ร้ายเกินพิกัด [สนพ.แจ่มใส]

ตอนที่ 16 : บทที่ 7 ผู้หญิงสมบุรณ์แบบ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,875
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    21 ส.ค. 60

     



                “ฉันคิดว่าเธอจะทำสวยมาแบบจัดเต็มเสียอีก”

                นักรบเอ่ยขึ้นหลังจากสั่งอาหารเสร็จ วาริศาเวลานี้ยังอยู่ในอาการนิ่งเหมือนคนกำลังคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา ซ้ำเสื้อผ้าหน้าผมก็ไม่ได้รับการแต่งเติมอะไรเป็นพิเศษ เธอยังสวมชุดคล้ายกับเมื่อวาน ใบหน้าก็ไร้สีสันมีเพียงแค่ลิปสติกมันวาวแบบไร้สีเพียงเท่านั้น

                วาริศาขยับคางออกจากมือข้างที่เท้าข้อศอกบนโต๊ะอาหาร เพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องคนที่ทำงานจนลืมภารกิจสำคัญไปเลย...เธอต้องทำให้นักรบชอบเธอ

                “หน้าฉันดูแย่มากเลยเหรอคุณ” สองมือแตะใบหน้าตัวเอง ตกใจเล็กน้อยเพราะเพิ่งนึกได้ว่าลืมแต่งหน้าก่อนออกจากกระทรวง เห็นชัดเลยว่าว่า ระดับความ เผือกเรื่องชาวบ้านของเธอมีเยอะกว่าระดับความ บ้าผู้ชายและมันแสดงออกมาโดยที่เธอไม่รู้ตัว

                “ไม่หรอก แต่งไม่แต่งก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ” ขาวจั๊วเสียขนาดนี้ ไม่ต้องแต่งหน้าก็ยังดูดี นั่นเป็นข้อดีที่ผู้หญิงหลายคนปรารถนาและผู้ชายอย่างเขาก็ชอบ 

                เมื่อคิดมาถึงตรงนี้นักรบก็รู้ดีว่าสีหน้าของตัวเองผิดปกติแค่ไหน ด้วยเหตุนี้จึงกลบเกลื่อนแววตาวาววับด้วยการยกน้ำขึ้นดื่มและเสมองไปทางอื่น และนั่นทำให้วาริศาเข้าใจว่าเขาไม่ได้สนใจเธอ  

                “แหม คุณนี่ใจร้ายจังเลยนะคะ ดูเหมือนว่าฉันนี่ไม่มีอะไรดีมากพอที่จะดึงดูดสายตาคุณได้เลย”

                คราวนี้ใบหน้าหล่อเหลาหันมาจับจ้องเธอด้วยแววตาที่มั่นคง ก่อนริมฝีปากหยักจะแย้มยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่สะกดเธอได้อย่างอยู่หมัด วาริศากลืนน้ำหลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ใจหวิวพิกล ทว่าก็ไม่สามารถละสายตาจากเขาได้เช่นกัน

                “อันที่จริงก็มีอยู่บ้างนะ เธอไม่ได้สวย แต่ก็ดูน่ารัก” นักรบยังส่งสายตาระยิบระยับ และยิ่งเห็นอาการเหมือนคนควบคุมสติไม่ได้ของวาริศา เขาก็ยิ่งรู้สึกเป็นต่อ “แต่ว่า...ไม่รู้ทำไม เห็นขาอ่อนเธอทีไรฉันรู้สึกห่อเหี่ยวทุกที เหมือนว่า...เธอทำให้ฉันกลายเป็นตาแก่ไร้อารมณ์”

                อาการเหมือนคนกำลังจะเคลิบเคลิ้มนั้นพลิกคว่ำพลิกหงาย เหมือนเขาดึงเธอขึ้นไปยืนบนปุยเมฆเย็นชื่นและผลักเธอตกสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็ว ไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ปรากฏว่าตัวเองนอนเจ็บอยู่บนพื้นเสียแล้ว

                หยามอะไรก็หยามได้ แต่มาหยามเธอเรื่องนี้ออกจะดูถูกกันรุนแรงไปหน่อยไหม

                “วิจารณ์รสอาหารทั้งที่ยังไม่ทันได้ลิ้มลอง ระวังจะพลาดของอร่อยนะคะ”

                “หึ!

                เสียงหัวเราะในลำคอสั้นๆ นั้นดูหมิ่นเธอมากกว่าการที่เขาว่าเธอด้วยถ้อยคำยืดยาวก่อนหน้านี้เสียอีก วาริศาย่นคิ้ว หน้ายุ่งเมื่อเห็นว่านักรบกอดอกเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ มองเธอเหมือนเย้ยหยันในที

                คนไร้เสน่ห์คว้าส้อมมาจิ้มสเต็กปลาเข้าปาก เคี้ยวด้วยอารมณ์หงุดหงิด พลันสมองยังกระหวัดถึงร่างอรชรอ้อนแอ้น ผิวสีน้ำผึ้งเนียนกริบของกมลเนตร ถ้าเป็นเจ้าหล่อน นักรบคงจะไม่มีท่าทีแบบนี้แน่ๆ บางที เขาอาจอยากจะขย้ำเรือนร่างเซ็กซี่อยู่ตลอดเวลาด้วยซ้ำ 

                คิดแล้วก็เกิดอาการโหวงๆ เหมือนหัวใจหลุดหายไปจากอก มันเป็นความเศร้าปะปนกับความอิจฉา

                “เธอคิดอะไรอยู่กันแน่”

                “คะ” เพราะมัวแต่มากอยู่ วาริศาจึงไม่ทันได้ยินคำถามของนักรบ อาการสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวทำให้อีกฝ่ายต้องนิ่วหน้า

                “ฉันถามว่าคิดอะไรอยู่”

                “เอ่อ...ฉัน” เธอจะบอกได้ยังไงล่ะ ว่ากำลังคิดถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่ถ้าหากนักรบได้พบเข้าจะต้องหลงรักแน่ๆ 

                “ช่างมันเถอะ ฉันไม่ได้อยากรู้หรอก แต่อาหารมาแล้ว”

                วาริศาเพิ่งสังเกตตอนนั้นเองว่าบนโต๊ะมีอาหารวางอยู่เต็มแล้ว เธอได้แต่ยิ้มแหยเมื่อรู้ตัวว่าตนเอาแต่คิดจนไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ รอบตัวเลย  

                นักรบไม่พูดอะไร เขาจัดการรับประทานอาหารไปเงียบๆ โดยไม่สนใจวาริศาอีก ขณะนั้นเองที่วาริศาคิดได้ว่าเธอควรสนใจคนตรงหน้ามากกว่าไปกังวลกับคนอื่นมากจนเสียสติ

                “คุณรบ”

                “หืม”

                เขาเงยหน้าจากจานอาหารขึ้นมามองคนเรียก วาริศาใจเต้นแรง เพราะดวงตาสีสนิมบวกกับน้ำเสียงขานรับอันนุ่มนวลละลายใจเธอได้ในครานั้น ยิ่งกิริยาเคี้ยวอาหารช้าๆ แต่ตายังจับจ้องอยู่ที่เธอนั้นยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนเป็นภรรยาที่กำลังมองสามีกินข้าวมื้อเย็นฝีมือตัวเองอย่างไรอย่างนั้น

                เธอเข้าใจความหมายของคำว่า อิ่มใจก็ในวันนี้ 

                “สรุปว่า ที่เรียกฉันก็เพราะอยากจะมองหน้าฉันอย่างนั้นใช่มั้ย”

                นอกจากคำว่า อิ่มใจเธอยังได้เข้าใจความหมายของคำว่า ขัดใจอีกด้วย นักรบช่างเป็นคนที่ขยันผลักเธอตกสวรรค์เหลือเกิน เป็นมารความสุขโดยแท้จริง แต่ถึงอย่างไรเธอก็ต้องรีบกำจัดความขุ่นใจนั้นทิ้งไปเสีย

                “พรุ่งนี้เป็นวันหยุดของฉัน คุณไปไหนหรือเปล่าคะ” เรียกว่าโยนหินถามทางก็ว่าได้ เพราะการนัดพบกันระหว่างเธอกับนักรบนั้นช่างอิหลักอิเหลื่อเหลือเกิน ไม่รู้ว่าใครจะเป็นฝ่ายนัดใครก่อนอย่างไรดี อีกอย่าง ถึงแม้ว่าเธอพร้อมจะเจอเขาได้ทุกเมื่อ แต่เขาอาจจะไม่ว่างมาพบเธอได้ทุกเมื่อเช่นกัน

                “วันหยุดสิ้นเดือนฉันไปไหนไม่ได้ ที่ผับลูกค้าเยอะมาก อีกอย่าง...คนคงแห่กันออกจากบ้านมาพาลูกพาหลานมาเที่ยว รถติดแน่ๆ ฉันไม่อยากหมดเวลาทั้งวันไปกับการใช้ชีวิตบนท้องถนน”

                หินลูกแรกดูเหมือนว่าคำตอบจะเป็นทางตัน เธอคาดเดาไว้ก่อนแล้วจึงไม่แปลกใจเท่าใดนัก หญิงสาวจัดการโยนหินลูกที่สองต่ออย่างรวดเร็ว “ฉันก็คิดเหมือนคุณค่ะ ฉันเลยตั้งใจว่าจะทำอาหารสักสองสามอย่าง เอาไปทานกับคุณที่คอนโดฯ”

                นักรบได้ฟังก็แทบสำลักอาหาร เขามองใบหน้าหวานของคนรอคำตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยติดไปทางขุ่นเคือง ถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งจะจับตีก้นให้เข็ด ผู้หญิงอะไร ขอไปห้องผู้ชายได้หน้าตาเฉย

                “เธอไม่ควรเสนอตัวไปถึงห้องผู้ชายที่เธอไม่ได้เป็นอะไรกันนะ”

                “อ้าว!” ใบหน้าหวานออกอาการเหวอ! “ก็ไหนคุณบอกว่าตอนนี้เราเป็นแฟนกันไงคะ สรุปว่ายังไงกันแน่”

                การท้วงอย่างตรงไปตรงมาทำเอานักรบหน้าเปลี่ยนสี ลืมไปเลยว่าตอนนี้วาริศากับเขาอยู่ในสถานะคนรักกัน แต่ช่วยไม่ได้ที่เขาได้เตรียมใจรับมือกับเธอเวลาต้องอยู่ในที่ลับตาคน เขาไม่ได้กลัวว่าวาริศาจะปล้ำเขา แต่เขากลัวจะถูกยั่วยวนจนทนไม่ไหว  

                “เอาเถอะๆ พรุ่งนี้ฉันจะรอกินอาหารฝีมือเธอก็แล้วกัน”

                “ขอบคุณนะคะ คุณแฟน”

 

                แดนไตรต้องการเป็นเจ้าของ Diamond Destiny หรือไม่ก็ประสงค์ให้มันแหลกลานคามือ 

                ปัญหาการใช้อิทธิพลที่มีอยู่ทุกหย่อมหญ้า มันแฝงอยู่ในทุกๆ ที่และรุนแรงมากในวงการธุรกิจสีเทา นักรบไม่ได้หวาดหวั่นกับปัญหา เขาไม่มีอะไรจะเสียและรู้แก่ใจว่าหากไม่ถอยแล้ว ไม่ใครก็ใครคงต้องตายกันไปข้าง  อย่างเช่นการที่เขาปล่อยให้แดนไตรเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียวด้วยความอดทนมาตลอดเพื่อหวังให้คนใจชั่วเลิกราและล่าถอยไปเอง  แต่นอกจากมันจะไม่หยุดกลับยิ่งให้ใช้วิธีสกปรกมาขึ้นไปอีก 

                ถึงคราวนี้ หากไม่ยอมทำอะไรเลยก็ยิ่งจะเป็นการปล่อยให้ได้อีกฝ่ายได้ใจและหาเรื่องก่อกวนไม่เลิก

                “แกใจเย็นไว้ก่อนไอ้รบ เมียฉันคลอดลูกเมื่อไหร่ ฉันจะไปช่วย ตอนนี้อย่าเพิ่งทำอะไร” จอมทัพรีบบอกเมื่อรับสายจากนักรบและทราบถึงปัญหาของลูกน้องหนุ่ม

                “อย่างมันไม่ต้องให้ถึงมือนายหรอก แค่หมารอบกัด”

                หมาลอบกัดมันก็ทำเสือล้มได้ถ้ามันใช้วิธีหมาหมู่ แกก็รู้ว่ามันเล่นพรรคเล่นพวกไม่ใช่เหรอวะ ถ้าแกไม่รอบคอบ Diamond Destiny ไม่รอดแน่ ลำพังแค่ผับฉันไม่เสียดาย แต่ฉันยอมให้แกแพ้มันไม่ได้ แกต้องใจเย็น ปล่อยให้มันเห่าไปก่อน

                นักรบครุ่นคิดตามคำเตือนของจอมทัพ เขารู้ว่าหากเจ้านายยื่นมือเข้ามาช่วย ยังไงเขาก็ชนะเห็นๆ แต่เนื่องจากว่าแดนไตรพยายามก่อกวนด้วยสารพัดวิธี ทั้งส่งตำรวจมาก่อกวน ทั้งให้คนเข้ามาทำทีทะเลาะวิวาทจนผู้คนแตกตื่น และแม้ว่าทุกเหตุการณ์จะไม่ได้บานปลายกลายเป็นความรุนแรง แต่ก็ยอมรับว่ามันทำให้เขาอยู่ไม่เป็นสุข ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ โดยไม่ตอบโต้อะไรกลับไปบ้าง สุดท้ายแล้ว Diamond Destiny คงสิ้นชื่อ  

                แต่นาย จริงๆ ผมอยากจัดการมันเอง ผมไม่อยากให้นายต้องลำบากมาช่วยเหลือผมอีก แบบนี้...เมื่อไหร่ผมจะยืนได้ด้วยตัวเอง

                ทุกอย่างมันต้องใช้เวลา ต้นไม้ที่โตเร็วเนื้อไม้ไม่แข็งแรง ฉันเองยังต้องพึ่งบารมีพ่อในบางครั้งเลย แกเองก็เหมือนกัน ถ้ามันขัดหูขัดตาจนทนไม่ได้ก็ให้น้าเมฆจัดการไปก่อน แล้วแกก็หาอะไรทำแก้เบื่อไปสักพัก อีกสองเดือนพลอยจะคลอดแล้ว ไม่นานเกินไปหรอกเชื่อฉัน

                ไม่มีทางอื่นใดนอกจากการยอมรับข้อเสนอแนะของจอมทัพ เขาคงต้องอดทนให้มากเพราะเดิมพันครั้งนี้ยิ่งใหญ่ และไม่ใช่เขาคนเดียวที่ต้องเดือดร้อนกับผลอาจจะเกิดขึ้น 

                และการหักห้ามอารมณ์พลุ่งพล่านของเขาก็คือการไม่โผล่ไปที่ Diamond Destiny ในช่วงนี้ แต่จอมทัพคงไม่รู้เลยว่าการหาอะไรทำแก้เบื่อของเขาคืออะไร ซ้ำยังไม่แน่ใจด้วยว่าระหว่างไปเผชิญหน้ากับแดนไตรแล้วปล่อยให้มันทำร้ายซ้ำๆ โดยไม่ตอบโต้ กับการอยู่กับวาริศาทุกวันในฐานะแฟนของเธอ อย่างไหนจะต้องใช้ความอดทนมากกว่ากัน

                วาริศาจัดการล้างภาชนะอาหารและจัดเก็บเรียบร้อยตามแบบฉบับของกุลสตรีไทยใจงาม เธอเรียนรู้ว่าการปรนนิบัติที่ดีจะยืดอายุให้ความรักยืนยาว เป็นอีกความเชื่อหนึ่งที่เธอชักไม่แน่ใจว่าถูกต้องจริงๆ หรือไม่ เพราะหลังจากที่เธอตื่นเช้ามาทำอาหารเพื่อหวังมัดใจเขาด้วยเสน่ห์ปลายจวักแล้ว การดูแลจัดสำรับให้ประหนึ่งภรรยาผู้แสนดีก็ไม่ได้ทำให้นักรบมีความรู้สึกต่อเธอเลย เพราะขณะนี้ร่างสูงกำลังนอนเหยียดยาวอยู่บนพรมสีเทาอ่อน แขนข้างหนึ่งใช้หนุนศีรษะตัวเอง ส่วนอีกข้างจับรีโมทไว้ตลอดเวลา สองตาจับจ้องอยู่ที่รายการฟุตบอลในทีวี ราวกับว่าขณะนี้ภายในห้องมีแค่เขาคนเดียว และเธอเป็นอากาศธาตุ

                “คุณ” วาริศานั่งลงข้างเขา ชันเข่าขึ้นและกอดไว้เมื่อรู้สึกว่าลมจากเครื่องปรับอากาศเป่ามาโดนตัวจนหนาวสะท้านไปทั้งร่าง     

                “ว่าไง...”

                “คุณดูอะไรอยู่เหรอ”

                “บอลไง”

                เขาตอบสั้นๆ น้ำเสียงไม่ได้ติดรำคาญทว่าวาริศาก็รู้ว่าเขาไม่พร้อมที่จะคุยกับเธอ

                “วันนี้อาการดีมากๆ เลยนะ คุณว่ามั้ย”

                “อืม...”

                “แล้ว...กลางวันนี้เราจะทานอะไรกันดีล่ะ ฉันเห็นนะว่าในตู้เย็นมีเนื้อไก่แล้วก็วัตถุดิบไม่มาก เราไปหาซื้ออะไรมาเพิ่มดีไหม เอาแบบใกล้ๆ ก็ได้ ฉันว่า...”

                “เงียบก่อนวาริศา”

                นักรบบอกขณะที่ผู้บรรยายฟุตบอลในทีวีกำลังตื่นเต้นกับการทำประตูของทีมเรือใบสีฟ้า ทว่าลูกนั้นดันพลาดออกนอกกรอบประตูไปอย่างเฉียดฉิว และท่าทางเขาก็เหมือนคนที่ผิดหวังเอามากๆ

                “ทำไมคุณต้องพูดแบบนี้ด้วย ฉันก็แค่อยากคุยกับคุณ” วาริศาพูดเสียงอ่อย เสียใจที่ดูเหมือนว่าถึงจะพยายามเท่าใดก็ไม่มีทางเข้าไปอยู่ในใจเขาได้เลย  

                คราวนี้คนกำลังจดจ่ออยู่กับรายการฟุตบอลต้องหันมามองคนพูด ดวงหน้าหวานดูเศร้าอย่างไม่ปิดบัง เธอก้มหน้ามองนิ้วมือตัวเองขณะที่ปากยังเอ่ยความรู้สึกออกมาไม่หยุด

                “คุณก็รู้ว่าฉันมีเวลาไม่มาก ฉันดีใจนะคะที่คุณยอมเป็นแฟนกับฉัน แต่ว่า...ทำไมฉันถึงได้รู้สึกเหมือนเราไม่ได้เป็นอะไรกันเลย เรายังห่างเหินกันจนฉันคิดว่า...อุ้ย!

                ไม่ทันได้พูดจบนักรบก็คว้าร่างเล็กลงมาแนบกาย ตวัดมือกอดรัดเอวบางจนชิดกับลำตัวแข็งแกร่ง มืออีกข้างกดศีรษะแนบกับอก รวดเร็วจนเหมือนทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาที กว่าคนถูกกอดจะรู้สึกตัวก็จนเมื่อได้ยินเสียงทุ้มถามขึ้นเบาๆ

                “แบบนี้ใช่มั้ย ถึงจะเรียกว่าแฟน” 

---------------------------------------------------------------------------------

//อ้าว! รบ ทำไมทำกะเลา เอ้ย! ทำกับหนูศาแบบนี้// 

เดี๋ยวนางก็ยิ่งหลงหนักเข้าไปใหญ่ 



ปล.นางเอกถอยแน่ๆ ค่ะ แต่รอดูเถอะ อีรบจะเป็นไง 

ปล.2 คุณสิงห์ถูกออกวันที่ 7 กันยายน นะคะ สนพ.เพิ่งแจ้งมา ร้องไห้เบาๆ
แต่ยังรอกันอยู่ใช่ม้ายยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,090 ความคิดเห็น

  1. #255 YulSica (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 17:12
    ทำแบบนี้หมายความว่าไง!
    #255
    0
  2. #221 fsn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 20:44
    อาหร่ายคุณรบ ไหนมา ไม่ ไม่ ไม่ กลายเป็น ไม่ช้า ซะแล้ว
    #221
    0
  3. #206 Phannipha(Ying) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 20:32
    ถ้านางถอยแล้วนักรบจะเป็นยังไงอะรอรอรอ
    #206
    0
  4. #205 ไม้ไผ่ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 07:04
    รออ่านค่ะ รูปเล่มก้อรอต่อไป
    #205
    0
  5. #204 PhichchaKorn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 18:36
    ทำให้ศามโนไปอีกแล้ว
    #204
    0
  6. #202 cuixian (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 11:32
    โอยย เขิน
    #202
    0
  7. #201 punpun (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 09:06
    # นักรบสายอ่อย
    #201
    0
  8. #200 kunkhanok (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 03:12
    หืม เราชอบแบบนี้แหละ มีความซบอก
    #200
    0
  9. #199 Whatup Katay (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 00:15
    อ้ายยยยยยยย
    #199
    0
  10. #198 Sisira ศิศิรา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 23:01
    รอรบรุกศาบ้างงงงงง
    ยังรอคุณสิงห์อยู่ รอยคออย่างมีความหวัง 5555 เตรียมเงินพร้อม
    #198
    0
  11. #197 12082010lucas (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 22:53
    อกอิแป้นหลุด เขิลแทนวาริศาเลย
    #197
    0
  12. #196 Pootanaka (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 22:07
    หัวใจจะวายแทนริศา
    #196
    0
  13. #195 อัศวินสืดำ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 21:35
    *ช่วยไม่ได้ที่เขาไม่ได้เตรียมใจ *หมาลอบกัด
    นักรบเปลี่ยนเป็นฝ่ายรุกซะแล้วว เมื่อก่อนอาจจะอดทนไม่ให้โมโห เดี๋ยวนี้อาจจะต้องอดทนไม่ให้อย่างอื่นแทนรึเปล่า 55
    #195
    0
  14. #194 พี่น้อย0105 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 21:35
    เหนื่อยแทนริศา รอวันริศาถอดใจแล้วถอยออกมาค่ะ
    #194
    0
  15. #193 Chanannn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 21:31
    รอวาริศาถอยจริงๆ ลูกน้องก็เหมือนเจ้านายแหละ555555
    #193
    0
  16. #192 22feia (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 21:25
    อยากจะรู้จังว่าถ้าวาริศาถอยนักรบจะเป็นยังไงหึๆ#ไล่ตาม5555
    #192
    0
  17. #191 parqabpor (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 21:24
    นับถือนางเอกมาก
    ถ้าเป็นเราเจอแบบสองวันแรกเราไม่พยายามแล้ว
    เหนื่อยใจ เจ็บหัวใจ
    #191
    0