หัวใจพ่ายรัก กับดักตะวัน (Reup)

ตอนที่ 6 : บทที่ 3 สวรรค์เปิดในวันนรกแตก (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,845
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    9 ส.ค. 62



               นิ้วเรียวยาวจิ้มไปที่หน้าผากของเพื่อนเจ้าสาว แต่เจ้าของนิ้วกลับหวามไหวเสียเอง เพราะเผลอคิดถึงเรื่องคืนนั้นขึ้นมา หญิงสาวลอบมองเจ้าของใบหน้าคมเข้ม ที่สวมสูทสีครีมคู่กับโจงกระเบนสีทองแดงอย่างชุดไทยร่วมสมัย หล่อนสังเกตเห็นดวงตาเรียวรีมีแววกังวลฉายชัด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ริมฝีปากหยักลึกเม้มเป็นเส้นตรง เหมือนคนถูกบังคับให้เดินลงไปในหุบเหวแห่งความตาย หล่อนรู้อยู่แก่ใจว่าเพราะอะไร วูบหนึ่งที่ความเศร้าเกาะกุมในหัวใจ เจ็บปวดอยู่ในอก เพื่อให้ได้อยู่กับคนที่ตัวเองรัก หล่อนต้องทำถึงเช่นนี้เชียวหรือ เป็นคำถามที่หล่อนไม่คิดหาคำตอบ เพราะคำตอบอาจจะทำให้หล่อนล้มเลิกความตั้งใจลงได้ง่ายๆ

 

               พิธีสงฆ์กับพิธีหมั้นผ่านไปภายใต้บรรยากาศอันขมุกขมัว บ่าวสาวยืนเคียงข้างกันรอส่งแขกที่หน้างาน นิชาภัทรลอบมองใบหน้าและแววตาเย็นชาของเหนือตะวันอย่างหวาดหวั่น แม้จะใฝ่ฝันถึงวันนี้มาทั้งชีวิต และแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นจริงแล้วในวันนี้ แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่หล่อนคิดไว้แม้แต่นิดเดียว เจ้าบ่าวของหล่อนทำหน้าเหมือนกินยาขม หญิงสาวถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ดวงตาร้อนผ่าว ถ้าทำได้หล่อนอยากจะร้องไห้ออกมาแล้วหายตัวไปจากตรงนี้

               “ตกลงเธออยากแต่งงานกับฉันรึเปล่าฮะ” คนข้างๆ กระซิบเสียงดุที่ข้างใบหู “ทำหน้าเหมือนถูกบังคับอย่างนั้นแหละ”

               กลายเป็นเขาที่ถามหล่อน ทั้งที่จริงๆ แล้วหล่อนควรเป็นฝ่ายถามเขามากกว่า

               เหนือตะวันลอบมองใบหน้าหญิงสาวที่แต่งแต้มเครื่องสำอางสีหวาน พินิจเรือนร่างระหงที่สวมชุดไทยสีชมพูซึ่งตัดเย็บอย่างประณีต ผมสลวยถูกรวบไว้ครึ่งศีรษะ ทุกอย่างดูเหมาะเจาะลงตัวเมื่อมาอยู่บนเรือนร่างของหล่อน แต่ชายหนุ่มกลับไร้ความรู้สึกใดๆ หัวใจของเขาชาไปหมดราวกับถูกแช่แข็ง

               “แล้วพี่เหนือล่ะคะ” คนที่ทำหน้าเหมือนถูกบังคับนั่นเขาต่างหาก เจ้าสาวแอบค่อนขอดในใจ

               “เธอคิดว่าไงล่ะ แค่เห็นหน้าเธอวันนี้ฉันก็อยากอาเจียนเต็มที”

               ไม่ทันได้พูดอะไรต่อ บรรดานักข่าวก็กรูเข้ามาจนคนไม่คุ้นชินกับการเหตุการณ์ทำนองนี้อย่างเหนือตะวันรับมือไม่ถูก ส่วนนิชาภัทรนั้นเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาบ้างตามงานเปิดตัวสินค้าหรืองานการกุศลต่างๆ

               “งานแต่งวันนี้เรียกว่าเป็นวิวาห์สายฟ้าแลบได้หรือเปล่าคะ”

               “ครับ” เหนือตะวันตอบออกไปตรงๆ เขาไม่เคยให้สัมภาษณ์นักข่าว ความสามารถในการหลีกเลี่ยงความจริงจึงค่อนข้างต่ำ “เราไม่ได้มีการเตรียมงานไว้ก่อน มันฉุกละหุกมากทีเดียว”

               เสียงฮือฮาของนักข่าวดังขึ้น ไม่คิดว่าจะได้ยินคำตอบแบบนี้ นักข่าวล้วนมีสีหน้าสงสัย ต่างตีความกันไปคนละทิศละทาง

               “ทำไมล่ะคะ คุณเหนือตะวันกำลังจะบอกว่างานแต่งงานวันนี้ มีเหตุที่ไม่ใช่เรื่องของความรักทำให้ต้องแต่งงั้นหรือคะ” นักข่าวสาวคนหนึ่งถามขึ้น เพราะมีมูลว่าบ่าวสาวคู่นี้แต่งงานตามใบสั่งของผู้ใหญ่

               “ลองถามเจ้าสาวดูน่าจะดีกว่านะครับ”

               คราวนี้คนที่เคยให้สัมภาษณ์อยู่บ่อยครั้งกลับเป็นใบ้ขึ้นมาทันที คำถามของนักข่าวทำเอานิชาภัทรจุกจนพูดไม่ออก เหนือตะวันยิ้มเยาะก่อนจะตอบคำถามนั้นเอง

               “เราต้องรีบแต่งงาน เนื่องด้วยสาเหตุบางอย่างที่บอกไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ...” เขาหยุดมองดวงตาใสของเจ้าสาว ช่างเสแสร้งได้สมจริงเสียเหลือเกิน “ไม่ใช่เรื่องความรัก”

               เสียงฮือของนักข่าวดังขึ้นทันใด นิชาภัทรหน้าชา เย็นวาบในหัวใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

               “ขอตัวนะครับ”

               เหนือตะวันแหวกหมู่นักข่าวออกมาได้ ทิ้งไว้ก็แต่เจ้าสาวที่ยืนนิ่ง นิชาภัทรได้แต่ข่มกลืนก้อนสะอื้นไว้ภายใน ท่ามกลางบรรดานักข่าวที่ต่างยิงคำถามมากมายซึ่งแน่นอนว่าหล่อนไม่ได้ยินอะไรเลย ประสาทการรับรู้ค่อยๆ หายไปก่อนโลกทั้งใบจะมืดดับลง


 

“แค่นี้ถึงกับเป็นลม อ่อนแอชะมัด” 

เหนือตะวันพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย กว่าจะพาเจ้าสาวร่างบางกลับมาถึงคฤหาสน์ปริยากรโสภณ และอุ้มหล่อนมาไว้บนเตียงได้ทำเอาหมดเรี่ยวหมดแรง เขาบอกกับบิดาแล้วว่าจะให้หล่อนนอนที่คฤหาสน์รัตนะบำรุงไปก่อน แต่บิดาให้เหตุผลว่าบ่าวสาวไม่ควรแยกห้องกันตั้งแต่วันแรก คนโบราณเขาถือ...ถือก็ถือไปสิ เขาไม่เห็นจะสนใจสักนิด

ด้านนิชาภัทรที่เพิ่งได้สติและทันได้ยินประโยคแสลงใจลอบมองเสี้ยวหน้าคมด้วยความน้อยใจ รู้ดีว่าเขาไม่ได้รักหล่อนแม้แต่น้อย แต่เพราะอะไรเขาถึงพูดคำเหล่านั้นกับนักข่าว หล่อนอยากจะลุกไปชกใบหน้าเรียบเฉยของเขาเสียเดี๋ยวนั้น 

“ถ้าไม่อยากแต่งงานกับเพลงแล้วมานอนกับเพลงทำไม พี่เหนือจะข่มเหงเพลงทำไมคะ” นิชาภัทรเอ่ยถามทั้งน้ำตา น่าเจ็บใจนัก นอนกับเธอแท้ๆ แต่พอตื่นมาก็ทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร วันแต่งงานก็ทำหน้าราวกับมีคนเอามีดมาจี้บังคับให้แต่งอย่างนั้นละ 

เหนือตะวันแสยะยิ้ม ในใจอย่างเดือดดาลที่หล่อนเสแสร้งทำเป็นสาวใสไร้เดียงสา 

“ฉันนอนกับเธอก็เพราะแผนชั่วๆ ของเธอไง ถามแบบนี้ไม่หน้าด้านเกินไปหน่อยหรือ แต่ฉันก็ไม่สนใจหรอกนะถ้าเธอจะด้านต่อไปอีก เพราะฉันจะทำให้เธอรู้เองว่าผลของการอยากได้ฉันเป็นผัวมันเป็นยังไง” 

เหนือตะวันมองเจ้าสาวที่บัดนี้ใบหน้าเลอะคราบน้ำตา เจ้าของร่างบอบบางยังสวมชุดไทยสีชมพูชุดเดิม แต่สไบถูกออก เผยให้เห็นผิวไหลนวลเนียนที่กระตุ้นอารมณ์ดิบของเขา 

บ้าชะมัด! ครั้งนี้เขาคงไม่ได้โดนหล่อนวางยาหรอกนะ เขาไม่น่าจะรู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงตรงหน้าได้ เพราะเขาเกลียดหล่อน เกลียดมาก จนไม่คิดว่าชีวิตนี้จะเกลียดใครได้มากเท่านี้อีก 

“ถ้าพี่เหนือจะคิดแบบนั้นก็ได้ค่ะ เพลงขอรับผิดไว้แต่โดยดี” 

“เฮอะ! เธออยากจะพูดอะไรก็ช่างเถอะ นับแต่นี้ไป เธอต้องนอนห้องเดียวกับฉัน แต่เพราะว่าฉันไม่ยอมรับการแต่งงานครั้งนี้ ฉะนั้นที่นอนของเธออยู่โน่น” 

เหนือตะวันชี้ไปที่พื้น นิชาภัทรมองหน้าเขานิ่ง 

นึกอยู่แล้วเชียว นับแต่นี้ต่อไปต้องทำตัวให้ชินกับความร้ายกาจของเขาสินะ หล่อนรู้อยู่แก่ใจว่าเหนือตะวันไม่เคยรักหล่อนเลย แต่หล่อนกลับยอมให้ชาครจับคลุมถุงชน แม้รู้ดีว่ามันคือความเห็นแก่ตัว แต่นั่นก็เพราะหล่อนรักเขามากจริงๆ 

“ช่างเถอะ เพลงจะนอนที่พื้นเองก็แล้วกันค่ะ” 

นิชาภัทรค่อยๆ พยุงตัวลุก พอยืนได้ก็เดินเข้าห้องน้ำ เหนือตะวันไม่มองหน้าหล่อนสักนิด ชายหนุ่มไม่สนใจว่าตอนนี้ห้องนอนของเขามีผู้หญิงอีกคนเข้ามาร่วมใช้ เขาจะทำเหมือนหล่อนไร้ตัวตน อยากรู้เหมือนกันว่าคุณหนูไฮโซจะยอมนอนพื้นแข็งๆ ได้สักกี่วัน มือใหญ่เอื้อมไปปิดไฟทั้งที่เจ้าสาวหมาดๆ ยังอยู่ในห้องน้ำ หนุ่มร่างสูงล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้าและผล็อยหลับไปในที่สุด 

เจ้าสาวป้ายแดงมองเงาสะท้อนในกระจก ชุดไทยที่หล่อนสวมใส่ถูกออกแบบลวดลายเป็นพิเศษ มันสวยสมราคา แต่น่าเสียดายที่เหนือตะวันไม่เปิดโอกาสให้หล่อนได้ใส่ชุดเจ้าสาวอย่างที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝัน เพราะเจ้าบ่าวโบกมือให้งานเลี้ยงฉลองตอนกลางคืน เขาให้เหตุผลว่าแค่งานตอนเช้าก็กระอักกระอ่วนใจมากพอแล้ว ถ้าจะต้องปั้นหน้าในงานกลางคืนอีกคงต้องกลั้นใจตาย ชุดเจ้าสาวสีขาวที่หล่อนสั่งทำพิเศษจึงต้องพับเก็บเข้าตู้

“ไม่เป็นไรเพลง สิ่งที่เธอต้องทำคือเก็บเกี่ยวความสุขจากหนึ่งปีที่ได้มาให้มากที่สุด” นิชาภัทรบอกกับตัวเองอย่างมุ่งมั่น แล้วพอครบหนึ่งปี หล่อนจะเดินจากมาโดยไม่เรียกร้องอะไรอีกเลย 


ภายในห้องครัวบ้านปริยากรโสภณ พิมพ์อรกับผ่องเพ็ญแม่ครัวสูงวัยประจำบ้านกำลังวุ่นวายกับการเตรียมอาหารเช้าและอาหารใส่บาตร ซึ่งนับเป็นหน้าที่ไม่กี่อย่างที่หญิงวัยหกสิบสองปีต้องทำ ในฐานะภรรยา นอกจากดูแลบ้านแล้วหล่อนก็ได้แต่นั่งๆ นอนๆ ไปเที่ยว ชอปปิง ดังนั้นการเตรียมอาหารของคนในครอบครัวหล่อนจึงต้องทำให้เอิกเกริกเสียทุกวัน 

เพียงแต่วันนี้ต่างกับวันอื่นเพราะมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน พิมพ์อรรู้จักนิชาภัทรมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย และเห็นหญิงสาวเติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับบุตรอีกสองคน แน่นอนว่านิชาภัทรก็เปรียบเสมือนลูกสาวอีกคนหนึ่ง แต่นับจากวันที่เจ้าหล่อนประกาศว่าจะเป็นเจ้าสาวของเหนือตะวัน การกระทำของหล่อนก็ทำให้ความรู้สึกของทุกคนในบ้านเปลี่ยนไป ยกเว้นสามีหล่อนที่ดูชอบอกชอบใจนักหนา ถึงอย่างไรในฐานะคนเป็นแม่ก็อยากให้ลูกได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ดี ผู้หญิงที่จะนำความสุขมาให้ลูกชายตลอดจนเลือดเนื้อเชื้อไข ซึ่งนิชาภัทรไม่มีคุณสมบัติที่ว่านั้นเลย 

“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณป้า” 

เสียงของบุคคลในความคิดทำให้มือที่คนอาหารอยู่ชะงัก ก่อนประมุขฝ่ายหญิงของบ้านจะหันไปยังที่มาของเสียง 

“อ้าว! ตื่นแต่เช้าเชียว นี่ยังไม่ตีห้าเลย” พิมพ์อรเอ่ยทักทายอย่างห่างเหิน หล่อนให้ความสนใจหม้อต้มตรงหน้ามากกว่าสะใภ้ที่หล่อนได้มาด้วยความไม่เต็มใจ 

“พอดีเพลงลืมถามคุณป้าว่าที่นี่พระบิณฑบาตกี่โมง เพลงเลยรีบตื่น กลัวไม่ทันใส่บาตรค่ะ” 

“เด็กสมัยนี้ใส่ใจกับเรื่องทำบุญตักบาตรด้วยรึ” พิมพ์อรเอ่ยตามความรู้สึก 

“เพลงกลัวว่าพ่อกับแม่จะไม่มีอะไรทานน่ะค่ะ” 

คำพูดของนิชาภัทรทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ ผ่องเพ็ญสะท้อนใจ เพราะเป็นคนรับใช้เก่าแก่ที่รู้จักทั้งสองตระกูลเป็นอย่างดี หญิงสูงวัยได้แต่ยื่นมืออันเหี่ยวย่นมาจับที่แขนของนิชาภัทรอย่างปลอบโยน ส่วนพิมพ์อรที่เกรงว่าบรรยากาศจะพาให้เศร้าโศกจึงรีบพูดแทรกขึ้นมา

“เอาเถอะๆ วันหลังไม่ต้องลงมาแต่เช้าขนาดนี้หรอกนะ สักหกโมงครึ่งกว่าพระจะบิณฑบาต จะขึ้นไปนอนก่อนก็ได้ เดี๋ยวจะให้คนไปปลุก” 

นิชาภัทรส่ายหน้าน้อยๆ “ไม่เป็นไรค่ะ เพลงจะช่วยคุณป้านะคะ” 

“แล้ววันนี้ไม่ทำงานหรือไง เมื่อวานก็เหนื่อยมากแล้ว วันนี้ยังจะตื่นเช้าอีก แล้วจะไปทำงานไหวหรือ” 

“เพลงลางานหนึ่งสัปดาห์เพื่อไปฮันนีมูนค่ะ” 

คำตอบของหญิงสาวทำเอาคนฟังต้องหันกลับมามอง พิมพ์อรทันเห็นใบหน้าซีดเซียวที่ดูจะมีสีเลือดขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อพูดเรื่องฮันนีมูน 

“ตาเหนือรู้เรื่องแล้วใช่มั้ย” พิมพ์อรถามออกไป 

นิชาภัทรไม่มีคำตอบ หล่อนคิดมาตลอดว่าเมื่อมีการแต่งงานแล้ว ก็น่าจะมีการฮันนีมูนของคู่บ่าวสาวเป็นเรื่องปกติ แต่พอนึกว่าเจ้าบ่าวของหล่อนคือเหนือตะวัน คำตอบจึงเป็นไปได้หลากหลาย หล่อนไม่กล้าคาดเดาอะไรทั้งนั้น




ตักบาตรเสร็จแล้วนิชาภัทรจึงจัดการอาบน้ำแต่งตัว เหนือตะวันยังนอนนิ่งอยู่บนเตียง หล่อนมองนาฬิกาก็พบว่าเพิ่งหกนาฬิกาสี่สิบนาทีเท่านั้น หญิงสาวไม่ได้คิดจะปลูกชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของตน แต่หล่อนค่อยๆ นั่งลงบนเตียง สายตาจับจ้องที่คิ้วเข้ม ไล่มายังจมูกโด่งและริมฝีปากได้รูป ถึงตรงนี้หญิงสาวถึงกับต้องกลืนน้ำลาย

“ปากน่าจูบชะมัด” 

หล่อนหลุดปากออกมาอย่างหน้าไม่อาย เสียงนั้นดังมากพอที่จะทำให้เจ้าของปากน่าจูบตื่นจากนิทรา วินาทีถัดมานิชาภัทรก็ถูกผลักอย่างแรงจนปลิวร่วงลงจากเตียงดังพลั่ก

“คิดจะทำอะไร!” 

เหนือตะวันถามห้วนๆ อย่างหงุดหงิด เขาไม่พอใจอย่างมากที่ต้องตื่นมาเจอผู้หญิงบ้ากามซึ่งต้องการล่วงละเมิดร่างกายเขาเช่นนี้ และคงจะเป็นแบบนี้ไปอีกนาน แต่เขาไม่ยอมรอให้ถึงปีแน่นอน 

ภรรยาข้ามคืนยังคงนั่งงอตัวอยู่ที่พื้น เพราะโดนผลักตกจากเตียงโดยไม่ทันตั้งตัวทำให้ก้นกระแทกพื้นอย่างแรง ทั้งเจ็บทั้งจุก ตั้งสติได้หล่อนจึงช้อนตามองตัวต้นเหตุอย่างแค้นเคือง ถ้าไม่รักเขาหล่อนไม่ปล่อยอีกฝ่ายไว้แน่ 

“คนบ้า ผลักมาได้ ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเลย” นิชาภัทรนั่งนิ่งเอามือกุมท้อง หวังเล็กๆ ว่าเขาอาจจะรู้สึกผิดแล้วเข้ามาพยุงหล่อน

“ใช่ ฉันไม่ใช่สุภาพบุรุษ ไม่ใช่เทพบุตร ไม่ใช่คนแสนดีอย่างที่เธอใฝ่ฝัน รู้แล้วก็เลิกรักฉันสักที” เหนือตะวันพูดด้วยความโมโห โมโหทั้งคนตรงหน้าและตัวเอง 

เขายังจำคำสารภาพรักในกระดาษลายการ์ตูนสีหวานที่นิชาภัทรส่งให้เมื่อเจ็ดปีก่อนได้อย่างแม่นยำ ถ้าจะให้เปรียบเทียบละก็ วันนั้นคงเหมือนฝันร้ายที่สุดในชีวิตเขาเลยก็ว่าได้ วันที่หัวใจบริสุทธิ์ของเหนือตะวันที่มีให้น้องสาวที่รักมากที่สุดอย่างนิชาภัทรเปลี่ยนไปตลอดกาล... 

ถึง พี่เหนือตะวัน

เพลงขอโทษนะคะ ที่เพลงไม่อาจพูดกับพี่เหนือด้วยตัวเองได้ 

แต่เพลงอยากบอกจริงๆ นะคะ ถึงแม้เพลงจะอายุแค่สิบห้าปี ยังเป็นเด็กใน

สายตาของพี่เหนือ แต่เพลงก็รักใครสักคนได้ดีไม่แพ้ผู้ใหญ่

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เพลงต้องพบกับความทุกข์จากการสูญเสียพ่อกับแม่ 

แต่เพลงมีพี่เหนือเป็นชีวิตใหม่ ผู้ชายที่แสนดีและเป็นสุภาพบุรุษ 

สิ่งที่เพลงอยากจะบอกก็คือ เพลงรักพี่เหนือค่ะ ไม่ใช่รักแบบพี่ชาย 

แต่มันเป็นความรักที่ลึกซึ้งมากกว่านั้น จะเป็นไรไหมคะ ถ้าเพลงจะขอให้

พี่เหนือเป็นแฟนคนแรกของเพลง และเป็นเจ้าบ่าวในอนาคตของเพลงด้วย 

เพลงรักพี่เหนือมากจริงๆ ได้โปรดรับรักเพลงด้วยนะคะ

จาก น้องเพลง นิชาภัทร


“ถ้าฉันรู้มาก่อนว่าการที่ฉันดีกับเธอ จะทำให้ฉันได้รับสิ่งที่เลวร้ายแบบนี้ ฉันจะไม่ขอเป็นคนดีอีกเลย” 

เหนือตะวันจ้องไปยังดวงตากลมโตที่บัดนี้เอ่อไปด้วยน้ำตา ราวกับจะตอกย้ำกับหล่อนว่าสิ่งที่เขาพูดคือสิ่งที่ตรงกับความรู้สึกเขาจริงๆ 

คนร่างสูงก้าวออกไปแล้ว ทิ้งให้สิ่งที่เขาบอกว่าเลวร้ายนั่งเจ็บอยู่เพียงลำพัง เจ็บกายเริ่มทุเลาแล้ว แต่บาดแผลในใจกับถูกฉีกทึ้งให้กว้างขึ้นจนเจ้าของหัวใจแทบจะขาดใจลงตรงนั้น

“พี่เหนือเกลียดเพลงจริงๆ เพลงจะทำยังไงต่อไปดี” 

อยู่ๆ น้ำตาก็ร่วงหล่นเป็นสาย น้ำตาที่อัดแน่นไปด้วยความเจ็บปวด ผิดหวัง และที่สุดของความเสียใจคือความโดดเดี่ยวอ้างว้าง 

นิชาภัทรต้องการความรักจากเหนือตะวัน อยากให้เขารักตนเหมือนที่ตนรักเขาหมดหัวใจ หล่อนทำได้ทุกอย่างเพียงขอให้สิ่งที่หวังมีทางเป็นไปได้บ้างแม้เพียงนิด ทว่าลึกๆ แล้วหล่อนก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะเหนือตะวันไม่ใช่แค่ ‘ไม่รัก’ แต่เขา ‘เกลียด’ ที่ยังไม่หมดหวังก็เพราะยังได้อยู่ใกล้ๆ ให้หัวใจได้พอมีน้ำหล่อเลี้ยง ให้ร่างกายดำรงอยู่ต่อไปได้ นั่นคือเหตุผลที่หล่อนยอมถูกตราหน้าว่า ‘ไร้ยางอาย’ 

แปดปีก่อน นิชาภัทรเคยเชื่ออย่างเต็มอกว่าคู่ชีวิตของตนคือเหนือตะวัน ไม่มีทางเป็นคนอื่น แต่เพราะยังเด็กและอ่อนประสบการณ์ กอปรกับนิสัยเอาแต่ใจที่อยากได้อะไรก็ต้องได้ ทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจ ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับบัวชมพู คนรักของเหนือตะวันที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับชายหนุ่ม ที่หล่อนกล้าทำแบบนั้นเพราะบัวชมพูไม่ใช่สาวใสซื่ออย่างที่หลายคนเข้าใจ บัวชมพูไม่ได้คบกับเหนือตะวันเพียงคนเดียว แต่ยังมีผู้ชายอีกมากมายที่หล่อนควงไปไหนต่อไหนทั้งเปิดเผยและไม่เปิดเผย วันเกิดเหตุเจ้าหล่อนใช้คำพูดยั่วโทสะจนนิชาภัทรทนไม่ได้ต้องเป็นฝ่ายลงมือให้สาแก่ใจ กว่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือตัวเองก็กลายเป็นผู้ร้ายไปเสียแล้ว 

ใครจะรู้ล่ะว่าบัวชมพูหวังผลจากแผนการครั้งนั้นมากกว่าแค่ทำให้เหนือตะวันเกลียดหล่อน มีแค่หล่อนคนเดียวที่รู้ แต่เรื่องก็ผ่านมานานเกินกว่าจะรื้อฟื้นขึ้นมาอีก เหลือก็แค่สิ่งที่ยังตกค้างจากวันนั้น ความเกลียดที่เหนือตะวันมีให้หล่อน ซึ่งมากขึ้นทุกวันจนน่าตกใจ 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ยังเปิดจองอยู่นะคะ สามารถจองได้ที่เพจ....อุณหภูมิปกติ

สั่งตามยอดจองเท่านั้นนะคะ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,184 ความคิดเห็น