ฝันร้ายใต้เงารัก //..ตีพิมพ์ สนพ.ชูการ์บีท วางแผงปลายเดือน พ.ค.//

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 338,670 Views

  • 1,686 Comments

  • 3,124 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    371

    Overall
    338,670

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 หลงรัก (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13940
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    9 ก.พ. 60


บทที่ หลงรัก      


                สองเท้าก้าวเดินอย่างสม่ำเสมอตามเส้นทางเดินเล็กๆ ที่ปกคลุมด้วยหญ้าสีเขียวสลับน้ำตาลเข้ม มันถูกเหยียบย่ำครั้งแล้วครั้งเล่าจนใบบี้แบนไร้รูปทรง  แต่กระนั้นก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ขอเพียงแค่มีผืนดินและน้ำค้างเพียงเล็กน้อยช่วยหล่อเลี้ยง  ริมทางเดินเต็มไปด้วยดอกไม้ป่าแข่งกันชูช่อสะเปะสะปะไร้ทิศทาง แต่ที่โดดเด่นที่สุดคงจะเป็นดอกจำปีสีขาวนวลชูช่อสลอนส่งกลิ่นหอมอ่อนละมุนละไม

                หอมนวลอยากแวะชมให้ชื่นใจ แต่ด้วยภารกิจสำคัญที่แม่เลี้ยงมณีแดงมอบหมายทำให้เด็กสาวไม่สามารถมัวเถรไถลกับอะไรได้

                เมื่อถึงที่หมายเด็กสาวหยุดหายใจหอบถี่ การเดินฝ่าแดดจ้าตอนกลางวันทำให้สูญเสียพลังงานไปมาก  ดวงตากลมโตภายใต้แว่นทรงกลมขนาดใหญ่เหลือบมองขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านไม้ทรงประยุกต์ที่สร้างแยกออกมาจากเรือนหลังใหญ่สไตล์ล้านนาโบราณ เมื่อเห็นความเคลื่อนไหวหลังบานหน้าต่างเด็กสาวก็ตะโกนเรียกบุคคลข้างในสุดเสียง

                “พี่ลูกจันทร์ๆ พ่อเลี้ยงสุดหล่อมารอพบพี่ชาติกว่าแล้ว เมื่อไหร่จะแต่งตัวเสร็จจ๊ะ ป้ามณีให้หอมมาตาม”

                สิ้นสุดเสียงเรียก ใบหน้าหวานละมุนก็โผล่ออกมาจากช่องหน้าต่าง

                “เสร็จแล้ว  คุณเขมเขารอได้น่า ผู้หญิงก็แต่งตัวช้าเป็นธรรมดา”

                พูดจบก็ผลุบกลับเข้าไป จากนั้นไม่เกินหนึ่งนาทีร่างระหงในชุดเดรสสั้นสีม่วงอ่อนก็เยื้องย่างลงบันใดอย่างใจเย็น

                “โอ้โห! สวยจังเลยพี่ลูกจันทร์ ” หอมนวลมองพี่สาวต่างสายเลือดอย่างชื่นชม จันทร์นรีสวยเฉียบ ตาโต จมูกโด่งจัด ริมฝีปากบาง ผิดพรรณผุดผ่อง  ดูงามหมดจนทุกกระเบียดนิ้ว

                ผิดกับหอมนวล ที่แม้มีต้นตระกูลเดียวกันแต่ไม่คล้ายกันเลยสักนิด หอมนวลเป็นเด็กสาวอายุสิบแปดปีที่ต้องสวมแว่นตาอันใหญ่อยู่ตลอดเวลา ใบหน้าเรียบเนียนทว่าไม่สะอาดเกลี้ยงเกลา หน้าผาก คาง แก้มมักเปรอะเปื้อนด้วยคราบดินโคลนอยู่เสมอราวกับว่าไม่เคยลบออกจากใบหน้าของเธอเลย  ผิวพรรณในวัยเด็กที่เคยขาวอมชมพูบัดนี้กระดำกระด่างจากการถูกแดดเผาอยู่เป็นนิจ  รูปร่างผอมเก้งก้างแบนราบอย่างไม้กระดานไร้เสน่ห์ดึงดูดอย่างสิ้นเชิง รวมๆ แล้วแทบจะดูไม่ได้

                เธอกับจันทร์นรีจึงเปรียบเสมือนสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกันเสมอ บางครั้งหอมนวลอดคิดเล่นๆ ไม่ได้ว่าเทือกเถาเหล่ากอของเธอกับจันทร์นรีอาจไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน หรือไม่...เธอก็อาจเกิดจากโครโมโซมที่ผิดพลาดก็เป็นได้

                “พี่ก็แต่งธรรมดา ชมมากเกินไปหรือเปล่า” 

                “ก็ไม่ได้บอกนี่จ๊ะว่าชุดสวย แต่จะบอกว่าพี่ลูกจันทร์ของหอมใส่อะไรก็สวย หอมโตขึ้นหอมจะแต่งตัวแบบพี่ลูกจันทร์  ขอสวยแค่ครึ่งเดียวก็พอ” หอมนวลยิ้มหน้าบาน  นึกภาพตัวเองสวมชุดเดรสสีหวานคงดูตลกพิลึก  

                “อย่าคิดที่จะแต่งตัวแบบพี่นะหอม”

                น้ำเสียงเด็ดขาดและสีหน้าจริงจังเช่นนี้หอมนวลไม่ได้เห็นเป็นครั้งแรก จันทร์นรีไม่ชอบให้ใครเป็นเหมือนเธอ โดยเฉพาะหอมนวล 

                ถ้าหอมอยากเป็นน้องสาวพี่ หอมห้ามเป็นเหมือนพี่’ จันทร์นรีในวัยสิบสี่ปีประกาศกร้าว

                ทำไมล่ะ’ เด็กน้อยที่อายุอ่อนกว่าสี่ปีถามอย่างไม่เข้าใจ

                ก็จะเหมือนกันไปทำไมล่ะหอม พี่อยากมีน้องสาวใส่แว่นโตๆ แต่งตัวเหมือนตุ๊กตาแบบนี้นี่’  

                จันทร์นรีหยิกแก้มน้องสาวเบามือ  แม้หอมนวลไม่เคยเข้าใจว่าการใส่เสื้อยืดตัวโคร่งกับกับกางขาวยาวเรียบๆ จะ เหมือนตุ๊กตาตรงไหน  แต่ความที่ยังเป็นเด็กอ่อนต่อโลกจึงยอมเชื่อฟังพี่สาวโดยไม่เคยคิดหาเหตุผล

                แม้ดูเหมือนหอมนวลกับจันทร์นรีจะแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน  แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือทั้งคู่เป็นเด็กกำพร้าที่ได้รับการอุปการะโดยแม่เลี้ยงมณีแดงเจ้าของไร่ดอกไม้ จอมนรี’ ในฐานะป้าแท้ๆ

                บิดาของจันทร์นรีเป็นน้องชายคนรองของแม่เลี้ยงมณีแดง  เสียชีวิตเมื่อสิบห้าปีก่อนด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง ส่วนบิดาของหอมนวลเป็นน้องชายคนสุดท้อง เสียชีวิตในเวลาใกล้เคียงกันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์  และเหมือนชะตาจะเล่นตลก จันทร์นรีเสียแม่ในเวลาต่อมาด้วยโรคไข้เลือดออก ในขณะที่หอมนวลอายุห้าขวบก็เสียมารดาไปด้วยโรคมะเร็ง

                นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่ทั้งคู่เหมือนกัน นอกจากนั้นแทบไม่มี....  

                “หอมไม่แต่งตัวแบบพี่ลูกจันทร์หรอก  แต่งไปก็เสียดายของ” หอมนวลไม่อยากขัดใจพี่สาว  จะใส่ชุดแบบไหนก็ไม่สำคัญสำหรับเธอ ดังนั้นหากทำให้จันทร์นรีสบายใจได้...เธอก็ยินดี

                “งั้นไปกันเถอะ” 

                 เมื่อได้ยินในสิ่งที่พอใจ จันทร์นรีก็เดินตัวปลิวไปยังทิศทางที่หอมนวลเพิ่งจากมา ภาพของเด็กหอมนวลที่เดินตามจันทร์นรีเป็นภาพที่คนในไร่ชินตา เด็กสาวอีกคนเหมือน หงส์’ สวยหยาดฟ้า ส่วนอีกคนถ้าจะเปรียบ ก็คงเปรียบได้กับ นกกระจิบ นกกระจาบ’ ธรรมดาจนโลกลืม

 

  

                เขมราชนั่งทอดกายบนเก้าอี้หวายตัวยาวกลางชานเรือน แสงแดดอ่อนๆ ยามสายไม่ได้ทำให้เขารู้สึกร้อนเพราะเป็นฤดูหนาวกลางเดือนธันวาคม ดังนั้นชายหนุ่มจึงยินดีมากกว่าหากได้นั่งผึ่งแดดต่อไปอีกสักพัก บ้านทรงล้านนาของไร่จอมนรียังงดงามเสมอในความคิดของเขา แต่สิ่งที่ดึงดูดชายวัยยี่สิบเจ็ดปีให้มาเยือนครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ใช่สิ่งนี้  แต่เป็นคนที่อยู่ที่นี่ต่างหาก

                “ลูกจันทร์ ” 

                ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน สีหน้าที่ปกติเงียบขรึมคลี่ยิ้มอย่างยินดี เมื่อเห็นร่างระหงของคนรักกำลังเดินมายังทิศทางที่เขายืนอยู่ 

                “คุณเขมรอนานหรือเปล่าคะ”

                “รอแค่นี้ไม่เป็นไรหรอกครับ สำหรับคนที่คุ้มค่าแก่การรอ” เขมราชขยันป้อนคำหวานเพื่อเอาใจคนรัก

                จันทร์นรีฟังด้วยความรู้สึกเรียบเฉย  เธอเป็นหญิงสาวอายุยี่สองปีที่มีหนุ่มน้อยใหญ่มารุมจีบชนิดที่หัวกระไดไม่แห้ง  ดังนั้นถ้อยคำเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนอาหารตามสั่งที่กินทุกวันจนเบื่อ       

                ผิดกลับใครอีกคน ทั้งที่เขาไม่ได้พูดกับเธอ แต่พวงแก้มกลับร้อนขึ้นมาเสียดื้อๆ เด็กสาวแรกรุ่นนิ่งมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ เจ้าของใบหน้าคร้ามคมมีเสน่ห์ราวกับต้องมนตร์สะกด  เสี้ยวใบหน้าหล่อเหลาของเขา จมูกโด่ง ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม ผิวคร้ามแดดสะกดให้เธอมองได้ไม่รู้เบื่อ  แต่ต่อให้เธอจ้องเขาให้ตายก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อจิตใจเขา  เพราะสำหรับเขมราช...หอมนวลเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งที่คอยวิ่งตามจันทร์นรีเป็นเงาตามตัว  เขาไม่เคยรับรู้ถึงการมีตัวตนของเธอด้วยซ้ำไป

                “ปากหวานจังนะคะ” ดวงหน้าหวานกระตุกยิ้ม

                “เปล่านะครับ ผมพูดจริง รอนานแค่ไหนก็รอได้ ยกเว้นอย่างเดียวที่ไม่อยากรอ”

                “อะไรคะ”

                “รอวันแต่งงาน”

                จันทร์นรีกรอกตาไปมา เธอไม่ได้ตื่นเต้นดีใจอะไรนักเพราะแน่แก่ใจว่าวันนี้จะต้องมาถึง ทว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันตรงกันข้ามต่างหาก 

                “เรื่องนี้ก็คงต้องรอเหมือนกันค่ะ พ่อเลี้ยง” จันทร์นรีบอกทีเล่นทีจริง แน่นอนว่าเขมราชไม่คิดว่าเธอพูดจริง 

                “ไม่เห็นมีเหตุผลอะไรที่จะต้องรอนี่ครับ”  ชายหนุ่มส่งสายตาหวานฉ่ำให้คนรัก เขาคบหาดูใจกับจันทร์นรีมาสามปี  อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่และไม่เคยทำตัวเหลวไหลให้เธอต้องเสื่อมเสียเลยสักครั้ง  มารดาของเขาก็รักและเอ็นดูหญิงสาวเหมือนลูกแท้ๆ การแต่งงานกับจันทร์นรีจึงเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้

                เสียงหายใจถี่อย่างคนตื่นเต้นดังขึ้นไม่ไกล ไม่ใช่คนถูกขอแต่งงาน แต่เป็นใครอีกคนที่ยืนก้มหน้าก้มตานิ่งเหมือนจะทำตัวให้กลืนไปกับพื้นบ้าน วูบหนึ่งสายตาดุจพญาเหยี่ยวมองมาที่เด็กหญิงผู้มีใบหน้ากระมอมกระแมม  บังเกิดความเย็นยะเยือกแก่ผู้ถูกมองฉับพลัน ทว่าเพียงครู่เดียวเช่นกัน ดวงตาคู่นั้นก็กลับไปหยุดอยู่ที่ร่างระหงส์ของจันทร์นรีตามเดิม  หอมนวลถอนหายใจเฮือกใหญ่  แค่เขามองผ่านๆ ก็เป็นได้ถึงขนาดนี้เลยหรือ

                จันทร์นรีไม่สนใจบทสนทนาที่ยังค้างคาอยู่ เธอเดินมาหยุดตรงรถกระบะคันเดิมของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ถอนหายใจอย่างเบื่อๆ  เขมราชเป็นเจ้าของฟาร์มแสงอรุณ  ฟาร์มเลี้ยงโคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและอาจจะใหญ่ที่สุดในอาเซี่ยน เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านการบริหาร สองข้อนี้จันทร์นรีไม่ได้สนใจ เธอรู้แค่ว่าเขารวยมาก แต่คบกันมาสามปีเธอกลับพบว่าเขมราชมีชีวิตที่ติดดินจนเธอไม่ได้รู้สึกว่ากำลังคบกับมหาเศรษฐีพันล้าน แค่รถที่เขาขับเธอก็อายทุกครั้งเวลาไปไหนมาไหนด้วย  

                เขมราชเปิดประตูรถให้เช่นที่ปฏิบัติทุกครั้ง  จันทร์นรีไม่ยอมพูดอะไรอีกนับตั้งแต่ก้าวขึ้นรถเพราะสมองกำลังคิดว้าวุ่น ก่อนหน้านี้เธอคบหาอยู่กับเพื่อนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเดียวกัน เป็นชายหนุ่มที่มีตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยการันตีความหล่อ  ความรักทำท่าว่าจะไปได้สวยจนกระทั่งในงานเลี้ยงต้อนรับทายาทคนเดียวของฟาร์มแสงอรุณ หัวใจของจันทร์นรีก็หันเหอย่างง่ายดาย  เพียงแค่เธอสบตา หนุ่มนักเรียนนอกเจ้าของฟาร์มที่มีพื้นที่ติดกับไร่ดอกไม้ของผู้เป็นป้าก็เทความรักให้หมดหัวใจ

                ตอนนั้นเธอจึงได้รู้ว่า ความรักนั้นเกิดขึ้นได้อีกนับครั้งไม่ถ้วน

                แต่เวลานี้จันทร์นรีโตขึ้นและได้เรียนรู้ว่าโลกกว้างใหญ่  โลกที่ผู้ชายดีๆ ไม่ได้มีแค่ในป่าในดง  ลึกๆ แล้วเธอเกลียดการชาวสวนชาวไร่ ทำงานกับดินโคลนและแสงแดดจ้า  เธอใฝ่ฝันถึงชีวิตในเมืองหลวง การไปดูหนัง ฟังเพลง แต่งตัวโก้หรูเดินห้าง  ซึ่งการแต่งงานกับเขมราชก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเธอหลุดพ้นจากชนชั้นเกษตรกรรมไปได้  บางครั้งอาจจะถึงเวลาที่ต้องทบทวนบางสิ่งบางอย่าง


รีอัพค่าา ฝากติดตามด้วยนะคะ


ปล.2  ติดตามความเคลื่อนไหวทาง เพจ https://www.facebook.com/normaltemperature/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #1427 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 23:26
    คิดแบบนี้แสดงว่ายังไม่รัก
    #1427
    0
  2. #1167 เหงาอยู่ตัว (@nartnong22) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 15:32
    ปรกคลุม - ปกคลุม
    เถรไถล - เถลไถล
    บันใด - ได
    ผิดพรรณ - ผิว
    งามหมดจน - หมดจด

    จันทร์นรีในวัยสิบสี่ปี - น่าจะ 24 รึเปล่าคะ เพราะหอม 18

    กับกับกางขายาว - กับกางเกงขายาว
    เห็นหน้ามาร - มารดา

    อายุยี่สามปี - ก่อนหน้านี้บอกว่าอายุ 24 ค่ะ
    แต่แก้มกับร้อน - กลับร้อน
    ร่างระหงส์ - ระหง
    ไปที่หยุดทึ่ - ไปหยุดที่
    เขมราชกับมีชีวิต - กลับมีชีวิต

    เกลียดการชาวสวน - เกลียดการเป็นชาวสวน
    เสื้อเชิ้ตสีเข้าของเขา - สีขาวของเขา
    หลังบ้านหนาต่าง - หลังบาน
    #1167
    0
  3. #155 mantananong19 (@mantananong19) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 19:49
    ชอบหอมนวล ชื่อเพราะดี
    #155
    1
  4. วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 21:02
    น่าสงสารหนูหอมจังเลย
    #5
    0
  5. #4 sineapta (@sineapta) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 18:50




    นังลูกจันทร์นี่...รักแต่ตัวเองจริง ๆ เลย...สงสารหอมนวล...ดูท่าทางแล้วคุณเขมจะใจร้ายไม่ใช่เล่น 5555 จะรอติดตามนะคะ


    #4
    0
  6. #3 juthamardsan (@juthamardsan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 16:49
    พระเอกกากอีกแล้ว แต่ก็ชอบ เอ้า โรคจิตสินะนี่ 555+
    #3
    0
  7. #2 Lazy_Girls (@zixka-zeza) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 15:31
    รอตอนต่อไปค่าาา
    #2
    0
  8. #1 พี่น้อย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 14:09
    เนื้อเรื่องเข้มข้นตั้งแต่เริ่มต้นเลย อยากให้หอมนวลเข้มแข็ง คุณเขมน่าจะร้ายไม่ใช่เล่นเลย
    #1
    0