ร้ายเกินพิกัด [สนพ.แจ่มใส]

ตอนที่ 10 : บทที่ 4 ยกที่ 1 (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,862
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    4 ส.ค. 60

           


                   เมื่อความต้องการพื้นฐานของร่างกายถูกเติมเต็มเป็นที่เรียบร้อย อารมณ์ของคนโมโหหิวก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ วาริศามองจานว่างเปล่าบนโต๊ะที่ไม่เหลือเศษอาหารให้คาดเดาได้เลยว่าก่อนหน้านี้มันเป็นอะไรมาก่อน รู้สึกอับอายจนไม่กล้าแม้แต่จะละสายตาขึ้นมามองหน้าคนที่นั่งตรงข้าม

                “เธอมีพยาธิอยู่ในตัวกี่แสนชนิดเนี่ย กินขนาดนี้ถึงได้ไม่อ้วน” นักรบทำลายความเงียบด้วยการตอกย้ำให้วาริศายิ่งอายหนักเข้าไปอีก 

                “คือว่า...จริงๆ แล้วฉันเป็นคนทานน้อยมากเลยนะคะ”

                “ยังจะโกหกอีกเหรอ” นักรบสวนกลับทันควัน พลางมองจานเปล่าที่วางอยู่เต็มโต๊ะ ดูยังไงก็ไม่ใกล้เคียงกับคำว่า ทานน้อยเลยสักนิด

                “เอาเถอะค่ะ ฉันยอมรับว่าฉันกินจุ แล้วก็มักจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้เวลาหิว” วาริศายอมรับเสียอ่อย “แต่นั่นก็เป็นข้อดีนะคะ รับรองได้ว่าฉันจะไม่มีวันกลายเป็นผู้หญิงอ้วนหลังแต่งงานแน่นอน เพราะกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน”

                “เรื่องนั้นใครจะสนกัน ห่วงคนที่จะมาแต่งงานกับเธอมากกว่า เขาอาจจะหมดเนื้อหมดตัวเพราะเลี้ยงเธอไม่ไหว”

                “พูดเกินไป ฉันไม่กินล้างกินผลาญจนถึงขั้นหมดตัวได้หรอกนะคะ”

                นักรบไม่ตอบอะไรนอกจากโคลงศีรษะเบาๆ อากัปกิริยาแบบนั้นทำให้วาริศาคาดเดาความรู้สึกไม่ถูกเลย เขาไม่เชื่อเรื่องที่เธอพูด หรือว่าอ่อนใจกับพฤติกรรมของเธอกันแน่ แต่ไม่ว่าจะเป็นข้อไหนมันก็ไม่ดีทั้งนั้น คะแนนเธอตกทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มสะสมสักแต้ม แบบนี้เรียกว่า ติดลบน่าจะถูกกว่า

                แล้วเธอควรจะเริ่มสะสมคะแนนอย่างไรดีเล่า

                “คุณรบคะ” วาริศาเรียกเขา ชายหนุ่มที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ เพียงแค่เหลือบตาขึ้นมามองเท่านั้น สายตาราบเรียบทำลายความกล้าเธอลงเล็กน้อย...แต่ไม่ใช่ทั้งหมด “เราคบกันอยู่จริงๆ ใช่มั้ยคะ”

                “ฉันบอกกับเธอไปแล้วเมื่อวาน”

                “ก็ใช่ แต่ว่า...ทำไมตอนนี้ฉันถึงได้รู้สึกว่าเรา...ไม่เหมือนคนรักกัน”

                “เราไม่ได้รักกัน” นักรบบอกตามที่คิด ทำเอาคนฟังสีหน้าเปลี่ยนอย่าเห็นได้ชัด แต่เขาไม่สนใจเพราะนั่นคือความจริงที่เธอต้องรู้ “เราคบกันเพื่อเรียนรู้ว่าอย่างฉันกับเธอ จะสามารถจะรักกันได้ไหม อีกอย่าง...ที่ผ่านมาเวลาฉันคบใครก็ไม่เห็นว่าจะต้องรักเลย แค่คบกันน่ะ”

                นักรบพูดนิ่งๆ เหมือนพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ ก่อนกวักมือเรียกพนักงานเพื่อส่งสัญญาณให้เช็คบิลโดยไม่สนใจว่าบทสนทนาระหว่างเขาและหญิงสาวตรงหน้าจบลงหรือยัง เพราะจริงๆ แล้วเขารู้คำตอบของการ ลองคบกัน ครั้งนี้ดีกว่าใครๆ และรู้อีกเช่นกันว่าวาริศาหวังผลในทางตรงกันข้ามกับความเป็นจริง

                “เราคงใช้ระยะเวลาสี่สิบห้าวันที่เจอกันบ้างไม่เจอกันบ้าง ตัดสินเรื่องใหญ่แบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ ฉันรู้ว่าคุณปิดใจกับฉัน ถึงคุณจะเปิดโอกาสให้ฉันได้ใกล้คุณในฐานะแฟนแล้วก็ตาม”

                “แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไงเล่า เธอคิดตั้งแต่แรกไม่ใช่เหรอว่าจะเปลี่ยนใจฉัน เธอก็ทำเข้าสิ”

                “ก็ได้ ถ้างั้นระยะเวลาสี่สิบห้าวันที่เราคบกัน ฉันจะนับเฉพาะวันที่เราได้เจอกันเท่านั้นนะคะ” วาริศาเรียกร้องบ้าง และนั่นทำให้นักรบถึงกับชะงักงัน

                “มีคู่รักคู่ไหนบนโลกที่นับระยะเวลาการคบหากันแบบนั้น”

                “ไม่มีคู่รักที่ไหนหรอกค่ะ แต่คุณก็รู้ไม่ใช่เหรอคะว่าเราคบกันแบบไหน ดังนั้นรายละเอียดปลีกย่อยจะแตกต่างจากคู่อื่นไปบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่สำคัญ...ฉันเสียเปรียบ ถ้าหากว่าคุณไม่ว่างทุกวันจะทำไง ดีแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่นับเวลาเป็นชั่วโมง หรือถ้าหากว่าคุณไม่ได้คิดจะเปิดโอกาสให้ฉันจริงๆ ตั้งแต่แรก ก็ล้มเลิกเสียตั้งแต่วันนี้ แล้วฉันจะได้กลับไปใช้วิธีเดิม”

                นักรบไม่ทันได้ตอบ เพราะคำว่า วิธีเดิมของหญิงสาวสร้างความขวัญผวาให้เขาอย่างยิ่งยวด แค่คิดว่าจะต้องเจอเธอทุกวัน ต้องถูกยั่วยวนด้วยมารยาหญิงร้อยเล่มเกวียนและอีกสารพัดวิธีที่เธอจะขุดขึ้นมาอ่อยเขาก็แทบเป็นบ้าตายเสียเดี๋ยวนั้น

                เห็นทีเขาจะต้องจริงจังกับแผนของเมฆให้มากกว่านี้

                “ก็ได้ ถ้าเธออยากจะเล่นบทแฟนให้สมจริง ฉันจะทำให้ดีที่สุดเลย”

                วาริศาเผลอเบิกตากว้างโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อบังเอิญผสานสายตากับเขา แววตาวาววับจากดวงตาสีสนิมทำขนก็ขนเธอลุกชูชัน หนาวสะท้านเข้าไปถึงกระดูก หญิงสาวหยิบน้ำขึ้นจิบเมื่อรู้สึกว่าลำคอแห้งผาก ภาวนาให้เขาละสายตาจากเธอทว่ากลับไม่เป็นผล เขายังจับจ้องเธอไม่วางตา

                “เอ่อ...พนักงานคิดเงินช้าจังเลยนะคะ” 

               

 

                อาจเป็นเพราะเธอสวยน้อยไปนิด หรือไม่ก็ธรรมดามากเกินไปหน่อย จะมีรักทั้งทีจึงได้ลำบากยากเย็นเช่นนี้ วาริศาถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาในกระจกเงา

                แต่ถึงแม้จะลำบากเช่นนี้ และแทบมองไม่เห็นหนทางที่จะเป็นไปได้ ก็ยากเกินกว่าจะตัดใจ นั่นเพราะว่าวาริศาไม่เคยพบใครที่มีแรงดึงดูดมหาศาลเท่ากับนักรบมาก่อน นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่สมบูรณ์แบบแล้ว ความฉลาดหลักแหลม วาจาเชือดเฉือนคมคายและความเป็นสุภาพบุรุษที่ไม่ได้แสดงออกอย่างตรงไปตรงมานั้น ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้เขาเป็นเท่าทวี

                นั่นแหละ...คือสาเหตุของความบ้าบิ่นอันไร้ขอบเขตของเธอ   

                ติ๊ดๆ

                ข้อความจากโปรแกรมสนทนาดังขึ้น วาริศากดเปิดอ่านอย่างรวดเร็วและต้องยิ้มออกมาด้วยความขบขัน

           Peach : หายเข้าห้องน้ำไปเป็นชาติ ตกส้วมตายแล้วมั้งคะ นี่ถ้าไม่เกรงใจสถานที่ราชการฉันจะเข้าไปจิกแกออกมาเดี๋ยวนี้เลย  

            warisa : แปบสิ ฉันเป็นผู้หญิงนะยะ ไม่ใช่อย่างแก ควักออกมาทำธุระแล้วยัดกลับก็เสร็จน่ะ

            Peach  :  อี๋! น่าเกลียด ไร้ยางอาย

            วาริศายิ้มให้โทรศัพท์ เธอหย่อนมันลงกระเป๋าก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำ พิรัชยืนรอด้วยใบหน้าหงิกงอ อาการของเพื่อนยิ่งทำให้เธออดหัวเราะไม่ได้

                “พิรี้พิไร หนังฉายหกโมงนะคะ ไม่ใช่สองทุ่ม”

                “รีบไปดูหนังหรือกลัวผู้ชายรอกันแน่” วาริศาถามตรงจุด

                พิรัชมีนัดดูตัวกับชายหนุ่มที่พบกันโดยไม่บังเอิญในโลกออนไลน์ หลังจากทำความรู้จักกันได้สักพักและแน่ใจว่าเคมีตรงกันมากพอที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ไปอีกขั้น การนัดหมายจึงเกิดขึ้น เกย์หนุ่มที่แสนจะขี้อายไม่เคยนัดเจอใครครั้งแรกโดยไปเพียงลำพัง หน้าที่เพื่อนฝ่ายหญิงจึงตกเป็นของวาริศาโดยปริยาย

                “ว่าแต่ฉัน ทีเมื่อวานที่แกนัดกับคุณนักรบล่ะ แกยังลากฉันไปเป็นเพื่อนเลือกชุด รีบจนข้าวปลาไม่ได้กิน นั่นไม่เรียกว่ากลัวผู้ชายรอเหรอ”

                พอเพื่อนพูดถึงเรื่องนี้ใบหน้าที่กำลังยิ้มแย้มต้องเปลี่ยนสี วาริศาไม่อยากเล่าเหตุการณ์เมื่อวานให้พิรัชฟังเพราะรู้ดีว่าถ้าหากพิรัชรู้เข้า เพื่อนจะต้องทำลายความมั่นใจที่เหลือน้อยอยู่แล้วให้ลดลงไปอีก   

                “เลิกบ่นแล้วรีบๆ ไปเถอะน่า” วาริศาดันหลังพิรัชให้เดินไปข้างหน้า

                ร่างสูงอ้อนแอ้นก้าวตามแรงดันของเพื่อน ปากก็บ่นไปเรื่อยเปื่อยถึงปัญหาการจารจรบนท้องถนนตลอดจนมลพิษในอากาศ ดูเหมือนไม่มีอะไรจะมาหยุดการพร่ำบ่นของเขาได้เลย จนกระทั่งออกมาถึงลานจอดรถหน้ากระทรวง ภาพที่พิรัชเห็นถึงกับทำให้ขาแข็ง ก้าวไม่ออก เป็นเหตุให้วาริศาซึ่งเดินตามหลังมาชนเข้าเต็มๆ 

                “โอ้ย! ไอ้พีช หยุดทำไมเนี่ย”

                “แก ช่วยฉันดูหน่อยสิ แล้วบอกทีว่าฉันตาไม่ฝาด” 

                “ดูอะไร แกเห็นผีตอนนี้หรือยังไง” วาริศาบ่นก่อนตวัดสายตามองสิ่งที่เพื่อนบอก  ที่เห็นคือร่างสูงร้อยแปดสิบห้าเซ็นติเมตรยืนพิงเบนซ์สีเทาควันบุหรี่คันคุ้นตา เงาวาววับปะทะกับแสงยามเย็นชวนให้ปวดตาไม่น้อย หากทว่าวาริศากับพิรัชต่างยินดีที่จะปวดตาต่อไปเพียงเพื่อได้มองภาพนั้นให้ชัดเต็มสองตา

                “นั่นใช่คุณนักรบสุดสวาทขาดใจของแกไหม”

                “ใช่!” วาริศาตอบคล้ายคนละเมอ “เขามาทำอะไรที่นี่” 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


//* *//สรุปงานนี้ยายศาของเราตีมึนชนะไปได้แบบงงๆ นะคะเนี่ย//^^//

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,090 ความคิดเห็น

  1. #251 YulSica (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 16:43
    นักรบมาทำคะแนนหร้อออ
    #251
    0
  2. #129 Phannipha(Ying) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 13:31
    พี่เขาเริ่มทำตามข้อตกลงแล้วศา
    #129
    0
  3. #128 พี่น้อย0105 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 17:44
    นักรบมารอศาหรอ จะมีเข้าใจผิดมั้ยน้อ
    #128
    0
  4. #127 Nok (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 17:38
    พากิ๊กมาเหรอคุณรบ
    #127
    0
  5. #126 kakfern23 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 16:06
    เอาแล้วๆแฟนจับได้ว่ามีกิ๊ก ศาทำงัยดีอิรบมันร้ายยยย
    #126
    0