[ Fic KHR ] All(fem 27)

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 คาสเทลโล่แฟมิลี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,807
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 172 ครั้ง
    24 มิ.ย. 63

บทที่ 8 คาสเทลโล่แฟมิลี่

 

หลังจากเมื่อวานนี้ผมหนีเข้าทางลับและหายไปตลอดช่วงบ่าย หลังกินข้าวเย็นเสร็จก็เลยถูกสอบถามว่าหายไปไหนมา แล้งก็ถูกดุไปตามระเบียบ ด้วยข้อหาซุกซน(?) จนคนอื่นเดือดร้อนต้องออกตามหากันให้วุ่น

 

ทูน่าผิดไปแล้วจ้า สำนึกผิดแล้วจริงๆ แต่คราวหลังก็ยังจะทำอีกนั้นแหละ เหอะๆ ถ้าเกิดว่าผมเบื่อละนะ

 

วันนี้ซันซัสบอกว่าจะพาผมไปงานเลี้ยงที่จัดโดยคาสเทลโล่แฟมิลี่(ชื่อสมมติ) ตั้งอยู่ที่เทือกเขาแอเพนไนน์ ถ้าจำไม่ผิดที่นั้นคือที่ตั้งปราสาทบ้านของโกคุเดระคุงกับเบี้ยงกี้

 

ถ้าไปแล้วจะได้เจอโกคุเดระคุงรึเปล่านะ เขาเป็นเพื่อนคนสำคัญของผมเลยนี่นะ ถ้าได้เจอกันก็คงดี ว่าแล้วผมก็เดินไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งมาเปิดอ่านที่โซฟาในห้องนั่งเล่น โดยมีสควอโล่นั่งทำงานเอกสาร+เฝ้าผมไว้ไม่ให้หายไปอีก

 

ส่วนตอนนี้ผมเองก็ทำได้แค่อ่านหนังสือแก้เบื่อ เพื่อรอเวลาไปงานเลี้ยงในตอนเย็นอย่างสงบ เพราะเมื่อวานก่อเรื่องไว้ เลยโดนคุมเข้ม เฮ่อ!

 

" ไม่ต้องถอนหายใจขนาดนั้นก็ได้ยัยหนู ถ้าฉันทำงานเสร็จแล้วจะเล่นเป็นเพื่อนให้ " สควอโล่พูดขึ้น เหอะ...ผมไม่ได้อยากเล่นสักหน่อย ก็แค่เบื่อที่อยู่นิ่งๆก็แค่นั้นเอง พอกลับมาเป็นเด็กแล้วมันว่างเกินไปนี่

 

ผมไม่ได้ตอบกลับคำพูดของสควอโล่ แต่เปิดหนังสือขึ้นมาอ่านเงียบๆ หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่าประศาสตร์อันดำมืดของวองโกเล่??? ที่จริงผมก็หยิบหนังสือมาแบบสุ่มๆนั้นแหละแต่หนังสือเล่มนี้มันอะไร แค่ชื่อก็แปลกแล้ว

 

เปิดอ่านไปเรื่อยๆด้วยความสนอกสนใจอย่างที่สุด จนกระทั่งถึงหน้าที่ 4 มีรูปขาวดำรูปหนึ่งปรากฏอยู่ในหน้ากระดาษ  ผู้ชายหน้าตาคล้ายซันซัสผมยาวถูดมัดไว้ด้านหลัง ใส่เสื้อสูทมิดชิด มีชื่อระบุไว้ว่า วองโกเล่เซคอนโด้ - ริคคาร์โด้ รุ่นที่ 2 ที่ว่ากันว่าครอบครองพลังเพลิงพิโรธที่แข็งแกร่ง

 

ด้วยความสนใจทำให้ผมอ่านต่อไปเรื่อยๆ จนถึงกลางๆของเล่ม ผมนอนพิงหมอนอิงกะจะหลับตาพักสายตาเพียงครู่หนึ่ง แต่ดูเหมือนผมจะหลับยาวเลยละ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ลูซซูเลียมาปลุกให้ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมเดินทาง

 

เวลา 18.30 น. ณ ปราสาทของคาสเทลโล่แฟมิลี่

 

ผมและซันซัสลงมาจากรถลีมูซีนสีดำที่หน้าปราสาท ปราสาทหลังนี้ตกแต่งด้วยสไตล์บาโรค ดูแล้วหรูหราแต่ก็ไม่เกินหน้าตาแฟมิลี่ใหญ่ๆ

 

" Benvenuti a tutti e due.(ยินดีต้อนรับทั้งสองท่านนะครับ) " ผู้ชายคนที่ดูท่าทางจะเป็นบอสของคาสเทลโล่แฟมิลี่พูดขึ้นและมองมาด้วยสายตานอบน้อม

 

ซันซัสไม่ได้ตอบรับอะไรคนตรงหน้ามากนักถ เพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ ส่วนตัวผมเพื่อไม่ให้เสียมารยาทในการมาเป็นแขก จึงได้เอ่ยแนะนำตัวออกไป

 

" Ciao, mi chiamo Sawada Tsuna Yoshi. (สวัสดีค่ะ หนูชื่อซาวาดะ สึนะโยชิ) " หลังจากแนะนำตัวเสร็จก็ยิ้มน้อยอออกมาอย่างเป็นมิตรที่สุด

 

เขาก้มหน้าลงมาเล็กน้อยเพื่อที่จะได้มองผมเห็นได้ชัดเจนขึ้น ก่อนจะพูดต่อว่า

 

" Vongola è davvero fortunata ad avere due persone forti come questa. (วองโกเล่ช่างโชคดีจริงๆที่มีคนที่แข็งแกร่งอยู่ถึงสองคนแบบนี้) "

 

" grazie ( ขอบคุณค่ะ ) "

 

จากนั้นผมและซันซัสก็เดินไปที่อื่นต่อ หลังจากเดินผ่านบอสของแฟมิลี่นั้นไปสักพัก ผมก็สังเกตเห็นเด็กน้อยผมเงิน(?) วิ่งเข้าไปหาเขา นั่นมันโกคุเดระคุงนี่นา

 

งู้ย~น่ารักจังเลยอยากเป็นเพื่อนด้วยจัง แต่ก็นะตอนนี้คงยังทำอะไรไม่ได้ เพราะเรายังไม่แม้แต่จะรู้จักกันเลยนี่นา

 

" เป็นอะไรไป...รู้สึกไม่ดีหรือว่าเหนื่อยแล้ว? "  ผมทำหน้าซึมๆ ทำให้ซันซัสถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง(?)

 

" หนูไม่เป็นไรค่ะ แค่รู้สึกมึนๆ " ผมตอบออกไปแบบส่งๆ

 

" งัดขึ้นไปห้องพักก่อนก็แล้วกัน จบงานแล้วฉันจะตามขึ้นไปทีหลัง " ใช่แล้วละคนที่มางานเลี้ยงวันนี้เต็มไปด้วยมาเฟียที่มากหน้าหลายตามีทั้งที่เป็นตัวเบ้งๆแล้วก็พวกกลางๆไปจนถึงปลายแถวมากันหลายแฟมิลี่เลยละ  

 

แต่ถ้าเป็นแฟมิลี่ที่มีอิทธิพลมากๆจะได้รับอภิสิทธิ์พิเศษได้เข้าพักที่ห้องรับรองในปราสาท ซึ่งเจ้าบ้านที่จัดงานเลี้ยงได้จัดไว้ให้ ไม่ต้องลงจากเขากลับบ้านกลับช่องตัวเองหลังจบงาน

 

ซึ่งวองโกเล่เองก็ใหญ่พอที่จะได้อภิสิทธิ์นั้นด้วย!

 

" ฉลามสวะ แกพาสึนะขึ้นไปที่ห้องพักที เธอจะได้พักผ่อน " ซันซัสสั่งกับสควอโล่เหมือนอย่างทุกที ซึ่งสควอโล่ก็ตอบรับสั้นๆเหมือนทุกครั้ง และพาฉันเดินไปยังห้องพักที่ได้จัดไว้ให้ บางทีผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมสควอโล่ถึงทำตามคำสั่งของซันซัสทุกอย่าง(ถึงจะมีบางทีที่โวยวายออกมาก็ตาม) แต่ก็ยังทำ

 

สักครู่หนึ่งพวกเราก็เดินมาหยุดถึงห้องพักรับรอง สควอโล่ไขกุญแจและเปิดประตูให้ผมเข้าไป ผมเดินตรงดิ่งไปที่เตียงแทบจะทันที ก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรหรอกนะ แค่อยากนอนเล่นเฉยๆ แล้วสควอโล่ก็เดินตามเข้ามาที่เตียงแล้วนั่งเฝ้า

 

" พี่สควอไม่ลงไปที่งานเลี้ยงแล้วเหรอคะ? " ผมถามออกไป

 

" ไม่ละ แต่เดี๋ยวรอเธอหลับก่อนแล้วฉันจะไปเฝ้าที่หน้าห้องแทน " สควอโล่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงปกติที่ดูจะค่อนข้างเบาและนุ่มนวล ดูเหมือนว่าเวลาอยู่กับผมสควอโล่จะค่อนข้างงดการใช้เสียงตะโกนดังใส่คนรอบข้างให้ผมได้ยิน แต่ก็นะคำว่าสวะก็ยังมีหลุดออกมาเสมอต้นเสมอปลายเหมือนเดิม

 

ผมไม่ตอบอะไรสควอโล่ต่อทำเพียงนอนหลับตานิ่ง ปรับลมหายใจให้เสมอเพื่อแกล้งหลับเท่านั้น สักพักเมื่อสควอโล่สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอของผม เขาก็หยิบผ้าห่มขึ้นมาห่มให้แล้วก็เดินออกจากห้องไป

 

ผมลืมตาขึ้นมาทันทีหลังจากที่สควอโล่เดินออกไปนอกห้อง วันนี้คนที่ผมเจอบอสของคาสเทลโล่แฟมิลี่ก็คือพ่อของโกคุเดระ  หลังจากนี้อีกหนึ่งไม่ก็สองปีแม่ของโกคุเดระคุงก็จะตายด้วยอุบัติเหตุ และต่อไปคาสเทลโล่แฟมิลี่ก็จะล่มสลายเพราะความขัดแย้งภายในของแฟมิลี่

 

เรื่องของการล่มสลายของแฟมิลี่ผมคงช่วยอะไรไม่ได้หรอกจริงมั้ย? แต่เรื่องของแม่โกคุเดระอาจจะช่วยได้ก็ได้เพราะวิทยาการของวองโกเล่ในตอนนี้ล้ำสมัยกว่าหลายแฟมิลี่ดังนั้นอาจจะมีวิธีรักษาโรคของแม่โกคุเดระก็ได้

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นผมจึงลุกขึ้นจากเตียง ขยับตัวเบาๆให้เกิดเสียง ลบร่องรอยที่จะทำให้คนอื่นรู้สึกตัวได้  เปิดประตูกระจกเบาๆ แล้วเดินออกไปที่ระเบียง

 

วิวนอกระเบียงนั้นสวยมาก มองขึ้นไปบนท้องฟ้าก็พบดวงดาวมากมาย และเมื่อมองลงไปข้างล่างก็พบเข้ากับสวนดอกไม้ แว่วเสียงโน้ตดนตรีลอยมาตามลม

 

" ใครกันนะมาดีดเปียโนเอาเวลาตอนนี้ แถมดีดไม่ได้เรื่องซะด้วย " ผมบ่นขึ้นมาเล็กน้อย ก็จะเดินไปดู เมื่อมองลงไปก็เห็นชายผมสีชมพู(?)ไม่สิสีเดียวกับแมงป่องพิษ ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน เขากำลังจรดปลายนิ้วลงบนเปียโนหลังหนึ่งที่อยู่ในสวน ดีดทีละตัวไม่เป็นจังหวะเอาซะเลย แต่เมื่อมองไปที่แววตาของเขาก็ทำให้รู้สึกว่า เขากำลังดีดเปียโนเพราะกำลังคิดถึงใครบางคนอยู่

 

ผมเก็บสายตาของตัวเอง ปิดประตูกระจกและกลับเข้ามาในห้อง เอามือล้วงเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋ากระโปง แล้วกดโทรหาคุณพ่อ

 

ระหว่างที่ผมถือสายโทรศัพท์อยู่ก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ถ้าแม่ของโกคุเดระคุงไม่ตาย โกคุเดระคุงก็คงไม่หนีออกจากปราสาทตอนอายุ 8 ขวบสินะ แล้วก็อาจจะไม่เข้าวองโกเล่ด้วย แบบนี้มันดีแล้วเหรอ?  ไม่สิผมทำแบบนี้น่ะดีแล้วละ แค่โกคุเดระคุงไม่ต้องเสียใจอีกเหมือนตอนนั้นก็ดีแล้ว ถึงทุกอย่างจะเปลี่ยนก็ช่างมันเถอะ ขอแค่ให้เพื่อนคนสำคัญของผมมีความสุขก็พอแล้ว

 

' ฮัลโหล สึนะเหรอลูกมีอะไรถึงได้โทรมาตอนนี้กันละ? หรือว่าหนูจะไม่สบาย? หรือว่าหนูกำลังเหงาเลยคิดถึงปะป๊า? หรือว่าเจ้าพวกวาเรียดูแลลูกไม่ดี... '

 

" ปะป๊าคะสึนะมีเรื่องอยากจะขอร้อง...  "

 

.

 

" ทำแบบนี้ถูกต้องแล้วสินะคะ คุณปู่จีอ๊อตโต้ "  ผมพูดกับตัวเองขึ้นมาเบาๆ ก่อนที่จะกลับขึ้นมานอนบนเตียงห่มผ้าและหลับไปในที่สุด

 

 

อิเอมิสึ part

 

วันนี้ลูกสาวของผมสึนะ เธอโทรศัพท์มาหาผมเป็นครั้งแรกหลังจากที่ไปอยู่กับวาเรีย เธอโทรมาเพื่อขอร้องให้ผมช่วยเรื่องเด็กที่น่าสงสารคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกของภรรยาน้อยซึ่งเป็นนักเปียโนกับบอสของคาสเทลโล่แฟมิลี่

 

พวกเขาจำเป็นต้องแยกจากกันด้วยเหตุผลที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก จากที่ผมได้ไปสืบมา ผมจึงลงมือช่วยให้เรื่องนี้จบลงด้วยดี แบบโคตรแฮปปี้เอ็นดิ้ง

 

เพราะสำหรับผมแล้วการที่ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันคือสิ่งที่ดีสุด ทั้งสำหรับพ่อแม่และก็ลูก แต่ผมเองก็ทำไม่ได้เพราะว่าหน้าที่มันค้ำคออยู่  

 

และก็เช้าวันนี้เองผมก็ตรงดิ่งไปที่ปราสาทของคาสเทลโล่แฟมิลี่ทันที เพื่อไปหาลูกสาวสุดที่รัก ต้องไปเอาตัวลูกสาวที่น่ารักคืนจากพวกวาเรียมาให้ได้ ไม่งั้นลูกสาวที่แสนบริสุทธิ์และไร้เดียงสาของผมคงกลายเป็นนางมารน้อยแน่ ถ้าอยู่กับพวกวาเรียต่อไป

 

" สีจังปะป๊ามารับหนูแล้วน้า " ผมวิ่งถลันไปหาคุณลูกสาวที่น่ารักทันทีที่ลูกสาวเดินออกมาจากตัวปราสาท

 

" ปะป๊า " สึนะจังตัวน้อยของปะป๊ายิ้มสดใสร่าเริงเชียว

 

ผมอุ้มลูกสาวขึ้นมาหอมแก้มยุ้ยๆนั้นอย่างอดใจไม่อยู่  หลังจากนั้นก็เดินตรงไปหาบอสของคาสเทลโล่แฟมิลี่ที่เดินออกมาส่ง

 

" Grazie mille Iemitsu, che ha aiutato Lavina.  ( ขอบคุณมากนะครับที่คุณช่วยเรื่องลาวิน่า ) "

 

" Ho aiutato perché mia figlia ha implorato. ( ผมช่วยเพราะลูกสาวข้อร้องน่ะครับ ) " ผมพูดออกไปตามความจริง

 

" E come dovrei rimborsarti? ( แล้วจะให้ผมตอบแทนคุณยังไงดีละครับ ) "

 

ผมมองลงไปที่ข้างตัวของเขามีเด็กสาวผมชมพูอายุราวๆ10ขวบและเด็กชายผมเงินสั้นที่อายุน่าจะพอๆกับสึนะจังของผมอยู่

 

" Lascia che i tuoi figli diventino amici per giocare con mia figlia. ( แค่ให้ลูกๆของพวกคุณมาเป็นเพื่อนเล่นกับลูกสาวของผมก็ได้พอแล้วละครับ ) " ผมพูดด้วยรอยยิ้มพลางมองไปที่เด็กๆ

 

หาเพื่อนให้ลูกสาวบ้างก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้ไม่เหงา อ๊ะจะว่าไปบาจิลเองก็อายุพอๆกับสึนะนี่นะ ไว้คงต้องพาไปรู้จักกันสักหน่อยแล้ว

 

" I due bambini, per favore, presentati. ( พวกลูกสองคนก็แนะนำตัวหน่อยสิ ) " เขาหันไปพูดกับลูกทั้งสองคน

 

" piacere di conoscerti Mi chiamo Bowie. ( ฉันชื่อเบี้ยงกี้ ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ ) " อ๋อเด็กผมชมพูชื่อเบี้ยงกี้เองสินะ นักฆ่าเด็กที่ใช้ poison cooking คนนั้น

 

" Ciao, mi chiamo Gokudera Hayato, piacere di conoscerti. ( สวัสดีครับ ผมชื่อโกคุเดระ ฮายาโตะ บินดีที่ได้รู้จักนะครับ ) " เด็กน้อยผมเงินปากจึงมาด้วยใบหน้าขัดเขิน

 

สึนะดิ้นๆขยับตัวไปมาเหมือนจะลงไปยืนแนะนำตัว ผมจึงปล่อยเธอลงไป

 

" Mi chiamo Sawada Tsunayoshi, piacere di conoscerti, Sorella Bowie  Hayato-kun. ( หนูชื่อซาวาดะ สึนะโยชิ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะพี่เบี้ยงกี้ ฮายาโตะคุง ) " สึนะยิ้มน้อยๆอย่างเป็นมิตรให้เด๋กทั้งสองคน  จะว่าไปแล้วลูกสาวเราเนี่ยพูดภาษาอิตาลีเก่งจังเลยน้า ถึงจะได้ยินมาจากเมดที่ปราสาทแล้วก็จากที่โอเลกาโน่เล่าให้ฟังแล้วก็ตาม แต่ก็ยังอดแปลกใจไม่ได้ ใครเป็นคนสอนให้เธอกันนะ???

 

 

 

ตอนนี้แต่งแบบมึนๆ555

คุณพ่อเริ่มสงสัยแล้วว่าทูน่าน้อยไปเรียนภาษาอิตาลีมาจากใคร

คาสเทลโล่ ในภาษาอิตาลีแปลว่าปราสาท ตอนที่แต่งว่าไปปราสาทคาสเทลโล่ พอมาย้อนอ่านแล้วก็รู้สึกเลยว่า โค-ตรฮาจริงๆ

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 172 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

264 ความคิดเห็น

  1. #221 knunkim (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 16:57
    แล้วทีนี้โกคุเดระจะโตไปนิสัยยังไงหนิ555
    #221
    0
  2. #28 catDavil (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 03:31
    นางมารน้อย
    #28
    0
  3. #27 nep7 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 01:19
    อย่างเจ๋งง
    #27
    0
  4. #26 Kwnsiri (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 00:49
    ตะมุตะมิิิิิิิิิิอร้าย
    #26
    0
  5. #25 TheLittleCloud (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 23:08
    น้อนจะไปช่วยมุคคุงมั้ยอ่าาาาาา(・∀・)
    #25
    0
  6. #24 pimmadakiddee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 22:13

    ความลับจะแตกเมื่อไหร่นะ? กเพราะคุณพ่อเริ่มสงสัยแล้วสิ
    #24
    0