss6789 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 22:17
    รอได้ค่ะไรท์
    #571
    0
  19. #570 cuixian (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 21:09
    ศาหยุดเถอะอีตารบน่าหมั่นไส้ จะรอนะคะ
    #570
    0
  20. #569 NutsineeRin (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 20:35
    ไม่อยากให้หยุดอัพเลยคะ เหงา
    #569
    0
  21. #568 Red_Lipstick (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 19:24
    ไรเตอร์ปิดท้ายก่อนไว้อาลัยให้เราได้ด่านายรบกันยาวๆ เลยค่ะ
    #568
    0
  22. #567 Fongnommmmm (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 18:03
    หน่วง เจ็บแทนศา
    #567
    0
  23. #566 prince forget (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 17:54
    ขอเรื่อลำใหม่หน่อยยย
    #566
    0
  24. #565 KhunPom (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 17:30
    จะทนคิดถึงได้มั้ยยยย ฮือออ
    #565
    0
  25. #564 kaihunisreal (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 16:05
    แต่ก็ดีละ ศาจะได้รู้ว่าควรรักตัวเอง ที่ผ่านมาเราถือว่ารบยังให้เกียรติศานะ การวิ่งเข้าหาผู้ชายที่เขาไม่รักแต่เพราะศาเป็นเพื่อนเมียเจ้านายรบเลยต้องเกร่งใจในการตัดจบความสัมพันธ์ แม้ตอนนี้รบอาจจะรู้สึกดีแต่ก็อยากให้เริ่มเรียนรู้ในสิ่งที่เป็นตัวตนคนๆนั้นจริงๆไม่ใช่จากภายนอกแบบที่เป็นอยู่
    #564
    0