หัวใจพ่ายรัก กับดักตะวัน (Reup)

ตอนที่ 15 : บทที่ 7 เพ้อรัก (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,719
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    26 ส.ค. 62

‘อย่าเพิ่งได้ใจล่ะนิชาภัทร ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่หลงเธอง่ายๆ หรอก’
 


เสียงนาฬิกาปลุกบอกเวลาตีห้าตรง มือหนาเอื้อมไปปิดเสียงก่อนจะดันกายลุกขึ้นในขณะที่ดวงตายังไม่ยอมเปิด วันนี้เหนือตะวันมีนัดตรวจโครงการขยายกำลังการผลิตน้ำประปาระยะที่ 3 ในจังหวัดปทุมธานี งานภาคสนามคืองานที่เขาชอบและถนัดมากกว่านั่งทำงานในออฟฟิศ แต่ก็ต้องแลกด้วยเวลาพักผ่อนที่มีอย่างจำกัด
พอดวงตาปรับให้เข้ากับแสงสลัวภายในห้องได้เขาก็กวาดตาหาร่างบางที่นอนกกกอดมาทั้งคืน แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า 
“หายไปไหนแต่เช้า” เขาบ่นออกมาด้วยความแปลกใจ เวลานี้นิชาภัทรควรจะนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง 
แสงสว่างจากภายนอกห้องนอนดึงดูดให้เขาเดินออกไปดู ปรากฏคนที่ตามหากำลังวุ่นวายอยู่กับไมโครเวฟและเครื่องชงกาแฟขนาดย่อม 
“ทำอะไรแต่เช้า” 
เสียงเรียกทำให้คนที่กำลังจดจ่ออยู่กับอุปกรณ์ประกอบอาหารหันไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นสามีที่ตอนนี้ผมสั้นหนาชี้ไปคนละทิศคนละทางแม่ครัวหัวป่าถึงกับยิ้มออกมา หล่อนฝันถึงภาพนี้มาตลอด ได้เห็นเขาทั้งยามหลับและยามตื่น ใช้เวลาแต่ละวินาทีร่วมกัน แม้จะไม่สมบูรณ์แบบเสียทีเดียวแต่หล่อนก็ดีใจมาก แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว 
“ตื่นแล้วเหรอคะ เพลงกำลังเตรียมอาหารเช้าให้พี่เหนือค่ะ” 
“เธอเตรียมอาหารตั้งแต่เช้ามืดแบบนี้ทุกวันเหรอ” 
“เปล่าค่ะ ก็วันนี้พี่เหนือต้องไปตรวจงานที่ปทุมแต่เช้า เพลงเลยตื่นมาทำอะไรง่ายๆ เอาไว้ให้ไปทานบนรถไงคะ แซนด์วิชเบคอนกับกาแฟร้อน” พูดพลางจัดอาหารลงกล่อง “เดี๋ยวให้สายกว่านี้ค่อยทานนะคะ ปกติพี่เหนือทานตอนเจ็ดโมง ขืนทานตอนนี้ปวดท้องแย่ ส่วนกาแฟเพลงเอาใส่แก้วเก็บความร้อนให้แล้ว อีกชั่วโมงก็ยังร้อนอยู่แน่ค่ะ ไม่ต้องห่วง”   
น้ำเสียงเจื้อยแจ้วเงียบไปเมื่อพบว่าคนตัวโตเอาแต่มองหล่อนนิ่งไม่พูดไม่จา รอยยิ้มหวานพลันจางหายเมื่อคิดว่าเขาอาจจะรำคาญความจุ้นจ้านของหล่อน 
“เพลงทำอะไรให้พี่เหนือไม่พอใจอีกหรือเปล่าคะ” 
“เปล่า” ตาคมหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อต้องการหาคำตอบบางอย่าง “ฉันกำลังคิดว่าเธอทำงานหนักขนาดนี้ แล้วเอาเวลาที่ไหนมาจดจำเรื่องของฉันนัก เธอรู้ตารางงานของฉันทั้งหมดเลยรึเปล่า” 
คำถามนั้นทำเอาคนถูกถามอึ้งไป นิชาภัทรขมวดคิ้ว คิดหาเหตุผลที่ดูไม่น่าเกลียดเกินไปมาตอบคำถามของเขา แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก
“ก็...แค่ล่วงหน้าสามเดือน”
“สามเดือน!” เหนือตะวันทวนคำตอบด้วยความตกใจ “เธอรู้มากกว่าที่ฉันรู้เสียอีกนะ” 
“คือว่า...” คือว่าอะไรล่ะ นิชาภัทรอ่อนใจจะหาคำพูดดีๆ มาแก้ตัว ตอนนี้หล่อนรู้สึกว่าตัวเองไม่ต่างกับ ‘ยายโรคจิต’ เลยสักนิด 
“ฉันยอมเธอจริงๆ” ใบหน้าหล่อเหลาไม่ได้บ่งบอกว่าโกรธ แต่เป็นสีหน้าที่ยอมจำนนให้ความพยายามอันล้นเหลือของคนตรงหน้า 
“ช่างเถอะ ฉันจะไปอาบน้ำ เดี๋ยวสาย”
หนุ่มร่างสูงหันหลังกลับไปยังทิศทางเดิม นิชาภัทรกลืนน้ำลายลงคอ คิดว่าฝันหวานของหล่อนจะสลายลงเพราะความจุ้นจ้านของตัวเองเสียแล้ว 
ไม่ถึงสิบห้านาทีเหนือตะวันก็กลับออกมาโดยสวมชุดพร้อมทำงานเรียบร้อย เขาพาดเสื้อสูทตัวนอกกับพนักเก้าอี้ ร่างสูงย่อตัวลงสวมรองเท้าที่ขัดเงาวับ ขณะที่กำลังจัดรองเท้าอยู่นั้น ถุงกระดาษใบโตที่บรรจุกล่องอาหารและแก้วกาแฟภายในก็ถูกยื่นมาตรงหน้า ชายหนุ่มยืนขึ้นแต่ไม่ยอมรับของจากศรีภรรยา 
“จะดูเป็นพ่อบ้านหน่อมแน้มไปไหม ถ้าฉันถือถุงนี่ไปด้วยน่ะ” 
“งั้นเหรอคะ” 
นิชาภัทรไม่อยากเซ้าซี้ หล่อนลดมือที่ถือถุงกระดาษลง ใบหน้าระรื่นสลดเหมือนสุนัขป่วย ลืมคิดไปว่าผู้ชายที่ไหนจะถือถุงกล่องอาหารไปไหนมาไหนด้วยล่ะ 
“เดี๋ยว!” เขาเอ่ยเรียกเมื่อเห็นว่าคนตัวบางกำลังหันหลังกลับ “ฉันกินตอนนี้ก็ได้” 
เขาแย่งถุงอาหารมาไว้ในมือ ก่อนจะหยิบเอากล่องพลาสติกออกมาเปิดกินแซนด์วิชสามชิ้นจนหมด มือหนาหยิบแก้วเก็บความร้อนมาถือไว้แล้วส่งถุงกระดาษพร้อมกล่องอาหารที่บัดนี้ว่างเปล่าคืน 
“พี่เหนือไม่ต้องฝืนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวปวดท้องนะคะ” หญิงสาวเตือนด้วยความวิตก 
“กาแฟนี่เดี๋ยวฉันเอาไปกินระหว่างทาง ขอบใจเธอมากนะ” 
“ค่ะ” 
นิชาภัทรยังไม่รู้สึกดีขึ้น ความรู้สึกแย่หลังความปรารถนาดีโดนปฏิเสธทำให้หล่อนก้มหน้างุด แปลกจริง เมื่อก่อนเขาร้ายกว่าตอนนี้ตั้งมากหล่อนยังทนได้ แล้วเหตุใดตอนนี้จิตใจกลับอ่อนไหวง่ายดายนัก 
“นี่” เหนือตะวันยืนแก้มข้างหนึ่งมาใกล้กับใบหน้าหวาน 
“อะไรคะ” นิชาภัทรยังคงไม่เข้าใจความหมายของการกระทำนั้น 
“ฉันให้เธอหอมแก้มเป็นการตอบแทน” 
“อะไรนะคะ” 
“ถ้าไม่เอาก็ไม่เป็นไร” เขาหันไปหยิบสูทเตรียมจะออกไปทำงานแต่ถูกมือเล็กดึงแขนไว้ก่อน 
“เดี๋ยวค่ะ” 
คนตัวเล็กยึดแขนแข็งแรงไว้มั่น ก่อนจะเขย่งปลายเท้าให้สูงพอที่จมูกรั้นจะสัมผัสกับแก้มของเขาได้ เหนือตะวันเผลอยิ้มให้กิริยาน่ารักนั้น แต่แค่ชั่ววินาทีเขาก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติดังเดิม 
นิชาภัทรยิ้มเขิน ก้มหน้างุด เมื่อสำนึกได้ว่าตนได้ทำสิ่งที่น่าอายลงไป มือเล็กคลายออกจากต้นแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม 
“เดินทางปลอดภัยนะคะ” 
เหนือตะวันพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหยิบของแล้วก้าวออกจากห้อง นิชาภัทรมองตามแผ่นหลังกว้างไม่วางตา หัวใจที่เคยแห้งเฉากลับพองโตเหมือนต้นไม้ที่ได้รับหยาดฝนชุ่มฉ่ำ หยาดฝนที่เคยรินรดหัวใจหล่อนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ถือเป็นเช้าที่มีความสุขที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ เจ้าของร่างเล็กทรุดตัวนั่งลงบนโซฟา ไม่เคยยิ้มได้อย่างเต็มที่แบบนี้มานานมากแล้ว และมีเพียงเหนือตะวันคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้ หวนคิดถึงเมื่อเจ็ดปีก่อน แม้จะนานมากแล้วแต่ความทรงจำยังชัดเจนเหมือนเพิ่งผ่านมาเมื่อวาน
หญิงสาวสวมชุดนักเรียนยืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยหัวใจที่สุดแสนทรมาน ภาพความสุขของเหล่าเพื่อนร่วมชั้นที่ห้อมล้อมไปด้วยพ่อแม่ญาติพี่น้อง ที่ต่างพากันมาแสดงความยินดีในวันมอบวุฒิบัตรของนักเรียนที่สำเร็จการศึกษา ที่โรงเรียนเอกชนชื่อดังจัดกิจกรรมให้ผู้ปกครองและครอบครัวมาร่วมแสดงความยินดีกับบุตรหลานที่สำเร็จการศึกษาเป็นประจำเช่นทุกปี ผู้คนมากมายต่างหอบหิ้วดอกไม้ ตุ๊กตา และของขวัญมาเต็มไม้เต็มมือด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข คงจะมีแต่นิชาภัทรคนเดียวที่รู้สึกตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง 
          มือเล็กกอดวุฒิบัตรมัธยมศึกษาปีที่สามและโล่นักเรียนดีเด่นไว้แน่น ราวกับมันคือสิ่งเดียวที่จะอยู่เคียงข้างหล่อนในขณะนั้น ดวงตากลมใสกักเก็บน้ำตาไว้อย่างยากลำบาก หล่อนร้องไห้ไม่ได้ ถ้าร้องไห้คนอื่นต้องมองหล่อนด้วยความสมเพช หล่อนไม่อยากได้ความสงสารจากใคร 
          สียงฮือฮาดังขึ้นจากทิศทางที่ผู้คนกำลังถ่ายรูปหมู่ นิชาภัทรก้มหน้านิ่งไม่อยากสนใจอะไรทั้งสิ้น ใครจะมีความสุขก็มีความสุขไปเถอะ คนที่ไม่มีพ่อแม่อย่างหล่อนจะสนใจทำไม 
          ‘ยืนนิ่งขนาดนี้ผีเข้าหรือเปล่า’
          เสียงคุ้นหูดังขึ้นตรงหน้าหล่อน เด็กสาวไล่สายตาที่มองต่ำขึ้นมายังใบหน้าของผู้มาใหม่ เมื่อเห็นว่าเป็นใครน้ำตาที่กักเก็บไว้ก็ทะลักเป็นสาย นิชาภัทรผวาเข้ากอดคนตรงหน้าแน่นราวกับว่ากลัวเขาจะหายไปไหน 
          ‘พี่เหนือ’ 
          ‘ขี้แยจริงๆ เลยน้า’ มืออุ่นกอดตอบคนตัวเล็กที่บัดนี้ซุกศีรษะอยู่ที่อกแกร่งนิ่ง 
นิชาภัทรดันตัวออกทั้งที่น้ำตายังรินไหลไม่หยุด มือใหญ่เช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน ก่อนที่เขาจะสวมมงกุฎดอกไม้ให้คนขี้แย 
          ‘ยินดีด้วยนะครับนักเรียนดีเด่น’ 
          ‘พี่เหนือมาได้ยังไงคะ’
          เด็กสาวสำรวจการแต่งกายของเขาหลังจากที่น้ำตาเหือดแห้งไปแล้ว เหนือตะวันสวมเสื้อหนังสีดำเงา ใบหน้าหล่อเหลาสวมแว่นกันแดดยี่ห้อดังราคาแพงระยับ ทำให้คนร่างสูงดูหล่อเท่เป็นทวีคูณ เจ้าของใบหน้าหวานยิ้มออกมาเมื่อนึกว่าเสียงฮือฮาเมื่อครู่คงจะมาจากคนตรงหน้า แม้ตอนนี้สายตาหลายคู่ก็จับจ้องมาที่เขาเป็นตาเดียว 
          Indian Chief Classic’ เหนือตะวันเอ่ยชื่อรุ่นรถบิ๊กไบค์ในฝันของสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ไม่ใช่ใครก็เป็นเจ้าของได้ เพราะสนนราคาของมันกว่าหนึ่งล้านบาท ‘เชิญคุณหนูขึ้นนั่งเป็นเกียรติแก่รถถูกๆ ของกระผมด้วยครับ’ 
          นิชาภัทรยิ้มกว้าง คราบน้ำตาเลือนหายไปหมดแล้ว เหลือแต่ความชุ่มฉ่ำในหัวใจของเด็กผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งที่ไร้ญาติขาดมิตร สองเท้าเดินตามหนุ่มตัวสูงไปที่มอเตอร์ไซค์คันโต เจ้าของรถหยิบหมวกนิรภัยสวมให้
          ‘ขอบคุณนะคะที่มา’ 
          ‘ถ้าไม่มาเด็กขี้แยก็กลับบ้านไปนอนร้องไห้ขี้มูกโป่งน่ะสิ’ พูดพลางเอื้อมมือไปขยี้ศีรษะได้รูปอย่างเอ็นดู ‘วันนี้อยากไปไหนเป็นพิเศษบอกมาเลย’
          ‘จริงเหรอคะ แต่...แค่รถมอเตอร์ไซค์จะไปถึงพัทยาได้หรือเปล่าก็ไม่รู้’ 
          ‘อย่าดูถูกเชียวนะ ไปถึงเชียงใหม่ยังได้ พัทยาแค่นี้ไม่ทันได้หายใจก็ถึงแล้ว’ คนถูกหยามคุยโว 
          หนุ่มหล่อก้าวคร่อมรถคู่ใจก่อนที่เด็กสาวจะกระโดดขึ้นไปนั่งซ้อนท้าย รถเคลื่อนตัวออกไปด้วยความเร็วเท่าไรหล่อนไม่ทราบ เพราะขณะนั้นหัวใจของหล่อนจดจ่ออยู่ที่เหนือตะวันเท่านั้น 
          ‘ถ้าโตกว่านี้เมื่อไหร่ นิชาภัทรคนนี้จะเป็นเจ้าสาวของพระอาทิตย์’ 
          ตั้งแต่นั้นมา ความรักที่มีต่อเหนือตะวันก็ชัดเจนมากขึ้น เขาคือดวงตะวันของชีวิต คือแสงสว่างในวันที่ต้องพบกับความมืดมน ช่วยฉุดดึงหล่อนให้พ้นจากความทุกข์ระทม เพราะการสูญเสียไม่ได้สร้างความทุกข์เพียงชั่ววัน แต่มันยาวนานจนไม่รู้ว่าจะทนมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร ดังนั้นหล่อนจึงต้องการแสงจากดวงตะวัน เพื่อให้ชีวิตของหล่อนไม่ต้องพบแต่ความมืดมิด โดยที่ลืมไปว่าเหนือตะวันคนนี้ เขาไม่ได้สาดส่องแสงสว่างให้เพียงแค่หล่อนคนเดียวเท่านั้น เพราะดวงตะวันไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง 
          วันนี้นิชาภัทรกลายเป็นเจ้าสาวของพระอาทิตย์อย่างที่ฝัน แม้จะไม่ได้สุขสมหวังทุกอย่าง แต่เมื่อหล่อนได้มันมาแล้ว หล่อนก็จะดูแลอย่างดี ตราบเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะรักษามันไว้ได้ 

นิชาภัทรละสายตาจากแฟ้มเอกสารตรงหน้าเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู หล่อนคิดจะตำหนิเลขาฯ หน้าห้อง เหตุที่มีคนมาพบแต่ไม่แจ้งหรือส่งสัญญาณล่วงหน้า เมื่อดวงตากลมโตเห็นร่างผู้มาเยือน หล่อนถึงกับเผลอสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างแรง รู้สึกเหมือนขาดอากาศไปชั่วขณะ
“พี่เหนือ” หญิงสาวเปล่งเสียงแผ่วเบา 
          นิชาภัทรมองภาพตรงหน้าเหมือนคนต้องมนตร์ สามีหล่อนสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงยีนทรงกระบอกสีซีดและรองเท้าหนังกลับ ดูแปลกตา แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความแข็งแกร่งน่าหลงใหลอยู่ในที โยนหมวกนิรภัยสีขาวในมือลงบนโซฟา แต่การกระทำนั้นกลับไม่ได้เรียกสติหญิงสาวที่กำลังตะลึงให้กลับคืนได้เลย
          “มีอะไรผิดปกติมากหรือไง” 
          เสียงเข้มช่วยปลุกให้นิชาภัทรตื่นจากมนตร์สะกดได้ กระนั้นเจ้าของดวงหน้าหวานก็ยังพูดอะไรไม่ออก จนกระทั่งเหนือตะวันทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวใหญ่พร้อมกับเอนศีรษะพิงพนักที่สูงพอดีอย่างเหนื่อยล้า นิชาภัทรจึงหาเสียงตัวเองเจอ 
          “เมื่อเช้าพี่เหนือไม่ได้ไปชุดนี้นี่คะ” 
          “ฉันเปลี่ยนที่ไซต์งาน” พูดแค่นั้นเจ้าของร่างสูงก็หลับตาลง “เหนื่อยมากๆ” 
          นิชาภัทรลุกจากเก้าอี้เดินมาหาสามีที่บัดนี้ดูเหมือนกับว่าวิญญาณพร้อมจะปลิดปลิวออกจากร่างเสียเดี๋ยวนั้น คนร่างเล็กทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เมื่อมองในระยะใกล้ถึงได้เห็นว่าใบหน้าหล่อเหลาเลอะคราบดินโคลน หญิงสาวนึกถึงการซ่อมปรับปรุงระบบประปาที่เหนือตะวันลงภาคสนามวันนี้ เขาคงจะลงไปลุยเองอีกแล้วสิท่า แอบสงสัยว่าเหตุใดเขาไม่กลับไปพัก หรือชายหนุ่มจะมีงานต้องทำที่นี่อีก แม้ข้องใจเพียงใดมือเล็กก็ยังหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองมาเช็ดรอยเลอะบนแก้มสากอย่างเบามือ 
          “อ้อนเมียเชียวนะเฮียเหนือ” 
          เสียงคุ้นหูทำให้เหนือตะวันผงกศีรษะขึ้นมาจากพนักพิง เห็นน่านฟ้ายืนกอดอกมองตนเองด้วยสายตาเยาะเย้ย 
          “เข้าห้องไม่เคาะประตูวะ” ศีรษะได้รูปทิ้งลงพนักพิงตามเดิม 
          “เคาะแล้วจะได้เห็นอะไรแบบนี้เหรอเฮีย” 
          “แกอย่าเพิ่งพูดมากเลย ขี้เกียจฟัง ฉันลงพื้นที่เหนื่อยจะแย่ ยังต้องมานั่งให้แกกวนตีนอีกหรือไง” 
          “อ๊ะๆ เฮีย ใจเย็นสิครับ ผมก็มาเรื่องงานเหมือนกัน” 
          น่านฟ้าเลิกก่อสงครามกับพี่ชาย เขาเดินตัวปลิวมาที่โต๊ะทำงานของน้องสาวต่างสายเลือดที่ควบสถานะพี่สะใภ้ 
          “พี่เหนือไหวหรือเปล่าคะ จะกลับไปพักที่คอนโดก่อนไหม เพลงจะให้คนขับรถขับไปส่ง” นิชาภัทรถามออกไปด้วยความเป็นห่วง
          “ไม่เป็นไร ฉันจะรอ เสร็จแล้วกลับพร้อมกัน” 
          น้ำเสียงราบเรียบก็จริงแต่ทำหัวใจของคนฟังหวามไหว ‘กลับพร้อมกัน’ หญิงสาวทวนคำพูดของเขาในใจแล้วก็ต้องอมยิ้มด้วยความตื้นตัน คำพูดที่แสนธรรมดาแต่หล่อนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นในหัวใจ
สิ้นคำพูด เหนือตะวันปิดตาลงอีกครั้ง นิชาภัทรจำต้องลุกไปจัดการกับงานด่วนที่เข้ามาให้เสร็จก่อน แม้ใจอยากจะดูแลคนข้างกายมากกว่าก็ตาม 
น่านฟ้ามองภาพของคนทั้งคู่อย่างข้องใจ เขามั่นใจมากว่าพี่ชายไม่ได้รักเมียตัวเอง แต่วันนี้ความมั่นใจเริ่มสั่นคลอน หรือสิ่งที่บิดาของเขาพูดเอาไว้จะเป็นจริง ‘คนรักของเหนือตะวันไม่มีทางเป็นคนอื่นนอกจากนิชาภัทร’ 
 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สวัสดีค่ะ เบนซ์ยินดีจะแจ้งให้ทราบว่าหนังสือจะจัดพิมพ์แล้วเสร็จก่อนกำหนดนะคะ ฉะนัน E-book จะได้อัพให้อ่านกันภายในสัปดาห์นี้ค่ะ 
ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่หน้าเพจเด้อ 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,184 ความคิดเห็น

  1. #4144 tateeturk (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 23:24
    เฮียเหนือกลับมาแล้ว ว่าแต่เฮียจะทำให้น้องเพลงของเค้าใจอ่อนมั้ย
    #4,144
    0
  2. #83 Mild Thapanee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:40
    สู้ๆนะหนูเพลง
    #83
    0