หัวใจพ่ายรัก กับดักตะวัน (Reup)

ตอนที่ 4 : บทที่ 2 เพราะรักคำเดียว (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,819
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    3 ส.ค. 62

 


          “หยุดพูด ฉันไม่อยากฟังเสียงเธอ ไม่อยากเห็นหน้า” เหนือตะวันหยิบของบนโต๊ะ ก่อนหันหลังให้หญิงสาวอย่างไม่ไยดี

          แค่เพียงคำพูดไม่กี่คำกลับทำให้คนฟังหมดเรี่ยวแรงที่จะยืน หล่อนทรุดตัวลงนั่งก่อนจะมองจ้องไปที่เก้าอี้ที่ว่างเปล่าตรงหน้า เหนือตะวัน ผู้ชายที่หล่อนมอบทั้งชีวิตให้แก่เขา ตอนนี้เขาอยู่ห่างไกลหล่อนออกไปอีกก้าว

 

          นิชาภัทรตื่นขึ้นมาในวันใหม่ พาร่างกายอันอ่อนแรงลุกไปเข้าห้องน้ำ มองใบหน้าหม่นเศร้าของตัวเองในกระจกด้วยความเวทนา ดวงตาบวมช้ำเพราะร้องไห้อย่างหนัก บวกกับการไม่ได้นอนยิ่งทำให้ใบหน้าหล่อนน่าเกลียดขึ้นไปอีก

          “ยายเพลง เธอทั้งรวย ทั้งสวย ทั้งเก่ง เธอจะไปรักผู้ชายบ้าแบบนั้นทำไมกันนะ “

          แม้จะคิดแบบนั้น แต่ก็ยากเกินกว่าจะตัดใจ เพราะทั้งชีวิตของนิชาภัทรยกให้เหนือตะวันไปหมดแล้ว หล่อนหวนคิดถึงเมื่อวัยเด็ก ความสัมพันธ์ของหล่อนกับเขาช่างหอมหวาน ในแต่ละวันมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ทั้งคู่เป็นเหมือนเพื่อน เหมือนพี่น้องที่ดีต่อกัน กระทั่งวันที่หล่อนสูญเสียบุพการีอันเป็นที่รักพร้อมกันทั้งสองคน ในวันนั้นเหนือตะวันกอดหล่อนไว้แน่นจนความเสียใจที่มากกว่าคำว่าเสียใจทุเลาลง เขาคือคนเดียวที่ทำให้หล่อนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ความรักที่เคยมีให้เขาฉันพี่น้องก็เปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้งมากขึ้น
            แต่เหนือตะวันเป็นคนหล่อและมีเสน่ห์น่าหลงใหล เขามีผู้หญิงมากมายทั้งที่คบจริงจังและเป็นแค่คู่ควง นิชาภัทรไม่มีวันยอมเสียใครในชีวิตไปอีก หล่อนตามราวีผู้หญิงทุกคนเหมือนหมาบ้า แม้รู้ว่ายิ่งทำแบบนั้นเหนือตะวันจะยิ่งเกลียดหล่อน แต่หล่อนกลัว
! กลัวว่าถ้าปล่อยให้เหนือตะวันได้คบใครจริงจัง เขาจะรักผู้หญิงคนนั้นจนไม่มีวันหันกลับมามองหล่อนอีกเลย มาวันนี้หล่อนเริ่มไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ทำไปทั้งหมดนั้นมีค่าต่างกับการที่หล่อนอยู่เฉยๆ หรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้วเหนือตะวันก็ยังคงไม่มีความรักให้หล่อนเช่นเดิม...

 

               เหนือตะวันรับประทานอาหารเช้าด้วยจิตใจขุ่นมัว คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ดวงตาปรากฏแววไม่พอใจ จนพิมพ์อรผู้เป็นมารดาต้องเอ่ยถาม

              “เป็นอะไรไปตาเหนือ หน้านิ่วคิ้วขมวด ไปทำงานวันแรกยิ้มแย้มหน่อยสิ”

              “นั่นสิ สงสัยเฮียเหนือจะไม่อยากไปทำงาน ขี้เกียจแบบนี้สมบัติคงต้องตกเป็นของผมคนเดียวแล้วละครับคุณพ่อ” น่านฟ้าแกล้งเย้าพี่ชาย ด้วยวัยที่ห่างกันเพียงแค่สามปีทำให้ทั้งคู่สนิทสนมเป็นกันเองมากกว่าพี่น้องทั่วไป

               ชาครไม่พูดอะไร ได้แต่มองไปที่บุตรชายรอคำตอบ

               “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกครับ” เหนือตะวันวางช้อนลง “เมื่อวานผมไปที่คลับของไอ้บดินทร์ เจอใครรู้ไหมครับ ยายเพลงหลานรักคุณพ่อ ใส่กระโปรงสั้นจู๋ เธอเอาไวน์สาดหน้าของ...” เหนือตะวันไม่อยากเอ่ยออกไป แต่ทุกคนก็รู้ทัน

               “สาดหน้าอีหนูของแกใช่ไหม” ชาครพูดเสริมให้

               “โธ่! พ่อครับ ยายนั่นน่ะหมาบ้าชัดๆ” เหนือตะวันเลี่ยงที่จะพูดเรื่องแคนดี้

               “ถ้าน้องเขารักเรา ทำไมไม่ลองเปิดใจบ้างล่ะ” ผู้เป็นพ่อชี้ทาง

               สิ้นคำพูดของชาคร น่านฟ้ากลับหัวเราะพรืด ส่วนเหนือตะวันสำลักน้ำ

               “พ่อครับ ผมไม่ชอบผู้หญิงก๋ากั่น เที่ยวกลางคืน ขี้โวยวาย เอาแต่ใจตัวเอง ดูยังไงผมก็ยังไม่เห็นข้อดีของเธอเลยสักนิดเดียว”

               ใบหน้าหล่อเหลามีสีหน้าเหมือนกินยาขม แค่คิดตามสิ่งที่บิดาพูดเส้นขนก็ลุกชูชัน

               “แต่ที่หนูเพลงทำแบบนั้นก็เป็นเพราะแก แกควงแต่ผู้หญิงอย่างนั้น พ่อก็เห็น มีแต่สาวสมัยใหม่ แต่งตัวเปรี้ยว หนูเพลงก็ต้องคิดว่าแกชอบแบบนี้น่ะสิ”

               ชาครแย้งบุตรชาย เพราะตนก็เปรียบเสมือนผู้ปกครองของนิชาภัทร เขาดูแลเรื่องกิจการตลอดจนเรื่องส่วนตัวอย่างเรื่องเรียนหรือเรื่องการใช้ชีวิตของหญิงสาว เรียกว่าดูแลเหมือนลูก เขารู้ว่านิชาภัทรเป็นคนแบบไหน

               “ยังไงผมก็ไม่ชายตามองเธอแน่ ผมชอบแบบคุณรสามากกว่า เธอน่ารักแล้วก็ฉลาด” เหนือตะวันพูดด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ “แม่ล่ะครับ ว่ายังไง”

               พิมพ์อรฟังคำพูดของลูกชายพลันก็นึกถึงรสาในวันเลี้ยงต้อนรับเหนือตะวัน หล่อนสวย วางตัวดี แม้ไม่ใช่เศรษฐีร่ำรวยเมื่อเทียบกับครอบครัวตน แต่ก็มีชาติตระกูลสูงส่งเพราะเป็นบุตรของทหารระดับนายพล แถมต้นตระกูลยังเป็นผู้ดีเก่า ถ้าเทียบฐานะทางสังคมแล้วละก็ถือว่าเหมาะสมกับบุตรชายของตนไม่น้อย ส่วนนิชาภัทรนั้นไม่ต้องพูดถึง รายนั้นมีทุกอย่างทั้งหน้าตา ฐานะ ชาติตระกูล แต่นิสัยนี่สิ ยังต้องพัฒนาอีกมาก

               “แม่คิดว่าความรักเป็นเรื่องของคนสองคน แม่ไม่อยากยุ่ง” พิมพ์อรพูดพลางมองสีหน้าของสามีที่เชียร์ฝ่ายตรงข้ามอย่างออกนอกหน้า “แต่ถ้าได้น่ารักอย่างหนูรสาก็คงจะดี”

               “ฮ่าๆๆ"

               น่านฟ้าและพิมพ์อรหัวเราะออกมาเพราะใจตรงกัน ชาครได้แต่ยิ้มกริ่ม ภายใต้ใบหน้ายิ้มละไมของชายสูงวัยซ่อนความคิดไว้มากมาย เขากับบิดาของนิชาภัทรคือเพื่อนรักกันและอาจจะเรียกว่าเพื่อนตาย เขาดูแลนิชาภัทรมาอย่างดี ในสายตาของชาครไม่เคยมองคู่ชีวิตของเหนือตะวันเป็นคนอื่นเลย

 

            นิชาภัทรอยากจะหยิกแขนตัวเองนักที่ยังจะมาที่นี่ ไนต์คลับที่หล่อนก่อเรื่องไว้ นับจากวันนั้นหล่อนก็ห้ามตัวเองว่าจะไม่ยอมมาเจอเหนือตะวันในที่แบบนี้อีก เพราะเสี่ยงที่จะต้องมากำจัดผู้หญิงชายหนุ่มด้วยวิธีที่รุนแรงต่อหน้าเขา เพราะหล่อนจะทำมัน ลับหลัง แต่จนแล้วจนรอดก็อดใจไม่ได้ เพราะหากไม่มาที่นี่ ก็ไม่เห็นหนทางว่าจะเจอเหนือตะวันได้ที่ไหน แม้จะทำงานบริษัทเดียวกัน แต่หล่อนนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ ส่วนเขานั้นลงภาคสนามเสียส่วนมาก

               แสงไฟวูบวาบทำให้ตาลายไปหมด แต่กระนั้นหล่อนก็ไม่ยอมเสียเวลา ดวงตากลมโตจ้องไปยังจุดเดิมที่ชายหนุ่มเคยนั่ง แล้วก็เป็นดังคาด เจ้าของร่างสูงนั่งด้วยกิริยาผ่อนคลาย ขายาวๆ ของเขาเหยียดเล็กน้อย แต่สิ่งที่ทำให้หล่อนต้องชะงักคือสาวร่างอรชรที่นั่งคลอเคลียอยู่กับเขา

               นิชาภัทรลอบมองอย่างใจเย็น คราวนี้หล่อนไม่บุ่มบ่ามทำอะไรโดยพลการ แม้ใจอยากจะเดินเข้าไปกระชากร่างอันเย้ายวนของผู้หญิงแปลกหน้านั่นให้พ้นจากร่างกายแข็งแกร่งของบุรุษหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์ ที่แม้แต่หล่อนก็ไม่เคยได้ใกล้ชิด แต่ทำไม่ได้! หล่อนต้องคิดวิธีกำจัดแม่สาวสวยให้ดีเสียก่อน วิธีที่จะไม่ทำให้เขาโกรธเช่นเมื่อครั้งก่อน

               นิชาภัทรสวมเสื้อเกาะอกสีชมพูอ่อนกับกระโปรงสั้นสีดำเงา หญิงสาวยืนนิ่งอยู่ที่มุมหนึ่งของร้าน จ้องเหนือตะวันโดยไม่ละสายตา หญิงสาวที่กำลังคลอเคลียเหนือตะวันไม่ใช่คนที่หล่อนแผลงฤทธิ์ใส่เมื่อคืนก่อน ผู้หญิงคนนี้มีผิวสีน้ำผึ้ง หน้าตาธรรมดา แต่รูปร่างเซ็กซี่มากพอดู

               นิชาภัทรรอจนร่างของหญิงสาวแปลกหน้าลุกขึ้นและตรงมาทางที่หล่อนนั่งอยู่ เพราะโต๊ะของหล่อนตั้งอยู่ทิศเดียวกันกับห้องน้ำ แล้วก็ได้จังหวะ เมื่อร่างของหญิงสาวตัวต้นเหตุเดินตรงมา หล่อนส่งสัญญาณให้วัยรุ่นชายสามคนจัดการทันที

               อยากได้เงินใช้สักสองสามหมื่นมั้ยหล่อนถามเด็กวัยรุ่นสามคนที่ยืนอยู่ตรงโต๊ะใกล้ๆ พร้อมกับหยิบเงินในกระเป๋าออกมาโบกไปมา

               ต้องการให้พวกผมทำอะไรครับเจ๊หนึ่งในสามคนถาม สายตาจับจ้องที่เงินตรงหน้า ประเมินคร่าวๆ แล้วน่าจะราวๆ สามหมื่น

               เมื่อเห็นว่าสามหนุ่มสนใจ นิชาภัทรจึงแจ้งแผนการพร้อมกับนิ้วเรียวชี้ไปยังร่างบางที่คลอเคลียเหนือตะวันอยู่

               ทำยังไงก็ได้ ให้ผู้หญิงคนนั้นหายออกไปจากที่นี่ โดยที่ห้ามทำอันตรายใดๆ

               หล่อนยื่นเงินให้ สามหนุ่มรีบตะครุบลนลาน อย่าตุกติกนะ ไม่งั้นฉันจะให้คนมาเล่นงานพวกนายแทน

               เมื่อสามหนุ่มจัดการเป้าหมายเรียบร้อย นิชาภัทรจึงพาร่างของตนเองไปหยุดตรงหน้าเหนือตะวัน ชายหนุ่มเงยหน้ามองคนร่างบางด้วยความฉงน ตอนนี้สติของเขาไม่เต็มร้อยเนื่องจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ หญิงสาวนั่งลงข้างชายหนุ่มแต่เว้นระยะห่างพอสมควร

               “พี่เหนือคะ” นิชาภัทรยิ้มหวานให้

               เหนือตะวันหรี่ตามองเพราะภาพเบื้องหน้ากลายเป็นภาพซ้อนจนมองไม่ถนัด

               “เพลง” เขาเอ่ยชื่อหล่อน “เธอมาทำอะไรที่นี่”

               หนุ่มร่างสูงขยับตัวเล็กน้อยพร้อมกับยกแก้วเครื่องดื่มสีอำพันกระดกทีเดียวหมด

               “นั่งคนเดียวหรือคะ ให้เพลงนั่งเป็นเพื่อนนะคะ”

               เหนือตะวันยิ้มเล็กน้อยด้วยความสมเพช ยายผู้หญิงไร้ยางอายตามราวีเขาไม่เลิกจริงๆ เขาอยากผลักไสหล่อน แต่ความคิดนั้นก็เลือนหายไปเมื่อรู้สึกถึงความไม่ปกติของร่างกาย อยู่ๆ ร่างกายเขาก็ร้อนรุ่มด้วยอารมณ์บุรุษ หัวใจเขาเต้นแรงขึ้น เหงื่อแตก ส่วนกลางลำตัวเกร็งแน่นไปหมดโดยไม่ทราบสาเหตุ เขาสลัดศีรษะเบาๆ เพื่อไล่ความรู้สึกนั้น

               เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่ปฏิเสธ นิชาภัทรจึงทรุดนั่งข้างๆ พร้อมกับวางมือเล็กลงบนต้นขาแข็งแรงทันที

               “พี่เหนือคะ คืนนี้พี่เหนือหล่อมากๆ เลยนะคะ” ไม่พูดเปล่า หล่อนยื่นใบหน้าหวานเข้าไปใกล้ “พี่เหนือล่ะคะ คิดว่าเพลงเป็นยังไง”

               คนร่างเล็กบิดตัวเล็กน้อยจงใจให้คนตรงหน้าหวั่นไหว แถมยังใจกล้าโน้มตัวลงอวดเนินอกขาวนวลอวบอิ่ม มารยาหญิงที่หล่อนได้เรียนรู้มาจากตำราต่างๆ ถูกขุดออกมาใช้ ในเมื่อเขาชอบผู้หญิงแบบนี้ หล่อนก็จะเป็นผู้หญิงในแบบที่เขาชอบ ลืมคำว่าศักดิ์ศรี ลืมทุกคำพร่ำสอนของใครต่อใครที่บอกให้รู้จักคุณค่าของตัวเองสิ้น

               ภายในไนต์คลับเย็นฉ่ำ แต่กายของเหนือตะวันกลับร้อนประหนึ่งนั่งอยู่กลางกองไฟ เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า ยิ่งเห็นเนินอกขาวนวลเนียนของสาวแรกรุ่น ยิ่งทำให้ความกำหนัดในกายทวีความรุนแรงจนน่าตกใจ

               “เฉยๆ” เหนือตะวันตอบห้วนๆ ก่อนกรอกน้ำสีอำพันเข้าปากอีกครั้งหวังขับไล่ความปรารถนานี้

               “อย่าดื่มเยอะสิคะ เดี๋ยวขับรถกลับไม่ได้นะคะ” คราวนี้หญิงสาวเตือนด้วยความเป็นห่วง ทว่ายังไม่ขยับดวงหน้าหวานออกห่าง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ลอยเข้าจมูกยิ่งทำให้เขาดูน่าลุ่มหลงเข้าไปอีก

               เหนือตะวันเหลือบตามองใบหน้าสวยที่อยู่ห่างจากหน้าเขาไม่ถึงคืบ เขากวาดตาดูจนทั่วก่อนมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอวบอิ่ม ในใจนึกรังเกียจ แต่เพราะอารมณ์แปรปรวนในร่างกายทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจ มือใหญ่ดันเรียวหน้าหล่อนให้เงยขึ้นแล้วฉวยโอกาสจูบอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากหยักลึกบดขยี้ริมฝีปากนุ่ม ลืมความเกลียดชังไปชั่วขณะ

               โดยไม่ทันตั้งตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตระหนก จูบแรกของหล่อนทำไมถึงได้สับสนเช่นนี้ ทั้งหอมหวาน ทั้งดุดัน เจ้าของร่างบางแทบทรงตัวไม่อยู่ ใจหนึ่งอยากผลักไส แต่ด้วยความรักหล่อนจึงยินยอมให้เขาจูบจนพอใจ กระนั้นหล่อนก็รู้สึกว่ามันเลยเถิดเมื่อมือของเหนือตะวันล้วงเข้าไปใต้กระโปรง สัมผัสถูกต้นขาจนร่างหญิงสาวสะท้านไปทั้งตัว

               “พอก่อนค่ะ”

               นิชาภัทรหันหนี พยายามผลักเหนือตะวันออกจากตัวด้วยความยากลำบาก เมื่อชายหนุ่มไม่ยอมละจากริมฝีปากอวบอิ่มง่ายๆ เขาตามติดสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากนุ่มนิ่มของหล่อนอย่างช่ำชอง มือเย็นเฉียบยังพยายามล้วงลึกเข้าไปในกระโปรงตัวสวย วนเวียนอยู่บริเวณต้นขา ในขณะที่มืออีกข้างโอบรั้งเอวคอดเข้ามาหาตัวจนร่างทั้งสองแนบชิดกัน เขากำลังต้องการหล่อน ต้องการตอนนี้และเดี๋ยวนี้!

               “พี่เหนือ...” นิชาภัทรเรียกเมื่อเขาปล่อยให้ริมฝีปากหล่อนเป็นอิสระ

               และเหมือนจะได้ผลเมื่อเหนือตะวันหยุดการกระทำของตัวเอง เจ้าของใบหน้าหล่อเหลากวาดสายตาอันพร่ามัวไปรอบๆ ชายหนุ่มสำนึกได้ว่าตรงนี้ไม่ใช่ที่ที่เขาจะทำอะไรแบบนั้นได้ สายตาของคนในร้านเริ่มมองมา ผู้เปิดเกมรุกหันกลับมามองหน้าคนในอ้อมแขนอีกครั้ง

               นิชาภัทรทั้งแปลกใจและสับสน ยิ่งได้เห็นดวงตาเป็นประกายระยับของเขาที่มองมา ช่างหยาดเยิ้มอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน โดยไม่ทันคิดร่างสูงกำยำก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะดึงแขนเล็กๆ ให้ลุกตามไปอย่างง่ายดาย

 

               เหนือตะวันรู้สึกว่าร่างกายของเขามีความต้องการสูงเหมือนกับว่า...ใช่! เหมือนโดนวางยา เขารู้สึกถึงความผิดปกติได้อย่างชัดเจน กระนั้นก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาขับรถกลับบ้านพร้อมผู้หญิงที่เขาเกลียดได้ แต่กว่าจะมาถึงเขาก็เผลอล่วงเกินหล่อนไปไม่น้อย มิหนำซ้ำหล่อนยังแสดงอาการตระหนก หวาดกลัว ยิ่งทำให้คนอารมณ์ไม่ปกติต้องการมากขึ้นทวีคูณ

               คฤหาสน์ปริยากรโสภณอยู่ห่างจากไนต์คลับไม่มากนัก ประกอบกับเป็นช่วงเวลาดึกถนนจึงโล่ง ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีรถของเหนือตะวันก็เลี้ยวเข้ามาจอดในรั้วบ้านได้อย่างปลอดภัย

               เวลาตีหนึ่งแล้ว ทุกคนในบ้านหลับหมด เหนือตะวันกำข้อมือเล็กแน่น กึ่งดึงกึ่งลากจนมาถึงห้องนอน

               ให้ตายเถอะ เขาพาหล่อนมานอนถึงบ้าน แทนที่จะแวะโรงแรมสักแห่ง บ้าชัดๆ! แต่ถึงขั้นนี้แล้วจะให้หยุดคงไม่ได้ ตอนนี้เขาหน้ามืดไปหมด ไม่เหลือสติสัมปชัญญะอีกต่อไป

               “พี่เหนือคะ ถึงบ้านแล้ว ปล่อยค่ะ”

               อาการของเหนือตะวันทำให้นิชาภัทรงุนงง หล่อนขึ้นรถมากับเขาทั้งที่ไม่รู้จุดหมาย รู้แต่เพียงว่าสถานที่นั้นน่าจะปลอดภัย ที่สำคัญจะมีสักกี่ครั้งเชียวที่เขายอมให้หล่อนเข้าใกล้ ดังนั้นหล่อนจะไม่ยอมทิ้งโอกาสนี้แน่ แม้จะไม่เข้าใจท่าทีของเขาที่แปลกไปก็ตาม พอเห็นว่ารถมาจอดที่บ้านหล่อนก็คลายความหวาดหวั่นลงได้บ้าง แต่เพียงไม่นานหล่อนก็ต้องผวาอีกครั้งเมื่อถูกเจ้าของมือแข็งแรงลากเข้าไปยังห้องนอนส่วนตัวของอีกฝ่าย

               “ตอนนี้ไม่มีคนอื่นรับรู้แล้ว ดังนั้นเธอสารภาพมาซะดีๆ” เหนือตะวันเหวี่ยงคู่สนทนาลงบนเตียงอย่างไร้ปรานี เขาถามหล่อนพลางพยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมอารมณ์แห่งบุรุษ

               คนถูกเหวี่ยงกระแทกที่นอนจุกจนพูดไม่ออก นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน นิชาภัทรขยับเรียวขายาวอย่างยากลำบาก แต่กลับกลายเป็นยิ่งเปิดเผยผิวเนื้อใต้กระโปรงตัวจิ๋ว สติชายหนุ่มจึงยิ่งกระเจิดกระเจิง

               “เธอยั่วฉันไม่ได้เลยใช้วิธีสกปรกอย่างนั้นใช่ไหม”

               “พี่เหนือเป็นบ้าอะไรขึ้นมาคะ” นิชาภัทรยังคงไม่เข้าใจ “ถ้าเพลงทำอะไรให้พี่เหนือโกรธ เพลงขอโทษแล้วกันนะคะ เพลงจะกลับละ หายโมโหเมื่อไหร่ค่อยมาคุยกันค่ะ”

               หญิงสาวทำท่าจะลุกขึ้น แต่ร่างใหญ่ของชายตรงหน้ากลับโถมเข้าหาจนหล่อนเซล้มลงไปที่เตียง วินาทีแรกที่แผ่นหลังสัมผัสกับที่นอนขนาดหกฟุต ความเย็นวาบแล่นเข้าไปถึงกระดูก ร่างบางของนิชาภัทรสั่นสะท้าน

               นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่หล่อนคุ้นเคย ที่ผ่านมาแค่จับมือกับผู้ชายสักคนยังแทบจะเป็นไปไม่ได้ ทว่าตอนนี้...ร่างกำยำของชายทั้งแท่งกำลังทาบทับอยู่บนตัวหล่อน แม้จะเป็นผู้ชายที่หล่อนรักสุดหัวใจ แต่สัญชาตญาณก็เตือนว่าเหนือตะวันคนนี้เป็นซาตานไม่ใช่เทพบุตร นิชาภัทรรู้สึกได้ถึงความเกลียดชังของเขา มันมากกว่าทีเคยเป็นเสียด้วยซ้ำ

               “เธออยากได้ฉันเป็นผัวมากถึงขนาดลงมือวางยาฉันเลยเหรอ”

               “วางยาอะไรคะ เพลงไม่เข้าใจ”

               “ตอแหล! เธอคงอยากมีผัวจนตัวสั่น ฉันอยากรู้นัก การเกิดในตระกูลที่ดีไม่ได้ทำให้เธอเป็นผู้ดีบ้างเลยหรือไง วันๆ ร้องหาแต่ผู้ชาย พอไม่ได้ก็ใช้วิธีชั่วๆ สารเลว!” นัยน์ตาเรียวรีกร้าวแข็ง

               “เพลงไม่รู้เรื่องค่ะ วิธีชั่วๆ อะไรกัน”

               “หุบปากสกปรกของเธอ วันนี้เธอจะได้รู้ว่าถ้าอยากได้ฉันเป็นผัวต้องเจอกับอะไร”

               เหนือตะวันโมโห ที่เขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เพราะคนบ้าผู้ชายอย่างหล่อน โดยไม่ทันคิด มือหนากระตุกเกาะอกพร้อมกับบราไร้สายสีเดียวกันมากองที่เอว เผยให้เห็นปทุมถันสล้างซึ่งขาวนวลดั่ง ตุ๊กตายางก็ไม่ปาน ใช่! ตุ๊กตายาง เพราะมันช่างนวลเนียนไร้ที่ติเหมือนประติมากรรมชั้นยอด แตกต่างตรงที่นิชาภัทรมีเลือดเนื้อ มีวิญาณ

               เจ้าของร่างนุ่มนิ่มตระหนก หล่อนพยามเอามือปิดนวลเนื้อ แต่กลับถูกชายหนุ่มรวบแขนสองข้างไว้เหนือศีรษะหล่อนด้วยมือเพียงข้างเดียว

            




.........................................................(18+)..............................................

               “อย่าเพิ่งเหนื่อย ฉันยังได้ไม่พอ ยาที่เธอให้ฉันกินแรงใช้ได้เลยนะ อย่าร้อง ฉันรู้ว่าเธอชอบ”

               นิชาภัทรผลักเขาออกจากตัวแต่เหมือนเรี่ยวแรงถูกดูดกลืนไปหมด มือเล็กๆ จึงไม่อาจทำอะไรคนตัวโตได้ เหนือตะวันเริ่มดำเนินเกมรักอีกครั้งเมื่อยายังไม่หมดฤทธิ์ หญิงสาวได้แต่ภาวนาให้มันจบลงเร็วๆ แต่ทุกครั้งที่เกมจบเขาก็สร้างอารมณ์ปรารถนาขึ้นมาใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า จนฟ้าใกล้สว่างเจ้าของร่างแข็งแรงจึงทิ้งตัวลงข้างร่างนุ่มนิ่มของหญิงสาวและหลับไปอย่างง่ายดาย

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,184 ความคิดเห็น

  1. #4153 25142551 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 15:49

    ถึงจะรักมากขนาดไหนแต่นิก็ควรมีศักดิ์ศรีมากกว่านี้ไหมคะ ไม่เป็นตัวของตัวเองเลย วิ่งตามเขาขนาดนี้ วิ่งไปเถอะค่ะ คนเราถ้ามันไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเราก็จะมีวันเหนื่อยและก็หยุดเองในที่สุด เพราะถ้ามันมากเกินไปจะกลายเป็นน่าสมเพชไงคะนิ

    #4,153
    0
  2. #4119 KumiiRainbow (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 18:12
    กรี้ดดด รอๆๆๆๆๆ
    #4,119
    0
  3. #4118 babibam1a (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 15:02
    เดือนตุลาคมเลยเหรอนานไปอ่ะ
    #4,118
    0
  4. #4 เบ็ตตี้ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:06
    เอาแล้วววว...ไหนว่าเกลียดเพลงไง พี่เหนือ!!

    มาต่อเร็วๆนะค๊าไรท์
    #4
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #4-2 อุณหภูมิปกติ(จากตอนที่ 4)
      13 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:47
      พรุ่งนี้อัพต่อค่ะ รอติดตามด้วยนะคะ
      #4-2