หัวใจพ่ายรัก กับดักตะวัน (Reup)

ตอนที่ 14 : บทที่ 7 เพ้อรัก (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,930
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    23 ส.ค. 62

“ผู้หญิงที่ไหนงั้นเหรอคะ” 
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า เขารู้สึกว่ามีน้ำเสียง ‘เหี้ยม’ แฝงมาในคำถามนั้นด้วย คนที่ผู้หญิงที่ไหนก็ตกหลุมรักยักไหล่หนึ่งทีแทนคำตอบ ก่อนจะเคลื่อนรถออกไปโดยไม่สนใจคิ้วที่ขมวดจนแทบชนกันของคนข้างกายอีกเลย ยั่วให้หึงคงเป็นการทรมานหล่อนอย่างหนึ่งที่ได้ผลทันตาเห็น
 

 
          ประตูถูกปิดลงหลังจากร่างของคนสองคนก้าวเข้ามาในห้อง นิชาภัทรหอบหิ้วผักผลไม้และของสดไปเก็บในตู้เย็น ขณะที่เหนือตะวันถือของหนักๆ จำพวกนมและเครื่องดื่มตามมาติดๆ  
          “มื้อเย็นพี่เหนืออยากทานอะไรคะ” นิชาภัทรเอ่ยเสียงหวาน “ถ้าหากว่าเบื่อข้าวแล้ว จะทานสเต๊กเพลงก็ทำเป็นนะคะ แถมสลัดผักให้ด้วยก็ยังได้ ที่สำคัญอร่อยมากๆ ด้วยค่ะ” 
คนตัวเล็กหยิบโน่นจับนี่อย่างเพลิดเพลิน ไม่ทันสังเกตแววตาของคนที่สนทนาด้วยซึ่งบัดนี้จ้องหล่อนไม่วางตา 
เหนือตะวันวางของลงก่อนจะโยนสูทในมือตามด้วยเนกไทสีน้ำเงินเข้มไปพาดไว้บนเก้าอี้ คนร่างสูงก้าวสองทีก็ถึงตัวแม่ครัวที่กำลังอวดฝีมือการทำอาหารของตัวเอง แขนแข็งแรงตวัดร่างอีกฝ่ายมาอยู่ในวงแขนอย่างง่ายดาย 
          “อุ๊ย!” 
          คนถูกคุกคามเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมาจากอก
          “อาหารที่เพิ่งกินมายังไม่ย่อยเลย ฉันคิดว่ามื้อเย็นคงต้องงดไปก่อน หาของหวานกินแทน” ไม่พูดเปล่า จมูกโด่งของเขาถูไปกับแก้มนวลเนียนอย่างอ้อยอิ่ง 
          นิชาภัทรไม่ได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน ดวงตากลมโตที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจไหวระริก มือเล็กของหล่อนกลายเป็นสิ่งเกะกะ ไม่รู้ว่าจะเอามันไปไว้ตรงไหนดี สุดท้ายจึงวางมันลงบนหน้าอกแข็งแกร่งด้วยความประหม่า ก้มหน้างุดไม่กล้าสบตา 
          “ถ้าจะทานของหวานคงต้องลงไปซื้อนะคะ เพราะถ้าทำก็ต้องใช้เวลานาน” 
          “ฉันไม่คิดว่าเธอจะซื่อจริงๆ หรอกนะนิชาภัทร” ริมฝีปากร้อนโน้มลงมาหาความหอมที่ซอกคอขาวเนียน หญิงสาวไหวสะท้านจนเขาสัมผัสได้ “กลัวเหรอ ไม่ใช่ครั้งแรกของเธอนี่” 
“แต่ถ้านับครั้งนี้ก็เพิ่งจะเป็นครั้งที่สาม” 
          “แน่ใจเหรอว่าแค่สาม เธอต้องเรียนการนับใหม่นะ” ขณะที่พูดริมฝีปากของเขายังคงวนเวียนอยู่ไม่ห่างผิวกายเนียนละเอียด ไล่จากซอกคอเรื่อยมายังไหล่กลมมน 
นิชาภัทรหน้าร้อนผ่าว หล่อนนับมันไม่ถูกจริงๆ เพราะแค่ครั้งแรกก็ไม่ใช่ครั้งเดียว แต่เขานับกันอย่างไรล่ะ หล่อนไม่รู้จริงๆ หญิงสาวเผลอสะบัดศีรษะจนใบหน้าคมที่คลอเคลียอยู่ชะงัก 
          “ไม่ต้องคิดแล้วน่า” 
          มือเรียวจัดแจงรูดซิบหลังของชุดเดรสที่นิชาภัทรสวมอยู่อย่างชำนาญ เสี้ยววินาทีเดรสตัวสวยก็ลงไปกองอยู่ที่พื้น ร่างงามที่มีเพียงชุดชั้นในปกปิดเบียดกายเข้าหาคนตัวโตอย่างตั้งใจ หวังเพียงกายของเขาจะช่วยปกปิดเนื้อขาวๆ จากสายตาของเขาเอง แต่การกระทำนั้นกลับปลุกอารมณ์ปรารถนาให้ลุกโชน 
          “หยุดเดี๋ยวนี้นิชาภัทร” บ้าชะมัด เขาตั้งใจจะทำให้หล่อนคลั่ง แต่ตอนนี้เขากำลังจะคลั่งเสียเอง 
          “เพลงยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ พี่เหนือต่างหากที่ทำ” 
          วาจาเจื้อยแจ้วถูกหยุดด้วยริมฝีปากร้อน เหนือตะวันใช้แขนรัดร่างนุ่มนิ่มให้แน่นขึ้น จากนั้นจึงยกลำตัวหล่อนขึ้นเล็กน้อยจนคนตัวเล็กต้องเขย่งปลายเท้า มือหนาอีกข้างขยุ้มโคนผมสลวย ดึงเบาๆ ให้ใบหน้าหวานแหงนรับจูบร้อนแรงได้ถนัดถนี่ 
          นิชาภัทรเรียนรู้ที่จะจัดการกับจูบอันดูดดื่มอย่างเงอะงะ หล่อนรู้ว่าหล่อนทำได้มากกว่ารอรับสัมผัสจากเขาอยู่ฝ่ายเดียว ริมฝีปากอุ่นจึงจูบตอบกลับไปในบางครา การกระทำอย่างคนไร้ประสบการณ์นั้นกลับทำให้เขาครางอย่างพอใจ 
          “จูบฉันอีกสิ” 
          เหนือตะวันเริ่มเรียกร้องสัมผัสนั้นคืนและคนถูกขอก็ตามใจอย่างว่าง่าย ความกล้าๆ กลัวๆ ของหล่อนยิ่งทำให้คนตัวโตแทบคลั่ง 
          ชายหนุ่มเริ่มถอดเสื้อตัวเองอย่างร้อนรน ในขณะที่ริมฝีปากยังไม่ละจากรสจูบหวานหอม เมื่อเหลือแค่กางเกงตัวเดียว เขาก็ช้อนร่างนุ่มนิ่มขึ้นมาอุ้มก่อนจะพาไปยังเตียงกว้างในห้องนอน วางหล่อนลงอย่างเบามือ ไม่ถึงวินาทีร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามก็ตามลงมาทาบทับทันที แต่คราวนี้เขาปล่อยให้ริมฝีปากหวานละมุนเป็นอิสระ เพราะหันมาสนใจทรวงอกอวบขาว          ของหล่อนแทน 
        “พี่เหนือคะ...” หล่อนเรียกเขา ในขณะที่เขายังทำเป็นไม่ได้ยินเพราะมัวแต่ใช้ลิ้นสำรวจเรือนร่างของหล่อนอย่างเพลิดเพลิน 
          นิชาภัทรทั้งหวามไหวและสับสนอยู่ในที หล่อนไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้นเกิดจากสติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์หรือไม่ หล่อนควรจะขัดขืนหรือยินยอม หญิงสาวไม่แน่ใจเลยสักนิด แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ใจเสมอมาคือหล่อนไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองท้องกับผู้ชายที่ไม่เคยเอ่ยคำว่า ‘รัก’ กับหล่อนอย่างแน่นอน เพราะหากเป็นเช่นนั้นลูกจะกลายเป็นเพียง ‘สิ่งผูกมัด’ ไม่ใช่โซ่ทองคล้องใจพ่อกับแม่ 
          “พี่เหนือคะ” หล่อนเรียกเขาอีกครั้ง
          “หืม...” 
          เครื่องป้องกันล่ะคะ” 
          เหนือตะวันชะงัก เขาละจากทรวงอกอวบอิ่มมามองใบหน้าอ่อนหวาน ภายใต้ดวงตาหวานเยิ้มของหล่อนไม่ได้บ่งบอกอะไร เพียงแต่เขาไม่คิดว่าคำพูดนี้จะออกมาจากปากคนที่หลงรักเขาหมดหัวใจ หล่อนควรจะดีใจไม่ใช่หรือ เพราะหากเขาทำหล่อนท้องเมื่อไร เขาจะพลาดโอกาสในการหย่าไปตลอดชีวิต เขาเองก็เช่นกัน เขาควรจะระวังตัวให้มากกว่านี้ แต่ร่างขาวนวลตรงหน้าก็ทำให้ไม่อยากคิดอะไรอีกนอกจากดินแดนแห่งรสรักที่รออยู่รำไร  
          “ฉันมีวิธีป้องกันในแบบของฉัน” 
          “ยังไงคะ” 
          “เธอไม่ต้องรู้หรอกน่า” 
          โดยไม่รอให้คนใต้ร่างหนาสงสัยอะไรอีก เหนือตะวันประทับจูบลงไปที่ริมฝีปากหวานละมุนอีกครั้ง มืออุ่นครอบครองทรวงอกอวบอิ่ม เคล้นเบาๆ ผู้หญิงร่างเล็กก็สะท้านจนต้องแอ่นตัวขึ้นประท้วงให้เขาหยุด แต่การกระทำของหล่อนกลับยิ่งสุมไฟสวาทให้ลุกโชน 
          ร่างกายแข็งแกร่งเบียดแทรกเรียวขางาม ไม่ว่ากี่ครั้งเขาก็มองว่าเรือนร่างนี้ช่างไร้ที่ติเหมือนตุ๊กตายางที่มีชีวิต วินาทีต่อมาเขาจึงส่งความเป็นชายเข้าไปสู่เรือนกายสาว นิชาภัทรหลับตาลง ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามความต้องการของเขา เพราะทั้งวิญญาณและร่างกาย หล่อนเต็มใจยกให้เขา และไม่ว่าหลังจากนี้ไปหล่อนต้องพบเจออะไร จะดีหรือร้ายหล่อนก็ยินดีรับมัน

          พายุรักสงบลงแล้ว เหนือตะวันยังคลอเคลียอยู่อยู่กับร่างนุ่มนิ่มไม่ห่าง มือหนาไล้ไปทั่ว สำรวจตรงนั้นทีตรงนี้ทีอย่างซุกซน 
          นิชาภัทรรีบตะครุบมือนั้นเมื่อดูเหมือนจะล่วงล้ำไปยังส่วนที่หวงแหน เขาพลิกมือเล็กมาจับไว้ก่อนบรรจงจูบอย่างอ่อนโยน 
          “เหนื่อยไหม”      
          คำพูดธรรมดาแต่เป็นน้ำเสียงที่หวานมากกว่าครั้งไหนๆ เหนือตะวันไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังเดินออกนอกแผนที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกหรือไม่ สมองเลอะเลือนไปชั่วขณะเพราะกำลังลุ่มหลงร่างกายแสนเย้ายวน 
“เหนื่อยค่ะ แต่เพลงขอไปอาบน้ำก่อนดีกว่า เหนียวตัวไปหมด” นิชาภัทรแกะแขนแข็งแรงออกจากลำตัวแต่ไม่สำเร็จ “พี่เหนือคะ ปล่อยค่ะ” 
“จะรีบไปไหน” เสียงแผ่วเบาแต่หล่อนได้ยินมันชัดเจน เพราะคนพูดกระซิบอยู่ข้างหู แถมยังใช้ริมฝีปากร้อนขบใบหูให้หล่อนสะท้านเล่นๆ อีก 
“อื้อ...” หล่อนผลักเขาออกเล็กน้อยเมื่อคิดว่าถ้ากอดกันไปคุยกันไปแบบนี้คงคุยไม่จบแน่ 
“เธอไม่ชอบเหรอ ไหนบอกว่ารักฉันไง” ไม่พูดเปล่า เขาจ้องลึกลงไปในดวงตากลมใส 
“ก็...”
นิชาภัทรกลับหลบสายตาด้วยความขัดเขิน เขากำลังจะทำให้หัวใจของหล่อนหลอมละลาย ไม่เพียงแต่หัวใจเท่านั้น ร่างกายหล่อนก็เช่นกัน มันร้อนจนเครื่องปรับอากาศภายในห้องไม่มีความหมาย 
เหนือตะวันหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อแม่เสือสาวจอมยั่วสวาทที่เขาเคยรู้จักกลับกลายร่างเป็นนางอายที่เอาแต่มุดหน้าหนี แทนคำอนุญาต เขายอมปล่อยหล่อนจากอ้อมกอด นิชาภัทรเอื้อมไปคว้าผ้าเช็ดตัวมาปิดร่างกายไว้ ส่วนชายหนุ่มที่ท่อนบนโผล่พ้นผ้าห่มหนามองทุกอากัปกิริยาอย่างขันๆ 
          “อาบน้ำเสร็จทำสเต๊กให้กินด้วยนะ หิวจะแย่” 
          “อ้าว! ไหนบอกไม่หิวไงคะ” 
          “เธอนอนเฉยๆ จะรู้อะไร ฉันใช้พลังงานไปตั้งเท่าไหร่ เสีย ’น้ำ’ ในร่างกายไปตั้งมาก” เขาตั้งใจเน้นคำว่าน้ำเพื่อยั่วให้หล่อนอายมากขึ้น เวลาแก้มเนียนมีสีแดงระเรื่อน่ามองเพิ่มขึ้นเป็นกอง 
          “บ้า!” 
          นิชาภัทรคว้าหมอนปาไปที่แผงหน้าอกแกร่ง แต่แทนที่เขาจะเจ็บกลับยิ่งหัวเราะขบขันไปใหญ่ เมื่อทำอะไรไม่ได้ คนที่ตอนนี้หน้าแดงเป็นเป็นลูกตำลึงจึงรีบสาวเท้ามุ่งไปยังห้องน้ำทันที 

          อาหารมื้อค่ำถูกย้ายมาหน้าโทรทัศน์เมื่อวันนี้มีถ่ายทอดสดฟุตบอลนัดสำคัญ เหนือตะวันเปิดเบียร์กระป๋องจิบอย่างอารมณ์ดีแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หนุ่มหล่อเอาแขนข้างหนึ่งพาดพนักโซฟา มืออีกข้างถือกระป๋องเบียร์ไว้หลวมๆ จ้องจอภาพสี่เหลี่ยมนิ่ง 
          นิชาภัทรแอบมองสามีจากในห้องครัว ใบหน้าหวานแดงก่ำเมื่อคิดถึงรสสัมผัสจากเขาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เหมือนประหนึ่งว่าตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงความฝัน กึ่งหลับกึ่งตื่น ความรักและความปรารถนาดีที่เกิดขึ้นเพียงฝ่ายเดียวช่างไร้ความหมายเมื่อเทียบกับตอนนี้ ตอนที่หล่อนได้รับสัมผัสอ่อนโยนจากเขา 
          “ทานก่อนสิคะ ท้องว่างแล้วดื่มเบียร์เดี๋ยวก็เมากันพอดี” หญิงสาวเตือนขณะวางจานสเต๊กเนื้อลงบนโต๊ะตัวเล็กพร้อมกับจานสลัดผัก วันนี้หล่อนไม่แสดงฝีมือทำน้ำสลัดแต่อาศัยน้ำสลัดสำเร็จรูปที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อ 
          “ป้อนหน่อยสิ” เหนือตะวันช้อนตามองนิชาภัทรที่ตอนนี้หล่อนยังคงยืนมองเขาอยู่ 
          “ป้อนทำไมคะ มือพี่เหนือก็ว่าง” 
          “ว่างตรงไหน ฉันถือกระป๋องเบียร์อยู่” เขายืนยันคำพูดด้วยการเขย่ากระป๋องเบียร์ไปมา 
          “อีกมือนึงล่ะคะ” 
          “ไม่ว่างแล้ว” พูดจบมือแข็งแรงก็ดึงแขนร่างเล็กลงมานั่งแนบชิด จากนั้นก็ใช้วงแขนกอดหล่อนเอาไว้หลวมๆ แต่มั่นคง 
          “อุ๊ย!”
          นิชาภัทรทั้งตกใจทั้งขัดเขินจนทำอะไรไม่ถูก หล่อนกัดริมฝีปากล่างของตัวเอง เป็นกิริยาที่หล่อนทำเสมอเมื่อสับสน แต่เหนือตะวันมองภาพนั้นเหมือนหล่อนตั้งใจยั่วให้เขาสติแตก ริมฝีปากหยักลึกโฉบลงมาสัมผัสกลีบปากหวานละมุนเบาๆ ชั่วขณะหนึ่งเมื่อเจ้าหล่อนเริ่มประท้วงเขาจึงยอมถอนริมฝีปาก 
          “อย่ากัดปากตัวเองแบบนี้อีก” 
          “ทำไมคะ” คนถูกห้ามงุนงง
          “ห้ามก็แล้วกัน ถ้าเธอทำต่อหน้าฉัน ฉันจะจูบเธอ แต่ถ้าฉันรู้ว่าเธอไปทำต่อหน้าใคร ฉันจะฆ่าเธอ จำไว้” 
นิชาภัทรขมวดคิ้ว ‘บ้าจริง! ห้ามอะไรไม่เข้าเรื่อง’ 
          หญิงสาวสลัดความสงสัยทิ้งเสีย เพราะวันนี้เกิดเรื่องที่หล่อนไม่คาดฝันขึ้นตั้งเยอะ ความจริงแล้วหล่อนไม่รู้ว่าควรจะคิดเรื่องไหนก่อนดี ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนี้เหมือนกับสิ่งที่วาดฝันไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ต่างกันก็ตรงที่มันเกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผล
การที่เจ้าชายอสูรจะกลายร่างเป็นเจ้าชายรูปงามได้เพียงชั่วข้ามคืนนั้นมีเพียงแค่ในโลกของเทพนิยาย จะเกิดขึ้นในโลกของความจริงได้อย่างไร แม้จะคิดแบบนั้น คนเพ้อฝันอย่างหล่อนก็ยินยอมที่จะอยู่ในเรื่องเหมือนฝันเช่นนี้ต่อไป หากมันจะช่วยทดแทนเวลาความสุขที่ตนไม่เคยได้รับมาก่อนเลยหลังสูญเสียบุพการีได้แล้วละก็ หล่อนยินดีที่จะปิดหูปิดตา 
นิชาภัทรจัดการหั่นชิ้นเนื้อให้พอดีคำ ก่อนจะส่งมันเข้าปากของคนเอาแต่ใจ 
          เหนือตะวันรับชิ้นเนื้อเข้าปากในขณะที่สายตายังไม่ละจากรายการฟุตบอลตรงหน้า 
“รสชาติใช้ได้” 
คนถูกชมได้แต่แอบยิ้มไม่พูดอะไร หล่อนใช้เวลานี้สำรวจใบหน้าของสามีอย่างหลงใหล ถ้าใครมาเห็นเข้าคงอดคิดไม่ได้ว่า หล่อนเป็นผู้หญิงที่บ้าผู้ชายเข้าขั้นหนัก แต่ต่อให้ไม่ใช่หล่อน ถึงจะเป็นคนอื่นก็ต้องตกหลุมรักเขาอย่างห้ามใจไม่อยู่ ยามอยู่ในอิริยาบถแบบนี้พี่เหนือของหล่อนดูอบอุ่นและมีเสน่ห์อย่างล้นเหลือ 
“ใจคอคิดจะจ้องฉันอยู่แบบนี้รึไง” 
นิชาภัทรเบิกตากว้าง เมื่อดวงตาคมเข้มที่จับจ้องหน้าจอโทรทัศน์หันมาสบตากับหล่อนในขณะที่ใบหน้าห่างกันแค่คืบ ชั่วนาทีต่อมาหล่อนถึงตั้งสติได้ แต่ไม่อาจควบคุมอาการเลิ่กลั่กให้เป็นปกติได้ 
“เอ่อ...คือ เพลงไม่ได้จ้องนะคะ แต่ว่า...” 
คนถูกจับได้โบกมือสองข้างไปมายืนยันว่าไม่ได้มอง ซึ่งมันเชื่อไม่ได้สักนิด 
“เอาเถอะ เธอจะจ้องต่อไปฉันก็ไม่ได้ว่านะ แต่ถ้าขืนยังทำตาหวานเยิ้มแบบนี้อีก ฉันเกรงว่าวันนี้เราอาจจะไม่ได้นอน” ดวงตาเจ้าเสน่ห์จ้องใบหน้าหวานนิ่งเพื่อสื่อความนัย 
นิชาภัทรเข้าใจความหมายของสายตานั้นทันที หล่อนจึงรีบละจากใบหน้าหล่อเหลาหันไปมองจอสี่เหลี่ยมตรงหน้าแทน อาการไม่ปกตินั้นสร้างความขบขันให้เหนือตะวันอย่างมากจนเขาต้องหัวเราะออกมา 
“ฮ่าๆๆ”
“ช่วงนี้พี่เหนืออารมณ์ดีนะคะ หัวเราะบ่อยเชียว” นิชาภัทรค่อนขอด หล่อนควรจะชอบเสียงหัวเราะของเขาหากว่าอารมณ์ขันนั้นไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมอันน่าอายของหล่อน 
“มีเรื่องให้ขำก็ต้องหัวเราะสิ” เขาตอบพร้อมยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบท่าทีสบายใจ 
ไม่มีการสนทนาใดๆ ต่อจากนี้ เพราะคนทั้งคู่ต่างสนใจดูรายการฟุตบอลตรงหน้าแทน เมื่อทีมที่เป็นรองยิงเข้าประตูทีมที่เป็นต่ออย่างเกินความคาดหมาย ทำเอาคนติดฟุตบอลขั้นหนักอย่างเหนือตะวันตาค้าง เลิกสนใจหญิงสาวข้างกายทันที 
เกมการแข่งขันเดินทางมาถึงนาทีสุดท้าย กรรมการเป่านกหวีดหมดเวลา จังหวะนั้นเหนือตะวันหันกลับมาสนใจคนตัวเล็กข้างกายซึ่งบัดนี้หลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนของเขา ริมฝีปากหยักลึกเผลอยิ้มออกมาอย่างลืมตัวเมื่อเห็นเจ้าของใบหน้าหวานสิ้นฤทธิ์อยู่บนไหล่ ขนตายาวเป็นแพปิดสนิท ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อเรียกร้องให้เขาสัมผัสมันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ทุกครั้งที่เกิดความรู้สึกหวั่นไหว สมองที่จดจำเรื่องราวทุกอย่างได้เป็นเลิศของชายหนุ่มก็คอยย้ำเตือนเสมอว่าหล่อนไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาจะรัก 
“แผนของเธอใช้ได้นะนิชาภัทร แต่ฉันไม่มีทางตกหลุมพรางเธอแน่”
เหนือตะวันสลัดความคิดทุกอย่างทิ้ง เขาอุ้มร่างเล็กที่เบาเหมือนนุ่นขึ้นอย่างง่ายดาย แต่จังหวะเดียวกันนั้นคนขี้เซาก็ตื่นขึ้นมาเสียก่อน 
“พี่เหนือคะ” 
“เธอเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว นอนไปเถอะน่า” 
เหนือตะวันก้าวท้าวเข้าห้องนอนก่อนจะวางหล่อนลงบนเตียงอย่างเบามือ 
“เพลงนอนในห้องนี้ได้เหรอคะ” นิชาภัทรถามทั้งที่ดวงตายังปิดสนิท 
“ได้สิ ฉันอนุญาต” 
เมื่อได้รับคำตอบที่พอใจ นิชาภัทรก็ยิ้มกว้างออกมา มือเล็กดึงหมอนอีกใบมากอดและหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข 
“เอาหมอนไปกอดแล้วฉันจะหนุนอันไหนล่ะ ยายเด็กบ้า” 
คนตัวโตเอนร่างลงข้างเรือนกายหอมกรุ่น นอนหนุนหมอนใบเดียวกัน นาทีนี้เขารับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั้งหัวใจ ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ต้องการสักนิดแต่มันกลับแทรกเข้ามาอย่างดื้อด้าน หัวใจเย็นชาเวลานี้หมดแรงที่จะต่อต้าน วงแขนแข็งแรงตวัดร่างนุ่มนิ่มเข้ามากอดอย่างหงุดหงิด   
‘อย่าเพิ่งได้ใจล่ะนิชาภัทร ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่หลงเธอง่ายๆ หรอก’
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หนังสือสั่งพิมพ์แล้วนะคะ E-book วางขายไม่เกินวันที่ 5 ก.ย.นี้ ค่ะ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,184 ความคิดเห็น

  1. #4160 PORNPIOML (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 02:15
    พนันได้เลยว่าต้อง...ตีแตก หึ
    #4,160
    0
  2. #4143 Nattamon Ponlabat (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 23:54

    ตอนนี้พี่เหนอโคตรน่ารักอ่ะ
    #4,143
    0
  3. #71 เบ็ตตี้ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:23
    เพลง...สวย รวย เก่ง ถ้าอีตาพี่เหนือ หัดใส่ใจซะบ้าง หายตาถั่วซักที ก็จะพบเพชรเม็ดงามนะจ้ะ :))



    รอตอนต่อไปไม่ไหวแล้วววววว
    #71
    0
  4. #70 แฟนๆ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:02
    สุดยอดเลยเพลง... มีดีให้ตะลึงนะยะ
    #70
    0