ฝันร้ายใต้เงารัก //..ตีพิมพ์ สนพ.ชูการ์บีท วางแผงปลายเดือน พ.ค.//

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 339,757 Views

  • 1,686 Comments

  • 3,115 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    157

    Overall
    339,757

ตอนที่ 10 : บทที่ 4 ไม่คู่ควร (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4806
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    9 ก.พ. 60

                    


เขมราชหน้าชา  เขามองทั้งคนงานและเมียตัวเองสลับกันไปมา  คนงานแต่ละคนดูกระอักกระอวล ทำหน้าไม่ถูกเมื่อได้เห็นนายหญิงของฟาร์มแสงอรุณผิดไปจากสิ่งที่คิดค่อนข้างมาก  ดูจากสายตาก็รู้ว่าคนพวกนั้นประหลาดใจเป็นที่สุด

                “ไม่ต้อง! เธอไม่ได้มีหน้าที่อะไรที่นี่” น้ำเสียงแข็งกร้าวเอ่ยด้วยความไม่พอใจ

                ชายหนุ่มยังคงมองภรรยาตัวเองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า  หอมนวลหยิบเอาชุดเมื่อครั้งที่ทำไร่ดอกไม้มาใส่  เสื้อเชิ๊ตลายสก็อตเก่าๆ กับกางเกงผ้าสีมอซอ ทำให้ดูกลมกลืนกับคนงานในฟาร์มจนแทบแยกไม่ออก  ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารู้สึกขุ่นใจที่หญิงสาวไม่พยายามทำตัวให้เป็นแม่เลี้ยงของแสงอรุณเลย  แม้เขาจะทำใจไว้แต่แรกแล้วว่าหอมนวลคงเป็นภรรยาที่เชิดหน้าชูตาไม่ได้  และเขาต้องรับให้ได้เพราะความมักง่ายของตัวเอง 

                “แต่หอมอยากช่วยนะคะ หอมทำได้” เจ้าของร่างเล็กในชุดมอซอยังไม่รู้ตัว พลางปัดเอาเศษฝุ่นที่ติดชายกางเกงตัวเก่าออก จังหวะนั้นเสื้อหลวมโคร่งพัดก็กระพืดพัดตามแรงลมจนเธอต้องรีบจับเอาไว้ ดูเก้ๆ กังๆ 

                คนงานเกือบครึ่งร้อยมองหอมนวลด้วยสายตาที่ไม่ต่างกัน นี่หรือ นายหญิงของฟาร์มแสงอรุณสายตาเหล่านั้นกระตุ้นอารมณ์โกรธให้ประทุครุกรุ่นอยู่ภายในกายของผู้เป็นใหญ่แห่งแสงอรุณ ผสมกับความเครียดจากเรื่องของจันทร์นรีที่มีอยู่เป็นทุนเดิม จนสุดท้ายกลายเป็นภูเขาไฟลูกยักษ์ที่ระเบิดออกมาอย่างน่ากลัว

                “ถ้ามันเก่ามากขนาดนี้ ก็ทิ้งไปซะ” เขาคว้าเสื้อตัวโคร่งของหอมนวลแล้วออกแรงกระชากทีเดียวกระดุมทุกเม็ดก็หลุดออก 

                เหล่าคนงานตกตะลึงกับการกระทำของเจ้านายจนเผลออุทานเสียงหลง ให้ขณะที่คนถูกกระทำหน้าซีดเผือดเพราะตกใจ  สองมือรีบจับเสื้อที่หลุดลุ่ยประกบกันไว้  เคราะห์ดีที่เธอใส่เสื้อกล้ามข้างในอยู่เสมอจึงไม่ต้องเป็นที่อนาจารต่อหน้าธารกำนัล  ดวงตากลมโตภายใต้แว่นอันใหญ่มองเขมราชอย่างไม่เข้าใจ

                “อะไรกันคะ”

                “เสื้อพวกนี้ ถ้ามันเก่ามากก็ทิ้งมันไป  เธอเป็นเมียฉัน เป็นนายหญิงของฟาร์มแสงอรุณ ทำตัวให้เหมาะสมหน่อยได้ไหม  เห็นหรือเปล่าว่าคนอื่นมองเธอยังไง” น้ำเสียงกร้าวตลาดลั่น

                “คุณเขมถือสาเรื่องนี้ด้วยเหรอคะ” หอมนวลไม่อยากเชื่อ เพราะเธอคิดมาตลอดว่าเขมราชไม่ใช่ประเภทที่มองคนจากภายนอก  เวลานี้คนตรงหน้าเหมือนไม่ใช่เขมราชคนเดิม แต่เป็นใครไม่รู้ที่เธอไม่เคยพานพบมาก่อน

                “ฉัน...” เขมราชพูดไม่ออกเมื่อเห็นว่าดวงตากลมใสมีน้ำตามาคลออยู่เต็มหน่วยตา “ฉันไม่ได้ถือสา แต่อยากให้เธอรู้  ว่าเธอจะทำตัวเหมือนเดิมอีกไม่ได้”

                “หอมเป็นคนนะคะ พูดกับหอมดีๆ ก็ได้ หอมพูดรู้เรื่องค่ะ ทำไมต้องทำตัวป่าเถื่อนแบบนี้”

                คำพูดของหอมนวลดึงสติที่ขาดสะบั้นให้กลับมาได้ในตอนนั้น คนป่าเถื่อนนิ่งงันไม่เถียง เพราะรู้ตัวว่าทำเกินกว่าเหตุจริงๆ  เขมราชหันไปมองโดยรอบพบว่าคนงานกำลังมองอย่างสนอกสนใจ แต่เพียงชั่ววินาทีเหล่าไทยมุงก็หายวับไปกับตา เพียงเพราะแววตาราชสีห์ของเขา 

                “ฉันโมโหมากไปหน่อย ขอโทษด้วยละกัน”

                “ไม่เป็นไรค่ะ คุณเขมจะให้หอมทำตัวแบบไหน ก็บอกมาได้เลย” หอมนวลไม่ได้โกรธ  แค่เสียใจ แต่คำตอบของเขมราชกลับยิ่งทำให้ความรู้สึกพังลงมากกว่าเดิม 

                “ทำตัวเหมือนลูกจันทร์ไง  พี่สาวเธอแต่งตัวแบบไหน ทำตัวแบบไหน ก็ทำแบบนั้น ได้ไหม”  เขมราชบอกไปตามที่ใจคิด โดยไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของคนฟังว่าจะคิดอย่างไร  ยิ่งเมื่อได้พูดถึงจันทร์นรี ความพยายามที่จะลืมภาพความรักเก่าก็หมดลง  เขาไม่ทันสังเกตเลยด้วยซ้ำว่าใบหน้าหม่นเศร้าของคนตัวเล็กมีน้ำตา

                  หอมนวลไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคำพูดแค่ไม่กี่คำจะทำร้ายเธอได้ถึงเพียงนี้ หัวใจของเขมราชมีแต่พี่สาวของเธอ แต่เขาคงไม่รู้ ว่าการให้คนอย่างเธอเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนจันทร์นรีนั้นยากยิ่งกว่าเปลี่ยนพระจันทร์ให้ขึ้นตอนกลางวันเสียอีก

                “ถ้าคุณต้องการหาใครมาแทนพี่ลูกจันทร์ คนๆ นั้นไม่ใช่หอมหรอกค่ะ แล้วถ้าคุณเขมเจอใครที่คุณเขมสามารถรักได้เท่าพี่ลูกจันทร์ก็รีบบอกหอมได้เลยนะคะ หอมจะยินดีมาก”

                คนหัวใจสลายไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองได้ร้องไห้ต่อหน้าเขา เธอวิ่งหนีไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว การแอบรักเขมราช ข้างเดียวก็เจ็บมากพออยู่แล้ว แต่การได้เป็นเพียงเงาของคนที่เขารักนั้นยิ่งเจ็บปวดมากกว่าหลายร้อยเท่า ครั้งแรกที่หอมนวลร้องไห้เหมือนคนไร้สติ เธอห้ามน้ำตาของตัวเองไม่ได้ ห้ามหัวใจตัวเองไม่ให้เสียใจยิ่งไม่ได้ใหญ่

 

 

                ร่างของลูกสะใภ้ที่วิ่งหายเข้าไปในบ้านทำให้กรองแก้วต้องหยุดภารกิจที่กำลังทำอยู่ทันที  เธอหันมามองจันเป็งที่นั่งปลอกผลไม้อยู่ที่โต๊ะใกล้ๆ ก็พบสีหน้าที่บ่งบอกถึงความประหลาดใจเช่นเดียวกัน หญิงสูงวัยก็รีบวางกรรไกรอันเล็กที่ใช้เล็มกิ่งไม้ลงแล้วปรี่ไปดูด้วยความเป็นห่วง

                “หนูหอม  เป็นอะไรลูก”

                ร่างที่ฟุบหน้าสะอื้นไห้กับที่นอนลุกขึ้นในทันทีก่อนจะรีบเช็ดน้ำตา  หันไปมองก็พบหญิงสูงวัยที่ยังมีเค้าความสวยอยู่มากกำลังมองมาด้วยความเป็นห่วง 

                “คุณเขมบอกว่าหอมทำตัวไม่เหมาะสม  ไม่เหมาะที่จะเป็นเอ่อ....เมียเจ้าของฟาร์มแสงอรุณค่ะ” เพราะยังเด็กอยู่มาก เมื่อผู้ใหญ่ถามหญิงสาวจึงบอกความจริงไปทั้งหมด

                กรองแก้วยิ้มบางๆ ด้วยความเอ็นดูแล้วดึงมือเด็กสาวที่กำลังเสียใจให้เดินมายังกระจกบานใหญ่ ชี้ชวนให้ดูภาพในกระจกเงา

                “หนูคิดว่าภาพตัวเองในกระจกเป็นยังไง”   

                หอมนวลเห็นตัวเองแล้วแทบจะหันหน้าหนี  ผู้หญิงในกระจกอยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้  ใบหน้าที่สวมทับด้วยแว่นอันใหญ่มันย่อง  ผมยาวสยายแห้งฟู มิหนำซ้ำเส้นผมยังพันกันยุ่งเหยิงแสดงให้เห็นถึงความไม่ใส่ใจของเจ้าของ  เสื้อผ้าก็เลอะเทอะสกปรก  ดูแล้วไม่มีอะไรควรคู่กับเขมราชได้เลย สมควรแล้วที่เขาต้องอับอายเพราะได้ผู้หญิงอย่างเธอมาเป็นภรรยา

                “หอมไม่มีอะไรคู่ควรกับคุณเขมได้เลย  คุณเขมไม่น่าพลาดได้หอมเป็นเมีย”  แทนที่ความเสียใจคือความรู้สึกผิด  ถ้าเธอเป็นเขมราชก็คงโกรธ เขาต้องปกครองคนงานหลายพันคน ผู้คนภายนอกก็นับหน้าถือตามากมาย แต่สิ่งที่เธอทำกลับเอาแต่สบายตัวเองโดยไม่สนใจภาพลักษณ์ของเขาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการความเชื่อถือ   

                “ไม่จริงเลยนะหนูหอม อย่างหนูเนี่ย แต่งตัวเป็นนิดหน่อย ขี้คร้าน ตาเขมนั่นแหละที่จะอยู่ไม่เป็นสุข ”

                กรองแก้วกล่าวอย่างมั่นใจ แม้หอมนวลจะปกปิดความงดงามบนใบหน้าด้วยแว่นอันโตกับคราบเลอะดินโคลน แต่นางก็มองออกไม่ยากว่าจริงๆ แล้วหอมนวลเป็นคนสวยพอตัว อาจจะน่ารักกว่าพี่สาวของเธอด้วยซ้ำ

                “อย่าปลอบใจหอมเลยค่ะ หอมรู้ตัวเองดี” หญิงสาวยหน้ามุ่ย ผู้หญิงในกระจกช่างน่าสมเพชสิ้นดี

                “เอาล่ะ ไม่ต้องมัวแต่เสียใจ มาถึงขั้นนี้แล้ว หนูต้องวางตัวใหม่ พรุ่งนี้ไปซื้อเสื้อผ้า เครื่องประทินผิว  ทำผมเสริมสวยให้เต็มที่  ให้เพื่อนหนูที่มหาวิทยาลัยช่วยเลือกก็ได้นะลูกนะ”

                หอมนวลไม่ปฏิเสธ เพราะนั่นคือสิ่งที่เธอเลี่ยงไม่ได้  เธอขึ้นชื่อเป็นภรรยาของเจ้าของฟาร์มแสงอรุณ จะเลิกเป็นตอนนี้ก็ไม่ได้เช่นกัน  ดังนั้นเธอคงต้องทำอย่างที่กรองแก้วพูด...แล้วสองเพื่อนรักจะช่วยเธอได้ไหมนะ

 

 

                เขมราชนอนมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวมานานเกือบสามชั่วโมงและไม่มีทีท่าว่าจะลุกจากพื้นไม้แข็งกระด้างของเรือนที่เขาสร้างเป็นรังรักกับจันทร์นรี กระทั่งเมื่อเสียงฝีเท้าของผู้มาเยือนปลุกเขาให้ตื่นจากห้วงความคิด

                “คุณเขม” หอมนวลไม่ได้อยู่ในชุดเดิมที่เขาทำลายจนหลุดลุ่ย เธอสวมชุดนอนแบบเสื้อคอกลมและกางเกงผ้าขายาว  ยืนค้ำศีรษะพ่อเลี้ยงหนุ่มที่กำลังนอนแผ่หลาบนพื้นไม้

                “มาตามฉันเหรอ เธอนอนก่อนได้เลย ฉันคงนอนที่นี่”

                “หอมไม่ได้มาตาม”

                “แล้วมาทำไม”

                หอมนวลทรุดนั่งลงข้างกายเหยียดยาว ภาพคืนวันนั้นหวนกลับมาอีกครั้ง แต่ดีที่เวลานี้เขมราชมีสติสมบูรณ์ เขาคงไม่หน้ามืดลุกขึ้นมาขย้ำผู้หญิงไม่สวยอย่างเธอเหมือนเช่นวันนั้น

                ลมพัดมาวูบหนึ่งหอมนวลห่อตัวเพื่อลดความเหน็บหนาวในกาย  แต่หัวใจของเธอล่ะจะอุ่นขึ้นได้อย่างไร เมื่อภูเขาน้ำแข็งอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ ยิ่งใกล้ก็ยิ่งเหน็บหนาว

                “มานอนด้วย”       

                เขมราชนิ่วหน้าด้วยความแปลกใจกับคำตอบง่ายๆ ของเธอ  จริงอยู่ที่หอมนวลขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของเขา การที่ภรรยาตามมานอนกับสามีไม่ใช่เรื่องแปลก  แต่ไม่ใช่คู่สามีภรรยาอย่างเขากับเธอ

                “ฉันคิดว่าเธอจะดีใจเสียอีก ได้นอนสบายๆ ที่ห้อง ไม่ต้องเกร็งจนตัวแข็งเป็นหิน”  

                เงียบ!

                ไม่มีเสียงเจื้อยแจ้วตอบกลับมาอย่างที่เคย เขมราชมองเสี้ยวใบหน้าที่มีแว่นหนาสวมทับอยู่เสมอก็พบกับร่องรอยของความไม่สบายใจ รู้ดีว่าเกี่ยวข้องกับเขาโดยตรง 

                “ฉันขอโทษนะ เรื่องเมื่อตอนเย็น”     

                “เปลี่ยนคำขอโทษเป็นเงินสักห้าหมื่นได้ไหมคะ” 

                เป็นอีกครั้งที่ต้องแปลกใจ  เขมราชไม่ได้หวงเงิน แต่แค่สงสัย เพราะตั้งแต่หอมนวลได้เป็นภรรยาของเขาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เธอไม่เคยพูดถึงเรื่องเงินเลยสักครั้งเดียว  ร่างที่เหยียดยาวลุกขึ้นนั่ง ชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งแล้วพาดแขนบนเข่าของตัวเอง เป็นท่าทีห้าวหาญที่ปรากฏอยู่เป็นนิจ

                “เธอจะเอาเงินไปทำอะไร”

                “เอาไปทำสวย”

                แปลกใจเป็นหนที่สาม ชายหนุ่มอึ้งเมื่อได้ยินคำตอบของหญิงสาวที่ห่างไกลคำว่า รักสวยรักงามคนละฟากทะเล 

                “เฮอะ! ฉันต้องหมดกี่ล้านเธอถึงจะสวยได้  ไม่เอาล่ะ เปลืองเปล่าๆ” เขมราชตีรวน เพราะเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ 

                “งก”

                “บอกมาก่อนว่าจะทำอะไร ทำสวยของเธอคงไม่ใช่ยกทั้งหน้า กลับมาหน้าเหมือนหุ่นพลาสติกฉันจะทำไง” 

...................................................................................................................................................


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1438 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 00:28
    คนไม่เคยแต่งตัว ไม่มีใครบอกสวย ก็จะคิดว่าตัวเองไม่สวย ทำยังไงก็ขี้เหร่ทั้งที่เราสวยทุกคน สวยในแบบตัวเอง อยู่ที่เราจะเลือกว่าสิ่งไหนแบบไหนมันเข้ากับเราที่สุด ใส่แล้วดูดี
    #1438
    0
  2. #512 Mkkkkkk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 20:48
    สนุกมากกกกกกกกกๆๆๆๆเลยค่ะไรท์เตอร์ แอบซุ่มอ่านมาหลายตอน555 เป็นกำลังใจให้นะคะ จะติดตามผลงานต่อไปเรื่อยๆค่ะ :-)
    #512
    0