ฝันร้ายใต้เงารัก //..ตีพิมพ์ สนพ.ชูการ์บีท วางแผงปลายเดือน พ.ค.//

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 338,567 Views

  • 1,686 Comments

  • 3,120 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    268

    Overall
    338,567

ตอนที่ 15 : บทที่ 6 หวง (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6504
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    19 เม.ย. 60

บทที่ 6 หวง

                ชุดทำงานในฟาร์มที่สุชาติเลือกให้ดูสวยจนหอมนวลไม่กล้าใส่  ขืนเลอะเทอะไปเธอคงเสียดายแย่ เพราะมันทั้งสวยทั้งแพง แม้แต่ป้ายราคาเธอยังเก็บใส่กล่องไว้อย่างดีเพื่อเอาไว้เตือนใจว่าข้าวของที่ซื้อมานี้ต้องดูแลรักษาอย่างดี ไม่ให้มีริ้วรอยขีดข่วนแม้แต่ปลายเล็บ

                เสื้อเชิ้ตสัญชาติญี่ปุ่นถูกหยิบมาใส่เป็นตัวแรก เป็นเสื้อแขนยาวลายสก็อตสีฟ้าสลับขาว ใส่คู่กับกางเกงยีนส์ยี่ห้อดังที่ขึ้นต้นด้วยตัวแอล ร่างบางหันซ้ายหันขวา ก่อนนึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่ได้แกะรองเท้าหนังออกจากกล่อง  หญิงสาวละจากกระจกบานใหญ่ เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า คว้าถุงรองเท้าที่เธอยัดไว้ในตู้นับสิบคู่มาเลือก  สุชาติย้ำนักหนาว่าถ้าเข้าฟาร์มต้องใส่คู่นี้เท่านั้น

                รองเท้าก็ต้องมีให้ครบทุกประเภท ไม่ใช่ว่าทำกิจกรรมอะไรก็ใช้รองเท้าคู่เดียวกันหมด  อย่างถ้าจะไปเรียนเธอก็ใสคัทชูสวยๆ สีเรียบหน่อยดูผู้ดี จริงๆ แล้วต้องมีสามถึงห้าคู่นะ แต่วันนี้เอาไปสองก่อน วันหลังค่อยว่ากัน  แล้วรองเท้าแตะทั่วไปอีกหนึ่งคู่  ไม่ต้องเว่อร์มากแต่ขอให้มียี่ห้อไว้ก่อน  ส่วนรองเท้าออกกำลังกาย ต้องมีทั้งรองเท้าวิ่งแล้วก็รองเท้าที่เหมาะกับประเภทกีฬา

                ‘โอ้ย! ช่า ฉันจะไปออกกำลังกายที่ไหนกัน ไม่ต้องซื้อหรอก

                ‘ซื้อสิยะ เชื่อฉัน เป็นภรรยาของพ่อเลี้ยงเขมราช  แกอาจต้องไปไดร์กอล์ฟเป็นเพื่อนลูกค้าก็ได้ ใครจะรู้  หยุดพูดแทรกแล้วฟัง เดี๋ยวเอารองเท้าใส่ไปงานราตรีอีกสอง  สุดท้ายสำคัญมาก รองเท้าหนัง เอาไว้ใส่เวลานายหญิงของแสงอรุณต้องเดินสำรวจความเรียบร้อยของฟาร์มที่มีเนื้อที่หลายพันไร่ รองเท้าต้องแข็งแรงทนทาน ใช้งานได้ทุกสภาพดินฟ้าอากาศ   

                 เห้อ!’ เธอถอนหายใจหนึ่งหนให้รองเท้าหนังด้านสีน้ำตาลอ่อนในมือ  แม้ใฝ่ฝันอยากแต่งตัวสวยๆ มาตลอดชีวิต แต่พอเอาเข้าจริงเธอกลับคิดว่าเป็นเรื่อง ยากเย็นกว่าการใส่อะไรก็ได้เหมือนเมื่อก่อนหลายเท่า 

                อันที่จริงฐานะที่เธอเป็นก็ไม่ได้ยากจนข้นแค้นถึงขั้นที่หาซื้อเสื้อผ้าดีๆ มาใส่ไม่ได้  แต่ที่สวมเสื้อผ้าเก่าๆ ทำตัวปอนๆ ก็เพราะเหตุผลสองประการ  หนึ่ง...คือเธอเกรงใจแม่เลี้ยงมณีแดงที่ต้องเลี้ยงดูเธอทั้งที่ไม่ใช่เลือดในอก  อะไรที่ประหยัดได้เธอก็ต้องประหยัด สอง...คือความชอบแบบแปลกๆ ของจันทร์นรีที่คอยกะเกณฑ์ให้เธอแต่งตัวแบบนั้นแบบนี้ แบบที่ตรงกับข้ามกับที่จันทร์นรีเป็น ทั้งการแต่งตัว กระเป๋า รองเท้า รวมถึงการสวมแว่นอันโตทั้งที่เธอไม่ได้มีปัญหาเรื่องสายตา ล้วนเป็นความคิดของญาติผู้พี่ทั้งสิ้น  

                พี่อยากมีน้องสาวน่ารักเหมือนตุ๊กตา ตุ๊กตาต้องใส่แว่น น่ารักจะตายไป

                ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หอมนวลก็ใส่แว่นมาตลอดความต้องการของจันทร์นรี  และเธอก็ยินดีจะใส่ต่อไปเพราะมันกลายเป็นความเคยชินเสียแล้ว ชินชนิดที่วันไหนไม่ใส่แว่นเธอจะรู้สึกแปลกๆ ไปทั้งวัน แต่ทั้งสุชาติและปารณีย์ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอควรเลิกเป็นคนสายตาดีที่สวมแว่นตาเสียที ไม่เช่นนั้นอาจถูกกล่าวหาว่าเป็นคนบ้าเอาได้

                เสียงเปิดประตูห้องน้ำพร้อมกับร่างสูงของคนที่ได้ชื่อว่าสามี  หอมนวลมองเขาแวบเดียวก็ต้องรีบหลบสายตา แต่กระนั้นเธอก็รู้ว่าเขากำลังจ้องเธออย่างเอาเป็นเอาตาย 

                เขมราชใจกระตุกวาบเมื่อเห็นใบหน้าหวานที่ปราศจากแว่นตา  ครั้งแรกที่หัวใจแข็งแกร่งเต้นแรงจนได้ยินเสียงของหัวใจ เขานึกโมโหตัวเองที่ควบคุมความรู้สึกไม่ได้จนพาลโกรธหอมนวลไปด้วยข้อหาที่เป็นต้นเหตุ ถ้าทำได้เขาอยากจับแว่นตามายัดใส่หน้าเธอแล้วตอกตะปูไว้ไม่ให้เธอถอดมันได้อีก  

                ‘เพราะเห็นเพื่อนใส่แว่นแล้วดูเท่ดีก็เลยลองใส่ตามบ้าง รู้ตัวอีกทีหอมก็ใส่มันมาเป็นสิบปีแล้วค่ะ

                คำบอกเล่าของเธอช่างตลกสิ้นดี เขมราชเลิกสนใจหญิงสาวแล้วหันมาเปิดตู้เสื้อผ้า เลือกชุดโดยไม่ได้ใส่ใจจริงจังนักเพราะกำลังหัวเสีย ไม่คิดเลยว่าเรื่องแค่นี้จะกระทบจิตใจของเขาได้ถึงเพียงนี้

                “หอมเตรียมชุดทำงานให้แล้วนะคะ” หอมนวลยิ้มแป้น พร้อมกับบุ้ยปากไปที่ราวแขนเสื้อ 

                เขมราชมองตามก็เห็นเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีเดียวกับเสื้อที่หอมนวลใส่แขวนคู่กับกางเกงยีนส์สีเข้ม ช่างพอเหมาะพอดีเสียจริงที่เสื้อเขาลายเดียวกับเสื้อเธอเป๊ะ  ทำอย่างกับเป็น เสื้อคู่รักที่หนุ่มสาวสรรค์หามาใส่โชว์ความหวาน เขมราชทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะดีใจ เสียใจ หรือรู้สึกอะไรดี เขายังรักจันทร์นรีอยู่เต็มอกและมั่นใจว่าไม่สามารถลืมเธอได้ง่ายๆ  แต่เพราะเหตุใดใจถึงหวั่นไหวทุกครั้งกับผู้หญิงที่เขาไม่เคยคิดจะสนใจ

                หรือยายนี่เป็นแม่มด

                “ทำไมมองหอมเหมือนเป็นตัวประหลาดแบบนี้คะ” หอมนวลถามขึ้นเมื่อเขมราชยืนมองเธอไม่วางตา ไม่ใช่แววตาพิศวาส ทว่าเป็นแววตาที่เคลือบแคลงสงสัยมากกว่า

                “ไม่มีอะไร” น้ำเสียงเข้มต่ำเช่นเดิม ก่อนรีบคว้าชุดที่เธอเลือกให้เดินหายเข้าห้องน้ำไป

                ทำไมต้องทำเสียงเข้มด้วยเธอบ่นเบาๆ ไม่ให้เขาได้ยิน 

                หลังจากวันที่เขมราชและเธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งจนเป็นเหตุให้กลายเป็นสามีภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หอมนวลก็ได้พบกับเขมราชคนใหม่ที่เอาแต่ทำหน้านิ่ง  เย็นชาและเคร่งขรึมราวกับรูปปั้น  หอมนวลเข้าใจว่าเป็นอาการของคนที่ช้ำรัก เพราะเธอก็ช้ำไม่ต่างกัน  เพียงแต่เธอไม่อยากแสดงออกให้เขาเห็นว่าเธอรู้สึกอย่างไรจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะทำตัวให้เป็นปกติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้  แต่กระนั้นเธอก็ยังคิดถึงเขมราชคนเดิมที่อ่อนหวานเสมอกับจันทร์นรี เขมราชคนที่เป็นสุภาพบุรุษ กวนโทสะ ยั่วโมโห และปากร้ายเวลาที่อยู่กับเธอ ไม่ใช่เขมราชคนนี้ที่เย็นชาเป็นภูเขาน้ำแข็ง

                ไม่รู้เลยว่าจะได้พบเขมราชคนนั้นอีกเมื่อไหร่ หรืออาจไม่มีวันนั้นแล้วสำหรับเธอ

                               

 

                โต๊ะอาหารเรือนแสงอรุณดูมีชีวิตชีวาขึ้นถนัดตาเมื่อลูกชายกับลูกสะใภ้พร้อมใจกันใส่เสื้อคู่รักมานั่งหน้าสลอนตั้งแต่เช้า  กรองแก้วยิ้มไม่หุบเลยเมื่อได้เห็นสาวชาวไร่ผู้มีใบหน้าเลอะละอองดินอยู่เป็นนิจกลายเป็นเจ้าหญิงแสนสวยที่ใครได้เห็นก็ต้องเหลียวมอง 

                “สวยไหมจันเป็ง” แม่เลี้ยงแสงอรุณเอ่ยทั้งที่ตายังไม่ละจากภาพตรงหน้า ลูกชายก็หล่อ สะใภ้ก็สวย  แบบนี้สินะ ที่เขาเรียกว่ากิ่งทองใบหยก  

                หอมนวลได้แต่ก้มหน้า เธอขัดเขินจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาใคร เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครมองเธอด้วยความชื่นชมมาก่อน อดคิดไม่ได้ว่ากรองแก้วกับจันเป็งชมเธอมากเกินไปหน่อยด้วยซ้ำ

                “งามเจ้า งามแต๊งามว่า หันกั๋นมาตั้งเมินบ่กึ๊ดว่าหนูหอมจะเป็นเจ้าเงาะที่ถอดรูปเนาะเจ้า” จันเป็งพูดไปตามความรู้สึก ซึ่งทำให้กรองแก้วหัวเราะร่วนชอบอกชอบใจใหญ่ 

                ในขณะที่ทุกกำลังชื่นชมความงามของเงาะสาว  เสียงหงุดหงิดของใครบางคนทำลายบรรยากาศลงในทันที

                “ตักข้าวได้แล้วป้า”

                เขมราชหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก  ต่อไปหอมนวลคงกลายเป็นที่สนอกสนใจของต่อใคร  ไม่ใช่เด็กสาวชาวไร่หน้าตาขะมุกขะมอมที่ทุกคนมองผ่านเลยไปเช่นแต่ก่อน  แล้วเหตุใดเขาจึงต้องรู้สึกไม่พอใจด้วยเล่า ใครจะสนใจหรือไม่สนใจเธอก็ไม่ได้เกี่ยวกับเขาสักนิด

                จันเป็งตักข้าวตามคำสั่งของพ่อเลี้ยงหนุ่มด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม  นายน้อยเขมราชที่เธอเลี้ยงมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย มีหรือแม่บ้านเก่าแก่อย่างเธอจะไม่รู้นิสัย แม้ว่าเจ้านายหนุ่มจะมองหอมนวลเป็นแค่เด็กแก่นแก้ว ถึงจดทะเบียนสมรสเป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่สามารถยกย่องเชิดหน้าชูตาได้เช่นจันทร์นรี  แต่เขมราชก็ยังรู้สึกดีและวางใจมากกว่าการที่หอมนวลจะสวยขึ้นมาทันตาเช่นนี้  อะไรที่พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ใช่สถานการณ์ที่เขมราชพึงพอใจนัก 

                “อารมณ์ดีอะไรนักครับ ทั้งแม่ทั้งป้าจันเป็ง ยิ้มกันหน้าบานเชียว” เขมราชเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นจันเป็งตักข้าวไปก็ยิ้มไป ส่วนมารดานั้นหุบยิ้มไม่ได้เลยตั้งแต่เห็นเขาและหอมนวลที่โต๊ะอาหาร จนกลัวกว่าถ้ายิ้มนานกว่านี้อีกนิดจะหุบยิ้มไม่ได้เพราะเหงือกแห้ง

                “ก็อารมณ์ดี เห็นลูกชายกับลูกสะใภ้น่ารักเหมาะสมกันขนาดนี้  แม่ก็เกิดความหวังอยากจะมีหลานขึ้นมาแล้วสิ”

                เขมราชหันขวับมามองลูกสะใภ้ของมารดาก็พบว่าเธอหน้าแดงเป็นลูกตำลึง แดงจัดจนถึงใบหูเลยทีเดียว  นั่นทำให้เขาอดรู้สึกขันไม่ได้  เรื่องแค่นี้ก็ต้องอายด้วย เด็กหนอเด็ก   

                “ก็.....ไม่น่ายากนะครับแม่   เพราะลูกสะใภ้แม่เตรียมตัวท้องอยู่ตลอดเวลา”  ใบหน้าคมเข้มยื่นเข้าไปใกล้หอมนวลจนลมหายใจรดใบหน้า คนถูกคุกคามยิ่งก้มหนีจนหน้าแทบจะซุกกับจานข้าว “ขนาดแค่จูบ ยังคิดว่าทำให้ท้องได้”

                คราวนี้คนที่เอาแต่ก้มหน้าหันขวับมามองคนพูดตาเขียว เมื่อไหร่จะเลิกเป็นคนพูดจาตรงเป็นไม้บรรทัดแบบนี้เสียที ไม่คิดว่าคนอื่นจะอายบ้างหรือไง

                “จริงเหรอจ๊ะหนูหอม”  กรองแก้วถามย้ำ “แหมไร้เดียงสาจริงเชียว  ถ้าหนูสงสัยอะไรเกี่ยวกับเรื่องทำนองนั้น ถามพี่เขาได้เลยลูก ผัวเมียกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง”

                หอมนวลแทบกลั้นใจตาย แม่ลูกเหมือนกันไม่มีผิด

                “หอมทราบดีอยู่แล้วค่ะ  ไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดนั้น แต่คุณเขมเล่าไม่หมดต่างหากล่ะคะ”

                “งั้นเธอก็เล่าให้แม่กับป้าจันเป็งฟังเลยสิ เล่าให้ละเอียด”

                “ตาเขม พอได้แล้ว น้องอายจนหน้าแดงหมดแล้วเห็นไหม” กรองแก้วเอ็ด

                เขมราชยังยิ้ม เป็นรอยยิ้มแรกของเขาตั้งแต่วันที่จันทร์นรีทิ้งไป และเป็นรอยยิ้มที่หอมนวลเกลียดที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา เพราะในดวงตาระยับคู่นั้นแสดงความเยาะเย้ยอย่างเห็นได้ชัด การทำให้เธอได้อายคงเป็นเรื่องสนุกสำหรับเขามากเลยสินะ นึกแล้วอยากเอาเล็บข่วนหน้าหล่อๆ นั่นให้หายโมโห แต่เพราะทำไม่ได้อย่างที่คิด หอมนวลจึงก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารตรงหน้าโดยไม่สนใจใครอีก

                หารู้ไม่...ในความไม่พอใจนั้นในใจของเธอมีความ อิ่มใจปะปนอยู่ด้วย ความอิ่มใจที่ไม่รู้สาเหตุว่ามาจากอะไร บางทีอาจเป็นความรู้สึกในส่วนลึกของหัวใจทำกำลังค่อยๆ ถูกเผยออกมาทีละนิด ความรู้สึกที่เธอไม่ประสงค์ให้ใครได้รู้แม้แต่ตัวเอง 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #1442 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 00:57
    เอาให้อยู่ผู้ชายคนเดียว
    #1442
    0
  2. #1386 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 21:32
    พ่อเลี้ยงมองเพราะนางสวยขึ้นเหรอไม่ได้มองเพราะความดีสินะ เอาความสวยไว้ก่อน หอมจะเป็นเงาไปอีกนานแค่ไหนนะ
    #1386
    0
  3. #47 พี่น้อย (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 07:15
    เอาใจช่วยหอมนวล อิคุณเขมหลงรักหอมนวลแล้วใช่ม้ายยยยยย
    #47
    0
  4. #46 varanicha (@varanicha) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 22:52
    ตามสามีไปทำงานด้วยนะคะนายหญิง อิอิ
    #46
    0