ร้ายเกินพิกัด [สนพ.แจ่มใส]

ตอนที่ 13 : บทที่ 6 ....หรือจะให้ฉันเป็นของคุณ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    14 ส.ค. 60

 


                “ฉันจะไม่ยอมให้แกนัดผู้ชายผ่านแอปบ้าบออะไรนั่นอีกแล้ว” วาริศาบ่นหลังจากขึ้นมาบนรถได้ 

                “โอ้ย! ฉันก็คงเข็ดไปอีกนานแหละแก บ้าจริงๆ เลย หน้าตาดี แต่โรคจิต” พิรัชซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังบ่นหน้ายุ่ง

                “ไม่รู้ว่าจะต้องหลอนกับแววตาหยาดเยิ้มของอีคุณต้นนั้นไปอีกกี่คืน เขามองคุณรบอย่างกับจะกลืนกินไปทั้งตัว” วาริศาหน้ายุ่ง เธอยังโมโหไม่หาย

                “ฉันขอโทษ...แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าคนที่เป็นเพศอย่างฉันจะต้องเจอกับความลำบากไปอีกเท่าไหร่”

                พิรัชบอกเสียงอ่อน และมันทำให้บรรยากาศภายในรถคันหรูเกิดความเงียบอย่างกะทันหัน วาริศารับรู้ถึงความรู้สึกของเพื่อนและไม่อยากตอกย้ำให้ต้องเสียใจไปมากกว่านี้

                “เอาเถอะ ฉันคิดว่าแกก็ไม่ได้อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้หรอก แล้วที่ฉันโกรธก็ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเพศที่สามอะไรนั่นด้วย คนแบบนี้ อันตรายกับทุกเพศทุกคนแหละ คิดแต่เรื่องอย่างว่า ไม่รู้ว่ามีโรคทางเพศสัมพันธ์หรือเปล่า แกต้องระวังให้ดีนะต่อไปนี้”

                พิรัชพยักหน้า ท่าทางยังคงเซื่องซึม วาริศาหันมาสนใจอีกคนที่กำลังขับรถ เขาดูนิ่งเฉยจนคาดเดาความรู้สึกไม่ถูก

                “คุณรบ ฉันขอโทษด้วยนะคะ สำหรับเรื่องวันนี้”

                “เรื่องอะไร เรื่องที่เธอพาเกย์ที่ไหนไม่รู้มาแทะโลมฉัน หรือเรื่องที่เธอทะเลาะกับเกย์เพราะหึงหวงฉันจนเป็นเรื่องใหญ่โต” นักรบถามกลับ

                “เอ่อ คือว่าฉัน....” วาริศาพูดไม่ออก สุดท้ายจึงได้แต่ก้มหน้ารับความผิดของตัวเอง

                “รู้ไหม ว่าทำตัวไร้สาระ”

                “ก็ฉัน...ทนไม่ได้นี่ เขามองคุณแบบ...” วาริศาบอกเสียงเบาลงๆ ทุกขณะจนคำพูดสุดท้ายถูกกลืนหายไปในลำคอ

                บรรยากาศในรถกลับมาเงียบงันอีกครั้ง วาริศามองไปข้างนอก คิดทบทวนในสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ อยู่ๆ ภาพของตัวเองที่โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงในร้านอาหารก็แจ่มชัดขึ้น เธอกำลังหึงหวงนักรบกับผู้ชายที่ร่างกายกำยำอย่างนั้นหรือ เธอทำแบบนั้นจริงๆ หรือ เธอทำไปได้ยังไงกันต่อหน้าเขาและคนแปลกหน้าทั้งร้านอาหาร คิดแล้วก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน  

                “หึๆๆ”

                เสียงหัวเราะดึงความสนใจของคนกำลังใช้ความคิดเคร่งเครียด

                “คุณรบ คุณหัวเราะเหรอคะ” วาริศาถามด้วยความแปลกใจ

                “ก็มันไม่ตลกหรือไง” นักรบหยุดคิดภาพที่วาริศาอาระวาดในร้านอาหารไม่ได้ เธอโวยวายหน้ามืดตามัวมากอย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งตอนที่หญิงสาวเถียงกับผู้ชายร่างใหญ่อย่างต้นตระการเหมือนคนไร้สติก็ยิ่งทำให้เขายิ่งกลั้นหัวเราะไม่อยู่ สุดท้ายก็ระเบิดมันออกมาในที่สุด “ฮ่าๆๆ” 

                วาริศายิ่งงงหนักไปใหญ่ ยอมรับว่าไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นรอยยิ้มของเขา ยิ่งเป็นเสียงหัวเราะยิ่งเป็นไปไม่ได้ หนนี้จึงนับว่าเป็นครั้งแรก ครั้นหันไปมองหน้าพิรัชก็เห็นว่าเพื่อนมีสีหน้าไม่ต่างกับเธอ

                “มันก็ดูตลกจริงๆ นั่นแหละค่ะ” วาริศายอมรับเสียงอ่อย ก่อนจะหัวเราะออกมาในที่สุด พิรัชเองก็อดขำไม่ได้เหมือนกัน

 

 

                หลังจากส่งพิรัชเป็นที่เรียบร้อย บรรยากาศภายในรถก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ นั่นคือทั้งวาริศาและนักรบต่างตกอยู่ในความเงียบงัน

                หญิงสาวไม่คาดคิดว่าจะมีช่วงเวลาที่ไม่น่าจดจำเช่นนี้ เธอควรดูดีที่สุดในสายตาเขา ไม่ใช่ดูน่าหัวเราะหรือน่าโมโหทุกครั้งที่คิดถึง แล้วแบบนี้....เส้นทางความรักที่วาดหวังไว้จะเป็นจริงไปได้อย่างไร ดูไม่เห็นหนทางเลย

                “หมดไปแล้วอีกหนึ่งวัน” วาริศาระบายลมหายใจออกมาอย่างเซ็ง ๆ  

                นักรบเพียงแค่เหลือบตามองคนพูดเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับไปจับจ้องท้องถนนเช่นเดิม “แล้วยังไง”

                “ก็สองวันที่ผ่านมา ระหว่างเรามีแต่ความทรงจำที่ไม่ดีน่ะค่ะ วันแรก คุณเบี้ยวนัดฉันไปสองชั่วโมง จากดินเนอร์ใต้เสียงเทียนในร้านโรแมนติก กลายเป็นร้านข้าวต้มริมทาง แล้ววันนี้...เดทของเราก็พังอีกครั้ง เพราะฉันก็ดันไปทะเลาะกับเกย์จนอับอายขายหน้าเขาไปทั่ว นี่ไม่รู้ว่ามีใครถ่ายคลิปไว้หรือเปล่า”

                “ฟ้าคงลิขิตมาแล้ว ว่าเธอกับฉันไม่มีทางรักกันได้”

                “ไม่ได้ให้รักค่ะ แต่ให้ชอบ...สักนิดก็ยังดี”

                “แค่ชอบนิดเดียว เธอก็จะนอนกับฉันได้อย่างนั้นเหรอ”

                คำพูดตรงไปตรงมาของนักรบแทงใจเหมือนกับว่าเขาเข้าไปนั่งอยู่กลางใจเธออย่างไรอย่างนั้น เธอคิดอย่างที่เขาพูดจริงๆ ใครหลายคนอาจจะดูหมิ่นในความคิดเหมือนคนไร้สมองของเธอ แต่เธอก็ชินเสียแล้ว

                ไม่ซ้ายสุดก็ขวาสุด นั่นล่ะ...คือวาริศาเลย    

                “แต่ถ้าจะให้เดา คุณคงยังไม่ได้ชอบฉันเลยสักนิด”

                “เธอเดาถูก”

                “โธ่...คุณรบ คุณไม่คิดก่อนเลยเหรอคะว่าคำถามของฉันน่ะแฝงไปด้วยอารมณ์ตัดพ้อ ฉันพูดอย่างคนที่กำลังน้อยใจและหวังว่าคุณจะมีถ้อยคำที่ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง”

                “ฉันโกหกไม่เก่ง...”

                นักรบบอกหน้าตาย ไม่สนใจว่าหญิงสาวข้างกายจะน้อยอกน้อยใจจริงๆ อย่างที่พูดหรือไม่ กับผู้หญิงอย่างวาริศา ให้ความหวังเธอไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

                วาริศาได้แต่กรอกตา เขาทื่อเสียจนเธอหมดหนทางไป เหมือนท่อนไม้ใหญ่ที่ไม่ว่าจะเจอแรงลมพายุสักเพียงใดก็ไม่รู้สึกรู้สา

                ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง กระทั่งวาริศาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดสองสามทีก่อนโทรออก

                ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ

                เสียงโทรศัพท์อีกเครื่องดังขึ้น นักรบกดรับสายโดยเชื่อมต่อสัญญาณบลูทูธกับระบบเครื่องเสียงภายในรถ “สวัสดีครับ”

                “สวัสดีค่ะที่รัก” วาริศาตอบรับ

                นักรบนิ่วหน้าเมื่อรู้ว่าคนที่โทรเข้ามาคือคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เขากดวางก่อนหันมามองเธอด้วยแววตาไม่สบอารมณ์ “ทำบ้าอะไรของเธอ” 

                “ฉันแค่จะบอกว่าที่โทรไปนั่นน่ะเบอร์ฉันเอง ถ้าหากว่าคุณเกิดคิดถึงฉันจนทนไม่ไหวอย่างวันนี้อีก ช่วยโทรมาบอกล่วงหน้าหน่อยนะคะ ฉันจะได้เตรียมตัวก่อน ดูสิ...วันนี้ฉันเหมือนยายป้าหลุดออกมาจากโลกโบราณ ฉันไม่อยากให้คุณมาเห็นฉันในสภาพนี้อีก”       

                วาริศาไม่พูดเปล่า เธอใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้างชี้มาที่ตัวเองหลายๆ ครั้งประกอบการพูดด้วย นักรบเพียงแค่ปรายตามอง

                “ทำไมเธอไม่เลือกเป็นตัวของตัวเองล่ะวาริศา เธอจะพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้คนอื่นมาชอบทำไม มันมีความสุขหรือไง” 

                แม้ไม่ได้มอง นักรบก็เห็นภาพของวาริศาชัดในหัว ร่างเล็กสวมชุดเรียบร้อย เสื้อแขนยาวสีขาว มีลูกไม้เล็กที่ปกคอเสื้อและชายแขนทั้งสองข้าง สวมทับด้วยกระโปรงสีดำทรงกระสอบยาวคลุมเข่า รองเท้าคัชชูส้นเตี้ย ผมยาวรวมมัดไว้อย่างเรียบร้อยผูกโบสีกรมท่า มองไกลๆ เหมือนเด็กมัธยม เขาไม่อยากยอมรับเลยว่าวาริศาคนนี้น่ามองกว่าคนที่แต่งตัวเปิดเผยเนื้อหนังเป็นไหนๆ ใบหน้าหวานที่ไม่ได้แต่งแต้มเครื่องสำอางเสียจนหนาเตอะเหมือนทุกครั้งนั่นก็ด้วย บางครั้งเขายังเผลอหยุดมองโดยไม่รู้ตัว

                แต่อย่างที่บอก...หากวาริศารู้ความจริงข้อนี้แล้ว เธอคงคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขามีความรู้สึกดีๆ ให้ เป็นการให้ความหวังลมๆ แล้งๆ ดังนั้น...ปล่อยให้เธอทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดีต่อไปโดยที่เขาไม่มีส่วนร่วมในการออกความเห็นไม่ดีกว่าหรือ  กับวาริศาแล้ว...แม้เพียงเล็กน้อยเขาก็ไม่อยากเสี่ยง

                “คุณรบคะ ลองคิดดูดีๆ สิ คนเราถ้าหากว่าอยากให้ใครสักคนสนใจ คุณจะยอมเป็นตัวเองต่อไปทั้งๆ ที่รู้ว่ามันแย่เหรอคะ”

                “ทำไมเธอถึงคิดว่ามันแย่”

                “แล้วคุณไม่คิดว่ามันแย่เหรอคะ ฉันรู้หรอกน่า คุณเองก็คงจะรู้สึกเหมือนกันว่าฉันเหมือนยายป้า กระโปรงฉันตัวเดียวเอาไปตัดแบ่งให้ผู้หญิงของคุณใส่สักสามคนผ้ายังเหลือเลยมั้ง จริงๆ คุณก็ชอบมองขาขาวๆ ของผู้หญิงใช่ไหมล่ะ ดังนั้น...คุณชอบแบบไหน ฉันก็จะเป็นแบบนั้นแหละ”

                “ไร้สาระ อยากเป็นอย่างคนอื่นเพื่อให้ฉันชอบ เธอคิดว่าฉันเป็นคนยังไงกัน ฉันไม่ได้ชอบผู้หญิงที่เป็นเหมือนกันหมดหรอกนะ เธอแต่งตัวแบบนี้เหมาะกับเธอมากกว่า มองแล้วสบายตากว่าแบบที่เคยเห็นเยอะเลย”

                สิ้นสุดความในใจของนักรบ วาริศาที่พูดจาเจื้อยแจ้วก็เป็นใบ้ขึ้นมากะทันหัน เธอมองเขา กระพริบตาปริบๆ เมื่อรับรู้ได้ถึงกระแสความรู้สึกแปลกใหม่ที่เธอเพิ่งได้รับ ความรู้สึกที่ไม่ใช่ความเฉยชาหรือความโกรธ แต่มันเป็นอะไรที่ไม่สามารถบรรยายได้ รู้แต่ว่ามันดีมากๆ

                “คุณรบ คุณบอกว่ามองฉันแล้วสบายตาเหรอคะ คุณมองฉันโดยที่ไม่มีความรู้สึกโกรธ โมโห หรืออะไรในทำนองที่ไม่พอใจจริงๆ เหรอคะ”

                อาการเหมือนคนดีใจจนเกินเหตุและรอยยิ้มที่กว้างจนปากแทบฉีกของหญิงสาวทำให้นักรบรู้สึกอยากกัดลิ้นตัวเองนัก  เขา พลาดไปถนัด ทั้งที่เตือนตัวเองอยู่ทุกวินาทีแต่กลับพลั้งเผลออย่างไม่น่าให้อภัย คำพูดของเขากลายเป็นการให้ความหวังเธอเข้าแล้วจริงๆ

                “ฉันกำลังจะบอกว่า ถ้าหากเธอคิดจะเปลี่ยนจริงๆ ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่องการแต่งตัวหรอก แต่เปลี่ยนนิสัยตัวเองน่าจะดีกว่า ไอ้ลักษณะที่ชอบพูดอะไรโดยไม่นึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิง พฤติกรรมที่แสดงความต้องการในตัวผู้ชายจนเกินงามนั่นอีก มีอะไรตั้งหลายอย่างที่เธอต้องปรับ อย่าไปสนใจเรื่องภายนอกให้มากนักเลย”

                “นิสัยฉันมันแย่มากเลยเหรอคะ” วาริศาหน้าบึ้ง เธอสับสนกับอารมณ์ของตัวเองอยู่เหมือนกัน ทั้งที่เมื่อกี้เธอยังดีใจอยู่แท้ๆ อยู่ๆ ก็ถูกเขาดึงลงเหวเสียอย่างนั้น

                “ก็อยู่ในขั้นที่ต้องปรับปรุง”

                “แหม...พูดจาน่าเอ็นดูจังเลยนะคะ”

                นอกจากจะไม่รู้สึกเจ็บหรือสะดุ้งสะเทือนแล้ว วาริศายังยิ้มหวานให้ จนนักรบที่มองทางอยู่ตลอดยังรู้ว่าแววตาเธอหยาดเยิ้มแค่ไหน

                “ฉันจะต้องหาคำพูดไหนมาพูดกับเธอดีนะ เธอถึงจะคิดได้”

                “ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้และค่ะ” วาริศาเอนตัวเข้าไปหาเขา พร้อมกับยิ้มกว้างขึ้นไปอีก “....หรือว่าจะให้ฉันเป็นของคุณล่ะคะ”

                เอี้ยด! กึก 


     ------------------------------------------------------------


//#_#//โถว....ว พ่อคุณ ถูกแทะโลมจนเนื้อหนังแทบจะไม่เหลือแล้ว 
แนะนำให้ไปลดความหล่อนะ 
จะได้ไม่เป็นที่เดือดร้อนแก่ตัวเองและหัวใจคนอื่น//*.*


วันนี้มายาวเป็นพิเศษ นั่นเป็นเพราะว่าอาจจะหายไป 3 - 4 วัน รักทุกคนนะคะ
ปล. คุณสิงห์แห่งกลรักจอมวายร้าย วางขายปลายเดือนหรืออาจจะลากยาวถึงต้นเดือนหน้าเลย T T (ไม่เป็นไรนะคะ อีกนิดเดียวก็จะได้เจอกันแล้ว) 

แอบบอกว่าเห็นปกละ แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ รับรองว่ามีหน้าร้อนกันบ้างล่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,090 ความคิดเห็น

  1. #1142 |- [ cleZiGn ] -| (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 19:14
    เบรคจนหน้าเเทบสับกันคอนโซลรถแล้วค่ะพี่รบ 555555555555555555
    #1,142
    0
  2. #254 YulSica (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 16:57
    มุขนี้นี่มันนนน 555
    #254
    0
  3. #165 fsn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 21:56
    นางฟื้นแหละ
    #165
    0
  4. #155 punpun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 10:26
    เอาปกคุณสิงห์มาโชว์ด่วน5555
    #155
    1
    • #155-1 อุณหภูมิปกติ(จากตอนที่ 13)
      11 สิงหาคม 2560 / 21:01
      อยากอวดใจแทบขาด แต่ สนพ. ขอไว้ค่า
      #155-1
  5. #154 pinksoo16 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 07:39
    กรี๊ดดดดดศามีความขี้อ่อยมากอะะะะ หวานไร่อ้อยมาก ให้ความรู้สึกสงสารคุณรบขึ้นมากเลย ศามีสติหน่อยลูก!
    #154
    0
  6. #153 Wadee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 13:52
    เห้อออ ตอนแรกเชีย วาริศาหนักมาก แต่ตอนนี้กลับรำนางหนักมาก นอกจากจะมึน แล้วยังคิดน้อย ไม่มีศักดิ์ศรีเลย คนนี้แตกต่างจากนากเอกคนอื่นๆมาก สงสารนักรบละ คิดว่านักรบไม่ผิดหรอกที่ต้องร้าย เพราะไม่ว่าจะบอกดีๆ พูดดีๆ หรือ พูดร้ายๆ ทำร้ายจิตใจ วาริศาก็ไม่มีวันเข้าใจ หรือสำนึกได้เลย #ขอโทษที่มายาวนะค่ะแต่ขัดใจเริ่มรับวาริศาไม่ได้แล้วจริงๆ
    #153
    1
    • #153-1 อุณหภูมิปกติ(จากตอนที่ 13)
      10 สิงหาคม 2560 / 14:58
      ถ้าไม่รำคาญจนเกินไปอยากให้อ่านไปเรื่อยๆ นะคะ เดี๋ยวทุกอย่างจะคลี่คลายเอง
      #153-1
  7. #152 빔비 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 11:31
    ไรท์ คือเราลุ้นกับ ผญ แบบนี้มากว่าเค้าจะมีลูกเล่นอะไรมาใหม่ๆ เราว่า ผญ สมัยนี้แรงกว่านี้เยอะแต่ไม่แสดงออก เชียร์ให้นางเอกเปนตัวของตัวเองเร็วๆ พระเอกก้เปิดใจก่อนนนะคะะ ส่งกำลังใจให้ไรท์ <3
    #152
    1
    • #152-1 อุณหภูมิปกติ(จากตอนที่ 13)
      10 สิงหาคม 2560 / 15:01
      ขอบคุณมากๆ นะคะ ทุกคนควรได้เป็นนางเอกในชีวิตของตัวเองค่า แต่รับรองว่าไม่ผิดศีลธรรมแน่นวลลล
      #152-1
  8. #151 พี่น้อย0105 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 05:47
    สงสารวาริศาตื้อผู้ชายจนหมดศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้หญิงแล้ว อึดอัดแทนนักรบที่โดนตื้อขนาดนี้ 
    #151
    0
  9. #149 PhichchaKorn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 22:51
    บอกตรงนะคะไรท์ อย่าว่าแต่นักรบเลยที่ไม่ชอบวาริศา รีดเองยังกลัวเลย ไม่อยากเข้าใกล้ ไม่เอาหรอกผู้หญิงแบบนี้ คงปวดหัวพิลึก
    #149
    0
  10. #148 jeauan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 22:35
    สองสามวันก่อนไปถามความคืบหน้าคุณสิงห์ที่เพจแจ่มใสค่ะ

    เห็นว่าให้ติดตามต้นเดือนกันยายนเลยค่ะ
    #148
    0