ร้ายเกินพิกัด [สนพ.แจ่มใส]

ตอนที่ 11 : บทที่ 5 ก้าวแรก (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,940
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    5 ส.ค. 60

  



                “นั่นใช่คุณนักรบสุดสวาทขาดใจของแกไหม”

                “ใช่!” วาริศาตอบคล้ายคนละเมอ “เขามาทำอะไรที่นี่”

                ไม่ทันที่จะได้คาดเดาคำตอบ ร่างสูงก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า เขาถอดแว่นกันแดดออกแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบประดุจหุ่นยนต์

                “ฉันลืมขอเบอร์เธอ ก็เลยมาดักรอ”

                “คะ” วาริศายิ่งงงหนัก

                “แปลกใจอะไร”

                “ก็คุณพูดแค่นี้ ใครจะไปเข้าใจล่ะ” วาริศามีสติขึ้นมา ทว่าความงุนงงยังไม่จางหาย

                นักรบอึกอัก เขามองวาริศาสลับกับพิรัชอย่างลังเล ไม่สมควรเลยสักนิดหากจะพูดถึงเรื่องข้อตกลงระหว่างเขากับเธอต่อหน้าคนอื่นที่เขาไม่รู้จัก กระนั้นวาริศาผู้แสนฉลาดกลับไม่คิดเฉลียวใจ

                “ฉันมารับเธอ”

                “รับฉัน....ทำไมคะ รับไปไหน”

                “ต้องมีคำถามแบบนี้ด้วยเหรอ ในเมื่อเราเป็นแฟนกัน” เขาตัดสินใจพูดออกไปในที่สุด  

                คำตอบของนักรบทำให้เอาคนฟังถึงกับหน้าร้อน แม้แต่พิรัชเองก็ทำหน้าไม่ถูกด้วยรู้อยู่ก่อนแล้วถึงข้อตกลงของคนทั้งคู่ แต่การมาป่าวประกาศกันตรงๆ แบบนี้ก็ชวนให้เขินแทนเพื่อนอยู่เหมือนกัน

                  วาริศากลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ  แม้หัวใจจะบีบรัดด้วยความตื่นเต้น แต่บางอย่างก็บอกเธอว่านักรบไม่ได้เกิดพิศวาสเธอขึ้นมากะทันหัน แต่อะไรที่ทำให้เขาเป็นฝ่ายมาหาเธอถึงที่นี่ซ้ำยังเปิดเผยฐานะที่เขาหลีกหนีมันมาตลอด   

                “เอ่อ...คือฉันยังไม่ได้เตรียมตัวเลย อีกอย่าง...ฉันก็มีนัดกับเพื่อนแล้ว”

                นักรบพยักหน้าช้าๆ คล้ายๆ ว่าเข้าใจ เขาไม่คิดจะเรียกร้องให้เธอทิ้งเพื่อนเพื่อไปกับเขา แต่ก็รู้ดีว่าวาริศาไม่มีทางปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือ  “งั้นฉันกลับก่อนก็ได้ เอาไว้วันหลังเราค่อยนัดกันใหม่”

                เมื่อเห็นว่านักรบทำท่าจะกลับ  ความต้องการภายในจิตใจก็ทำงาน วาริศารีบก้าวยาวๆ ไปดักหน้าเขาไว้โดยไม่ลืมดึงเพื่อนให้ตามไปด้วย

                “เดี๋ยวสิคะ”

                นักรบหยุดฝีเท้า เลิกคิ้วให้หญิงสาวเบื้องหน้าแทนคำถาม

                “คือว่า...ไหนๆ คุณก็อุตส่าห์มาถึงที่นี่แล้ว เราไปกันสามคนก็ได้นี่คะ” วาริศาเสนอพร้อมกันดึงพิรัชที่แอบอยู่ด้านหลังให้ก้าวมาข้างหน้า “นี่พีช เพื่อนของฉัน วันนี้เขามีนัดครั้งสำคัญ เป็นการเจอกันครั้งแรกกับหนุ่มหล่อนักเรียนนอก คงไม่เป็นอะไรถ้าเราจะไปเป็นเพื่อนเขาก่อน จากนั้นเมื่อทุกอย่างโอเค ฉันกับคุณก็ค่อยไปต่อ ดีมั้ยคะ”

                วาริศาจับมือเพื่อนแน่นแต่ดวงตากลมใสจ้องนักรบไม่วางตา บ่งบอกว่าเธอจะไม่ยอมพลาดเดทกับเขาและไม่มีทางทิ้งเพื่อนอีกเช่นกัน

 

 

                นอกจากนักรบจะแปลกใจกับแผนของวาริศาแล้ว เขายังมึนงงเล็กน้อยตรงการแนะนำพิรัชให้รู้จัก ครั้งแรกเขาเข้าใจว่าพิรัชเป็นผู้ชายทั้งแท่ง แม้รูปร่างจากผอมบางไปหน่อย แต่ท่าทางก็ไม่ได้ดูกระตุ้งกระติ้ง และเพราะความสับสนนี้เองทำให้เขาเผลอตกปากรับคำกับวาริศาอย่างง่ายดาย กว่าจะรู้ตัวอีกที ทั้งสามคนก็มาถึงสถานที่นัดหมายเป็นที่เรียบร้อย

                หน้าโรงหนังในศูนย์การค้าย่านมาบุญครองคือสถานที่นัดหมาย นักรบยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างคนใจเย็น ทว่าภายในใจกำลังรู้สึกว่าการนัดเดทของพิรัชในครั้งนี้ดูเหมือนเด็กมัธยมเอามากๆ ให้ตายเขาก็ไม่มีทางนัดสาวมาดูหนังในเดทแรกแน่ๆ 

                “ศา แกว่าตัวจริงเขาจะเหมือนกับในรูปโปรไฟล์หรือเปล่า” พิรัชเริ่มกังวลเมื่อใกล้เวลานัดเข้ามา

                “ฉันเตือนแกไว้ก่อนเลยนะ ถ้าหากว่าเขาหน้าตาไม่เหมือนในโปร์ไฟล์ล่ะก็ แกต้องจัดการเอาเอง ฉันจะไม่ยอมวิ่งหนีกับแกเหมือนคราวก่อนเด็ดขาด”

                “เอ้า! ทำไมล่ะ”

                “แกเห็นไหม” วาริศาส่งนิ้วโป้งไปด้านหลัง นักรบกำลังยืนกอดอก กวาดตามองรอบๆ โดยไม่ได้สนใจสองเพื่อนซี้ที่กำลังสนทนาด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ “ฉันมีภารกิจของตัวเองที่ต้องจัดการเหมือนกัน”

                “สุดท้ายแกก็เห็นผู้ชายสำคัญกว่าเพื่อน”

                “หยุดพูดเลย ถ้าฉันเห็นผู้ชายสำคัญกว่าจริงๆ ฉันจะยอมมากับแกไหม ไม่สำนึกบุญคุณ”

                การโต้เถียงกันระหว่างสองเพื่อนซี้ต่างเพศเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ แม้ไม่อยากสนใจก็ต้องสนใจ เมื่อหันมามองก็พบว่าวาริศากำลังเถียงกับพิรัชอย่างเอาเป็นเอาตาย เป็นภาพที่คุ้นตา ทว่าแปลกอยู่ตรงที่คนที่วาริศากำลังโต้เถียงด้วยนั้นไม่ใช่พลอยพัชญ์อย่างทุกครั้ง เขาเข้าใจว่าหญิงสาวจะสนิทสนมกับพลอยพัชญ์มากที่สุด เพราะที่ผ่านมา ไม่ว่าพบภรรยาเจ้านายที่ไหนก็มักจะเห็นวาริศาที่นั่น  เหมือนกับว่าเธอมีเวลาให้พลอยพัชญ์เสมอไม่ว่าเมื่อไหร่ นักรบไม่คิดว่าหญิงสาวจะปฏิบัติแบบเดียวกันนี้กับเพื่อนได้เกินหนึ่งคนเพราะมันออกจะเหนื่อยเกินไป

                ดูๆ แล้ว ยายนี่ก็เป็นคนที่รักเพื่อนไม่น้อยเลยนะ 

                “สวัสดีครับ”  

                เสียงทุ้มกังวานของผู้มาใหม่ดึงให้นักรบหยุดคิดเรื่องของหญิงสาวข้างกาย ทั้งยังช่วยหยุดการพูดคุยของวาริศากับพิรัชได้ในทันทีอีกด้วย

                ชายหนุ่มรูปร่างสูง ผิวขาวจัด ร่างกายสมส่วนบึกบึนอย่างคนที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดีหยุดยืนอยู่ตรงหน้าบุคคลทั้งสาม วาริศาสำรวจผู้ชายของเพื่อนอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท แม้ว่าใบหน้าจะไม่ได้หล่อจัด แต่ก็เสริมให้ชายหนุ่มเป็นคนที่ดูดีมากคนหนึ่ง เป็นโชคดีแท้ๆ เชียวที่เธอไม่ต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเหมือนคราวก่อน ไม่ใช่ว่าเธอกับพิรัชมองคนที่หน้าตา แต่หากการรู้จักกันเริ่มต้นด้วยการโกหกแล้ว ต่อไปจะไว้ใจอะไรได้ องค์ประกอบอื่นๆ

                “ผมมาช้าไปหรือเปล่าครับ”

                ชายหนุ่มผู้มาใหม่ถามอย่างคนที่มีความมั่นใจ แม้ว่ามาเพียงลำพังแต่ก็ไม่มีอาการประหม่าให้เห็นเลย เป็นพิรัชเองต่างหากที่เป็นฝ่ายพูดไม่ออก กว่าจะได้สติก็จนเมื่อวาริศาสะกิดแรงๆ

                “เอ่อ...สวัสดีครับคุณต้น พวกเราเพิ่งมาถึงเหมือนกัน”

                “ครับ โชคดีจริงๆ คิดว่าจะมาสาย”

                พิรัชยิ้มให้อีกฝ่าย และเหมือนว่าจะไม่มีใครพูดอะไรเลยจนกระทั่งนิ้วเรียวขาวสะอาดผายมาทางวาริศาและนักรบอย่างสุภาพ “คุณพีชครับ นี่...เพื่อนคุณเหรอ”

                พิรัชที่ยังไม่หายจากอาการตื่นเต้นเบิกตากว้าง ละล่ำละลักพูด “คะ ครับ นี่ศาเพื่อนของผม ส่วนนี้คุณนักรบ เป็นเอ่อ...เจ้าของ Diamond Destiny คุณรู้จักไหมครับ”

                เพราะไม่รู้จะแนะนำคนหลังอย่างไร พิรัชจึงคิดว่าการบอกแบบนี้น่าจะดีที่สุด และนั่นก็ทำให้คู่เดทของเขาออกอาการตื่นเต้นมากทีเดียว

                “งั้นเหรอครับ ผมไปเที่ยวที่นั่นบ่อยมากๆ ดีใจที่ได้พบเจ้าของตัวจริงสักที แถมเป็นสถานการณ์ที่เป็นกันเองมากๆ ผมต้นตระการครับ” ต้นตระการยื่นมือให้

                นักรบนิ่วหน้า เขาค่อนข้างเกร็งกับท่าทีของชายตรงหน้าเป็นอย่างมาก อาจเป็นเพราะการแต่งกายที่เนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หรือไม่ก็เป็นเพราะความมั่นใจอันมากล้นจนเกินเหตุนั่น มันทำให้เขารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย ทว่าสุดท้ายเขาก็ยอมยื่นมือไปสัมผัสแต่โดยดี

                “เดี๋ยวหนังจะฉายแล้ว คุณต้นกับพีชรีบเข้าไปข้างในเถอะค่ะ” วาริศาเอ่ยโดยไม่ทันสังเกตสีหน้าของนักรบ เพราะเวลานี้ในหัวของเธอกำลังวุ่นกับการวางแผนมัดใจจนไม่คิดจะสนใจอะไรทั้งนั้น

                “อ้าว! แล้วคุณศากับคุณนักรบไม่เข้าไปดูหนังด้วยกันเหรอครับ”

                “อ่อ...เปล่าค่ะ พอดีฉันกับคุณรบคิดว่าจะไปหาอะไรทานดีกว่า ไม่อยากเป็นกอขอคอ”

                “โธ่! ถ้างั้นเราน่าจะไปทานข้าวด้วยกันดีกว่านะครับ เจอกันครั้งแรกมานั่งดูหนัง คงเสียเวลาทำความจักกันแย่เลย”

                คำตอบของต้นตระการทำเอารอยยิ้มบนใบหน้าหวานเหือดแห้งไปทันที ในขณะที่นักรบก็ยิ่งทำหน้าไม่ถูก คงมีแต่พิรัชที่เห็นด้วยกับความต้องการในครั้งนี้เพราะเขาก็ทำตัวไม่ถูกหากต้องอยู่กับต้นตระการเพียงลำพัง และนั่นมันทำให้วาริศาอย่างทึ้งศีรษะเพื่อนให้หายโมโห  

               และแม้ว่าวาริศาจะแสดงความเสียดายค่าตั๋วหนังอย่างไรก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล ทั้งพิรัชและต้นตระการต่างยืนยันแน่นหนักว่าจะทิ้งตั๋วหนังเพื่อมาทานข้าวกับเธอและนักรบ ด้วยเหตุนี้...บนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษจึงไม่ใช่มื้ออาการสำหรับคู่รักข้าวใหม่ปลามันอย่างที่วาริศาวาดหวังไว้เลย ที่ร้ายไปกว่านั้น บุคคลที่เธอ พิรัช และนักรบเพิ่งพบเป็นครั้งแรกก็ผูกขาดการสนทนาทั้งหมด  และหากเธอจะให้คะแนนในฐานะเพื่อนของแฟนล่ะก็ คะแนนของต้นตระการก็ติดลบยาวเป็นหางว่าว

                “ถ้าหากคุณรบเบื่อๆ ก็โทรมาหาผมได้นะครับ ผมไปที่ผับของคุณบ่อยมาก บางทีเราอาจจะได้มานั่งดื่มด้วยกันตามประสาผู้ชาย” ต้นตระการบอกกับนักรบหลังจากเสียมารยาทของเบอร์โทรศัพท์มาได้ ชายหนุ่มนั่งเคียงข้างกับพิรัช ในขณะที่วาริศาและนักรบนั่งอีกฝั่งของโต๊ะอาหาร

                “ครับ” นักรบตอบกลับไปสั้นๆ เช่นเดียวกับทุกครั้งที่หนุ่มหน้าขาวจัดป้อนพยายามป้อนคำถาม

                “แล้ว คุณรบทำกิจการอย่างอื่นอีกไหมครับ นอกจากสถานบันเทิง เผื่อว่าผมจะได้ไปอุดหนุน”

                “แหม คุณต้นคะ ถามเรื่องของคุณรบระเอียดยิบเชียว สนใจเพื่อนศาบ้างสิคะ ไอ้พีชมันนั่งเงียบจนน้ำลายบูดแล้วค่ะ” วาริศาท้วงขึ้นเมื่อเห็นว่าสีหน้าของพิรัชดูแย่ลงทุกทีนับตั้งแต่เริ่มรับประทานอาหาร ดูเหมือนว่าต้นตระการไม่สนใจจะคุยกับเพื่อนของเธอเลย

                “ผมกับคุณพีชคุยกันเยอะแล้วครับ เรารู้เรื่องของกันและกันละเอียดมากเลยด้วย แต่กับคุณรบเนี่ย ผมยังไม่ค่อยรู้อะไรเลย” ต้นตระการหันมามองนักรบในประโยคสุดท้าย

                วาริศาขนลุกเมื่อเห็นแววตาของต้นตระการเปล่งประกายแสงระยิบระยับพิกล คล้ายกับไม่ใช่แววตาอย่างมิตรทั่วไป ครั้นพอหันไปมองนักรบเธอก็เห็นว่าสีหน้าเขาเครียดขรึมจนแทบจะกลายเป็นสีเขียว 

-----------------------------------------------------------------------------

//- -//ศา..ชั้นว่าถ้ามันยากลำบากมากก็ตีหัวแล้วลากเข้าถ้ำเลยดีกว่า//T T//

นักรบ....ไอ้นิสัยขี้อ่อยนี้ได้มาจากใคร...ไม่บอกก็รู้



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,090 ความคิดเห็น

  1. #252 YulSica (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 16:48
    ขำความศา โอ้ยยยย
    #252
    0
  2. #163 fsn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 21:56
    แย่อะ นายต้น
    #163
    0
  3. #139 punpun (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 09:40
    ศาค่ะ ตบEคุณต้นให้หงายไปเลยค่ะ

    #ต้นวุ่นวาย
    #139
    0
  4. #138 Phannipha(Ying) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 00:28
    ศาลากพี่เค้าออกมาเถอะ
    #138
    0
  5. #137 pinksoo16 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 23:36
    555555 ออร่าม่วงอมเขียวววว
    #137
    0
  6. #134 chernat (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 22:50
    ต้น อย่าบอกนะว่าอยากกินนักรบ คนนี้ของศานะ อย่ามายุ่ง
    #134
    0
  7. #132 melapholasirinn4528 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 22:31
    กลัวแทนรบเลย5555
    #132
    0
  8. #131 22feia (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 21:45
    อย่าบอกนะว่าคนต้นเป็นเก้งหรือกวาง5555
    #131
    0
  9. #130 พี่น้อย0105 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 21:20
    555คุณต้นสนใจนักรบซะแล้วววว
    #130
    0