ร้ายเกินพิกัด [สนพ.แจ่มใส]

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 พรหมจรรย์เป็นของไร้ค่า (1) อัพแก้ไข

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,890
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    7 ม.ค. 61

 



บทที่ 1 พรหมจรรย์เป็นของไร้ค่า 

               

            “มาอีกแล้วเหรอเนี่ย”

นักรบหลุดปากออกมาโดยไม่รักษามารยาท และออกอาการเซ็งอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นว่าพักนี้วาริศาขยันมาที่ผับของเขาบ่อยเหลือเกิน ซ้ำยังดูออกว่าเธอตั้งใจ อ่อยเขาอย่างเปิดเผยอีกด้วย

นักรบเป็นเจ้าของลำดับที่สองของ Diamond Destiny สถานบันเทิงสุดหรูที่ได้รับสืบทอดมาจากเจ้าของลำดับที่หนึ่งซึ่งตอนนี้หนีเข้า ป่าไปแล้วด้วยเหตุผลในเรื่องของ หัวใจ

การตกหลุมรักอานุภาพร้ายแรงพอให้เจ้าป่าทิ้งเขี้ยวเล็บแล้วหวนกลับคืนป่า สุดยอดเลยว่ามั้ยนาย

อย่าเพ้อเจ้อไอ้รบ ฉันขายไดมอนฯ ให้คนอื่นได้นะ ถ้าแกไม่อยากเอา เชื่อเลยว่าฉันได้กำไรเยอะกว่าแน่นอนจอมทัพหน้าคว่ำอย่างที่เป็นเสมอยามไม่พอใจ คงมีแค่ไม่กี่คนที่รู้ว่านั่นเป็นแค่ เปลือกของวายร้ายผู้แสนดี นักรบคือหนึ่งในนั้น เขาจึงยืนยิ้มอยู่ได้โดยไม่เผ่นแนบไปเสียก่อน    

เรื่องอะไรจะยอม นายสิงห์อยากจะทิ้งที่นี่ไป ผมก็จะยอมลำบากดูแลมันต่อให้ นายวางใจเถอะ

จอมทัพ กาญจวัฒน์ ทายาทเหมืองแร่กาญจวัฒน์สร้างที่นี่ขึ้นมาโดยมีเขาเป็นคู่หูเคียงบ่าเคียงไหล่ นักรบไม่ได้โกรธเคืองที่หากวันหนึ่งจอมทัพจะทิ้งที่นี่ไป แต่โกรธมากเพราะนอกจาก Diamond Destiny แล้ว เจ้านายยังทิ้งหญิงสาวจอมน่ารำคาญไว้เป็นภาระเขาอีกหนึ่งคน จอมทัพนำพาเธอเข้ามาในชีวิตเขา แต่พอถึงเวลาจะไปกลับไม่เอาไปด้วย

เซ็งเป็นบ้า

                วาริศาไม่แน่ใจว่าตัวเองแสดงสีหน้าอย่างไรออกไปเมื่อได้ยินคำถามที่เหมือนไม่ใช่คำถามนั่น แต่เธอมั่นใจว่าตนพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่ตื่นตระหนกแล้วถอดใจไปเสียก่อน

                “ถามแบบนี้ไม่รู้จะตอบยังไงเลยนะคะ คุณไม่ชอบให้ลูกค้ามาแล้วมาอีกเหรอ แปลกจัง”

                “ถ้ามาแค่อุดหนุนก็คงดี” นักรบพูดขึ้นมาลอยๆ ทำเอาบรรดาลูกน้องที่ยืนรอรับคำสั่งราวสามสี่คนพากันกลั้นยิ้ม

                “คุณว่าไงนะคะ” เธอได้ยิน แต่แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินจะดีกว่า

                “คุณมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่า” นักรบถาม แต่เลื่อนสายตาจากใบหน้าสวยที่ถูกแต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างดีมามองแท็บเล็ตในมือแทน แสดงออกชัดเจนว่าเขากำลังยุ่งเป็นอย่างมาก และไม่พร้อมจะคุยกับเธอในทุกๆ เรื่อง  

                “ก็...เราสองคนรู้จักกัน ทักทายกันก็เป็นเรื่องปกตินี่คะ จำเป็นต้องมีธุระอะไรด้วยเหรอ”

                “ถ้าแค่นั้นก็สวัสดีครับ ทักทายเสร็จแล้วผมคงต้องขอตัวเพราะว่ามีงานต้องทำ”

                กระนั้นอีกฝ่ายก็ดูเหมือนคนหูหนวกตาบอด ทำเหมือนไม่รู้ไม่เห็นกับพฤติกรรมที่บ่งบอกว่าไม่อยากคุยกับเธอ ห้านาทีที่แล้วเธอยอมรับว่าประหม่า แต่เมื่อก้าวผ่านจุดนั้นมาได้ คำว่า กล้าได้กล้าเสียยังเรียกว่าน้อยเกินไปสำหรับนิยามของตัวเธอในตอนนี้

                นักรบไม่อยากสนใจ เขาหันไปสั่งงานลูกน้องสองสามประโยคก่อนทุกคนจะพากันแยกย้าย รวมถึงตัวเขาเองด้วย ทว่านั่นกลับกลายเป็นการเปิดโอกาสให้วาริศาเข้าถึงตัวอย่างช่วยไม่ได้

                ร่างสูงก้าวขึ้นบันไดซึ่งทอดตัวไปยังชั้นสองอย่างรวดเร็วราวกับว่าร่างของหญิงสาวที่กำลังเดินตามติดนั้นเป็นอากาศธาตุ กระทั่งแน่ใจแล้วว่าเธอคงไม่ละความตั้งใจเป็นแน่แท้จึงหันไปบอกเสียราบเรียบ

                “ผมจะทำงาน ถ้าคุณอยากดื่มอะไรก็สั่งพนักงานได้เลย คุณเป็นเพื่อนเมียเจ้านายผม ไม่คิดเงินเหมือนเดิม”

                “งั้น ฉันขอเข้าไปดูห้องทำงานคุณหน่อยได้ไหม”

                “ไม่ได้”

                “ทำไมละคะ คุณก็คิดว่าฉันเป็นเพื่อนคุณคนหนึ่งก็ได้นี่”

                เจ้าของห้องนิ่งสงบอยู่หน้าประตู พยายามอย่างยิ่งที่จะสงบสติอารมณ์ เขาเป็นผู้ชาย และแน่นอนว่ามีความสนใจในตัวผู้หญิงสวยเช่นเดียวกับปถุชนทั่วไป แต่กับวาริศา...ไม่ใช่ ไม่มีแม้สักนิดที่เขาคิดสนใจเธอ ไม่ว่าแง่ใดก็ตาม

                เพราะอะไรน่ะหรือ วาริศาคนนี้เป็นหญิงประหลาดที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอ ความสวยของเธอไม่ด้อยเลยก็จริง แต่ไม่ถึงขั้นสะดุดตา คิดๆ ดูแล้ว หากเปรียบกับหญิงสาวที่เขาเคยพบเจอมา วาริศาจัดอยู่ในระดับกลางๆ เท่านั้น

                แต่เรื่องนิสัยแย่ๆ เธอชนะหมดทุกคน

                ปากร้าย ใจถึง กล้าได้กล้าเสีย ตามตื้อผู้ชายโดยไม่อายแม้จะถูกปฏิเสธนับครั้งไม่ถ้วน ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะเป็นเพื่อนของพลอยพัชญ์ ภรรยาผู้แสนดีและน่ารักของเจ้านายเขา

                และก็อีกนั่นแหละ เพราะเธอเป็นเพื่อนของเมียนาย เขาจึงสลัดเธอไม่หลุด จำต้องกล้ำกลืนฝืนรักษาความสัมพันธ์กันต่อไป

                “เราเป็นเพื่อนกันอยู่แล้วครับคุณศา และถ้าคุณคิดแค่นั้นจริงๆ ผมจะยินดีมาก”   

                “แต่ในทุกๆ ความสัมพันธ์ก็มักจะพัฒนามาจากเพื่อน ถูกไหมคะ”

                นักรบพ่นลมหายใจออกมา สถานการณ์ตอนนี้ดูเหมือนว่าการพูดให้วาริศา คิดได้นั้น ยากเย็นยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา ดังนั้นแล้วเขาคงไม่เสียเวลาทำอะไรที่ไม่เกิดผลเป็นแน่

                “คุณจะไม่ให้ฉันเข้าไปข้างในจริงๆ เหรอคะ” วาริศาถามเมื่อเห็นว่านักรบไม่ยอมตอบอะไรสักคำ นัยน์ตาของเขาแม้ไม่ได้มองเธอ วาริศาก็รู้ว่าเขาต้องสะกดกลั้นอารมณ์มากเพียงใด

                “คุณมาเที่ยวหรือมาทำอะไรกันแน่ครับ ถามจริงๆ”

                นักรบถามแต่ไม่รอฟังคำตอบ ชายหนุ่มยอมเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน ไม่คิดจะห้ามเมื่อวาริศาเดินเข้ามาโดยไม่รอฟังคำอนุญาต เขาเดินไปที่โต๊ะ นั่งลงแล้วก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารไม่สนใจเธออีก

                วาริศาถือโอกาสนี้สำรวจห้องทำงานของเขา ก่อนหน้านี้เธอฟังเรื่องเล่าจากพลอยพัชญ์ เพื่อนสนิทที่จับพลัดจับผลูได้เป็นภรรยาของจอมทัพ กาญจนวัฒน์ เจ้าของคนเก่าก่อนเขาจะขายมันให้นักรบ คิดดูแล้วพลอยพัชญ์ก็เล่ารายละเอียดของห้องนี้ได้ดีทีเดียว  ผนังทั้งสามด้านเป็นกระจกใส ติดม่านแบบมู่ลี่บังสายตาจากด้านนอก  โต๊ะทำงานตัวใหญ่วางเด่นหราอยู่กลางห้อง โซฟา เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เป็นโทนสีดำแดง ความมืดยามค่ำคืนเสริมให้บรรยากาศภายในห้องวังเวงอย่างอย่างบอกไม่ถูก เธอคิดว่าหากชายผู้เป็นเจ้าของคนปัจจุบันไม่ใช่นักรบ เธอก็คงไม่กล้าเฉียดเข้ามาแม้แต่เงา  

                ไม่แปลกเลยที่ผู้หญิงขี้กลัวอย่าพลอยพัชญ์จะเป็นลมหมดสติในห้องนี้

                บรรยากาศข้างในนั้นเหมือนห้องทรมานเลยแก อึมครึมไปหมด แถมยังมีผู้ชายตัวใหญ่ๆ ตั้งห้าหกคน หน้าตาอย่างกับโจรห้าร้อย ส่วนคุณสิงห์...ก็เหมือนพวกหัวหน้าโจรไม่มีผิด ที่ดูจะดีหน่อยมีก็แต่คุณนักรบ หน้าตาพอไว้ใจได้ อาจเป็นเพราะเขาใส่แว่นมั้ง ฉันเลยคิดว่าเขาไม่ค่อยน่กลัวเท่าไหร่

                คิดมาถึงตรงนี้วาริศาก็ลอบมองหน้าเขาอีกครั้ง นักรบในตอนนี้ไม่ได้สวมแว่นตาเหมือนก่อน เธอเข้าใจว่าเขาคงใส่คอนแทคเลนส์ ซึ่งมันทำให้ภาพลักษณ์ของเขาเปลี่ยนจากหนุ่มน้อยผู้แสนสดใสเป็นชายผู้เคร่งขรึม

                วาริศาทิ้งตัวนั่งบนโซฟา ตวัดเท้าขึ้นไขว่ห้าง ยกมือกอดอก มองเขาเหมือนกับจะกลืนกินไปทั้งตัว

                เธอรู้ว่านักรบเป็นเสือผู้หญิงคนหนึ่ง รู้ถึงลักษณะการใช้ชีวิตของเขา รู้ว่าผู้หญิงแบบไหนที่ดึงดูดเขาได้ เข้าตำรา รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง 

                ทว่า...คำกล่าวนั้นไม่เป็นจริงสำหรับเธอ เพราะไม่ว่าเธอจะลงสนามรบกี่ร้อยครั้งก็มักเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อยู่ร่ำไป หรือว่า...สิ่งที่เธอรู้มามันยังไม่เพียงพอ

                ยิ่งคิด ดวงตากลมโตก็ยิ่งจับจ้องเขาราวกับจะค้นหาคำตอบจากใบหน้าหล่อเหลาให้ได้เสียเดี๋ยวนั้น

                ในขณะที่ผู้ถูกคุกคามแทบไม่มีสมาธิในการทำงาน แม้ว่าจะพยายามเมินเฉยต่อเธออย่างไรก็ไม่สามารถตัดความรำคาญใจออกไปได้เลย  

                ร่างบางในชุดเดรสสั้นอวดผิวเนื้อขาวนวลอย่างเปิดเผยยังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟารับแขก กิริยาท่านั่งไขว่ห้างของเธอ ส่งผลให้กระโปรงที่สั้นอยู่แล้วร่นขึ้นไปอีก และไม่ว่าเจ้าตัวจะตั้งใจเปิดเผยให้เขาเห็นต้นขาขาวนั้นหรือไม่ นักรบก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยนอกจาก รกสายตา

                “จะมองผมแบบนี้ไปอีกถึงเมื่อไหร่”

                วาริศาสะดุ้งน้อยๆ เมื่อเห็นว่าเขาตวัดสายตาขึ้นมองเธอ วูบแรกเธอรู้สึกกลัว แต่พอตั้งสติได้ความกล้าก็กลับมาอีกครั้ง

                “ฉันกำลังคิดว่า พอคุณถอดแว่นออกแล้ว คุณดูแปลกตาไปมาก” วาริศาตอบพลางโน้มตัวไปด้านหน้า จงใจให้หน้าอกของตัวเองอยู่พอดีกับสายตาของเขา เรียกร้องความหวั่นไหวจากแรงดึงดูดแห่งสตรีเพศ

                นักรบได้แต่กลั้นใจ นอกจากเขาจะไม่รู้สึกอะไรในทำนองนั้นแล้ว เขายังต้องสะกดกลั้นอารมณ์โกรธที่กำลังก่อตัวขึ้นเป็นริ้วๆ อย่างยากลำบาก

                “แต่ผมคิดว่าตอนนี้คุณควรกลับได้แล้ว”

                “ฉันจะรอจนกว่าคุณเลิกงาน แล้วเราจะไปกินข้าวต้มรอบดึกด้วยกัน” วาริศาวางแผนไว้ในหัว และพูดมันออกมาตรงๆ โดยไม่ได้คิดเลยว่าการทึกทักเอาเองแบบนี้จะส่งผลให้เขานักรบมีทรรศนะคติต่อเธอแย่ลง   

                “คุณเลิกคิดเองเออเองดีกว่านะ ผมเลิกงานแล้วก็จะกลับคอนโดฯ เลย ไม่กินข้าวต้มรอบดึกอะไรทั้งนั้น” นักรบบอกเสียงเข้มจริงจัง “คุณกลับไปได้แล้ว”

                “คุณนักรบ ใจร้ายเกินไปแล้วนะคะ” วาริศาลุกขึ้นยืน มองอย่างขุ่นเคือง ใจคอจะปฏิเสธกันอย่างเดียวหรือหรืออย่างไร ไม่เห็นถึงความพยายามของกันบ้างเลย “คุณไม่คิดจะรักษาน้ำใจฉันบ้างเลยหรือไง รู้ไหม ว่าฉันต้องใช้เวลาแค่ไหนกว่าจะมายืนอยู่ตรงหน้าคุณวันนี้”

                “ก็ถ้ามันลำบากมาก คุณเลิกทำเรื่องพวกนี้สักทีสิ”  

                นักรบเอนร่างพิงกับเก้าอี้ อารมณ์เริ่มดีขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นว่าหญิงสาวผู้แสนอดทนต่อคำถากถางและปฏิกิริยาที่เขาแสดงออกในทางลบเริ่มจะทนไม่ไหวขึ้นมาแล้ว

                การขึ้นเป็นใหญ่ สิ่งที่พ่วงมาด้วยคืออำนาจและเงินตรา ซึ่งข้อนี้เขารู้ดีว่าจะต้องบริหารจัดการอย่างไร แต่บางอย่างที่คาดไม่ถึงและไม่ได้เตรียมใจรับมือไว้ก็ทำเอาเขาต้องปวดหัวเหมือนกัน นั่นคือการที่ผู้คนเริ่มให้ความสนอกสนใจในตัวเขามากขึ้น พวกนั้นมองเขาเหมือนบ่อทองคำล้ำค่า ผู้หญิงหลายคนปรารถนาในตัวเขาอย่างจริงจัง ไม่ได้ฉาบฉวยเหมือนเมื่อก่อน เฉกเช่นเดียวกับหญิงสาวตรงหน้า จะคิดว่าเขาดูถูกเธอก็ได้ แต่นักรบรู้ว่าสิ่งที่วาริศาพยายามทำอยู่นั้นไม่ใช่เพราะเธอรักเขา แต่เธอรักสิ่งที่ติดตัวเขามาต่างหาก

                เขาไม่ได้รู้จักวาริศาดี แต่รู้ว่า บ้าผู้ชายของเธออยู่ในระดับที่สูงกว่าหญิงสาวทั่วไป ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่ง ผู้ชายที่วาริศาชื่นชอบจะมีเขารวมอยู่ด้วย 

                “ผมไม่เคยคิดอะไรกับคุณ ต่อให้คุณสวยมากขึ้นกว่านี้ก็ตาม”

                วาริศากัดริมฝีปากแน่น เธอรู้ว่าตัวเองกำลังโดนดูถูก แต่แทนที่จะโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเธอกลับยังนิ่งเฉย

                “แล้วอีกอย่าง ถ้าจะมาเที่ยวคนเดียวอย่าแต่งตัวแบบนี้อีก มันอันตราย ถ้าหากเจอคนไม่ดีเข้าจะลำบากเอาได้ มันไม่คุ้มเลย”

                คนถูกตำหนิหน้าสลดลง จริงอยู่ว่าเธอคาดหวัง...เธอหวังว่านักรบจะสนใจเธอบ้าง สักนิดก็ยังดี แต่ในเมื่อทุกอย่างกลายเป็นเช่นนี้ เธอก็จะคิดแค่ว่าตัวเองยังทำได้ไม่ดีพอ

                แต่เธอจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แล้วถอดใจอย่างแน่นอน

                “งั้นวันนี้ฉันกลับก่อนก็ได้ คุณก็...พักผ่อนบ้างนะคะ เอาไว้คุณว่างเมื่อไหร่เราค่อยไปทานข้าวต้มรอบดึกกันก็ได้” วาริศายอมแพ้ เธอก้มหน้างุด รู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้อย่างไรไม่ทราบ  

                นักรบมองเห็นสีหน้าสลดของวาริศาแล้วก็อดสงสารไม่ได้ นี่แหละคือข้อเสียของเขา ความใจอ่อนถึงอย่างไรก็ตามเขาคิดว่าควรแสดงความห่วงใยสักเล็กน้อยในฐานะเพื่อนมนุษย์  

                “นี่คุณ เอารถมาใช่ไหม”

                ร่างที่กำลังหันหลังจะตรงไปที่ประตูชะงัก หันกลับมาตอบเสียงอ่อยว่า “เปล่า...ฉันขับรถไม่เป็น”

                “อะไรนะ ขับรถไม่เป็นแล้วคุณจะกลับยังไง”

                “แท็กซี่ค่ะ”

                “ใส่ชุดนี้ กลับแท็กซี่ตอนตีหนึ่งเนี่ยนะ” นักรบรบมองร่างเล็กอวบอั่นในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีดำ ดูอย่างไรก็ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะรอดถึงบ้านอย่างปลอดภัยได้

                วาริศาที่หน้าหดอยู่แล้วยิ่งหดลงไปอีก เธอจะบอกเขาอย่างไรดีว่านี่ก็เป็นแผนของเธอเหมือนกัน แต่ดูจากรูปการแล้ว แผนนี้คงเหลวเป็นน้ำ เขาคงไม่มีแก่ใจจะไปส่งเธอแน่ๆ

                “คือว่าฉัน...”

                “บอกผมที ว่านี่ไม่ใช่แผนของคุณ” 


                 สวรรค์วิมานอะไรดลใจให้เขาทำเรื่องบ้าบอแบบนี้ได้

                นักรบคิดในใจอย่างหงุดหงิด ทั้งที่ไม่อยากยุ่งกับวาริศาเลยแต่สุดท้ายกลับต้องมาส่งเธอถึงบ้าน และดูเหมือนว่าหญิงสาวกำลังได้ใจอย่างมากอีกด้วย ดูจากอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาตลอดทางนี่ปะไร ขัดหูขัดตาเป็นบ้า

                “ขอบคุณนะคะ” วาริศายิ้มจนแก้มแทบฉีก ถึงดูเหมือนว่าอะไรๆ จะล้มเหลว ไม่ได้เป็นอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่ก็ไม่ทั้งหมดเสียทีเดียว

                “ไม่ต้องขอบคุณหรอก ผมไม่ได้เต็มใจ แล้วก็เลิกความคิดที่จะทำอะไรแบบนี้ได้แล้ว ไม่มีผู้ชายที่ไหนชอบผู้หญิงที่พยายามจะจับเขาหรอก”

                “ฉันไม่ได้พยายามจับคุณนะคะ แต่ฉันอยากให้คุณ จับฉันมากกว่า”  

                “ถึงบ้านแล้ว” นักรบรีบตัดบท เขาควรจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่สามารถพูดให้คนอย่างวาริศาคิดได้  

                รถจอดสนิทหน้าบ้านหลังใหญ่ในหมู่บ้านจัดสรรย่านนนทบุรี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาส่งเธอ แต่อาจจะเป็นครั้งที่ห้าหรือหกในความพยายามเกินสิบครั้งของหญิงสาว และเขาก็สาบานกับตัวเองแล้วว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย 

                “คุณไม่ชอบฉันที่ตรงไหนเหรอคะ” วาริศาถามตรงๆ แม้เขาจะแสดงออกว่าไม่ชอบเธอ แต่ลึกเธอก็คิดว่านักรบไม่ได้เกลียดเธอมากเท่าที่แสดงออกมา   

                “ทุกตรง” นักรบตอบอย่างไม่ไว้หน้าเหมือนกัน

                คำพูดเหมือนขวานผ่าซากนั้นทำให้วาริศาหน้าชา ใจเธอเต้นแรง บอกไม่ได้ว่าโกรธหรืออายมากกว่ากัน แต่ที่แน่ๆ มันเป็นความรู้สึกที่แย่เอามากๆ “ที่คุณไม่ชอบทุกอย่าง เพราะฉันไม่ดีหรือว่าคุณอคติกันแน่”

                “จะเพราะอะไรก็ตาม ผมไม่ชอบ...”

                นอกจากเหตุผลเรื่องเงินแล้ว เขาก็ไม่รู้เลยว่าเพราะอะไรหญิงสาวที่เป็นเพื่อนของภรรยาเจ้านาย และเป็นคนเดียวกับผู้หญิงที่ค่อนข้างจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเขาเวลาพบหน้าจึงได้หันมาคลั้งไคล้เขาอย่างเอาเป็นเอาตาย  

                “คราวนี้คุณคงคิดได้แล้วว่าควรหยุดพฤติกรรมแบบนี้เสียที มันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา”

                “คุณไม่คิดจะไว้หน้าฉันสักนิดเลยหรือไง อย่างน้อยฉันก็...”

                “เป็นเพื่อนของเมียเจ้านายผม” นักรบต่อให้เสร็จสรรพ นอกจากนิสัยจะแย่ตามที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว เธอยังชอบอ้างสิทธิ์จากการเป็นเพื่อนของเมียเจ้านาย บีบบังคับให้เขาทำตามสิ่งที่เธอต้องการอยู่ร่ำไป

                ฉะนั้นแล้ว เขาจึงไม่เห็นข้อดีใดๆ ในตัวเธอเลย สักนิดก็ไม่มี 

                “แล้วคุณชอบผู้หญิงแบบไหน” วาริศากดเสียงต่ำ ถ้าให้คะแนนความหน้าทนเธอคิดว่าตัวเองคงได้เกรดสี่ วูบหนึ่งเธอเห็นความตระหนกในดวงตาของเขา แน่ล่ะ เป็นเธอ...ลองได้เจอคนแบบตัวเองก็ต้องตระหนกเหมือนกัน

                “คุณอยากได้ผมมากนักหรือไง”

                “ก็...มาก” วาริศาพูดโดยไม่สบตา เธอพยายามวางสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดราวกับว่าเรื่องที่พูดเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป   

                “ยายผู้หญิงบ้า” นักรบเหลืออด เขาไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงแบบเธออยู่บนโลกนี้จริงๆ “ลงไปได้แล้ว ผมจะรีบกลับไปนอน ง่วงจะตายชัก”

                “สรุปว่าคุณชอบผู้หญิงแบบไหน”

                “จะเอาคำตอบให้ได้ใช่ไหม ก็ได้ ผมชอบผู้หญิงสวย ไม่ใช่น่ารัก แต่ต้องสวยมาก ผิวสีแทน นมเล็กแล้วก็สูงร้อยหกสิบห้าขึ้น”

                “โอเค คุณตั้งใจชอบผู้หญิงที่ตรงข้ามกับฉันทุกอย่าง” วาริศาคล้ายบอกกับตัวเองมากกว่า เรื่องสวยเธอไม่ขอออกความเห็น แต่เธอเป็นคนผิวขาวจัด ขาวถึงขนาดที่สมัยเรียนได้ฉายาว่า แป้งขาว’ ‘หยวกกล้อย’ ‘เผือกพันปี หน้าอกก็ใหญ่เกินตัว ส่วนเรื่องความสูง...เธอสูงเลยร้อยห้าสิบเซนติเมตรมาเล็กน้อย ยืนคู่กับเขาเหมือนเสาไฟฟ้ากับหมากระเป๋าไม่มีผิด

     แบบนี้...จะให้เชื่อได้อย่างไรว่าที่เขาตอบมาคือผู้หญิงในแบบที่เขาชอบจริงๆ

                “คุณอยากรู้ว่าผมชอบผู้หญิงแบบไหน ผมก็บอกคุณแล้ว คราวนี้จะลงจากรถได้หรือยัง”

                นาทีต่อมาวาริศาลงมายืนคว้างอยู่ริมถนนหน้าบ้าน มองตามไฟท้ายเมอเซเดซ เบนซ์ค่อยๆ เคลื่อนห่างออกไปจนกระทั่งลับสายตาในที่สุด ...ในหัวว่างเปล่า

                งานนี้บอกได้คำเดียวเลยว่า...

     “พัง”

 

 

           

----------------------------------------------------------------------------------------------------------

อย่าแปลกใจนะคะที่เห็นว่าไรท์อัพตอนที่ 1 - 2 ใหม่
เนื่องจากเนื้อหามีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เหตุผลที่ศารักนักรบมีน้ำหนักมากขึ้นทำให้ต้องปรับบทเล็กน้อย (เล็กน้อยจริงๆ ค่ะ แต่มีผลกับเรื่องพอสมควร)

เพื่อไม่ให้งงว่าทำไมเนื้อหาไม่เหมือนกับในหนังสือ ไรท์จึงขออัพใหม่ให้ตรงกันดีกว่า 

รักนะคะ 



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,090 ความคิดเห็น

  1. #2083 tom247 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 17:54
    อิมเมจเต้ยนี่ตรงกะนักรบจัง
    #2,083
    0
  2. #2079 Chainiranam12 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 14:31
    ว้าว.. นักรบจอแบบนี้... ไม่ใจอ่อนก็ให้มันรู้ไป
    #2,079
    0
  3. #1357 150221 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 22:11
    นางกล้ามากนางเอกไรท์
    #1,357
    0
  4. #245 YulSica (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 16:02
    ศาเอ้ยยย
    #245
    0
  5. #157 fsn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 21:55
    หนูเอ้ย รักตัวเองบ้างไรบ้าง เห็นค่าตัวเองซักนิดนะคะ
    #157
    0
  6. #61 kunkhanok (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 17:21
    หูยยย ฉันแพ้ทางคนอย่างเธอ 555
    #61
    0
  7. #60 Marnyaying (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 15:57
    เลิกอ่อยเหอะ เชิดใส่ดีกว่า
    #60
    0
  8. #59 chernat (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 15:29
    คือพระเอกไม่สนใจนางเอกเลย อ่อยขนาดนี้แต่ไม่ชายตาแลเลยสักนิด เป็นเราคงเฟลจนอยากหนีไปไกลๆ
    #59
    0
  9. #58 pim_pom (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 13:59
    อยากเหนตอนนักรบรู้ใจตัวเองคงสะใจน่าดู 555+
    #58
    0
  10. #57 punpun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 16:07
    ในทุกความสัมพันธ์ก็มักพัฒนามาจากเพื่อน..555

    เอาละสิ..นักรบหนีไม่รอดแน่ๆๆ
    #57
    0
  11. #54 kunkhanok (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 02:59
    ไม่คิดถึงวาริศา แต่คิดถึงปู้จายยยย
    #54
    0
  12. #53 12082010lucas (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 22:15
    วาริศาสู้ๆชูป้ายไฟสูงๆ(เย้ๆ)......😁 นางเอกแบบนี้ที่ชั้นต้องการหน้าด้านหน้าทนด้านได้อายอด อร๊ายยยยยฟินหึหึ(เพราะชีวิตจริงมันทำไม่ได้ไง)
    #53
    1
    • #53-1 อุณหภูมิปกติ(จากตอนที่ 2)
      18 กรกฎาคม 2560 / 22:46
      ใช่ค่ะ การอ่านนิยายคือการหนีโลกของความจริง ฮึกๆ เจอผู้ชายที่อยากจะเข้าไปทำอะไรแบบนั้นเหมือนกันใช่ไหม (ได้แต่เก็บมันเอาไว้)
      #53-1
  13. #52 3760600258 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 22:03
    ดีใจๆๆๆๆมาสักทีรอต่อค่ะ
    #52
    1
  14. #51 Ssupperpoom (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 21:37
    มาแล้ว?วววววว... ต่อ?เลย?
    #51
    1
  15. #50 Moonlight_597 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 21:36
    รีบมาต่อเลยน้าเค้าคิดถึงไรท์มากๆ
    #50
    1