หัวใจพ่ายรัก กับดักตะวัน (Reup)

ตอนที่ 7 : บทที่ 4 หนีไม่พ้นรัก (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,891
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    9 ส.ค. 62

               ใครจะรู้ล่ะว่าบัวชมพูหวังผลจากแผนการครั้งนั้นมากกว่าแค่ทำให้เหนือตะวันเกลียดหล่อน มีแค่หล่อนคนเดียวที่รู้ แต่เรื่องก็ผ่านมานานเกินกว่าจะรื้อฟื้นขึ้นมาอีก เหลือก็แค่สิ่งที่ยังตกค้างจากวันนั้น ความเกลียดที่เหนือตะวันมีให้หล่อน ซึ่งมากขึ้นทุกวันจนน่าตกใจ 

  “ฮัลโหล คุณลูกปลาคะ ถ้ามีเอกสารที่ฉันต้องเซ็น ยกมาไว้ที่โต๊ะได้เลยนะคะ พรุ่งนี้ฉันจะเข้าบริษัท”          
           “อ้าว! บอสคะ ดิฉันคิดว่าบอสจะไปฮันนีมูนเสียอีกค่ะ” 
           ลูกปลาถามเจ้านายสาวด้วยความงุนงง นิชาภัทรตอบคำถามเพียงสองสามคำก่อนวางสาย 
           ตอนนี้หัวใจหล่อนหม่นหมองยิ่งกว่าท้องฟ้าในฤดูฝน แผนฮันนีมูนที่หล่อนวางไว้ก็ล่มไม่เป็นท่า หนักไปกว่านั้น ข่าวที่เหนือตะวันให้สัมภาษณ์เมื่อวันแต่งงานก็กระพือพัดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง เพราะมันถูกแชร์ ถูกโพสต์ตามเพจต่างๆ นับแสนครั้ง สมดังที่หวังไว้ว่างานแต่งงานของหล่อนกับเหนือตะวันจะต้องถูกกล่าวถึงไปทั่วบ้านทั่วเมือง ผิดก็ตรงที่ไม่ใช่การกล่าวถึงเพราะความน่าอิจฉาของคู่บ่าวสาว แต่กลับกลายเป็นสาเหตุแห่งการแต่งงานสายฟ้าแลบต่างหากที่ถูกถกเถียง คาดเดา และแสดงความคิดเห็นกันอย่างมันปาก     
          ที่สำคัญดันมีมือมืดเขียนเรื่องราวของนิชาภัทรกับเหนือตะวันลงในเว็บไซต์ชื่อดัง ทั้งเรื่องที่หล่อนหลงรักเขามาตั้งแต่สมัยมัธยม แต่ฝ่ายชายไม่เคยมีใจให้เลย และเรื่องที่ชายหนุ่มหมางใจกับหล่อนด้วยตามตื๊อจนเขาต้องเลิกรากับคนรักอีก 
ทายาทรัตนะบำรุงซบหน้าลงบนฝ่ามือของตน รู้สึกสับสนไปหมด ตั้งแต่คืนที่หล่อนถูกเหนือตะวันปล้นพรหมจรรย์อย่างป่าเถื่อน ยังไม่ทันได้เสียใจอย่างจริงจัง ก็ได้มาปลาบปลื้มยินดีกับงานแต่งงานที่หล่อนฝันถึงมาทั้งชีวิต แต่พอได้แต่งเข้าจริงๆ ก็พบว่ามันไม่ใช่ฝันดีอย่างที่คิด เพราะเขาเกลียดหล่อนมากจนแทบจะฆ่าถ้าทำได้ หนึ่งวันหลังจากแต่งงานก็ยังต้องเจอกับข่าวฉาวที่ตอนนี้แพร่ไปอย่างรวดเร็วเสียจนหมดหนทางกอบกู้ชื่อเสียงคืนมาได้ 
          “เฮ้อ!” คนตกเป็นข่าวถอนหายใจแรงๆ ขับไล่ความเครียด 
          “หนูเพลง” เสียงที่คุ้นเคยเรียกหล่อนให้ละจากเรื่องราวชวนปวดหัว 
          “คุณลุง” นิชาภัทรเห็นว่าเป็นชาครจึงขยับตัวเข้าไปหา “คุณลุงคงรู้เรื่องแล้ว” 
          “เรื่องอะไรรึ” 
          “แหม! อย่าทำเป็นไม่รู้เลยค่ะ เพลงรู้นะคะว่าคุณลุงเล่นเฟซบุ๊ก” 
          หญิงสาวพาร่างของชายสูงวัยมานั่งบนโซฟาตัวยาว ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่พื้นใกล้ๆ 
          “ลุงดีใจนะที่อย่างน้อยหนูก็ไม่ทุกข์ใจอย่างที่ลุงคิด” ชาครขยี้ศีรษะลูกสะใภ้อย่างเอ็นดู 
          “ก็เพลงกำลังดีใจอยู่นี่คะ ที่ได้แต่งงานกับพี่เหนือ” นิชาภัทรพูดติดตลก เพราะหล่อนไม่เคยปิดบังเรื่องนี้เลย โดยเฉพาะกับคนตรงหน้า บางครั้งหล่อนคิดด้วยซ้ำว่าชาครจะกลัวหรือไม่ที่หล่อนหลงรักลูกชายของเขาหัวปักหัวปำ 
          “มาถึงตอนนี้จะดีใจหรือเสียใจดีล่ะ ” 
          “ชักไม่แน่ใจแล้วละค่ะ” 
          ชายสูงวัยขำคำตอบของหญิงสาว ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นกังวลชัดเจน
          “หนูเพลง ลุงขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” 
          “เรื่องอะไรคะ” 
          “เรื่องที่เหนือตะวันบอกว่าถูกวางยา...ไม่ใช่ว่าลุงไม่เชื่อใจหนูนะลูก แต่ลุงจำเป็นต้องถาม ลุงอยากฟังจากปากหนูให้แน่ใจ” 
          นิชาภัทรยิ้มหวานให้ลุงผู้มีพระคุณ หล่อนไม่โกรธแต่เข้าใจ
          “เพลงสาบานเลยนะคะ ว่าเพลงไม่เคยทำเรื่องน่ารังเกียจแบบนั้นเลย เพลงก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่เหนือเป็นอะไร เขาพาเพลงมาที่บ้าน แล้วก็...” 
          นิชาภัทรหยุดคำพูดเพียงแค่นั้น ชายชราจึงยื่นมือมาลูบศีรษะอย่างปลอบใจ 
          “หนูเพลงต้องเข้มแข็ง ลุงเชื่อว่าเหนือตะวันจะต้องรักหนู วันนั้นมาถึงเมื่อไหร่ลุงจะหัวเราะให้ฟันร่วงเลย” 
          ชายชราหัวเราะชอบใจความคิดของตนเอง นิชาภัทรเป็นคนน่ารัก เพียงแต่หล่อนรักเหนือตะวันมากจนไม่ยอมเปิดใจให้ใคร มิเช่นนั้นหนุ่มๆ คงจะได้เรียงแถวเข้ามาขายขนมจีบจนหัวกระไดไม่แห้ง นิชาภัทรเสียเองที่ไม่มั่นใจ แต่หล่อนก็ยังคงยิ้มแม้มันจะเป็นยิ้มที่แสนแห้งแล้งก็ตาม 

          ชีวิตหลังการแต่งงานของเจ้าสาวสายฟ้าแลบแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม นอกจากการที่หล่อนต้องย้ายออกจากคฤหาสน์รัตนะบำรุงมาอยู่คฤหาสน์ปริยากรโสภณแล้ว นอกนั้นหญิงสาวมีชีวิตเหมือนเดิมทุกอย่าง หล่อนตื่นเช้ามาใส่บาตร ไปทำงาน กลับถึงบ้านตอนหกโมงเย็นทุกวันไม่เคยผิดเวลา หลังจากนั้นก็มักจะขลุกอยู่ในครัว ช่วยแม่สามีทำอาหารทั้งของคาวของหวาน วุ่นวายจนถึงค่ำ อย่างน้อยก็ลดเวลาที่หล่อนต้องมานั่งมองประตูบ้านรอสามีกลับมา เพราะหล่อนจะรอเขาหลังทำอาหารเสร็จตั้งแต่สามทุ่มจนถึงห้าทุ่มทุกวัน สองสัปดาห์มาแล้วที่เหนือตะวันกลับมาถึงบ้านหลังหล่อนเข้านอน อย่าว่าแต่รับประทานอาหารร่วมกันสักมื้อเลย แค่การสนทนาสักประโยคยังไม่มี 
          พิมพ์อรมองลูกสะใภ้ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป นับจากวันที่นิชาภัทรเข้ามาอยู่ในบ้าน หล่อนได้เห็นอีกฝ่ายในมุมที่ต่างไปจากเดิม นอกจากความรับผิดชอบที่มีมากเกินหญิงสาววัยยี่สิบสองปี เด็กสาวเปรี้ยวจี๊ดที่หล่อนเคยพบเจอก็ดูเหมือนจะตายจากไปด้วย ยิ่งเห็นแววตาใสแจ๋วยามมองประตูบ้านสลับกับหนังสือในมือเป็นระยะ ก็ยิ่งเห็นถึงความรักบริสุทธิ์ที่นิชาภัทรมีให้ผู้ชายคนหนึ่งอย่างหมดหัวใจ บางทีเหนือตะวันอาจเป็นผู้ชายโชคร้ายที่โชคดีที่สุดก็เป็นได้... 
          “หนูเพลง ป้าว่าขึ้นไปนอนได้แล้วมั้ง ทำงานทุกวันไม่ควรจะนอกดึกนะ” 
          แววตาที่เคยสุกใสเริ่มอ่อนแสงลงเพราะความเพลีย นิชาภัทรขยี้ตาแรงๆ ขับไล่ความง่วง 
          “แต่วันนี้เพลงตั้งใจจะรอพี่เหนือนะคะ” นิชาภัทรตั้งใจทุกวัน แต่พอห้าทุ่มทีไรตาก็พานจะปิดทุกที 
          “อย่ารอเลย ถ้าเกิดตาเหนือกลับมาตีสามตีสี่เราไม่แย่หรือ” 
          “ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวยินยอมอย่างว่าง่าย “ถ้าคุณป้ามีโอกาสได้คุยกับพี่เหนือ เพลงรบกวนบอกพี่เหนือด้วยนะคะว่าอย่ากลับดึกมาก อันตราย ยิ่งนอนน้อยทุกวันแบบนี้ร่างกายจะแย่เอาได้” 
          พูดจบนิชาภัทรก็พาตัวเองขึ้นห้อง จัดแจงปูที่นอนบนพื้น ก่อนจะล้มตัวหลับไปอย่างง่ายดาย 
          คนร่างบางที่กำลังนิทราถูกปลุกให้ตื่นกลางดึกเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรหนักๆ ทาบทับอยู่บนร่าง หล่อนลืมตาเพื่อมองว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นเพียงเงาดำของใครบางคนเพราะดวงตายังปรับแสงไม่ได้ ด้วยความตกใจทายาทรัตนะบำรุงรีบผลักร่างนั้นออกจากตัวทันที 
          “ช่วยด้วยค่ะ!” 
          หญิงสาวตะโกนสุดเสียง ชายแปลกหน้ารีบเอามือปิดปากหล่อนไว้ พร้อมกับที่หล่อนทราบว่าผู้บุกรุกเป็นใคร 
          “จะแหกปากทำไม จำผัวไม่ได้หรือไง” 
          เหนือตะวันกระซิบใกล้หู นิชาภัทรสั่นสะท้านไปทั้งตัว หลังจากวันแต่งงานหล่อนก็แทบไม่ได้เจอเขาเลย ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเหนือตะวันออกไปทำงานแต่เช้า หล่อนเพียงแต่เห็นเขาขับรถออกจากบ้านไปตอนหล่อนตักบาตร และกว่าเขาจะกลับจากที่ทำงานหล่อนก็หลับไปแล้ว 
          กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ทำให้รู้ว่าเจ้าของร่างอันทรงเสน่ห์อยู่ในอาการไม่ปกติ
          “พี่เหนือคะ ที่ของพี่เหนือคือข้างบนค่ะ” 
          “ฉันแค่อยากนอนกับเมียสุดที่รักบ้างไม่ได้หรือไง” 
          จบประโยคริมฝีปากหยักก็ประกบกลีบปากบางอย่างนิ่มนวล เหนือตะวันค่อยๆ ใช้ฟันแข็งแรงขบปากบางอ้อยอิ่ง ในขณะที่มือหนารุกล้ำทุกส่วนของคนใต้ร่าง นิชาภัทรตระหนกแต่ก็หวามไหว มือคนที่หล่อนรักสุดหัวใจกำลังไล้เรือนร่างของหล่อน หัวใจของหล่อนกับเขาแนบชิดราวกับจะหลอมรวมกันให้ได้ ชุดนอนสีขาวบางเบาที่หล่อนตั้งใจใส่ยั่วอารมณ์คนตัวโตถูกถอดทิ้งไปอีกทาง ชายหนุ่มหงุดหงิดเมื่อพบด่านอีกชั้นคือชุดชั้นในสีเดียวกัน 
          “เธอไม่รู้หรือไง เวลานอนเค้าไม่ใส่ของพวกนี้กันหรอก เสียเวลา” 
          ดวงตากลมจ้องมองเขานิ่ง ประมวลคำพูดที่เต็มไปด้วยอารมณ์หงุดหงิด เขาสอนอีกเรื่องหนึ่งที่หล่อนไม่เคยรู้ และหล่อนจะจดจำมันไว้ถ้ามันทำให้เขาพอใจ 
ใช้เวลาเพียงเสี้ยวนาทีเขาก็จัดการชั้นในของหล่อนและเสื้อผ้าของตนเองเรียบร้อย 
เหนือตะวันหายใจติดขัดเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้าเต็มตา ยายตุ๊กตายางมีชีวิต เขาเรียกหล่อนในใจ ก่อนจะใช้ริมฝีปากร้อนแรงขบเม้มยอดบัวจนร่างของตุ๊กตายางต้องผวาเข้ากอดเขาด้วยความวาบหวาม ยิ่งรู้ว่าหล่อนรู้สึก เขายิ่งเกิดอารมณ์หวามไหว หลายคืนแล้วที่เขากลับมาเห็นหล่อนนอนหลับสนิทขณะที่ใส่ชุดนอนที่บางราวกับไม่ได้ใส่ เขาหักห้ามใจทุกครั้ง และหลายครั้งที่ต้องดับอารมณ์ด้วยตัวเอง แต่ครานี้เขาไม่มีสติพอจะยับยั้งใจได้อีกต่อไป
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเนิบนาบแต่ร้อนแรงราวเปลวไฟแผดเผา ก่อนที่เหนือตะวันจะพาหล่อนไปยังดินแดนที่หล่อนไม่เคยพบพาน วนไปเวียนมาจนทั้งสองเผลอหลับไปในอ้อมกอดของกันและกัน
 

นิชาภัทรขยับร่างอย่างยากลำบาก เพราะวงแขนแข็งแรงรัดแน่นจะแทบกระดิกไม่ได้ ใบหวานที่ซุกอยู่ตรงหน้าอกแข็งแกร่ง ค่อยๆ เงยหน้ามองสามีอย่างรักใคร่ หล่อนเผลอจูบคางได้รูปของเขาอย่างซุกซนจนยักษ์ที่หลับใหลตื่นจากนิทรา
เหนือตะวันคลายอ้อมกอดอย่างรวดเร็วเมื่อรู้ว่าคนในวงแขนคือใคร เขาขยับตัวออกห่างร่างนุ่มนิ่ม ก่อนจะลุกขึ้นนั่งพร้อมกับอาการปวดร้าวบริเวณหัวไหล่เนื่องจากนอนบนพื้นแข็งๆ มาทั้งคืน
นิชาภัทรลุกขึ้นนั่งโดยดึงผ้าห่มมาปกปิดส่วนที่หวงแหนไว้ ดวงตากลมโตมองหน้าสามีนิ่ง ท่าทีสับสนงุนงงของเขาทำให้หญิงสาวร่างเล็กสะท้อนใจ คราวนี้เขาโดนวางยาขนานไหนมาอีกล่ะ
“เป็นอะไรไปคะ”
“เรื่องของฉันน่า”
นิชาภัทรแทบจะถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่เขาไม่ลุกขึ้นมาโวยวายอะไรอีก
“แล้ว...” หล่อนตั้งใจจะถามเรื่องเมื่อคืน แต่ก็ต้องหยุดความคิดเมื่อได้ยินประโยคต่อมาของชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี
“หมดหน้าที่เมียแล้ว ออกไปห่างๆ เลย” ชายหนุ่มเอ่ยห้วนๆ หงุดหงิดตัวเองที่ห้ามอารมณ์ไม่ได้เมื่อเห็นร่างนวลเนียนของคนตรงหน้า เหนือตะวันลุกขึ้นยืน สีหน้าวิตกกังวล กลัวว่าเขาอาจพลาดทำให้นิชาภัทรท้อง คราวนี้คงต้องถูกผู้เป็นพ่อจองจำไปชั่วชีวิต
คนถูกผลักไสได้แต่นั่งนิ่ง หน้าที่เมียอย่างนั้นหรือ มีหน้าที่แค่เท่านี้หรือ หล่อนเฝ้าตั้งคำถาม ยิ่งคิดน้ำตาก็พานจะไหลออกมาประจานความโง่เง่าของตัวเอง ที่หลงเชื่อว่าเรื่องเมื่อคืนคือการปฏิบัติเฉกเช่นสามีภรรยาที่มีความรักต่อกันเหมือนคู่อื่นๆ หล่อนคิดเข้าข้างตัวเองอย่างคนไร้สมอง
“เธอมีรอบเดือนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่” เขาถามห้วนๆ
“ถามทำไมคะ เรื่องน่าอายแบบนี้” นิชาภัทรนั่งกอดเข่าอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง ที่นอนขนาดสามจุดห้าฟุต หล่อนกับเขานอนเข้าไปได้อย่างไรกันนะ
“อย่าเว่อร์ให้มากหน่อยเลย ทำตัวเป็นสาวใสไร้เดียงสา เกิดอยากจะอายขึ้นมาตอนนี้ ทีวิ่งแร่ตามผู้ชายไม่ยักอาย”
“พี่เหนือคะ”
“ตอบมาเถอะน่า”
“สองวันที่แล้วค่ะ” หญิงสาวชูสองนิ้วให้เขาโดยไม่ยอมสบตา จึงไม่ทันได้เห็นสีหน้าโล่งใจของคนตัวโต
“ดี” 
ตอบแค่นั้นเจ้าของร่างสูงก็รีบเดินหายเข้าห้องน้ำไป ทิ้งให้หญิงสาวนั่งงุนงงอยู่เพียงลำพัง บางครั้งความฉลาดด้านวิชาการมากกว่าคนอื่นของหล่อน อาจดึงเอาความฉลาดทางอารมณ์และทักษะชีวิตไปเกือบหมด 

คฤหาสน์ปริยากรโสภณโกลาหลแต่เช้า เมื่อบุตรชายคนโตของบ้านที่เพิ่งแต่งงานหมาดๆ ให้คนเก็บเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ ราวกับจะย้ายสำมะโนครัวก็ไม่ปาน ทำเอาคนอื่นๆ ตกอกตกใจไปหมด โดยเฉพาะศรีภรรยาอย่างนิชาภัทรที่หัวใจเต้นรัวราวกับว่าจะหลุดออกมานอกทรวงอก 
“ตาเหนือ ขนข้าวของไปไหนกันลูก” พิมพ์อรถามบุตรชาย ในขณะที่ชาคร น่านฟ้า และนิชาภัทร ยืนรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
เหนือตะวันกวาดตามองทุกคน นัยน์ตาสีดำสนิทฉายแววแน่วแน่และหวาดหวั่นปนกัน จนยากจะเดาได้ว่าเจ้าของดวงตาคู่นี้รู้สึกอย่างไรอยู่กันแน่
“แม่ครับ ผมอยากจะย้ายไปอยู่คอนโดสักพัก สัปดาห์ที่ผ่านมาผมไปทำงานแต่เช้า กลับดึก ผมคิดว่าถ้าไปอยู่คอนโด อย่างน้อยก็ประหยัดเวลาในการเดินทาง จะได้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้นนะครับ”
“อยากพักผ่อนมากขึ้นหรือตั้งใจหนีอะไรกันแน่” ชาครพูดลอยๆ
“ผมคงหนีบางอย่างที่น่าสยดสยองมั้งครับ” ชายหนุ่มปรายตามองตัวต้นเหตุที่ขณะนี้เม้มปากแน่น 
          “เฮ้ย! ขนเร็วๆ สิวะ” เหนือตะวันหันไปสั่งวุฒิ เด็กรับใช้วัยมัธยมปลายให้เร่งมือ
          “ถ้าเป็นอย่างนั้นเพลงก็ควรจะไปอยู่ที่คอนโดด้วย” ตัวต้นเหตุรีบเสนอ
          “ไม่มีวัน!” เขาตอบทันควัน
          “แต่พ่อเห็นด้วยนะ คนเป็นผัวเมียกัน ถ้าแยกกันอยู่คงไม่ดีนัก หนูเพลงไปเก็บข้าวของสิ” ชาครสมทบ
          “พ่อครับ ผมขอละ ผมยอมแต่งงานให้แล้ว อย่าบังคับอะไรผมอีกเลย”
          “แต่ที่ต้องแต่งก็เพราะแก...”
          “นั่นเป็นเพราะผมถูกผู้หญิงสารเลววางยาต่างหาก” เหนือตะวันเริ่มหมดความอดทน เขาโกรธมากเมื่อนึกถึงเรื่องคืนนั้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ “ความจริงผมควรจะแจ้งความจับเธอด้วยซ้ำ ไม่น่าปล่อยให้ลอยหน้าลอยตาสร้างความรำคาญใจอยู่แบบนี้ เป็นเพราะผมเห็นแก่พ่อนะครับ ดังนั้นพ่อควรจะเข้าใจผมด้วย” 
          น่านฟ้าที่ยืนมองอยู่ห่างๆ เริ่มปวดหัวเพราะความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ในฐานะลูกชายคนรองของบ้าน เขาจำต้องเดินไปห้ามทัพก่อนจะเกิดสงครามระหว่างพ่อลูกขึ้น
          “เฮียเหนือใจเย็นๆ น่า” คนพูดจับไหล่พี่ชายก่อนจะหันไปพูดกับบิดา “พ่อครับ ให้เฮียได้หายใจบ้างนะครับ เฮียเหนือคงไม่นอนคอนโดทุกวันหรอก ใช่ไหมเฮีย” ประโยคหลังหันมาตั้งคำถามกับคนที่บัดนี้มีสีหน้าไม่สบอารมณ์
          “ผมจะพยายาม” เหนือตะวันตอบบิดาแล้วหันไปพูดกระแทกเสียงใส่ตัวปัญหา “แม้ว่าจะไม่อยากกลับมาก็ตาม!”

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,184 ความคิดเห็น

  1. #4125 Jamilah (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 09:44
    สงสารนางเอกมากเลย
    #4,125
    0
  2. #4124 Cheeryblue (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 22:42
    พี่เหนือทำไมใจร้ายแบบนี้
    #4,124
    0
  3. #21 may_BOUNSOU (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:38
    เจ็บใจหนักสงสารนางเอก หึอย่าให้เห็นหน้านะอีคุณเหนือไม่งั้นจะตอยหน้าให้เลย
    #21
    0
  4. #20 memekan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:25
    สงสารนางเอก เศร้าใจแทน
    #20
    0