เสน่ห์ร้าย [สนพ.แจ่มใส วางขาย มี.ค.62]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 412,855 Views

  • 2,803 Comments

  • 6,391 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    207,247

    Overall
    412,855

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 เพ้อรัก (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 574 ครั้ง
    4 ธ.ค. 61




กว่าจะเรียกขวัญที่กระเจิงหายไปให้กลับมาได้ก็จนเมื่อสายเรียกเข้าดังขึ้นในอีกยี่สิบนาทีต่อมา

ว่าไงลี่

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าอีกฝ่ายโทรมาด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถมาช่วยเธอขนของได้ในวันนี้เพราะติดธุระสำคัญกับที่บ้าน เป็นวันเกิดของหลานชายคนที่สอง

พัฒน์นรีเห็นด้วยที่เพื่อนจะไปร่วมงานฉลองกับทางครอบครัว เพราะถ้าเป็นเธอ เธอก็ต้องเลือกทางนั้นเช่นกัน

เก็บของเสร็จหรือยัง เป็นไงบ้าง                      

เรียบร้อย แต่ยังไม่ได้จัดอะไรเลย แกไม่ต้องเป็นห่วงเลยนะ เพราะคอนโดฯ มีบริการช่วยยกของ ของหนักๆ พนักงานยกให้หมดเลย ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าพรุ่งนี้สายๆ ร้านจะมาส่งพร้อมยกขึ้นให้เหมือนกัน สบายมาก

เหรอ เออ ฉันขอโทษนะที่ไม่ได้ไปช่วยเลย

แกขอโทษฉันล้านครั้งแล้วนะ จะขอโทษอีกเหรอพัฒน์นรียิ้มอ่อนใจในความเป็นกังวลของเหมยลี่ ที่ใครๆ บอกว่าหญิงสาวเป็นโรควิตกจริต คำกล่าวนั้นไม่ได้เกินจริงสักนิดเลย

โธ่! ก็แกเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวในเมืองใหญ่ ฉันก็ต้องเป็นห่วงสิ

นี่ก็เป็นการตอกย้ำครั้งที่ล้านด้วยเช่นกัน จากที่พัฒน์นรีไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนเรื่องความโสดของตัวเอง พอคนรอบข้างย้ำมากๆ เข้า เธอก็เริ่มจะเดือดร้อนนิดๆ แล้วเหมือนกัน

ว่ากันตามตรง ในแก็งค์เพื่อนที่ทำงานของเธอต่างก็มีคู่กันแล้วทุกคน ห้าสาวอันประกอบด้วยหญิงวัยสามสิบแปดอย่างแวววารี สาวปากจัดผู้มีสามีและลูกวัยเก้าขวบหนึ่งคน อินทิราและนลินรัตน์เป็นสาววัยยี่สิบเก้าและมีแฟนเป็นตัวเป็นตนคบกันมาเกือบสิบปีแล้ว กับเหมยลี่เพื่อนวัยเดียวกับเธอก็เพิ่งดูใจอยู่หนุ่มฝ่ายวิศวกร คงจะมีแค่พัฒน์นรีที่โสดสนิทแถมทุกคนยังเข้าใจผิดว่าเธอมาตรฐานสูงอีกด้วย

เพราะหนุ่มๆ ที่คนอื่นๆ แอบปันใจให้ไม่หวังพัฒนาความสัมพันธ์นั้นล้วนแต่เป็นผู้ชายซึ่งอยู่ในระดับที่จับต้องได้ แต่พัฒน์นรีกลับชอบคนระดับรองประธานบริษัทพ่วงด้วยตำแหน่งทายาทผู้สืบทอด

แล้วมันจะต่างอะไรกัน ต่อให้เธอไปหลงรักผู้ชายที่สูงส่งกว่านี่ค่าก็เท่าเดิม เพราะทั้งเธอและทุกคนต่างก็มีแค่ความรู้สึกเงียบๆ ฝ่ายเดียว

แค่เป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน  

พูดแล้วก็คิดถึงหน้าหล่อๆ ของท่านรองฯ อีกแล้ว

เรื่องผู้หญิงตัวคนเดียวไม่สำคัญเท่ากับเรื่องที่ฉันเจอวันนี้หรอก แกรู้มั้ยว่าวันนี้ฉันเจอใคร

อย่าบอกนะว่าย้ายไปวันแรกก็มีผู้ชายข้างห้องมาตีสนิท

ไม่ใช่! แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ชายเหมือนกัน ผู้ชายตัวเป็นๆ ผู้ชายที่หล่อเริ่ดที่สุดในโลกใบนี้ และเขาก็ไม่ได้มาตีสนิทฉันด้วย

แหม! แกพูดมาขนาดนี้ฉันรู้สึกว่าฉันจะเดาออกยังไม่รู้แฮะปลายสายมีน้ำเสียงติดหมั่นไส้ ก่อนจะเงียบไปพักหนึ่งเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง พัฒน์นรีไม่มีทางรู้เลยว่าทันทีที่เหมยลี่ รู้แน่แก่ใจว่าคนที่เธอเจอคือใคร ดวงตาของหญิงสาวก็แทบจะถลนออกมาจากเบ้า ถามกลับไปด้วยเสียงอันดังนี่! แกเจอท่านรองฯ เหรอ

พัฒน์นรีต้องขยับโทรศัพท์ออกจากหู กระนั้นก็ยังได้ยินเสียงลอยมาแว่วๆ

เขาไปทำอะไรที่นั่นอะ อย่าบอกนะว่าเขาพักที่นั่น

บ้าเหรอ เขาจะมาพักคอนโดฯ นี่ทำไม คับแคบจะตายชัก ท่านรองอาจจะมาดูงานเฉยๆ ก็ได้พัฒน์นรีไม่คิดว่าพิชญ์จะพักที่นี่ เท่าที่รู้มาตระกูลเจ้านายเธอมีคฤหาสถ์หลังงามราคาหลายสิบล้าน เขาจะเลือกพักคอนโดมิเนียมขนาดห้องไม่กี่ตารางเมตรทำไม

แกจำไม่ได้เหรอ ตอนประชุมกับผอ. ฝ่ายวิศวรรม เขานำเสนอคอนโดฯ ที่แกอยู่ว่าเป็นทางเลือกใหม่สำหรับเศรษฐีเมืองไทย บนตึกหกสิบเจ็ดชั้นมีเพนเฮาส์อยู่สามห้อง หรูเริ่ดระดับไฮเอน ติดท๊อปไฟล์วคอนโดมิเนียมหรูเมืองไทยเลยนะ

พอเหมยลี่พูดแบบนั้นพัฒน์นรีก็นิ่งคิดตาม ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเสียใจหากว่าพิชญ์พักอยู่ที่นี่จริงๆ เพราะนั่นเท่ากับว่าเป็นการเพิ่มโอกาสให้เธอได้พบเขามากขึ้นแต่ขณะเดียวกัน มันอาจทำให้เธอยิ่งเพ้อหนักมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ลำพังแค่เจอที่ทำงานเธอก็แทบละลายหายไปกับอากาศเพราะความหล่อทรมานใจ กลับจากที่ทำงานต้องมาเจอกันอีก หัวใจเธอจะทำงานหนักมากเกินไปหรือเปล่า

แต่จากการแต่งกายของเขาก็ชวนให้เข้าใจว่าสิ่งที่เหมยลี่ คิดนั้นมีความเป็นไปได้ เขาแต่งตัวเหมือนคนอยู่บ้านมากกว่ามาทำงาน เพราะเธอไม่เคยเห็นเจ้านายหลุดมาดรองฯ ประธานสุดเนี๊ยบเลยสักครั้ง มีหลายครั้งด้วยที่เธอแอบคิดว่าเขาสวมชุดสูททุกที่ทุกเวลาแม้กระทั่งเวลานอนหรือเปล่า ขนาดงานกีฬาสัมพันธ์เขายังสวมชุดสูทมาเปิดงานด้วยซ้ำไป  

มากไปกว่านั้น ปกติเขามีลูกน้องตามเป็นพรวน แต่นี่กลับปรากฎตัวคนเดียว

แกคิดว่าเขาพักที่นี่จริงๆ เหรอพัฒน์นรีกลั้นใจอยู่หลายวินาที ไม่ต้องรอคำตอบเพราะคาดว่าคำตอบของเธอกับเพื่อนก็เกิดจากการคาดเดาไม่ต่างกัน พอมั่นใจถึงความเป็นไปได้หัวใจของพัฒน์นรีก็พองโตจนคับอก เธอต้องระงับอาการตื่นเต้นด้วยล้มตัวลงบนที่นอนแล้วคว้าหมอนมาอุดปากตัวเองไม่ให้เสียงกรีดร้องด้วยความยินดีเล็ดลอดออกไปหลอกหลอนชาวบ้าน   

ความรู้สึกเหมือนได้ติ่งดาราเกาหลีที่ฟลุคเข้ามาเป็นเมดในบ้านเขาอย่างไรไม่ทราบ

เสียงปลายเงียบไปแล้ว พัฒน์นรีไม่ได้สนใจบทสนทนาว่าก่อนหน้านั้นว่าเพื่อนพูดอะไรเพราะมัวแต่จิตนาการไปไหนต่อไหน ตอนนี้ความรู้สึกเสียดายเงินค่าดาวน์คอนโดฯ หายไปแล้ว ขอแค่เดินสวนกันวันละครั้งเธอจะยอมนอนตายบนดอกเบี้ยที่พักอาศัยไปอีกสามสิบปีโดยไม่บ่นสักคำเลย

 


มนุษย์เกิดมาเพื่อพบกับปัญหา คนที่พร้อมเสมอเท่านั้นที่จะสามารถยืนอยู่บนโลกใบนี้อย่างปกติสุขได้ ต้องเตรียมการ ต้องวางแผน ต้องคำนวนถึงผลกระทบจากการกระทำอยู่เสมอ

แต่ถึงแม้ว่าพิชญ์จะเป็นหนึ่งในมนุษย์ไม่กี่คนที่เตรียมตัวอย่างดีตั้งแต่ตื่นยันเข้านอน แต่สุดท้ายเขาหลีกหนีปัญหาไปทั้งหมดไปไม่ได้อยู่ดี

พิชญ์ต้องกุมขมับเมื่อทราบข่าวอุบัติเหตุของวริษฐ์และคนขับรถส่วนตัว  

เมื่อคืนทั้งคู่ไปดูงานที่ภูเก็ตให้เขา แต่ขากลับสองคนนั้นประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง ดูจากรูปการณ์สองคนนั้นไม่น่ารอดเสียด้วยซ้ำ แต่นับว่าโชคยังเข้าข้างเพราะคนของเขาแค่บาดเจ็บสาหัส ใช่! บาดเจ็บสาหัสก็ยังดีกว่าเสียชีวิต

แม็ค ฉันฝากจัดการเรื่องนี้ให้ทีนะ ดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลแล้วเลือกหมอที่ดีที่สุดให้พวกเขาพิชญ์พ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักอกหลังจากบอกกับบอดี้การ์ดส่วนตัว

หนุ่มฝรั่งตัวใหญ่รับคำสั่งสั้นๆ ก่อนจัดการโทร.บอกลูกน้องอีกทีด้วยภาษาไทยสำเนียงแปร่งๆ ที่ฟังง่ายขึ้นมากแล้วเมื่อเทียบกับสามปีก่อนตอนที่เขาเพิ่งเข้ามาทำงานให้พิชญ์

ระหว่างนี้วริษฐ์ต้องพักรักษาตัวหลายเดือน เจ้านายควรจะมีเลขาใหม่มาช่วยดูแลงานแทนนะครับ

เรื่องนั้นฉันคิดอยู่เหมือนกัน แต่ช่างเถอะ ไว้ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง

พิชญ์พยายามตัดความกังวลออกไป ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เขาผิดเองที่ไว้ใจแค่วริษฐ์คนเดียว ไม่ได้มองใครสำรองไว้เลย พอเกิดเรื่องทำให้ต้องมานั่งเครียดอยู่แบบนี้

แต่ใครกันล่ะ ที่เก่งและไว้ใจได้เหมือนวริษฐ์

แม็คพยักหน้าก่อนที่โทรศัพท์ในมือจะสั่นขึ้นมาอีก เขากดรับสายเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของลูกน้อง ตอบไปสองสามคำก็รีบวางแล้วรายงานเหตุการณ์ด้านนอกให้เจ้านายทราบต่อด้วยน้ำเสียงที่เครียดขึ้นเล็กน้อย

นายครับ คุณแม่ของคุณกำลังจะเข้ามา

ผัวะ!

ไม่ทันพูดจบประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกพร้อมด้วยสีหน้าเป็นกังวลจนเกือบจะร้องไห้ของพักตร์อุษา หญิงวัยใกล้หกสิบปีที่ยังมีเค้าความสวยชัดเจนเดินรี่เข้ามาถึงตัวเขาอย่างรวดเร็ว

สอง ลูกปลอดภัยดีหรือเปล่า รู้ไหมว่าพ่อกับแม่เป็นห่วงมากแค่ไหนที่เห็นข่าวว่ารถของลูกประสบอุบัติเหตุ โชคดีจริงๆ ที่ลูกแม่ไม่ได้อยู่ในนั้น ไม่เอาแล้วนะ แม่ไม่ให้พิชญ์เดินทางไปต่างจังหวัดไกลๆ ตอนกลางคืนอีกแล้ว แม่หัวใจจะวาย

พักตร์อุษาลูบใบหน้าหล่อเหลาของลูกชายเพื่อให้มั่นว่าเขายังปลอดภัยดีอยู่ ขณะที่ภายในใจยังไม่คลายวิตกกังวลไปได้เลย  

ผมไม่ได้เป็นอะไรครับแม่พิชญ์ลุกขึ้นยืนประคองมารดาไปนั่งที่เก้าอี้ ถ้าไม่ตื่นตระหนกก็คงไม่ใช่มารดาเขา ยิ่งถ้าเป็นเรื่องแบบนี้ด้วยแล้ว ไม่ต้องคิดเลยว่านางจะหายจากความเครียดได้ง่ายๆ อีกเป็นเดือนก็คงหยิบเรื่องนี้เอามาพูดไม่เลิก ลูกน้องของเขาก็ต้องพลอยฟ้าพลอยฝนถูกสวดยับไปด้วย

ครั้งก่อนที่เขาป่วยเพราะโหมงานหนัก วริษฐ์ก็ถูกเรียกไปบ่นเป็นชั่วโมงๆ ถึงความสำคัญของชีวิตเขาจนเลขาหนุ่มเข็ดขยาดไปเป็นปีและไม่กล้าปล่อยให้เขาป่วยหนักอีกเลย ความรักของมารดานั้นเขาพอจะเข้าใจได้ แต่เรื่องความคาดหวังที่มากจนล้นก็สร้างความอึดอัดใจให้เขามากเช่นเดียวกัน

โชคดีจริงๆ ที่สองไม่ได้นั่งไปกับรถคันนั้นด้วย

ไม่มีคำว่าโชคดีกับเรื่องนี้หรอกนะครับแม่ วริษฐ์ยังเจ็บหนักอยู่โรงพยาบาล

แต่ชีวิตลูกสำคัญกว่าคนพวกนั้น

แม่ครับพิชญ์เรียกมารดาด้วยเสียงที่เข้มขึ้น เขาทราบดีว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่ย่อมเห็นชีวิตลูกสำคัญที่สุด แต่เขาไม่ชอบที่ท่านพูดมันออกมาอย่างหน้าตาเฉย

เอาล่ะๆ แม่ไม่พูดแล้วก็ได้มือเหี่ยวย่นวางบนบ่าแข็งแกร่งของลูกชาย ยิ่งเห็นว่าพิชญ์โตขึ้นมากเท่าไหร่ หัวใจของคนเป็นแม่ก็ยิ่งโหวงมากเท่านั้นสองต้องดูแลตัวเองดีๆ นะลูก ถ้าลูกเป็นอะไรไป แม่คง…

ผมทราบดีครับ ว่าผมสำคัญกับทุกคนมากแค่ไหนเขาพูดโดยไม่มองหน้า รู้ดีถึงความสำคัญของตัวเองเพราะใครต่อใครก็พูดย้ำอยู่เสมอ

เขาตายไม่ได้เด็ดขาด

พักตร์อุษาเลิกเซ้าซี้บุตรชายเพราะทราบดีว่ายิ่งพูดก็ยิ่งเป็นการกวนน้ำให้ขุ่น พิชญ์ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกวนใจ เหมือนกับพฤกษ์ผู้เป็นพี่ชายและพีร์น้องชายคนเล็กนั่นแหละ

มีลูกชายสามคน...เหมือนกันแบบที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นพี่น้องคลานตามกันมา

ดังนั้นในเมื่อบ่นกับลูกชายไม่ได้ ก็ต้องจัดการกับลูกน้องนั่นแหละ

ต่อไปนี้พวกเธอต้องดูแลลูกชายฉันให้ดีๆ ชีวิตของเขาสำคัญที่สุด จำเอาไว้ เพราะถ้าเขาเป็นอะไรไปพวกแกก็รู้ไว้เลยว่าจากนี้จะไม่ได้อยู่อย่างสบายแน่” 


-----------------------------------------------------------------


พระเอกมาในบท "ความหวังของหมู่บ้าน" จ้า 
จริงๆ เฮียน่าสงสารมาก เป็นพระเอกที่คนเขียนเอ็นดูมาก
น่ารักมาก ละมุนมาก กร้าวใจมาก


มาอ่านกันมากๆ เน่อ....



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 574 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #2255 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:12

    เป็นผู้ชายสายไหน กันเนี่ย

    #2255
    0
  2. #442 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 12:02
    คุณแม่แกรนด์โอเพ่นนิ่งมากค่ะ
    #442
    0
  3. #220 kaewkkk (@kaewkkk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 15:32
    ไม่ชอบนิสัยแม่อ่า
    #220
    0
  4. #37 Pun Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 09:10

    นานแสนนาน

    จะได้อ่านนิยาย

    ที่พระเอกชื่อสอง

    ส่วนใหญ่ เห็นแต่ชื่อ หนึ่ง 5555

    #37
    0
  5. #29 Papa24579 (@Papa24579) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 11:34
    ลูกเศรษฐีผู้น่าสงสารรรรรร
    #29
    0
  6. วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 23:53

    รอเล่มแล้วค่าาา มีแววว่าจะติดมากๆ555555555555

    #28
    0
  7. #27 Somying2525 (@Somying2525) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 22:57
    เซ็ตนี้ 3 พี่น้องหรือเปล่าน้อ
    #27
    3
    • #27-1 อุณหภูมิปกติ (@mali07) (จากตอนที่ 3)
      3 ธันวาคม 2561 / 22:59
      ถูกต้องแล้วค่าาา
      #27-1
    • #27-3 อุณหภูมิปกติ (@mali07) (จากตอนที่ 3)
      3 ธันวาคม 2561 / 23:35
      บ๊อกซ์ยังไม่คิดเลยค่า คราวก่อนมีดราม่า เลยกะว่าเพลาๆ หน่อยดีกว่า
      #27-3
  8. #26 KhunPom (@khunpom) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 22:42
    งุยยยย อยากอ่านค่อค่ะ
    #26
    0