ร้ายเกินพิกัด [สนพ.แจ่มใส]

ตอนที่ 22 : บทที่ 10 เดินหน้าอ่อย (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,524
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    28 ก.ย. 60

 


(นอกเรื่อง.....ทำไมเต้ยรูปนี้หล่อจังค้าาาา)



               แลนโลเวอร์จอดเทียบทางขึ้นท่าเรือไปเกาะลันตา นักรบมีเพียงเป้หนึ่งใบ และเขาอาสาถือสัมภาระให้วาริศาทั้งหมด แต่ถึงแม้ว่าเขาจะมีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่มากก็ยังบ่นให้เธอได้ยินว่าการเอากระเป๋าลากมาเที่ยวทะเลเป็นความคิดที่แย่เอามากๆ

                วาริศาได้แต่ย่นจมูก เถียงในใจ...ผู้หญิงก็ต้องมีข้าวของเครื่องใช้มากกว่าผู้ชายเป็นเรื่องธรรมดา ทำเหมือนกับว่าเขาไม่เคยไปไหนมาไหนกับผู้หญิงอย่างนั้นแหละ ตรงกันข้าม...เขาคงจะถือสัมภาระให้สาวๆ พวกนั้นอย่างเต็มใจเสียด้วยซ้ำ

                “เมาเรือหรือเปล่า” นักรบถาม

                “ไม่ค่ะ” 

                “ดี ถ้างั้นเราจะไปสปีดโบ้ท เรือจะกระแทกหน่อยแต่ถึงเร็วกว่า”

                นักรบไม่รอให้วาริศาตอบ เขาคว้ามือเธอแล้วพาเดินห่างออกไปจากเรือเฟอรี่ลำใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ก่อนมาหยุดอยู่ที่ชายร่างผอมแกร็นผิวดำเมื่อมซึ่งกำลังตะโกนโหวกเสียงดังไปยังชาวเรือผู้หนึ่ง

                “หวัดดีครับบัง”

                ร่างผอมหันขวับมาอย่างรวดเร็ว และเมื่อได้เห็นว่าเป็นใคร รอยยิ้มยินดีก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าซึ่งเต็มไปด้วยริ้วรอยอย่างคนที่เข้าสู่วัยชรา

                “อ้าวลูกพี่ หายไปนานเลย งวดนี้พาเมียมาด้วย”

                เธอไม่ทันได้แปลกใจกับการเรียกขานกันของบุคคลทั้งสอง เพราะมัวตกตะลึงกับสถานะใหม่ของตัวเองที่ได้มาอย่างรวดเร็ว

                วาริศาหันขวับไปมองนักรบ และเธอก็ต้องแปลกใจ เพราะแทนที่เขาจะมีสีหน้าไม่พอใจกลับกลายเป็นตรงกันข้าม ชายหนุ่มยิ้มก่อนแก้ไขความเข้าใจผิดด้วยคำพูดที่ทำให้วาริศารู้สึกเหมือนถูกทุบหน้าเป็นหนที่สองภายในเวลาไม่ถึงนาที   

                “ยังไม่ได้เป็นเมียหรอกบัง แต่หลังจากขึ้นเกาะแล้วก็ไม่แน่ เพราะเธออยากได้ผมมากๆ”

                “คุณรบ” วาริศาร้องเสียงหลง มองใบหน้าหล่อเหลาอันแสนเรียบเฉยเหมือนไม่อยากเชื่อว่าเขาจะพูดอะไรแบบนั้นออกมาได้

                นอกจากวาริศาแล้วคงจะเป็นชายสูงวัยตรงหน้าที่ดูอึ้งไม่แพ้กัน ทว่าสุดท้ายแล้วชายสูงวัยก็คลายความตกตะลึงลงได้ก่อน

                “ฮ่าๆ คุณรบนี่เสน่ห์แรงไม่ใช่เล่น คุณผู้หญิงต้องระวังให้ดี ไม่ใช่คุณคนเดียวหรอกที่อยากเป็นเมียนาย”

                ท่าทางยักคิ้วหลิ่วตาทำหน้ากระหยิมยิ้มย่องของคนพูดทำเอาวาริศาแทบจะครองสติไม่อยู่ เพราะดูเหมือนว่าเธอจะกลายเป็นชะนีน้อยคอยร้องเรียกหาผอสระผัวในสายตาของแกไปเสียแล้ว

                และเหมือนว่านักรบจะรู้ถึงขีดจำกัดทางการควบคุมอารมณ์ของหญิงสาว เขารีบขอกุญแจแล้วดึงร่างเล็กให้ก้าวลงเรือเร็วที่จอดเทียบท่าอยู่ก่อนแล้ว วาริศาฮึดฮัดอยู่ในใจทว่าก็ยอมทำตามอย่างเสียมิได้ 

                ความร้ายกาจ’ ไม่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ แต่คงใช้การคายตะขาบกระมัง นับวันนักรบถึงได้เหมือนเจ้านายเขาเข้าไปทุกที  

 

 

                อารมณ์ขุ่นมัวจางหายไปหลังจากสปีดโบ้ทแล่นออกสู่ท้องทะเลกว้าง แสงแดดจ้ายามเมื่อกระทบกับผืนน้ำให้ความรู้สึกเหมือนว่ามีเพชรเม็ดเล็กๆ อยู่ในเกลียวคลื่นระยิบระยับเต็มไปหมด นานแค่ไหนแล้วที่วาริศาไม่ได้เห็นภาพแบบนี้

                คงนานเท่ากับที่เธอสูญเสียแม่ไปตั้งแต่เก้าขวบ

                คิดมาถึงตรงนี้นัยน์ตาร้อนผ่าวก็รื้นไปด้วยหยาดน้ำ หญิงสาวสลัดความคร่ำครวญออกจากใจ เธอไม่ควรคิดถึงสิ่งที่เรียกร้องกลับคืนมาไม่ได้ เพราะมันจะเป็นการบั่นทอนจิตใจตัวเองเสียเปล่าๆ คนที่สูญเสียแม่ มีใครบ้างไม่เจ็บ แต่ต้องอยู่ให้ได้....ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม

                นักรบเองก็ต้องเผชิญชะตากรรมไม่ต่างจากเธอ อาจจะสาหัสมากกว่าตรงที่เขาไม่เหลือใครอีกแล้วในชีวิต แต่เขาก็สามารถประครองตัวเองอยู่ได้โดยไม่ดิ่งลงเหวไปเสียก่อน ซ้ำยังก้าวมาเป็นชายผู้มีทั้งอำนาจและเงินตราได้อย่างแข็งแกร่งเสียด้วย

                คลื่นลมทะเลกระบี่ไม่รุนแรงมากนักเธอจึงทรงตัวบนเรือเร็วได้โดยไม่ลำบาก นักรบทำหน้าที่ขับเรือได้อย่างชำนาญเหมือนว่าเขาเคยขับมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ประกายแววตาความชื่นชมฉายออกมาจากดวงตากลมใสทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอยังเคืองเขาอยู่แท้ๆ  คนคิดฟุ้งซ่านต้องพ่นลมหายใจออกมา เพราะเสน่ห์แห่งบุรุษเพศอันมากล้นของเขาอย่างไรเล่า เธอถึงได้ทำอะไรบ้าๆ มานับครั้งไม่ถ้วน ใครรู้เข้าก็คงมองเธอไม่ต่างจากผู้หญิงไร้สมองที่เอาเรื่องคอขาดบาดตายมาล้อเล่นกับชีวิตของลูกผู้หญิงแบบนี้

                ไม่มีผู้หญิงดีๆ ที่ไหนทอดกายถวายตัวให้ผู้ชายฟรีๆ ผู้หญิงที่ดีควรเก็บความสาวไว้สำหรับคนที่เห็นคุณค่า

                เธอท่องมาตั้งแต่เล็กจนโต

                แต่ของบางอย่างมันก็มีอายุไข หากไม่ใช้เมื่อถึงเวลา นานวันไปสุดท้ายก็กลายเป็นของไร้ค่าอยู่ดี

                ....ความสาวก็เช่นกัน

                  

                       

                ระยะเวลาในการเดินทางจากฝั่งถึงท่าเทียบเรือเกาะลันตากินเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ทันทีที่ก้าวขึ้นฝั่งก็มีคนกุลีกุจอมาถือกระเป๋าให้ นักรบพูดคุยกับชายผู้นั้นสองสามคำก่อนนำเธอไปขึ้นรถสองแถวขนาดเล็ก อากาศร้อนและอาการมึนศีรษะที่เกิดจากการนั่งเรือเป็นระยะเวลานานทำให้วาริศาไม่มีแก่ใจจะถามอะไรเขา เธอนั่งเงียบมาตลอดจนถึงที่หมาย

                “เธอโอเครึเปล่า” นักรบถามเมื่อก้าวมาถึงในล็อบบี้ของโรงแรม เขาเอื้อมมือมาจับปอยผมที่หล่นลงมาปกใบหน้าหวานออกเมื่อเห็นว่าเธอปล่อยให้มันยุ่งเหยิงโดยไม่คิดจัดทรงผมให้เรียบร้อย ใจนึกเป็นห่วงว่าหญิงสาวอาจจะไม่ไหว เพราะการนั่งเรือเร็วเป็นเวลาร่วมชั่วโมงก็หนักหนาเหมือนกันสำหรับคนที่ไม่คุ้นชิน ความรีบร้อนทำให้เขาลืมคิดถึงข้อนี้ไปเลย 

                แม้ความเป็นห่วงของเขาจะฉายชัดเพียงใด แต่วาริศาไม่รับรู้อะไรนอกจากคลื่นหัวใจของตัวเองที่เต้นถี่ขึ้น  เมื่อได้รับสัมผัสอ่อนโยนแบบไม่ทันตั้งตัว ดวงตากลมโตหลุบต่ำปกปิดอาการหวั่นไหว

                “ฉันโอเคค่ะ แค่มึนๆ นิดหน่อย อาจเป็นเพราะหิว”

                “จริงด้วย เรายังไม่ได้กินมื้อกลางวันเลย นี่ก็ใกล้บ่ายสามแล้ว เดี๋ยวสั่งอะไรขึ้นไปกินบนห้องก็แล้วกันนะ เธอจะได้พักผ่อนด้วย”

                วาริศาพยักหน้าหงึกหงัก ออกอาการประหม่าเมื่อร่างสูงยืนใกล้เธอชนิดที่สัมผัสได้ถึงลมหายใจ ซ้ำยังส่งกระแสความอ่อนโยนมาทำให้เธอหวั่นไหวอย่างไม่ลดละ  

                ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยต้องดิ้นตายเมื่อเจอไม้นี้

                “หนึ่งห้องเตียงเดี่ยวนะคะ”

                เพราะมัวแต่ล่องลอยกับความหวานละมุนจนไม่ทันได้สนใจว่านักรบหันกลับไปคุยกับพนักงานประจำรีเซฟชั่นตั้งแต่เมื่อไหร่ และไม่ทันได้ฟังด้วยว่าเขากล่าวอะไรก่อนหน้านี้ กระทั่งข้อความจากเสียงหวานกังวานของพนักงานสาวดึงสติเธอกลับมา

                “ครับ” นักรบตอบตกลง

                วาริศารีบเดินรี่มาประกบนักรบอย่างรวดเร็ว “เมื่อกี้ฉันได้ยินว่าคุณจองหนึ่งห้อง”

                ร่างสูงพยักหน้าพลางจรดปลายปากกาบนใบเสร็จโดยไม่สนใจสีหน้าร้อนรนของคนมาด้วย วาริศาต้องกระตุกเสื้อยืดสีดำนั่น ชายหนุ่มจึงหันมาสนใจเธอ

                “อะไร”

                “เรามาสองคนนะคะ”

                “ใช่! แล้วไง”

                “ก็ทำไมคุณถึงจองห้องแค่ห้องเดียวล่ะคะ” ถามเสียงตระหนก

                เขาวางปากกาก่อนหันมามองคนที่ทำท่าทางร้อนรนด้วยแววตาเป็นประกายล้อเลียน “เธอเป็นอะไรของเธอกันแน่ ตกลงว่าเธอกำลังต้องการฉัน หรือกำลังกลัวฉัน ปากก็พูดซ้ำๆ ว่าอยากจูบฉัน อยากให้มีอะไรกับฉัน แต่กลับไม่อยากนอนห้องเดียวกัน ทั้งๆ ที่มันเป็นโอกาสทองสำหรับเธอไม่ใช่หรือ” 


------------------------------------------------------------------------------------------------------

//++//อีรบมันตลบหลังแล้ว หนูศาสู้ๆ หนูศาสู้ตาย....//**//


ปล. จุดเปลี่ยนของเรื่องใกล้มาถึงแล้ว ตอนนี้ไรท์เพิ่งอัพไปแค่ 1 ใน 4 ของเนื้อเรื่อง ใจเย็นๆ น้า


แล้วก็ขายของตามทำเนียม

คุณสิงห์ เจ้านายของนักรบ ฉายาวายร้ายตัวพ่อ มีวางขายแล้วในร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศค่ะ


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,090 ความคิดเห็น

  1. #1364 150221 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 08:10
    55 โอกาสทองมาถึงแล้วนะ
    #1,364
    0
  2. #313 fsn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 13:06
    นางต้องเตรียมบทเรียนที่ละบทคะ ข้ามเลยไม่ได้ นางจะงงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หุๆ
    #313
    0
  3. #309 punpun (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 09:24
    I คุณรบ......อ้อมบ้างก็ได้...หรือว่าได้รับตะขาบจากนายสิงห์มา...ห๊า

    ร้ายแรงกว่าเจ้านายเยอะเลยนะ...ตรงจนรีดม้วนแล้วเนี่ย...

    เดี๋ยวก็ยุให้ ศา ปล้ำจริงๆๆเลย อ่อยอยู่ได้

    # นักรบสายอ่อย

    # นักรบสายตะขาบ

    # นักรบบ้า บ้า บ้า บ้า 555555555
    #309
    1
    • #309-1 อุณหภูมิปกติ(จากตอนที่ 22)
      14 กันยายน 2560 / 11:45
      นักรบบ้าๆ 555
      ฮีบ้าได้มากกว่านี้อีกค่าาาา คอยดู
      #309-1
  4. #308 YulSica (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 01:35
    ตรงไปปปป55555
    #308
    0
  5. #307 cuixian (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 20:16
    แหมม ตารบ
    #307
    0
  6. #306 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 19:08
    อิตานี่น่าตบนัก อยากให้มีใครมาสนนางจัง
    #306
    0
  7. #305 parqabpor (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 18:45
    เบื่อตารบมากกกกก อ่านไปเจ็บหัวใจมันทุกตอน
    แล้วอย่ามาเสียใจทีหลัง ใครมันจะทนได้เท่านี้ไม่มีแล้ว เป็นเราเดินออกมาตั้งแต่ตอนแรกๆละ โดนด่าจนหน้าแห้ง เฮ้อ
    #305
    0
  8. #304 อัศวินสืดำ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 17:23
    หือ มีจุดเปลี่ยนของเรื่องด้วยหรอคะ รู้แล้วยิ่งค้างไปอีกกกก
    #304
    0
  9. #303 Nok (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 15:24
    อิจฉาคนมีเล่มคุณสิงห์ รออีบุคล่ะกัน
    #303
    0
  10. #302 pim_pom (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 15:01
    หลังเสดกิจต่างคนต่างไป นักรบต่อยรู้ใจตัวเอง 555+ มโนนนส
    #302
    0
  11. #301 Sisira ศิศิรา (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 15:01
    ได้คุณสิงห์มาครอบครองแล้ว ก้ออยากจิได้คุณรบมากอดไวๆ 5555
    #301
    0