[ Fic KHR ] All(fem 27)

ตอนที่ 32 : ตอนที่ 27 วาเรียออกปฎิบัติการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    15 ก.ค. 63

บทที่ 27 วาเรียออกปฏิบัติการ

 

ณ ปราสาทวาเรีย ห้องรับแขก

 

' แคร้ง '

 

เสียงของแหวนที่หล่นกระจัดกระจายหล่นลงพื้นดังขึ้น วองโกเล่ริงปลอมถูกจับได้แล้ว!!!

 

" ของที่แกไปชิงมาพวกนี้คือของปลอม สวะอิเอมิสึหลอกเราซะสนิทใจเลยสินะ " เสียงของบอสวาเรียดังขึ้น

 

" ถ้างั้นพวกเราก็แค่ไปแย่งคืนมาซะก็จบเรื่องนี่นา " เสียงของนัมเบอร์ทูแห่งวาเรีย ฉลามตัวนั้นได้พูดขึ้นลอยๆ

 

" ไปเก็บพวกนั้นให้เรียบร้อยซะ แล้วเอาแหวนมาให้ได้ ฉันจะเคลียร์กับสึนะเอง ส่วนพวกแกที่เหลือก็ไปเก็บผู้พิทักษ์พวกนั้นซะ จะตายก็ช่างหัวพวกมันก็ถือว่าพวกมันอ่อนแอกันเอง แต่ที่สำคัญที่สุดห้ามใครในวาเรียแตะต้องเด็กคนนั้นเด็ดขาด เข้าใจมั้ยเจ้าพวกสวะ "

 

หลังจากนั้นเหล่าวาเรียก็ได้เดินทางมายังญี่ปุ่น...

 

.

.

.

 

มาม่อน part

 

ตอนนี้พวกเราสมาชิกวาเรียทั้งหกและพวกลูกน้องได้มาถึงญี่ปุ่นแล้ว ยัยหนูน้อยจะเป็นยังไงบ้างนะ หลังจากที่ส่งเจ้าโฮชิมิยะมาส่งช็อกโกแลตวาเลนไทน์ ก็ไม่ได้ติดต่อมาอีกเลย

 

หวังว่าเด็กคนนั้นจะรับรู้ได้ว่าที่พวกเราทำแบบนี้ก็เพื่อปกป้องเธอละนะ...

 

" มาม่อนใช้ความสามารถของแกหาตัวผู้พิทักษ์อัศนีให้ฉันทีสิ " เลวี่พูดเหมือนออกคำสั่งกับผม

 

" ฉันจะจดบัญชีเอาไว้ถือว่านายติดหนี้ฉันไว้ก่อนก็แล้วกันเงินเดือนออกเมื่อไหร่ค่อยเอามาหักล้ากหนี้ " ผมก็เป็นคนอย่างนี้ละ เงินมางานเดิน ไม่มีเงินไม่ทำ ใครจะสั่งให้ทำงานอะไรก็ทำทั้งนั้นขอแค่จ่ายเงินมา ยกเว้นไว้อย่างหนึ่งก็คืองานหรืออะไรก็ตามที่จะทำให้ยัยหนูสึนะโยชิเป็นอันตรายผมจะไม่มีวันทำเด็ดขาด

 

" ก็ได้รีบๆหาได้แล้วมาม่อน " เลวี่มันเร่งผมซะแล้วสิ

 

ผมหยิบกระดาษขึ้นมาก่อนที่จะทำภาพน้ำมูกขึ้น

 

" เห็นกี่ทีก็ขยะแขยงจริงเชียว " แขวะเข้าไปเถอะ เหอะๆ แต่แกกับต้องพึ่งมันอยู่ดีไม่ใช่รึไงกันเล่า

 

" ทางใต้ 205 เมตร แล้วลงต่อไปที่ทางตะวันตกอีก 501 เมตร จะเจอกับเป้าหมาย " ผมพูดบอกออกไปตามที่เห็นในรูป

 

" ฉันเลวี่ อาแทนจะออกไปชิงแหวนอัศนีอีกครึ่งหนึ่งมา ถ้าใครขัดขวางจะเป็นใครก็จงฆ่ามันซะ แต่ก็อย่าได้ลืมคำสั่งของบอสถ้าเจอคุณหนูสึนะโยชิ ห้ามแตะต้องเด็ดขาดเข้าใจมั้ยพวกแก "  เลวี่หันไปพูดกับลูกน้องในหน่วยย่อย

 

ผมหันไปมองท้องฟ้าในยามเย็น " เหมือนกับสีเลือดเลยนะ... "

 

" ความขยันและเหี้ยมโหดของนายเนี่ยทำให้เป็นตำแหน่งมือขวาของบอสได้เลยนะเลวี่ " ผมเอ่ยขึ้นมาลอยๆก่อนที่จะต้องแยกกับเลวี่

 

" ฉันไม่สนของพรรณนั้นหรอกแค่ได้ทำเพื่อบอสฉันก็พอใจแล้ว ว่าแต่นายเถอะมาม่อนไม่คิดจะไปหาผู้พิทักษ์สายหมอกแล้วชิงแหวนมาบ้างเหรอ? "

 

ได้ยินมาจากท่านรองมาว่านอกจากยัยหนูสึนะโยชิ  คนอื่นๆที่น่าจะได้เป็นผู้พิทักษ์ก็แค่พวกมือสมัครเล่น

 

" รีบไปตอนนี้ก็เสียเรื่องเปล่าๆ ฉันขออยู่ดูเรื่องสนุกๆอยู่ข้างบนโดยไม่ยุ่งจะดีกว่า ก็ฉันเป็นผู้พิทักษ์สายหมอกนี่นะ " พูดจบผมก็หายไปพร้อมกับภาพมายา

 

.

.

.

 

วันนี้หลังจากฝึกเสร็จผมก็เดินตรงดิ่งกลับบ้านในทันที เหมือนมีลางสังหรณ์อะไรบางอย่างกวนใจผมอยู่ตะหงิดๆ

 

ผมเปิดประตูบ้านเข้าไปก็พบเข้ากับคุณพ่อที่กำลังจะออกไปข้างนอก

 

" คุณพ่อกำลังจะไปไหนเหรอคะ? " คุณพ่อยังคงนิ่งไม่ตอบอะไรจนกระทั่งผมพูดต่อ

 

" พวกเขามาถึงแล้วสินะคะ... "

 

" พวกนั้นมาแล้วเหรอ? " รีบอร์นถามขึ้นบ้าง

 

" ใช่แล้วละเงาของฉันบอกว่าพวกเขาเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ตอนนี้ก็มาถึงญี่ปุ่นแล้วด้วย " คุณพ่อพูดขึ้นแล้วลุกขึ้นยืน

 

" ตอนนี้เป้าหมายของพวกเขาคือผู้พิทักษ์อัศนี ฉันเองก็พยายามติดต่อผู้พิทักษ์คนอื่นๆให้ไปช่วยแล้วแต่ก็ไม่รู้ว่าจะทันมั้ย? "

 

" แรมโบ้!!! " ผมพูดขึ้นก่อนจะเปิดประตูแล้ววิ่งออกไปในทันที แย่แล้ว...มิน่าละผมถึงรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกมาตลอด

 

ต้องรีบหาตัวแล้วไม่งั้นแย่แน่ๆ ผมพยายามวิ่งวนเพื่อหาแรมโบ้ไปตามที่ต่างๆ ใช้สุดยอดลางสังหรณ์ช่วยจนมาถึงตัวแรมโบ้ในที่สุด

 

ที่ตรงนั้นมียามาโมโตะ โกคุเดระ พี่เรียวเฮ ที่มาถึงก่อนได้ช่วยแรมโบ้ไว้แล้ว อี้ผิงเองก็สู้เพื่อปกป้องแรมโบ้ด้วย ให้ตายเถอะเจ้าลูกวัวเอ้ยบอกว่าตัวเองเป็นนักฆ่าแท้ๆสุดท้ายก็ไม่เอาไหน...

 

ฟูตะคุงวิ่งมากอดผมเข้าเต็มเปา " ผมกลัวจังเลยครับพี่สึนะ " ผมลูบหัวฟูตะคุงเบาๆ

 

" ไม่เป็นไรแล้วนะฟูตะคุง "

 

" มาแล้ว " ยามาโมโตะคุงพูดขึ้น หลังจากที่ได้ยินเสียงผิดปกติที่พุ่มไม้

 

สิ่งที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเราก็คือเลวี่ อาแทน

 

" ใครคือผู้พิทักษ์อัศนีส่งแหวนอีกครึ่งมาซะ " เลวี่ตวาดขึ้นดังลั่น

 

ผมเดินออกไปเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ

 

" เก็บอาวุธนั้นลงไปซะเลวี่ อาแทน!!! " ผมพูดเสียงดังฟังชัดให้อีกฝ่ายได้ยิน

 

เลวี่เก็บดาบไฟฟ้ากลับใส่ฝักดาบก่อนจะเรียกผมเบาๆ " คุณหนูกลับไปหาบอสกับผมเถอะครับ "

 

ผมส่ายหน้าปฏิเสธเบาๆ

 

สายลมไหววูบพัดผ่านระหว่างพวกเราที่อยู่กันคนละฝั่ง ผมหลับตาเพราะลมพัดใส่ เมื่อลืมตาขึ้นมาสมาชิกวาเรียก็มากันครบแล้ว

 

วันนี้ซันซัสทำหน้าไม่สบอารมณ์เล็กน้อย สควอโล่เองก็เช่นกัน มาม่อนลอยอยู่ข้างๆเบลที่หยิบมีดขึ้นมาเล่น ลูซซูเลียเองก็ยืนอยู่ใกล้ๆกันบิดตัวไปมาเหมือนทุกที ผมมองกวาดไปทั่วๆอีกครั้งเหมือนมีอะไรหายไป ไม่มีโอล่ามอสก้างั้นเหรอ?

 

" เจ้าพวกสวะส่งแหวนอีกครึ่งหนึ่งมาซะ ไม่งั้นฉันจะฆ่าพวกแกทิ้ง " ซันซัสหันไปพูดกับพวกโกคุเดระคุง และทำเป็นเหมือนมองไม่เห็นผมที่ยืนอยู่ตรงนี้ด้วย ราวกับว่าไม่อยากจะพูดด้วย

 

ซันซัสจุดเพลิงพิโรธขึ้นเหมือนจะลงมือกับพวกเพื่อนๆของผม

 

ได้ๆจะเล่นไม้นี้ใช่มั้ยซันซัสผมจะเล่นด้วยเอง มาลองดูกันไปเลยว่านายจะเมินผมได้ซักกี่น้ำ

 

แผนการเรียกร้องความสนใจที่1 จะกอดแล้วนะ

 

ผมเดินดุ้มๆเข้าไปหาซันซัสที่จุดเพลิงพิโรธในทันที ตามด้วยกอดอีกฝ่ายจากทางด้านหน้าตรงๆ  เพลิงพิโรธมอดดับไปในทันที พร้อมใบหน้าที่ขึ้นริ้วสีแดงด้วยความเขินอาย(?)

 

ครู่ต่อมาคุณพ่อก็มาถึงพร้อมกับฝาแฝด(?)ผมยาวสีชมพูสองคน คุณพ่อแยกตัวผมออกมาจากซันซัสในทันที ก่อนที่จะหยิบม้วนกระดาษขึ้นเปิดอ่านให้พวกเราฟัง จะมีการจัดศึกชิงแหวนขึ้นเพื่อหาตัวผู้สืบทอดที่แท้จริงของวองโกเล่แฟมิลี่ โดยที่มีเชลแบล็คโลเป็นกรรมการคอยจัดการประลอง

 

" และต่อจากนี้เป็นต้นไปจะเป็นการประลองกันระหว่างแฟมิลี่ของซาวาดะ สึนะโยชิปะทะวาเรีย " คุณพ่อประกาศออกมา

 

หลังจากนั้นสองสาวจากเชลแบล็คโลก็ได้มาประกาศการประลองคู่แรก " การประลองคู่แรกเป็นของผู้พิทักษ์อรุณ จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้เวลาสี่ทุ่ม สนามแข่งคือโรงเรียนนามิโมริ "

 

ผมเดินปาดเข้าไปประชิดพวกเชลแบล็คโลและกระซิบเบาๆให้พวกเธอได้ยินเพียงแค่สองคน " ห้ามทำให้งานประลองวุ่นวายหรือทำอะไรทีีไม่เข้าท่าเด็ดขาด มิฉะนั้นฉันจะไปเล่นงานพวกเธอสองคนรวมไปถึงเบื้องบนของพวกเธอซะ "

 

ใช่แล้วละอย่างที่ทุกคนรู้กันอยู่แล้ว เชลแบล็คโลเป็นองค์กรภายใต้สังกัดของแฟมิลี่อะไร... ผมยังจำได้แม่นเลยละ แต่ชาตินี้ยังไม่เจอตัวเลยนี่นะ...

 

หลังจากนั้นผมที่กำลังจะเดินกลับไปหาทุกคนก็โดนสควอโล่อุ้มจนตัวลอยและหายวับไปพร้อมกับสมาชิกวาเรียคนอื่นๆ

 

จริงๆมันไม่ใช่อะไรที่หายวับแบบที่ทุกคนคิดหรอกนะจริงๆมันก็แค่ภาพมายานั้นแหละ ใครมันจะหายตัวได้ฟึ่บฟั่บยังกับนินจาแบบนั้นกันละ ถ้าทำได้ก็ผีแล้ว!!!

 

" เป็นอะไรไปทำไมนิ่งเชียว " สควอโล่ถามผมที่ถูกอุ้มอยู่ด้วยน้ำเสียงระดับโทนปกติ

 

" แค่กำลังคิดอะไรเพลินๆเฉยๆค่ะ "

 

" เธอไม่กลัวฉันจะฆ่าเธอหรือยังไงกัน? ตอนนี้เราถือเป็นศัตรูกันอยู่นะ " น้ำเสียงทีเล่นทีจริงของสควอโล่ทำให้ผมถึงกับไปต่อไม่เป็น

 

" เราเป็นศัตรูกันแค่ตอนประลองค่ะ ตอนนี้ไม่นับ " ผมพูดออกไปตามจริง จริงๆแล้วสมาชิกในวาเรียน่ะไม่ใช่คนไม่ดีหรอกนะ เพียงแค่พวกเค้ายอมทำงานสกปรกเพื่อค้ำจุนวองโกเล่ตลอดมาเลยด้วยซ้ำ  

 

สวอลโล่มองผมอึ้งๆกับคำตอบที่ได้ยิน ในที่สุดเราก็มาถึงคฤหาสน์หลังหนึ่งแถวชานเมืองนามิโมริ สควอโล่วางผมลง เมื่อผมยืนได้อยู่โดยไม่เซแล้วเขาก็จูงมือผมเดินเข้าไปในคฤหาสน์

 

ภายในคฤหาสน์ตบแต่งด้วยโทนสีดำตัดกับสีส้ม ใครเป็นคนสไตล์การตกแต่งแบบนี้กันนะ แต่มันก็สวยดีนั้นแหละ

 

ผมและสวอโล่เดินตรงมายังห้องด้านในห้องหนึ่ง ประตูไม้บานใหญ่ถูกปิดอยู่สนิท  สควอโล่ปล่อยมือผมที่เจ้าตัวจับจูงมาตลอด ก่อนจะเอ่ยปากพูด

 

" บอสเฮงซวยรอเธออยู่ข้างใน... ถึงมันจะดูเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีนักสำหรับสิ่งที่พวกเราทำลงไปทั้งหมด แต่ก็อยากให้เธอได้รู้เอาไว้ว่าพวกเราทำทุกอย่างเพื่อเธอเสมอ... " สควอโล่พูดออกมาทั้งหมด...นั้นคือความจริงสินะ

 

ผมกวักมือเรียกให้สควอโล่เข้ามาใกล้ๆผม ก่อนที่จะดึงหน้าของอีกฝ่ายลงมาแล้วประกบจูบไปเบาๆ

" ขอบคุณมากนะคะสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำเพื่อหนูเสมอมา "

 

จากนั้นผมก็เปิดประตูและเดินมุดเข้าไปในห้องทันที >///<  ผมเดินสะดุดพรมหน้าทิ่มลงไปกับพื้น

มือชะมัดเลยให้ตายสิ ผมเดินคลำทางไปตามแสงสีส้มสลัวๆภายในห้องจนไปหยุดที่เตียง

 

" มานี่สิ... " ซันซัสเรียกให้ผมไปหาใกล้ๆ ผมถอดรองเท้าถุงเท้าแล้วปีนขึ้นไปบนเตียงใกล้ๆกับซันซัส

 

ซันซัสกดหัวผมให้ล้มลงไปนอนบนตักของเขาเหมือนทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน(?)  ผมเองก็นอนลงไปอย่างว่าง่าย

 

ซันซัสเริ่มยื่นมาขึ้นมาลูบหัวของผมเบาๆ แล้วถามในสิ่งที่เจ้าตัวต้องการรู้ " ฉันไม่ต้องการที่จะเป็นศัตรูกับเธอหรอกนะ สึนะถ้าฉันชนะจะไม่โกรธใช่มั้ย? "

 

" ไม่โกรธหรอกค่ะ แต่ฝั่งที่จะชนะน่ะคือหนูต่างหากละ ถ้าพี่ซันซัสแพ้ละก็หนูขออะไรอย่างหนึ่งได้มั้ย? " ผมพูดออกไปทีเล่นทีจริง

 

" ได้สิ " ไม่ต้องครุ่นคิดใดๆทั้งสิ้น ซันซัสตอบออกมามันทีโดยไม่ลังเล ก็รู้หรอกนะว่าเขาตามใจผมทุกอย่างมาตลอดแต่ไม่คิดเลยว่าจะยอมทุกอย่างขนาดนี้

 

" วันนี้ดึกมากแล้วอยู่ที่นี่ไปก่อนก็แล้วกัน แล้วพรุ่งนี้จะไปส่งที่โรงเรียน " ซันซัสพูดขึ้นก่อนที่เขาจะผละตัวลุกออกไปจากเตียง

 

ผมดึงมือของซันซัสเอาไว้ ทำให้เขาหันกลับมามอง " พี่ซันซัสคืนนี้นอนด้วยกันได้มั้ย หนูไม่ชินกับที่นี่กลัวจะนอนไม่หลับ ที่นี่ไม่เหมือนที่บ้าน ไม่เหมือนห้องที่ปราสาทวาเรีย ถ้าหนูอยู่คนเดียวคงนอนไม่หลับ "

 

ซันซัสถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะถอดเสื้อคลุมตัวนอกแล้วพาดไว้ที่โซฟาในห้อง แล้วขึ้นมานอนบนเตียงกับผม

 

หลังจากนั้นพวกเราทั้งสองก็เข้าสู่ห้วงนิทรา...

 

 

2020.07.15 Wednesday

ตอนนี้ค่อนข้างแจกบท

สึนะน้อยแอบเปลืองตัว555

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

264 ความคิดเห็น

  1. #235 knunkim (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 11:20
    อยากเห็นปฏิกิริยาของสคอลโล่หลังจากโดนจูบจัง
    #235
    0
  2. #174 ราดีนซิส ลีอา (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 18:22
    เฮียหลามนำเจ้าคะ
    #174
    0
  3. #149 k-on (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 21:57
    ผู้พิทักษ์สึจังวิ่งกันหน้าตั้งเเล้วมั้ยเนี่ย 55555 ซันซัสโหมดอ่อนโยนดีต่อใจจริงๆ งืออออออ
    #149
    0
  4. #148 Nam-Prem (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 20:14

    สับจนตุ๊กตาจะยุบแล้ว อีกนิดเดียว
    #148
    0
  5. #147 CatherinecatJan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 19:04

    จิกกางเกงขาดเลยค่าาาา
    #147
    0
  6. #145 Jim jilmika (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 17:01

    สึจังคือสิ่งที่อัตรายที่สุดคะ

    รอคะ

    #145
    0
  7. #144 pimmadakiddee (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 16:57

    ซันซัสทำไมอ่อนโยนแบบนี้ล่ะ แต่ล่ะคนในวาเรียแลดูอ่อนโยน //งานดีมาก!
    #144
    0