ร้ายเกินพิกัด [สนพ.แจ่มใส]

ตอนที่ 12 : บทที่ 5 ก้าวแรก (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,775
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    7 ส.ค. 60




                และแม้ว่าวาริศาจะแสดงความเสียดายค่าตั๋วหนังอย่างไรก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล ทั้งพิรัชและต้นตระการต่างยืนยันแน่นหนักว่าจะทิ้งตั๋วหนังเพื่อมาทานข้าวกับเธอและนักรบ ด้วยเหตุนี้...บนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษจึงไม่ใช่มื้ออาการสำหรับคู่รักข้าวใหม่ปลามันอย่างที่วาริศาวาดหวังไว้เลย ที่ร้ายไปกว่านั้น บุคคลที่เธอ พิรัช และนักรบเพิ่งพบเป็นครั้งแรกก็ผูกขาดการสนทนาทั้งหมด  และหากเธอจะให้คะแนนในฐานะเพื่อนของแฟนล่ะก็ คะแนนของต้นตระการก็ติดลบยาวเป็นหางว่าว

                “ถ้าหากคุณรบเบื่อๆ ก็โทรมาหาผมได้นะครับ ผมไปที่ผับของคุณบ่อยมาก บางทีเราอาจจะได้มานั่งดื่มด้วยกันตามประสาผู้ชาย” ต้นตระการบอกกับนักรบหลังจากเสียมารยาทของเบอร์โทรศัพท์มาได้ ชายหนุ่มนั่งเคียงข้างกับพิรัช ในขณะที่วาริศาและนักรบนั่งอีกฝั่งของโต๊ะอาหาร

                “ครับ” นักรบตอบกลับไปสั้นๆ เช่นเดียวกับทุกครั้งที่หนุ่มหน้าขาวจัดป้อนพยายามป้อนคำถาม

                “แล้ว คุณรบทำกิจการอย่างอื่นอีกไหมครับ นอกจากสถานบันเทิง เผื่อว่าผมจะได้ไปอุดหนุน”

                “แหม คุณต้นคะ ถามเรื่องของคุณรบระเอียดยิบเชียว สนใจเพื่อนศาบ้างสิคะ ไอ้พีชมันนั่งเงียบจนน้ำลายบูดแล้วค่ะ” วาริศาท้วงขึ้นเมื่อเห็นว่าสีหน้าของพิรัชดูแย่ลงทุกทีนับตั้งแต่เริ่มรับประทานอาหาร ดูเหมือนว่าต้นตระการไม่สนใจจะคุยกับเพื่อนของเธอเลย

                “ผมกับคุณพีชคุยกันเยอะแล้วครับ เรารู้เรื่องของกันและกันละเอียดมากเลยด้วย แต่กับคุณรบเนี่ย ผมยังไม่ค่อยรู้อะไรเลย” ต้นตระการหันมามองนักรบในประโยคสุดท้าย

                วาริศาขนลุกเมื่อเห็นแววตาของต้นตระการเปล่งประกายแสงระยิบระยับพิกล คล้ายกับไม่ใช่แววตาอย่างมิตรทั่วไป ครั้นพอหันไปมองนักรบเธอก็เห็นว่าสีหน้าเขาเครียดขรึมจนแทบจะกลายเป็นสีเขียว

                หรือว่า....ต้นตระการกำลังคิดไม่ซื่อกับนักรบของเธอ

                ไม่หรอกมั้ง ใครจะทำเรื่องน่าเกลียดแบบนั้นต่อหน้าคู่เดทของตัวเองได้

                “เหรอคะ” วาริศาตอบกลับไปได้แค่นั้น ก่อนก้มหน้าก้มตาปล่อยให้ต้นตระการพูดจ้อต่อไป

                “คุณรบครับ ผมอยากจะถามความคิดเห็นของคุณสักหน่อย”

                “ครับ” นักรบพยักหน้า ชักจะไม่รื่นรมย์เข้าทุกขณะ ยิ่งเมื่ออีกฝ่ายพยายามส่งสายตาชวนขนลุกมาให้

                “คุณมีความคิดเห็นยังไงครับ กับความสัมพันธ์ของชายรักชาย”

                ไม่เพียงแต่นักรบที่สะดุดกับคำถามอย่างตรงไปตรงมานั้น ทั้งวาริศาและพิรัชก็ต้องหันมาสบตากันโดยอัตโนมัติ และดูเหมือนว่าท่าทางที่แสดงถึงความตกอกตกใจของผู้ร่วมโต๊ะอาหารไม่ได้ทำให้ต้นตระการรู้สึกกระดากอายเลยแม้แต่น้อย เขายังตั้งหน้าตั้งตารอคำตอบจากนักรบอย่างตั้งใจ

                “ไม่รู้สิครับ ผมไม่มีความเห็น”

                วาริศาอดโล่งใจไม่ได้กับคำตอบง่ายๆ นั่น เธอมองหน้านักรบสลับกับต้นตระการ ลุ้นยิ่งกว่ารอฟังประกาศผลสอบแอดมินชั่นเสียอีก

                “นั่นสินะครับ เป็นใครก็คงแสดงความเห็นไม่ได้ จนกว่าจะได้ลองกับตัวเอง”

                “คุณต้นครับ” ไม่ใช่เสียงของนักรบ แต่เป็นพิรัชที่แทรกขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ “อย่าก้าวก่ายคุณรบจะดีกว่านะครับ”

                “อะไรกันครับเนี่ย  แค่นี้ก็ต้องไม่พอใจด้วยเหรอ ไม่ต้องห่วง...ถึงยังไงคืนนี้ผมก็ให้คุณก่อนอยู่แล้ว แม้ว่าผมจะไม่ค่อยถนัดเป็นรุกก็เถอะนะ นี่แหละ...ผมถึงได้คิดว่าตัวเองเหมาะกับคุณนักรบมากกว่า”

                นักรบมองคนพูดเหมือนไม่อยากเชื่อ คิ้วเข้มขมวดมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาแดงไปทั้งหน้าด้วยความโกรธชนิดที่อยากเอาเลือดออกจากปากคนให้หายโมโห 

                โคร้ม !!!

                ช้ากว่าวาริศา เธอลุกพรวดพร้อมกับทุบโต๊ะจนเกิดเสียงดังไปทั่วร้านส่งผลให้คนหันมามองเป็นตาเดียว ใบหน้าหวานขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน โมโหจนเลือดขึ้นหน้า

                “ไร้มารยาท ไร้ยางอายที่สุด คุณกล้าพูดจาแบบนี้ออกมาได้ยังไงฮะ เรื่องอะไรมาดูถูกเพื่อนฉัน”

                “ใจเย็นก่อนนะครับ” ต้นตระการลุกขึ้นยืนก่อนถอยห่างคนกำลังโมโห “เรื่องแบบนี้ผมเข้าใจดีว่าผู้หญิงแท้ๆ คงรับไม่ได้ แต่จริงๆ แล้ว มันเป็นเรื่องธรรมดาของพวกเรามากๆ เลยนะครับ”

                “พวกเราเหรอ ใครกันที่เป็นพวกคุณฮะ ลามก คิดแต่เรื่องสกปรก” วาริศาใจเย็นไม่ได้

                พิรัชย้ายมายืนเคียงข้างเพื่อนสาว ในขณะที่นักรบรั้งแขนคนตัวเล็กไว้ไม่ให้เธอหลุดไปทำร้ายอีกฝ่าย อันที่จริงเขาเป็นห่วงว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บกลับมามากกว่า

                “อ้าว! ไม่เชื่อก็ถามคุณพีชดูสิ เราคุยกัน นัดพบกันก็เพราะเรื่องอย่างว่า ใครจะมานั่งเสียเวลาคุยเป็นเดือนเพราะหวังแค่กินข้าวดูหนังวะ เสียเวลา”

                คราวนี้เป็นพิรัชที่ทนกับปากของต้นตระการไม่ไหว ยกมือชี้หน้าต้นตระการด้วยมืออันสั่นเทา “ไอ้ต้น ปากแบบนี้ไปนอนโรงพยาบาลสักคืนดีมั้ย ไอ้ชั่ว ไอ้เลว”

                จากที่นักรบต้องห้ามวาริศา กลับกลายเป็นว่าเขาต้องคอยล็อกแขนคนทั้งคู่ไว้อย่างสุดความสามารถ ทว่าต้นตระการก็ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถหยุดวาจาชั่วๆ ของตัวเองได้เลย

                “เออ ทำไม ชั่วก็ยอมรับว่าชั่ว ไม่ได้มือถือสากปากถือศีล อย่าคิดว่ากูพิศวาสมึงนะ กูอยากจะเดินหนีตั้งแต่หน้าโรงหนังแล้ว ตัวก็ผอมบางเป็นท่อนไม้ เห็นแล้วหมดอารมณ์ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณนักรบกูก็ไม่คุยกับมึงให้เสียเวลาหรอกโว้ย”

                “ไอ้บ้า คุณรบของฉันเป็นผู้ชายทั้งแท่ง อย่ามาคิดอะไรทุเรศๆ กับเขานะ เขาเป็นว่าที่สามีของฉัน แกมาทางไหนรีบไสหัวไปทางนั้นเลยนะ ไม่งั้นฉันจะฆ่าแกแน่ๆ สาบานได้เลย ไอ้บ้า ไอ้ลามก ไอ้เลว”   

                วาริศาดิ้นเร่าๆ ในอ้อมกอดของนักรบ เธอคว้าเอาช้อนส้อมบนโต๊ะขว้างไปทางต้นตระการจนอีกฝ่ายเลอะไปด้วยเศษอาหาร 

                “ใจเย็นก่อน ไม่อายเขาหรือไง เธอจะโวยวายให้ได้อะไรขึ้นมาฮะ” นักรบปล่อยมือจากพิรัชมากอดวาริศาไว้ทั้งสองแขน เพราะดูเหมือนว่าเธอจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้แล้วในขณะนั้น

                “คุณรบ คุณเห็นหรือเปล่าว่าเขามองคุณแบบไหน เขาอยากจะกินคุณจะแย่  หืม...ลองดูสิ ฉันจะใช้กรรไกรตัดทิ้งให้สิ้นซากเลย ถ้าจะคิดมิดีมิร้ายกับคุณรบก็ข้ามศพฉันไปก่อนเถอะ”

                “วาริศา หยุดเดี๋ยวนี้ ฉันจัดการเอง” นักรบไม่แน่ใจว่าที่หน้าร้อนๆ อยู่ตอนนี้เพราะโกรธต้นตระการ หรืออายกับคำพูดของวาริศากันแน่ แต่อย่างน้อยน้ำเสียงเด็ดขาดของเขาก็ช่วยหยุดอาการสติแตกของเธอไว้ได้

                วาริศาได้สติ เธอหยุดหายใจหอบมองคู่กรณีอย่างไม่ยอมละสายตา

                 “ชื่ออะไรนะ ต้นตระการใช่มั้ย” นักรบเดินเข้าไปใกล้ จ้องมองด้วยสายตาดุดัน “รีบไปให้พ้นหน้ากูเดี๋ยวนี้เลย แล้วอย่าโผล่ไปที่ Diamond Destiny อีก คนชอบดูถูกคนอื่นแบบมึงเนี่ย ไม่ตายก็เจ็บหนัก ทีหลัง...ถ้าอยากมากๆ ก็เหลือสติไว้ดูตาม้าตาเรือบ้าง แกว่งของผิดที่ ระวังจะไม่มีของไว้ใช้”

                ใบหน้าขาวจัดยิ่งซีดลงไปอีกเมื่อได้เห็นแววตาร้ายที่มองมาเหมือนจะฆ่าให้ตาย สองเท้าก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ กระทั่งนักรบตะปบเข้าที่วัตถุข้างลำตัวต้นตระการก็หมุดตัวแล้วโกยแนบออกจากร้านไปในทันที

                นักรบต้องพ่นลมหายใจออกมา ไม่คาดคิดว่าชีวิตจะต้องมาพบกับเรื่องบัดซบแบบนี้ ชายหนุ่มหันกลับมามองอีกสองคนก็พบว่าทั้งคู่อยู่ในสภาพที่แทบดูไม่ได้ ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าเลอะไปด้วยคราบอาหาร ร้ายไปกว่านั้น สายตาคนนับสิบคู่ในร้ายมองมาที่พวกเขาเป็นตาเดียว 

-----------------------------------------------------------------------------------------------

//นาทีนี้จะสงสารใครดี 555 พีช ศา นักรบ หรืออีต้นดี//

คอมเมนท์เป็นกำลังใจให้กันบ้างนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,090 ความคิดเห็น

  1. #1361 150221 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 22:36
    มันคืออะไรเนี่ยขำกับนางจริง
    #1,361
    0
  2. #253 YulSica (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 16:52
    พวกแกมันบ้า อีสองตัวเพื่อนซี้!
    #253
    0
  3. #164 fsn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 21:56
    5555555555555 ชีวิตมีสีสันนะคะ
    #164
    0
  4. #147 Phannipha(Ying) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 13:34
    นักรบกอดศาไว้แน่นๆนานๆก็ได้นะ
    #147
    0
  5. #146 punpun (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 16:02
    ชอบ ศา ง่ะ....

    ได้ใจสุดๆๆไปเลยเจ๊

    # ศาคนแมน
    #146
    0
  6. #145 ตุ่น (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 01:13
    55"5เอากันเข้าไป ใครกันเนี่ย!!!!
    #145
    0
  7. #144 chernat (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 20:49
    อีต้นยังโดนน้อยไปนะ หึ่ย ขัดใจ
    #144
    0
  8. #143 drn_ptk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 18:29
    55555 มาต่อเลยอยากรู้ว่าน้องศาจะทำยังไง
    #143
    0
  9. #142 พี่น้อย0105 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 18:11
    อิต้นอยากกินนักรบไม่ดูตาม้าเรือเลย น่าจะทิ้งซะสิ้นเรื่อง
    #142
    0
  10. #141 phanphanat (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 17:48
    อ่านไปอ่านมา ทำไมนักรบน่าสงสารอ่ะไร
    #141
    0
  11. #140 Nok (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 17:00
    สงสารหรือขำดีน่ะ 555 แต่ล่ะคน
    #140
    0