หัวใจพ่ายรัก กับดักตะวัน (Reup)

ตอนที่ 10 : บทที่ 5 สั่งให้เธอเกลียด (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,987
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    15 ส.ค. 62

เหนือตะวันและบดินทร์พ่นลมหายใจออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย บดินทร์มองหน้าเพื่อนสองคนสลับกัน เห็นเค้าลางความวุ่นวายอยู่รำไรแล้วละ 


เวลาเกือบห้าโมงเย็นนิชาภัทรเพิ่งกลับจากการจับจ่ายซื้อของ หล่อนวางอาหารสดลงบนโต๊ะในห้องครัว ซึ่งตอนนี้กลายเป็นห้องที่หล่อนใช้เวลาอยู่กับมันมากที่สุดตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ในคอนโดมิเนียมของเหนือตะวันได้สี่วัน หล่อนทำอาหารเช้ากับเย็น แต่ละมื้อต้องใช้เวลาเตรียมวัตถุดิบไม่น้อยกว่าสามสิบนาที บวกกับเวลาในการปรุงอาหารก็ร่วมชั่วโมง โดยเฉพาะมื้อเย็นที่แม่ครัวหัวป่าพอจะมีเวลาพิถีพิถันมากหน่อย แต่ถึงแม้แม่ครัวจะตั้งใจรังสรรค์อาหารให้รสเลิศหรือหน้าตาน่ารับประทานแค่ไหน มื้อเย็นของทุกวันกลับเป็นหมันอย่างช่วยไม่ได้

เหนือตะวันยังมีท่าทีเฉยชาได้อย่างคงเส้นคงวา เขาปฏิเสธที่จะสนทนากับหล่อนโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าหล่อนจะถามอะไร คุยอะไร ก็ไม่ต่างกับพูดคนเดียว จนหญิงสาวเริ่มตระหนักว่าตนไม่ได้เข้าใกล้เขามากไปกว่าเดิมเลย

กระนั้นคนร่างเล็กก็ให้คำปฏิญาณกับตัวเองว่า จะอดทนไปจนกว่าจะทำใจยอมรับกับการที่ต้องอยู่คนเดียวและเห็นเขามีความสุขกับผู้หญิงที่เขารักได้ มันอาจจะเร็วหรือช้า แต่เมื่อครบหนึ่งปีเมื่อไร ถ้าหัวใจของหล่อนยังคงเหมือนเดิม หล่อนก็ต้องยอมถอยออกมาตามกติกาที่ระบุไว้แต่แรก ไม่ว่าวันนั้นหล่อนจะรับได้หรือไม่ก็ตาม

คนมือเล็กๆ สาละวนกับการเตรียมอาหาร ซึ่งหล่อนทำใจแล้วว่ามันคงเป็นอาหารสำหรับหล่อนคนเดียว วันนี้จึงเลือกทำอาหารง่ายๆ ที่ตนชอบ ประเภทต้มจืดลูกรอก ผัดกะเพราทะเล และไข่เจียว ทั้งที่ก่อนหน้านี้หล่อนลงทุนโทร. ไปถามเมนูโปรดของเหนือตะวันกับพิมพ์อร แต่ในเมื่อเขาไม่เคยได้มากินมื้อเย็นเลยสักวัน ดังนั้นทำแบบที่ตัวเองชอบคงจะดีกว่า 

ด้านเหนือตะวัน แม้จะอารมณ์เสียที่ต้องจำใจร่วมลงทุนกับดนวัต แต่เขาก็ไม่ลืมภารกิจหลักคือการทำให้นิชาภัทรเจ็บปวดและเกลียดเขามากจนต้องขอหย่า ที่ยิ่งเร็วเท่าไรยิ่งดี 

เหนือตะวันสวมชุดทำงานที่ตอนนี้ชายเสื้อหลุดออกเกือบหมดเดินเข้ามาภายในคอนโดมิเนียม ข้างกายคือสาวสวยที่เขายังจำชื่อไม่ได้เลยด้วยซ้ำ หล่อนเกาะแขนคลอเคลียมาตลอดทาง คืนนี้เขาจะแสร้งเริงรักกับเจ้าหล่อนในคอนโดมิเนียมที่นิชาภัทรมาบังอาจยืดเป็นเรือนหอ อยากรู้เหมือนกันว่าจะหน้าทนได้อีกแค่ไหน

“ที่รักคะ คอนโดคุณสวยจังเลยค่ะ”

เสียงหวานที่ดังมาจากหน้าประตูทำให้นิชาภัทรขมวดคิ้วอย่างสงสัย ใครมาออเซาะกันแถวนี้นะ พอชะโงกหน้าออกไปดู หล่อนก็พบภาพที่ทำให้อยากจะกรีดร้องให้บ้านแตกเสียเดี๋ยวนั้น แต่เอาเข้าจริงหล่อนกลับยืนอึ้ง ขากับปากแข็งจนขยับไม่ได้ ทำให้หล่อนต้องทนเห็นภาพสามีของตัวเองดึงร่างอ้อนแอ้นที่สวมชุดเดรสรัดรูปสีแดงเพลิงมาจูบอย่างดูดดื่ม กว่าจะถอนริมฝีปากออกจากกันได้ก็จนเมื่อสาวแปลกหน้าบังเอิญสบตากับหล่อนเข้า

“ว้าย! นั่นใครคะ”

เหนือตะวันหันมาเห็นใบหน้าตื่นตะลึงของภรรยาที่เขาไม่เคยต้องการ ใบหน้าหล่อยิ้มเยาะอย่างตั้งใจพร้อมกับยกนิ้วโป้งเช็ดลิปสติกสีแดงที่เลอะริมฝีปากออก ในขณะที่มืออีกข้างโอบเอวบางไว้หลวมๆ

“เธอชื่อนิชาภัทร เป็นเมียผมเอง” เขาตอบตามตรง 

หญิงสาวแปลกหน้ายิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่ 

“ไม่ต้องห่วงนะครับ เมียผมใจดี เรื่องแบบนี้เขารับได้”

นิชาภัทรกำมือแน่น แค้นใจเกินจะพรรณนา เหนือตะวันทำเกินไปแล้ว เขาใจร้ายมากที่กล้าพาผู้หญิงอื่นมาหยามหล่อนถึงห้อง ทายาทรัตนะบำรุงมองใบหน้าคมเข้มของคนที่รักหมดหัวใจพบเพียงความว่างเปล่าไร้ปรานี หล่อนจึงหันมาส่งสายตาดุไปที่หญิงสาวแปลกหน้า อยากรู้ว่าจะยืนหน้าทนอยู่อีกไหมในเมื่อรู้แล้วว่าเหนือตะวันมีภรรยาแล้ว แถมยังยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ทั้งคน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้ามกับที่คิดอย่างสิ้นเชิง

“แหม...ดีจังเลยนะคะ แล้วคืนนี้จะมีแค่เราสองคนหรือมีเมียคุณร่วมด้วยล่ะคะ” น้ำเสียงปลุกเร้าอารมณ์นั้นไม่เพียงแต่ทำให้นิชาภัทรอึ้ง แต่เหนือตะวันก็ตาค้างไปเหมือนกัน ไม่คิดว่าหล่อนจะใจกล้าและมีเสรีภาพทางเพศขนาดนี้ แต่ก็ดีเพราะเข้าทางเขาเลย

“แค่สองเราสิครับ ผมอยากเปลี่ยนบรรยากาศ” ไม่พูดเปล่าเขายังกระชับร่างอวบอั๋นให้แนบแน่นขึ้นไปอีก สาวใจกล้าเบียดหน้าอกชิดร่างกายกำยำอย่างยั่วยวน

“แพศยา!” นิชาภัทรโพล่งออกมาอย่างเหลืออด ก้าวขาเข้าไปใกล้บุคคลทั้งสอง หล่อนอยากจะต่อว่าเหนือตะวันแต่ปากหนักจนไม่กล้าพูดออกไป นั่นเป็นเพราะหล่อนรักเขามาก มากอย่างที่ไม่เคยรักใครมาก่อน และด้วยเหตุนี้จึงไม่เคยทนได้เลยเมื่อเห็นเขาควงผู้หญิงคนอื่น “ถ้าเธอไม่รีบเอาตัวออกมาให้ห่างผัวฉันละก็ เธอจะต้องกลายเป็นผีเฝ้าห้องแน่”

“ก็ลองดูสิ ถ้าเธอกล้าทำ” เหนือตะวันดันร่างคนใกล้ตัวให้ไปอยู่ข้างหลัง 

ยิ่งเห็นภาพเขาปกป้องผู้หญิงคนอื่นนิชาภัทรยิ่งกลั้นน้ำตาไม่ไหว หล่อนร้องไห้ออกมาอย่างสุดแค้น โกรธหนักมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นเจ้าของใบหน้าฉาบเครื่องสำอางหนาเตอะมองมาที่หล่อนด้วยความสมเพช

“แบบนี้นี่เองผัวถึงเบื่อ”

พูดได้เท่านั้นมือเล็กๆ ของคนถูกกล่าวหาว่าสามีเบื่อก็กระชากผมหญิงสาวนิรนาม ดึงอย่างแรงเสียจนร่างอวบเซมาข้างหน้าตามแรงแขน เหนือตะวันตกใจแต่เอื้อมมือคว้าร่างทั้งสองไม่ทัน 

นิชาภัทรลากหญิงสาวที่แม้จะตัวใหญ่กว่าออกมาให้ห่างจากผู้ชายคนเดียวที่อยู่ตรงนั้น แรงโมโหทำให้หล่อนเหวี่ยงอีกฝ่ายลงกับพื้น ก่อนจะตามเข้ามาจิกผมอีกรอบ กระชากให้แหงนหน้าขึ้น

“เธอคงอยากตายสินะ ฮะ! เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร ฉันรวยมากนะ ฉันจะทำให้เธอหายไปจากโลกนี้ ให้เธอกลายเป็นวิญญาณคุณโสเร่ร่อนไม่ได้ไปผุดไปเกิด!”

“ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย” คนถูกกระทำเริ่มหวาดกลัว

เหนือตะวันกระโดดมาคว้าร่างของนิชาภัทร เขาใช้สองแขนรัดร่างที่กำลังพยศไว้แน่น ก่อนจะโยนหล่อนไปอีกทางอย่างง่ายดาย รีบดึงแขนคนที่เขาพามาซึ่งตอนนี้ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมหมดสภาพ ไม่ทันได้พูดอะไร ร่างเล็กของคนที่โกรธเหมือนช้างตกมันก็ถลามาหา ตั้งใจจะคว้าผมของฝ่ายตรงข้ามอีกครั้งแต่เหนือตะวันกันไว้ได้ นิชาภัทรเดือดดาล เมื่อทำอะไรไม่ได้หล่อนจึงใช้วาจาข่มขู่ซึ่งมันได้ผลเสมอมา

“เธอจำไว้นะ ฉัน นิชาภัทร รัตนะบำรุง ถ้าเธอไม่รีบออกไป ฉันจะฆ่าเธอ!”

“หยุดพูดจาข่มขู่คนอื่นสักที” เหนือตะวันเอ่ยเสียงแข็ง “อย่าเอาความรวยของเธอมาสู้กับคนอื่น เธอไม่มีทางสู้ได้”

“ได้ไม่ได้ก็ลองดู พรุ่งนี้จะไม่มีเธอคนนี้อยู่บนโลก”

คนถูกข่มขู่ได้ยินดังนั้นก็เริ่มหวาดหวั่น หล่อนควรจะรักษาชีวิตของตัวเองไว้ดีกว่าจะเอามาแลกเพราะผู้ชายรูปหล่อเพียงคนเดียว มันไม่คุ้มเลยสักนิด หญิงสาวแกะมือตัวเองออกจากพันธนาการของชายหนุ่มอย่างเสียดาย

“ไม่ต้องกลัว เธอทำอะไรคุณไม่ได้” เหนือตะวันกล่าวไม่ทันจบ คนตัวเล็กที่เขาคิดว่าทำอะไรใครไม่ได้ก็เอ่ยคำพูดน่าอับอายออกมา

“ไปสิ ผัวฉัน ฉันให้ความสุขเองได้ ไม่ต้องรบกวนคนอย่างเธอ” 

เพียะ! 

มือใหญ่หวดใบหน้านวลอย่างเหลืออด นิชาภัทรทรุดลงกับพื้นทันทีเพราะต้านทานแรงไม่ได้ ตอนนี้กลายเป็นสงครามของนิชาภัทรกับเหนือตะวันไปเสียแล้ว บุคคลผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหันซ้ายหันขวาก่อนจะตัดสินใจเดินหนีออกมาจากตรงนั้นด้วยเหตุผลเดียวคือกลัวว่าจะได้รับอันตราย แต่มิวายถูกหนุ่มรูปหล่อที่หล่อนคิดว่าเป็นโชคชั้นหนึ่งคว้าแขนเแล้วยัดเงินจำนวนหนึ่งใส่มือ ซึ่งมากกว่าการนอนกับผู้ชายทั้งสัปดาห์ของหล่อน ในโชคร้ายยังมีโชคดี หล่อนรีบรับเงินก่อนจะหายออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว

เหนือตะวันหันกลับมามองคนทรุดอยู่ที่พื้นด้วยความรู้สึกผิด มือเล็กๆ กุมใบหน้าข้างที่เจ็บไว้ น้ำตารินไหลไม่ขาดสาย ชายหนุ่มอยากจะเอื้อมมือไปโอบร่างที่กำลังสั่นเทิ้มแต่ก็ต้องเปลี่ยนใจ เขาดีกับหล่อนไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่มีวันสลัดหล่อนให้หลุดจากชีวิต อีกอย่างเขาไม่ควรรู้สึกผิด เพราะสิ่งที่นิชาภัทรทำมันทำร้ายเขามากกว่านี้หลายพันเท่า

“เธอไม่มีสิทธิ์ทำร้ายผู้หญิงคนไหนของฉัน” เหนือตะวันพูดช้าๆ แต่ชัดเจน ราวกับว่าต้องการตอกย้ำให้หล่อนรู้สถานะของตัวเอง

ใบหน้าสวยที่ตอนนี้ปรากฏรอยนิ้วแดงชัดจุกจนพูดไม่ออก ดวงตากลมโตมองพื้นอย่างว่างเปล่า ปล่อยให้น้ำตารินไหลอย่างน้อยใจ ไม่ได้รู้สึกเจ็บเพราะมันชาไปหมด ทั้งหน้า...ทั้งหัวใจ 

เหนือตะวันเริ่มใจหาย ร่างเล็กสั่นไหวด้วยแรงสะอื้นทำให้หัวใจน้ำแข็งต้องสั่นคลอน เขาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปเชยคางได้รูปให้หันมา ดวงตากลมโตเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา แก้มซ้ายมีรอยแดงเป็นริ้ว

“เธอเป็นอะไรหรือเปล่า” น้ำเสียงอ่อนโยนราวกับคนละคน 

วูบหนึ่งนิชาภัทรรู้สึกเหมือน ‘พี่เหนือ’ คนเดิมกลับมา พลันน้ำตาก็ทะลักอีกระลอก เขาคงไม่เคยรู้ว่าหล่อนคิดถึงเขาคนเก่ามากเพียงใด 

“ฮึกๆๆ” 

“เอาละๆ ฉันขอโทษ เธอจะตบฉันคืนก็ได้ ฉันให้เธอสามทีเลย” 

ได้ผล คนตัวเล็กหยุดสะอึกสะอื้น เหลือก็แต่คราบน้ำตาที่แสดงให้เห็นร่องรอยของความเสียใจ 

นิชาภัทรมองใบหน้าหล่อเหลาที่เอียงแก้มข้างหนึ่งมาให้ เขาหลับตานิ่ง รอรับการเอาคืน ใครจะกล้าทำร้ายคนที่ตัวเองรักได้ลงคอ หล่อนได้แต่มองนิ่งอยู่อย่างนั้นโดยไม่ทำอย่างที่เขาบอก 

“เร็วๆ สิ” เหนือตะวันท้วงขึ้น

“เพลงคงทำร้ายคนที่เพลงรักไม่ได้หรอกค่ะ” 

คำว่า ‘รัก’ ของนิชาภัทรเหมือนน้ำมันที่ราดรดบนกองไฟที่เกือบมอด ไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้ความสงบที่เห็นภายนอกนั้นอาจมีประกายไฟเล็กๆ ที่พร้อมปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ 

เพราะคำว่ารักของหล่อนมิใช่หรือที่ทำให้ชีวิตเขาพังแบบนี้ แววตาอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นกล้าแข็ง เหนือตะวันลุกขึ้นยืน ความสงสารเห็นใจหายวับไปทันตา 

“ฉันไม่ได้อยากให้เธอรักฉัน แต่ถ้าเธอเลิกรักฉันไม่ได้ ขอแค่อย่ามาทำร้ายผู้หญิงของฉันอีกก็พอ” 

“ผู้หญิงของพี่...” หล่อนทวนคำพูดเขาอย่างช้ำใจ “แล้วเพลงล่ะคะ สำหรับพี่แล้วเราเป็นอะไรกัน 

“ฉันไม่ได้สนใจความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเธอ”

“แล้วบอกได้ไหมล่ะคะ ว่าพี่เหนือเกลียดเพลงเรื่องอะไร ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นพี่ก็เอาแต่เงียบ ไม่พูด ไม่ถาม ไม่ฟัง แล้วเราจะเข้าใจกันได้ยังไง”

“ถ้าฉันถาม แล้วฉันจะรู้อะไรนอกจากเรื่องโกหกที่เธอสร้างขึ้นมา บางเรื่องไม่ต้องถามฉันก็รู้ได้เพราะฉันเห็นมันกับตา”

“แล้วพี่เหนือเห็นทั้งหมดรึเปล่าคะ” นิชาภัทรเริ่มมีอารมณ์ ความโกรธเข้ามาผสมกับความน้อยใจ

“พอได้แล้ว เธออยากสร้างเรื่องอะไรมาเล่า เธอก็ไปเล่าให้ผีฟังโน่น!” เหนือตะวันโพล่งออกไป แต่คำพูดธรรมดาๆ ของเขากลับทำให้หญิงสาวร่างเล็กนิ่งงัน 

“ใช่ค่ะ ชีวิตเพลง คนที่รักและหวังดีกับเพลงก็ตายกลายเป็นผีไปหมด ทิ้งให้เพลงใช้ชีวิตอยู่บนโลกบ้าๆ นี่คนเดียวไง” นิชาภัทรยกมือปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอีกครั้ง แต่น้ำตาเจ้ากรรมกลับยิ่งไหลทะลักไม่หยุดง่ายๆ จนสุดท้ายหล่อนต้องยอมจำนนให้มันอย่างน่าสมเพช 

เหนือตะวันนิ่งไป ความรู้สึกที่หายจากใจไปนานแล้วกลับมาอีกครั้ง ทั้งที่เขาพยายามหลีกหนีมันเสมอมา ดวงตาแข็งกร้าวอ่อนแสงลง เขาทนมองภาพนั้นไม่ได้จนต้องหันหลังให้ 

“ฉัน...” เขาไม่รู้จะพูดอะไร เมื่อรู้ว่าคำพูดของตัวเองทำร้ายหัวใจคนตรงหน้าอย่างรุนแรง “วันนี้ฉันจะสงบศึกกับเธอแค่นี้ รู้ไว้นะ ฉันได้ไม่อยากทำร้ายเธอ ถ้าหากว่าเธออยู่ในที่ของเธอ ดังนั้นอย่าทำอะไรที่เกินขอบเขตมากไปกว่านี้ แล้วถ้าเธอทนไม่ได้ อยากจะหย่าเมื่อไหร่ฉันยินดีเสมอ”

หลังจากทิ้งถ้อยคำทำร้ายจิตใจ เจ้าของห้องชุดก็เดินหายเข้าไปในห้องนอนโดยไม่หันไปมองคนที่นั่งร้องไห้อยู่ที่พื้นอีก ความเงียบก็เริ่มก่อตัวขึ้น นิชาภัทรลูบใบหน้าตัวเองเบาๆ ก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างไม่เกรงว่าคนในห้องจะได้ยินหรือไม่ ไม่ใช่ว่าหล่อนไม่เจ็บ แต่ที่อดทนอยู่เพียงอยากเห็นแค่เสี้ยวเดียวของ เหนือตะวัน ปริยากรโสภณ คนเดิม คนที่แสนดี อบอุ่น และไม่เห็นหล่อนเป็นศัตรู

ตอนนี้นิชาภัทรเหมือนต้นไม้ขาดน้ำ ใบแห้งเหี่ยวรอวันตาย สิ่งที่ต้องการคือน้ำหล่อเลี้ยงที่จะมารดหัวใจของหล่อนให้ชุ่มฉ่ำกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ซึ่งคนที่ทำได้คือเหนือตะวันคนเดียวเท่านั้น หล่อนจึงเฝ้ารอทุกวันให้เขากลับมา แต่ใครจะรู้ว่าการกลับมาของเขากลับนำพาเอาความแห้งแล้งเหน็บหนาวมาให้ ซึ่งนั่นอาจทำให้ต้นไม้อย่างหล่อนถูกแผดเผาเป็นผุยผง หรือไม่ก็เหน็บหนาวยืนต้นตาย ไม่มีวันกลับมาเป็นดังเดิมได้อีก 


เช้าวันรุ่งขึ้นนิชาภัทรยังคงทำหน้าที่เดิมของหล่อนคือการเตรียมอาหารให้ผู้ชายใจร้าย แม้จะผ่านการร้องไห้หนักมาทั้งคืนจนแทบไม่ได้นอน ใบหน้าอิดโรย ดวงตาบวมเป่งจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น โชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่เช่นนั้นคงต้องสวมแว่นตาดำไปทำงาน แค่คิดก็ลำบากจะแย่ 

เหนือตะวันเดินออกจากห้องมาในเวลาสายพอสมควร กลิ่นอาหารลอยมาเตะจมูกเรียกน้ำย่อยให้ทำงาน หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการข่มตาให้หลับไม่ให้คิดถึงเสียงร้องไห้ของคนที่อยู่ภายนอกห้อง กว่าจะหลับได้ก็เมื่อเสียงร้องไห้นั้นเงียบหายไปแล้ว 

“คิดว่าจมบ่อน้ำตาตายไปแล้ว” 

นั่นเป็นคำพูดแรกของวัน แสดงว่าเมื่อคืนเขาได้ยินเสียงหล่อนร้องไห้ นิชาภัทรค้อนให้หนึ่งที

‘เสียใจละสิที่เห็นว่าเรายังอยู่’ 

“ยังหรอกค่ะ คนอย่างเพลงตายยาก” 

“หึ! ตายยาก แถมยังด้านมากอีกด้วย” เหนือตะวันต่อความไม่ลดละ 

คนขี้เกียจเถียงได้แต่ทำปากยื่นอย่างหงุดหงิด ด่าได้ด่าไป หล่อนทนยิ่งกว่าสีทนได้เสียอีก บางทีเขาอาจจะพูดถูกในเรื่องของความด้านที่ไม่มีขีดจำกัดของหล่อน แต่ใครจะสน ได้อยู่ใกล้ๆ เขาก็พอ นิชาภัทรเผลอยิ้มออกมาอย่างขบขันความคิดตัวเอง 

“เธอเป็นบ้าอะไร ยิ้มอยู่ได้” เหนือตะวันเห็นท่าไม่ดีเลยรีบเรียกสติ แล้วก็ได้ผล รอยยิ้มที่ไม่มีที่มาที่ไปของหล่อนหุบลงทันควัน 

“เปล่าค่ะ ทานข้าวเลยไหมคะ” 

“อืม” เขาพยักหน้า 

นิชาภัทรยิ้มดีใจก่อนจะรีบกุลีกุจอตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่จานข้าว ขณะที่หล่อนกำลังตั้งหน้าตั้งตาจัดอาหารอยู่นั้น เหนือตะวันก็ได้มีโอกาสสังเกตใบหน้าหวานที่ตอนนี้โหนกแก้มข้างหนึ่งมีรอยช้ำสีเขียวจางๆ คงเกิดจากแรงมือของเขาเป็นแน่แท้ วันพรุ่งนี้คงกลายเป็นสีม่วง ชายหนุ่มตัดสินใจอยู่ครู่เดียวก็ลุกเดินไปหยิบยาทาแก้ฟกช้ำบนตู้ยาใกล้ๆ ลังเลอยู่ชั่ววินาทีจึงดึงมือที่วุ่นวายอยู่กับจานอาหารเพื่อให้หล่อนหันมาทางเขา 

นิชาภัทรงุนงงกับการกระทำของอีกฝ่าย จนเมื่อนิ้วมือเรียวยาวที่แต้มยานั้นสัมผัสรอยช้ำบนแก้ม รู้สึกได้ว่าใบหน้าของหล่อนร้อนผ่าวเหมือนใครมาจุดไฟใกล้ๆ ตามมาด้วยความอิ่มเอมใจ วินาทีแบบนี้ละที่หล่อนรอคอยจะเจออีกสักครั้ง แต่ก็เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อเหนือตะวันละมือออกจากแก้มของหล่อนฉับพลัน

เขาโยนตลับยาลงบนโต๊ะ ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉย

“เร็วๆ เข้าสิ ฉันหิวแล้ว” ชายหนุ่มแสร้งพูดเรื่องอื่นกลบเกลื่อน 

“เรียบร้อยแล้วค่ะ” หล่อนพูดพลางยกโถข้าวไปเก็บ

เหนือตะวันตั้งหน้าตั้งตารับประทานอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย ลืมไปเลยว่าคนที่ร่วมโต๊ะอยู่คือคนที่เขาเกลียดเข้ากระดูกดำ 

‘อร่อย’ 

เหนือตะวันรู้จักนิชาภัทรมาตั้งแต่เล็กๆ ก็จริง แต่เขาไม่เคยสังเกตอะไรในตัวหล่อนเลย นอกจากทำหน้าที่พี่ชายที่ดีตามนิสัยของสุภาพบุรุษที่เขามีให้ผู้หญิงทุกคนอยู่แล้ว เขาไม่เคยรู้ว่าหล่อนหัวดีจนเรียนหนังสือเร็วกว่าคนทั่วไป ไม่เคยรู้ว่าหล่อนทำหน้าที่อะไรในบริษัท ไม่เคยรู้ว่าหล่อนเกิดวันไหน ชอบอะไร ไม่เคยรู้แม้แต่เรื่องที่หล่อนมีฝีมือการทำอาหารเป็นเลิศ 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นหลังจากที่เหนือตะวันเติมข้าวรอบที่สาม เขาเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ หน้าจอปรากฏชื่อดนวัต ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมา หงุดหงิดเล็กน้อยที่เพื่อนตัวแสบขัดจังหวะการรับประทานอาหารของเขาแต่ก็กดรับสายอย่างเสียมิได้ 

“สวัสดีครับเพื่อน” เหนือตะวันกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ ขณะที่เขายังตักอาหารเข้าปากไม่หยุด “ฉันรู้แล้ว แล้วแกทำไปถึงไหนแล้วล่ะ อะไรวะ แกยังไม่ได้ทำอะไรเลยเหรอ ฉันขอบอกแกไว้เลยนะว่า ถ้าแกทำฉันสูญเงินห้าสิบล้านละก็ แกตาย”

นิชาภัทรรอบมองอากัปกิริยาของสามีอย่างเพลิดเพลิน เขาคงกำลังคุยกับเพื่อนสักคนที่สนิทมากๆ เพราะดูผ่อนคลายเป็นธรรมชาติ แม้จะมีอารมณ์หงุดหงิดกับคนปลายสายบ้าง แต่หล่อนก็รู้ว่าเขาไม่ได้โกรธอะไร ต่างกับเวลาที่เขาคุยกับหล่อน เมื่ออยู่ด้วยกันเขาสร้างกำแพงขึ้นมากั้นไว้ไม่ให้หล่อนเข้าถึงตัวเขาได้เลย ทั้งเย็นชา ทั้งตึงเครียด บางครั้งก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ 

“ถ้ามองพอแล้วบอกด้วยนะ” เสียงทุ้มต่ำบ่งบอกถึงความไม่พอใจปลุกให้หล่อนตื่นจากมนตร์สะกด 

วินาทีแรกที่รู้สึกตัวก็พบดวงตาเรียวจ้องกลับมาโดยไม่เป็นมิตร หล่อนไม่รู้เลยว่าเขาวางโทรศัพท์ไปตั้งแต่ตอนไหน มารู้ตัวอีกทีก็เพราะน้ำเสียงไม่พอใจนั่น คนลอบมองได้แต่อ้ำอึ้ง 

“เอ่อ...”

“ฉันจะทำงาน เธอทำความสะอาดห้อง ซักผ้า ขัดห้องน้ำด้วย”

ออกคำสั่งเสร็จเหนือตะวันจึงเดินเข้าไปในห้องนอน ไม่ถึงห้านาทีก็กลับออกมาพร้อมกับเอกสารปึกหนึ่ง หนุ่มร่างสูงจัดแจงวางมันลงบนโต๊ะทำงานตัวยาว ก่อนจะนั่งอยู่ตรงนั้นโดยไม่สนใจคนร่วมห้องอีกเลย 





--------------------------------------------------------------------------
นับถอยหลัง 6 วันจ้า หัวใจพ่ายรัก กับดักตะวัน เปิดให้จองถึง 20 สิงหาคมนี้ 
รีปริ้นท์ครั้งเดียวเท่านั้น ติดตามสั่งจองได้ที่เพจ อุณหภูมิปกติ 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,184 ความคิดเห็น

  1. #4136 Independnce (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 05:15
    ยัยเพลงไม่โกรธเลยหรอ พี่เหนือใจร้ายอะ
    #4,136
    0
  2. #4135 reader702 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 22:49
    ตอนนี้เป็นตอนที่บีบหัวใจมากเลย โดนคนที่เรารักทั้งตบและทำร้ายจิตใจ แต่น้องยังทนได้ก็เพราะนะ ฮือๆๆๆๆ
    #4,135
    0
  3. #4134 0885924973 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 20:02
    นางเอกทนทานจริงๆ
    #4,134
    0
  4. #4133 KumiiRainbow (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 19:22
    พี่เหนื่อใจร้ายมาาาาาาาาาากก เด๋วจะจองเร็วๆนี่ละค่ะ อยากรุ้ว่สพระเอกจะทำอะไรต่อ อีก อิอิ
    #4,133
    0
  5. #4068 Tipparat (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 18:29
    อยากอ่านอีกกกกกก
    #4,068
    0
  6. #181 080709 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 10:37
    หนูเพลงใจเย็นๆ
    #181
    0
  7. #40 ชอบอ่านนิยาย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:09
    นับถือในความอดทนของเธอมากกกจ้า
    #40
    0
  8. #37 เบ็ตตี้ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:57
    หมั่นไส้อีตาพี่เหนือจริงๆ
    #37
    0