ร้ายเกินพิกัด [สนพ.แจ่มใส]

ตอนที่ 17 : บทที่ 8 กอด (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,722
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    24 ส.ค. 60




                “คุณก็รู้ว่าฉันมีเวลาไม่มาก ฉันดีใจนะคะที่คุณยอมเป็นแฟนกับฉัน แต่ว่า...ทำไมฉันถึงได้รู้สึกเหมือนเราไม่ได้เป็นอะไรกันเลย เรายังห่างเหินกันจนฉันคิดว่า...อุ้ย!

                ไม่รอให้พูดจบ..นักรบคว้าร่างเล็กลงมาแนบกาย ตวัดมือกอดรัดเอวบางจนชิดกับลำตัวแข็งแกร่ง มืออีกข้างกดศีรษะเล็กแนบกับอก รวดเร็วจนเหมือนทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาที กว่าคนถูกกอดจะรู้สึกตัวก็จนเมื่อได้ยินเสียงทุ้มถามขึ้นเบาๆ

                “แบบนี้ใช่มั้ย ถึงจะเรียกว่าแฟน”

                น่าแปลกที่สติเธอรับรู้ดีทุกประการ แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อ พูดไม่ออก แค่หายใจให้ปกติยังลำบาก ดังนั้นคำถามของเขาจึงกลายเป็นเพียงสายลมผ่านพัดไปวูบหนึ่งจากนั้นก็ลืมเลือน  

                “แฟนที่ดีไม่ควรขัดจังหวะการดูบอลคู่โปรดนะ เธอควรเรียนรู้เอาไว้”   

                เสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ของคนในอ้อมกอดคือคำตอบ นักรบเผลอยิ้ม ดูเหมือนว่าวาริศาคนนี้จะไม่แน่จริงอย่างที่ปากพูดไว้เลย

                วาริศาได้แต่กัดปากตัวเองระงับความประหม่า สาบานได้เธอไม่เคยใกล้ชิดชายใดจนได้ยินเสียงหัวใจเขาชัดเท่านี้มาก่อน  ประสบการณ์ของสาววัยย่างยี่สิบหกปีอย่างเธอช่างน้อยนิดนัก เหมือนเธอเติบโตในกล่องสี่เหลี่ยมแต่ดันคิดว่าตัวเองรู้จักโลกใบนี้มากกว่าใครๆ ทั้งที่จริงๆ แล้ว สิ่งที่เธอเข้าใจว่ารู้ดีมันเป็นเพียงแค่จิตนาการจากคำบอกเล่าของคนอื่นเพียงเท่านั้น

                เธอไม่เข้าใจแม้แต่คำว่า กอดจนวันนี้  

                “ฉันเข้าใจแล้ว”

                “เข้าใจอะไร”

                หัวใจวาริศาเต้นแรงขึ้นอีกครั้งกับคำถามของเขา เธอกำลังจะสูญเสียความมั่นใจทั้งหมดที่เคยมี วาริศาที่ใครต่อใครรู้จักคือผู้หญิงกล้าพูดกล้าคิดกล้าแสดงออก แต่ตอนนี้เธอเหมือนกับคนเป็นใบ้ไม่เป็นตัวของตัวเอง

                “เข้าใจว่าแฟนที่ดีไม่ควรขัดจังหวะการดูฟุตบอลคู่โปรดไงคะ” เธอขยับตัวออกจากร่างหนาฝืนทำตัวปกติ เสี้ยววินาทีหนึ่งดวงตาสีสนิมหลุบต่ำลงสบตากับเธอเข้าพอดี แสงสว่างในดวงตาคู่นั้นส่งผลให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบ

                วาริศารีบผละกายแล้วลุกขึ้นอย่างรวดเร็วจนร่างโงนเงน ต่อให้เธอคิดว่า อ้อมกอดของเขาดีมากเพียงใด แต่เธอก็ครองสติให้สงบอยู่ไม่ได้จริงๆ

                นักรบลุกขึ้นนั่ง ใช้สองแขนยันพื้นไว้ก่อนเงยหน้ามอง “เธอโอเคใช่มั้ย”

                “โอเค้” วาริศาตอบเสียงสูง ใบหน้าหวานแดงเรื่อตั้งแต่พวงแก้มเรื่อยไปจนจนถึงใบหู “ฉัน....ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”

                บอกแล้วก็รีบเดินเร็วๆ จนเกือบกลายเป็นวิ่ง ถ้าหายตัวได้ก็คงทำไปแล้ว

                หญิงสาวปิดประตูแล้วตั้งสติด้วยการเท้ามือทั้งสองกับขอบอ่างล้างหน้า มองตัวเองในกระจก พยายามควบคุมลมหายใจ  

                ....เป็นครั้งแรกที่เธอทนกับการถูกมองไม่ได้

                “เป็นอะไรวะศา แกหน้าด้านขนาดนี้ยังจะอายกับเรื่องแค่นี้อีก” มือบางยกขึ้นลูบหน้าตัวเอง คิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ก็ยังรู้สึกร้อนวูบวาบไม่หาย เขากอดเธอ ซ้ำยังมองเธอด้วยสายตาแบบนั้น เป็นใครจะทนเฉยอยู่ได้

                นี่ขนาดแค่กอด ถ้าหากว่าได้จูบกันจริงๆ ล่ะ สองขาเธอจะแข็งแรงพอที่จะยืนรับจูบของเขาได้หรือไม่

                ถ้าหากสถานการณ์นั้นมาถึงจริงๆ เธอคงต้องให้เขาหาเก้าอี้ให้เธอก่อน

                ความคิดฟุ้งซ่านไม่สามารถหยุดลงได้จริงๆ ถ้านักรบได้รู้ถึงความคิดอันเหลวไหลของเธอเขาคงทำหน้าไม่ถูกแน่ๆ

 

 

               

                แม้ว่าการแข่งขันฟุตบอลของทีมโปรดกำลังเข้าสู่ช่วงที่บีบคั้นมากที่สุดด้วยเรื่องของเวลาที่เหลือเพียงน้อยนิดและสกอร์ซึ่งเวลานี้ยังเสมออยู่หนึ่งต่อหนึ่ง ทว่านักรบกลับหมดความสนใจไปโดยไม่รู้ตัว ฃ

                เขาลุกขึ้น คว้าหมอนที่ใช้หนุนศีรษะโยนขึ้นไปบนโซฟา ก่อนเดินไปหยุดรอคนที่หายเข้าห้องน้ำไปเกือบสิบนาทีที่หน้าประตู

                วาริศาที่ไม่รู้ความเคลื่อนไหวจากภายนอก เธอคิดว่านักรบคงเลิกสนใจเธอและกลับไปดูรายการฟุตบอลดังเดิมแล้ว ส่วนเธอก็แค่คิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะเผชิญหน้ากับเขาได้อีกครั้ง หรือว่าเธอจะหาโอกาสออกไปซื้อของ...ไม่ก็หนีกลับบ้านไปเลย  

                “ว้าย!” 

                เพราะมัวแต่คิดฟุ้งซ่าน วาริศาจึงเปิดประตูห้องน้ำและเดินออกมาโดยไม่ทันระวังเป็นเหตุให้ชนเข้ากับร่างสูงจนหงายหลัง นักรบรีบคว้าร่างเธอเข้ามากอดไว้แนบอก สีหน้าที่นิ่งสงบเป็นนิจตกใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะหากเขาไม่เร็วพอวาริศาคงล้มหัวฟาดพื้นไปแล้ว งานนี้ไม่ตายก็พิการแน่ๆ  

                “ระวังด้วยสิ”

                วาริศาเบิกตากว้างเมื่อรับรู้ว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของนักรบเป็นหนที่สอง เขาคงนึกดูถูกว่าเธอช่างไร้เดียงสา เป็นผู้หญิงทื่อที่สุดตั้งแต่เขาเคยพบมา เพราะเธอรู้ดีว่าตนไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกในอ้อมกอดของเขา และคงไม่ใครยืนเป็นใบ้เหมือนเธอแน่ อันที่จริงเธอควรฉวยโอกาสแห่งความใกล้ชิดนี้โปรยเสน่ห์ให้เขาหลงรัก แต่ทำไม...แทนที่เธอจะทำอะไรสักอย่างกลับเอาแต่ยืนจ้องเขาตาไม่กระพริบ

                “วาริศาคนนี้ดูไม่เป็นปกติเลยนะ ผู้หญิงใจกล้า ปากเก่งคนก่อนหายไปไหนแล้ว” นักรบยังไม่คลายอ้อมกอด เขาคิดว่าตัวเองเริ่มรู้จักวาริศามากขึ้นแล้วและนี่ก็เป็นหนึ่งในจุดอ่อนของเธอ แค่ผู้ชายกอดนิดหน่อยก็ทำท่าเหมือนจะเป็นลม แล้วยังหวังอยากจะนอนกับเขาอีกหรือ เธอคิดว่าการนอนกับผู้ชายคืออะไรกันแน่ ดูดาว จับมือกัน แล้วหลับไปแค่นั้นหรือไง

                “คุณดูบอลจบแล้วเหรอคะ” วาริศาถามเสียงสั่น พลางเหลือบตามองไปที่โทรทัศน์ ภาพเคลื่อนไหวไกลๆ บวกกับเสียงผู้บรรยายยังดังอย่างต่อเนื่องเป็นคำตอบ เธอหันกลับมามองหน้าเขาอีกครั้งก็พบว่าเขากำลังมองเธอไม่วางตา

                ร่างเล็กใช้แขนทั้งสองข้างดันตัวเขาออกทว่าก็ไม่ได้ช่วยให้เธอหลุดจากอ้อมกอดเขาได้โดยง่าย จนเริ่มไม่แน่ใจว่านักรบคนที่ผลักไสเกรี้ยวกราดใส่เธออยู่เสมอกับนักรบคนที่พยายามกอดเธออยู่คนนี้...คนไหนน่ากลัวมากกว่ากัน  

                “ช่างเถอะ...ฉันคิดว่ามีอย่างอื่นน่าสนใจมากกว่า”

                “อะไรคะ ว้าย!

                วาริศาแผดเสียงร้องเมื่ออยู่ดีๆ ร่างเธอก็ลอยวืดขึ้นจากพื้นมาอยู่บนท่อนแขนแข็งแกร่ง อารามกลัวตกหญิงสาวจึงโอบรอบคอเขาไว้แน่น และในขณะที่ใบหน้าเคร่งขรึมเป็นนิจปรากฏรอยยิ้มบางๆ ซึ่งเธอมั่นใจว่าเธอไม่เคยเห็นมันบนหน้าของเขามาก่อน

                ....และเธอก็ไม่ปรารถนาอยากจะเห็นด้วย  

                นักรบหมุนกายอย่างรวดเร็วราวกับว่าร่างที่อุ้มอยู่นั้นเป็นปุยนุ่น เขาเดินตรงที่บันได ก้าวเร็วๆ เพียงแค่ชั่วอึดใจก็ถึงชั้นสอง วาริศาตัวสั่นงันงก แม้จะไม่มีประสบการณ์ในทำนองนี้มาก่อนเธอก็รู้ว่าเขาคงไม่พาเธอไปชมนกชมไม้ในห้องนอนแน่ๆ หรือว่าสิ่งที่เธอวาดฝันมาตลอดกำลังจะเป็นจริงแล้วในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เขากับเธอกำลังจะมีความสัมพันธ์กันอย่างชายหญิง เป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับชายผิวสีแทน ร่างกายกำยำ หล่อร้าย อันตราย ทว่าชวนฝัน

                แต่ทำไม...เธอถึงได้รู้สึกเหมือนว่า กลัวมากกว่าดีใจกันเล่า

                “คุณรบ คุณจะทำอะไรคะ”

                “สาบานว่าไม่รู้”

                คำตอบของเขานั้นชัดเจนแล้ว เธอไม่น่าถามให้โง่ แต่ไม่ทันที่เธอจะได้โต้ตอบกลับไปร่างบางกลับต้องสะดุ้งเมื่อแผ่นหลังสัมผัสเข้ากับที่นอนนุ่ม ร่างสูงโถมทับลงมา กักเธอไว้ด้วยแขนซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้าม ความสับสนในใจทำให้เธอไม่รู้ว่าจะจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไรดี เธอควรจะยอมเขาหรือขัดขืน และถ้าหากขัดขืน โอกาสแบบนี้จะมาถึงเธออีกเมื่อไหร่ เธอจะต้องกลายเป็นหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องจนถึงวันได้แต่งงานกับหนุ่มหน้าจืดใส่แว่นหนาอย่างนั้นหรือ

                เธอโต้เถียงกับตัวเองอยู่ในใจ กระทั่งเมื่อดวงตาสีสนิมจ้องเข้าไปในดวงตาของเธอเหมือนจะสะกดจิตให้เชื่อฟัง นาทีนั้นวาริศารู้แล้วว่าเธอไม่อาจทนวางเฉยได้จริงๆ  

                “อย่านะคะ คุณอย่าทำอะไรฉันนะคะคุณรบ” เธอดันหน้าอกคนที่อยู่บนตัวเธอโดยใช้แรงทั้งหมดเท่าที่มี แต่ร่างนั้นกลับเพียงแค่ไหวเล็กน้อยเท่านั้น เขารวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะในขณะที่อีกมือคว้าหมับเข้าที่สะโพกกลมกลึงและกดมันไว้กับเตียง

                “เธอต้องการไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงได้ขัดขืน”

                “ฉันต้องการ แต่ก็ต้องรอให้คุณชอบฉันก่อนสิ”

                “ฉันก็ชอบเธอ”

                นักรบตอบหน้าตาเฉยโดยไม่สนใจเลยว่าคนฟังนั้นใจสั่นเพียงใด วาริศาไม่แน่ใจว่าเขาจะชอบเธอจริงๆ เพราะเธอรู้ดีว่าการบอกแบบส่งๆ กับบอกด้วยหัวใจมันต่างกัน

                “ไม่จริง ฉันไม่เห็นรู้สึกเลยว่าคุณชอบฉัน”

                “ผู้ชายทุกคน ชอบร่างกายของผู้หญิงทั้งนั้น ยิ่งขาวๆ แบบเธอเนี่ย” นักรบจงใจใช้นิ้วข้างที่กดสะโพกลูบไล้เข้าไปในชายเสื้อ เมื่อเห็นว่าใบหน้าหวานแดงขึ้นเขาก็ยิ้มย่องอยู่ในใจอย่างผู้ชนะ

                “ไม่ใช่แบบนั้นนะ นี่...ปล่อยนะคะ”

                “ทำไมล่ะ ในเมื่อที่เธอมาตามฉันอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะต้องการให้ฉันได้เป็นคนแรกของเธอ จะช้าจะเร็วเธอก็คิดจะยอมฉันอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง หรือว่าเธอไม่ได้คิดแบบนั้น”

                คำพูดของนักรบทำให้วาริศาหยุดชะงัก ที่เขาพูดมามันจริงทั้งหมด เธอเป็นหญิงสาวยี่สิบหกปีที่ถูกสอนให้รักนวลสงวนตัว เธอรู้ว่ามันเป็นผลดีกับตัวเธอ เธอจะมีศักดิ์ศรีและผู้ชายก็จะเห็นคุณค่า แต่วาริศาคนนี้ก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง มีความอยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติของฮอร์โมนวัยสาว เธอมีสิทธิ์ที่จะรู้ไม่ใช่หรือ ในเมื่อเธอก็ผ่านร้อนผ่านหนาวจนเลยวัยบรรลุนิติภาวะมาแล้วหลายปี เธอมีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะเรียนรู้มันจากชายที่เธอชื่นชอบ...ไม่ใช่หรือไง  

                ดังนั้น...ถ้าหากว่าอยากรู้ เธอก็ควรจะได้รู้

                หญิงสาวหลับตาลง เหมือนคนที่ยืนอยู่ในความมืด แม้จะกลัวแต่ก็ตัดสินใจแล้ว

                การกลั้นใจรอรับสัมผัสจากเขาเหมือนว่านานชั่วกัปชั่วกัลป์ นานจนเธอคิดว่าเวลานี้นักรบไม่ได้อยู่บนตัวเธอแล้ว

                วาริศาลืมตาโพลง ภาพแรกที่เห็นคือร่างสูงขยับไปอยู่ที่ปลายเตียง มองเธอด้วยดวงตาวาววับเหมือนอยากจะหัวเราะ

                “คุณรบ” วาริศายันตัวเองขึ้น รู้ในนาทีนั้นว่าตนถูกเขาปั่นหัวเข้าให้แล้ว 

                “ฉันก็อยากจะทำอะไรๆ แบบนั้นกับผู้หญิงสักคนนะ แต่คิดดูแล้ว...ไว้วันหลังดีกว่า ตอนนี้ฉันไม่ว่างมากพอที่จะสอนเธอตั้งแต่ขั้นแรก เพราะดูแล้วเธอไม่มีความรู้พื้นฐานเลยสักนิดเดียว”

                “คุณแกล้งฉัน”

                “เปล่า”

                “คนเลว”

                “ฉันเลวที่ฉันไม่ทำอะไรเธองั้นเหรอ”

                ยิ่งเธอโมโหเขาก็ยิ่งยียวน หญิงสาวทนไม่ไหวคว้าเอาหมอนที่อยู่ใกล้มึงคว้างใส่ใบหน้าเรียบเฉยนั่นเต็มแรง  

                นักรบปัดได้ทันเพราะเขาถูกฝึกมาให้ไว้ต่อสิ่งที่จะเข้ามาปะทะอยู่แล้ว แค่หมอนเบาๆ ไม่สามารถทำอะไรเขาได้แน่นอน และถึงแม้ว่าจะเจ็บตัวนิดหน่อยมันก็คุ้มค่า ที่สุดท้ายแล้วเขาทำให้วาริศาต้องเสียความมั่นใจ เจ้าหล่อนจะได้เข้าใจเสียทีว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นมันไร้ประโยชน์

                พลัก!

                เพราะมัวแต่คิด คนที่ไวต่อสิ่งปะทะกลับโดนหมอนลูกที่สองปลิวมาถูกหน้าอย่างจังจนมึนไปหมด ทันทีที่ตั้งสติได้เขาก็เห็นว่าวาริศากำลังคว้าเอานาฬิกาปลุกบนหัวเตียงมาถือไว้ ขนาดของมันบวกกับวัสดุที่ใช้คงทำให้เขาได้เลือดแน่ๆ งานนี้   

                “หยุดนะ”

                เขาสั่งเสียงเข้ม วาริศากัดริมฝีปากแน่น เธอโกรธจริงๆ แต่ไม่ได้โกรธเขา เธอโกรธตัวเองมากกว่าที่กลายเป็นผู้หญิงที่ไม่ประสีประสา เธอโกรธที่ต่อให้ศึกษาทฤษฎีมาเท่าไหร่ แต่พอถึงสถานการณ์จริงเธอกลับแสดงออกได้แย่เอามากๆ จนกลายเป็นตัวตลก

                มือเล็กที่ถือนาฬิกาปลุกตกลงข้างตัว เธอหลบดวงตาเข้มที่มองมา แล้วรีบพาตัวเองลงมาจากเตียงนอนของเขาก่อนสาวเท้าเร็วๆ ลงไปยังชั้นล่าง ความรู้สึกเหมือนกับกำลังเล่นบทนางเอกซึ่งอยู่ในซีนอารมณ์ที่น้อยใจถึงขีดสุด เธอไม่ใช่นางร้ายที่จะไล่ปล้ำเขาอีกแล้ว

                “วาริศา” นักรบเดินตามมาคว้าข้อมือเล็กไว้ได้ทันเมื่อเท้าสัมผัสกับพื้นไม้ปาเก้ของชั้นล่าง เขาเริ่มรู้สึกผิดที่ล้อเล่นกับความรู้สึกของเธอมากเกินไป “เป็นอะไรไป”

                วาริศาจำต้องหันมามองเขา เธอกลั้นใจพูดเพื่อหวังให้ตัวเองได้ออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด “วันนี้ฉันยอมแพ้ค่ะ แต่อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะเกมยังไม่จบ และที่ฉันไปในวันนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าฉัยถอย แค่กลับไปตั้งหลัก”

                “ไม่!

                นักรบบอกเสียงหนักแน่น ดึงร่างบางกลับมาเมื่อเธอทำท่าจะหันไปคว้าเอากระเป๋าถือที่วางอยู่บนโต๊ะ วาริศาได้แต่ก้มมองพื้น สีหน้าบ่งบอกว่าเธอไม่สนุกแล้ว

                “ฉันหิวข้าวแล้ว ไปกินข้าวกัน”

                “แต่ฉันไม่หิว อีกอย่างคุณบอกเองว่าวันนี้รถจะติด”

                “รถติดก็ไม่เห็นแปลก กรุงเทพรถติดทุกวันเป็นปกติอยู่แล้ว”

                ครั้งแรกที่วาริศารู้สึกว่าเขาไม่ควรมีปากเลยจริงๆ ถ้าเป็นเป็นใบ้จะดีมากด้วย

                หญิงสาวขืนตัวไม่ยอมแต่ก็แพ้แรงผู้ชาย เขากระตุกมือทีเดียวร่างเล็กก็ถลาเข้ามาหา ชายหนุ่มหยิบกระเป๋ากับกุญแจรถ เดินไปสวมรองเท้า เขาทำทุกอย่างเป็นปกติยกเว้นอย่างเดียวคือเขาไม่ยอมปล่อยมือจากเธอ 


---------------------------------------------------------------------------------------------------

//ไปโปรยเสน่ห์ให้เขา หรือจะไปตกหลุมรักเขากันแน่รบ เอาดีๆ//


ปล. ติดตามความเคลื่อนไหวของ คุณสิงห์ที่เพจ Love by jamsai และ เพจอุณหภูมิปกติ


ปล. 2 จะว่าไปก็นานอยู่เหมือนกันนะคะ T T กว่าคุณสิงห์จะวางแผง 
แต่เชื่อเถอะว่า สนพ. อยากให้หนังสือเล่มนี้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดจริงๆ
ซึ่งกำหนดอย่างไม่เป็นทางการคือวันที่ 7 กันยายน เลื่อนจากกำหนดเดิมเล็กน้อย
อย่าเพิ่งหนีไปไหนนะคะ คุณสิงห์ของร้อง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,090 ความคิดเห็น

  1. #258 fsn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 14:41
    น่ารักอะคะ คู่นี้ คุณรบเนี้ย ฮาร์ดคอร์ เจงๆๆ หุๆ
    #258
    0
  2. #256 YulSica (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 17:21
    ไม่รู้ใครจะรักใครก่อน
    #256
    0
  3. #234 ninitkamon (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 20:45
    รอนะค้าา
    #234
    0
  4. #222 ploy_aphinya (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 19:09
    อ่านแล้วสะเทือนใจแทนศาเลย. จะร้องให้ตามแล้วเนี่ย มาต่ออีกเยอะๆนร้าาาารอคะๆๆ
    #222
    0
  5. #220 drn_ptk (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 09:16
    รอให้ศาเทก่อนเถอะถึงจะรู้ใจตัวเอง. รอสมน้ำหน้า555555
    #220
    0
  6. #219 punpun (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 08:38
    นักรบ...ต้องมีมือที่สามป่ะ ถึงจะรู้ใจตัวเอง....

    เริ่มชอบศาแล้วล่ะสิ...555
    #219
    0
  7. #218 Nok (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 05:22
    รบเหมือนคุณสิงห์อ่ะ ปากแข็งจนเกือบจะเสียรักแท้ไปในวันที่รู้ใจตัวเอง
    #218
    0
  8. #217 อัศวินสืดำ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 23:43
    เอ๊ คุณรบนี่จะรับหรือรุกกันแน่ พลิกบทไปมาจนศาหัวปั่นไปหมดแย้ว
    #217
    0
  9. #216 kunkhanok (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 23:21
    เราชอบสำนวนไรท์เขียนมากเลย อ่านเเล้วรู้สึกใจหวิวแทนศา
    #216
    0
  10. #215 Chanannn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 22:28
    โอ๊ยยย อ่านแล้วจี๊ดๆที่ใจ ชอบอ่ะ รอวันที่นักรบโดนทิ้งนะอิอิ
    #215
    0
  11. #214 Sasiprapamind (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 22:13
    นักรบเริ่มหลงเสน่เข้าให้แล้วแน่ๆ / ไรท์มาอัพต่อไวๆนะคะ ชอบมากกก
    #214
    0
  12. #213 pim_pom (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 22:10
    แม้นักรบ ระวังจะตกหลุมรักริศาและรู้หัวใจในวันที่สายเกินไปนะจ่ะ
    #213
    0
  13. #212 fifa#lala (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 22:06
    คุณรบทำไรอะ
    #212
    0
  14. #211 Phannipha(Ying) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 22:04
    ฟินหนักมากกกกกก
    #211
    0
  15. #210 Fongnommmmm (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 22:01
    อยากได้คุณสิงห์หนักมากกกก ขออีบุคมาก่อนเลยได้มั้ยคะ
    #210
    0
  16. #209 phanphanat (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 21:56
    รบจ๊ะ ปรึกษาคุณสิงห์ด่วน ประสบการณ์โชกโชนนะคนนั้น
    #209
    0
  17. #208 Fenemachy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 21:39
    พอคุณสิงห์ออกปุ๊บ เรื่องนี้ก็ออกต่อเลยได้มั้ยคะไรท์ 55555
    #208
    1
    • #208-1 อุณหภูมิปกติ(จากตอนที่ 17)
      22 สิงหาคม 2560 / 21:43
      ขอกระทิงแดงด่วนค่ะ ถ้างั้น
      #208-1
  18. #207 kakfern23 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 21:26
    ไหนว่าไม่สนงัย แล้วนี้อาร่ายยยย
    #207
    1