[ Fic KHR ] All(fem 27)

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 เยือนอิตาลี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,968
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 207 ครั้ง
    22 มิ.ย. 63

บทที่ 2 เยือนอิตาลี

 

หลังจากที่ได้ยินเรื่องที่คุณพ่อกับรุ่นที่ 9 ได้คุยกันเมื่อวาน ฉันก็พอเดาสภาพตัวเองได้เลยว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นต่อ...ก็คงต้องไปอิตาลีสินะ

 

" สึจัง คิดอะไรอยู่เหรอ? " เสียงของยัสคุงดังขึ้นในโสตประสาท ทำให้ผมหันขวับไปมองในทันทีตามสัญชาตญาณพร้อมดวงตาดุๆ

 

" สึจังทำหน้าน่ากลัวจังเลย " ยัสคุงทำหน้ามุ่ยคล้ายจะร้องไห้

 

" อ๊ะ...ขอโทษนะยัสคุง พี่ไม่ดีเองที่ทำหน้าน่ากลัว อย่าร้องไห้เลยนะ " เฮ่อให้ตายสิ สัญชาตญาณมาเฟียบ้านี่มันอะไรว่าเนี่ย แค่ได้ยินอะไรนิดอะไรหน่อยก็เผลอรังสีสังหารออกมาแบบนี้ คราวหลังต้องคุมตัวเองดีๆซะแล้วสิ

 

" อืมไม่ร้องหรอกผมเป็นลูกผู้ชายนะ ไม่ร้องไห้ง่ายๆหรอก " ยัสคุงพูดขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจ ผิดกับเมื่อกี้เลยนะ อ๊ะไม่ร้องก็ไม่ร้อง

 

" แล้วยัสคุงมาเรียกพี่ทำไมเหรอ? " ผมทำหน้าไร้เดียงเอียงคอ มองบัสคุง

 

"  ผมได้ยินมะม๊ากับปะป๊าคุยกัน ปะป๊าบอกว่าจะพาสึจังไปอิ....อิ....อิอะไรสักอย่างเนี่ยแหละ สึจังจะไม่ไปใช่มั้ย "  ยัสคุงทำหน้าออดอ้อน ก็นะเด็กนี่ติดฉันสุดๆไปเลยละ

 

" ... " ผมไม่รู้ว่าจะตอบยัสคุงยังเลยได้แต่เงียบ คงให้สัญญาไม่ได้หรอกนะว่าจะไม่ไปน่ะ

 

แล้วความเงียบระหว่างฉันกับยัสคุงก็จบลงด้วยเสียงเรียกไปกินข้าวเที่ยงของมะม๊ากับซัสคุง

" สีจังข้าวเที่ยงเสร็จแล้วนะ " x2

 

" ค่ะมะม๊า " หลังจากนั้นผมจึงยื่นมือไปจับมือของยัสคุง " ไปกินข้าวเที่ยงกันเถอะยัสคุง "

 

หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อย ผมกับยัสคุงก็ยังคงเงียบใส่กัน ไม่ใช่ผมหรอกนะที่เป็นฝ่ายเงียบแต่เป็นอิเอยาสึต่างหากละ ดูท่าแล้วเด็กคนนี้จะใจแข็งกว่าที่ผมคิดไว้ละนะ ทั้งๆที่คิดว่าหลังกินข้าวเสร็จจะยอมเปิดปากคุยกับผมก่อนแท้ๆ...เฮ่อ

 

หลังจากนั้นคุณพ่อก็กลับมาถึงบ้านในช่วงบ่ายๆ เพราะวันนี้คุณพ่อไปส่งรุ่นที่ 9 ที่สนามบินมา และสุดยอดลางสังหรณ์ของผมก็กำลังร้องเตือนว่าคุณพ่อกำลังจะมาคุยกับผมเรื่องที่จะให้ไปอิตาลี

 

" สึนะพ่อมีเรื่องที่ต้องคุยกับลูกอย่างจริงจัง " คุณพ่อพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับเอามือแตะเข้าที่บ่าฉัน

 

" ปะป๊ามีอะไรจะบอกกับหนูเหรอคะ? " เอียงคอทำหน้าให้ดูน่ารักที่สุด ไหนๆก็ใบหน้าที่น่ารักขนาดนี้แล้วต้องใช้ให้คุ้มค่าสิ

 

" พ่ออยากให้สึนะไปอิตาลีกับพ่อ "

 

" หนู... " ก่อนที่ผมจะได้พูดอะไรออกไปก็มีเสียงดังขึ้นขัดเสียงของผมเข้าซะก่อน

 

" ผมไม่ให้สึจังไป " เสียงประสานกันอย่างสามัคคีของซัสคุงและยัสคุงก็ดังขึ้น พร้อมกับที่ทั้งคู่เดินเข้ามากอดแขนของผมกันไว้คนละข้าง ไม่ยอมปล่อย

 

" ทำไมหนูถึงต้องไปที่นั้นเหรอคะ? " ผมแกล้งถามคุณพ่อออกไปทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่า ทำไมถึงต้องไป แต่คนที่ให้คำตอบกับผม กลับไม่ใช่คุณพ่อแต่เป็นคุณแม่

 

" คุณพ่อบอกกับแม่ว่า หัวหน้าของคุณพ่อโนโน่อยากจะให้สึนะไปเรียนต่อที่อิตาลีน่ะจ๊ะ " คุณแม่ตอบออกมาแบบยิ้มๆแล้วยื่นมือมาลูบหัวของผม

 

" ใช่แล้วละก็สึนะจังของปะป๊าเป็นคนฉลาด โนโน่เขาก็เลยอยากให้ลูกไปเรียนต่อที่นั้น " ดูเหมือนคุณพ่อจะใช้เหตุผลเรื่องนี้มาอ้าง ถ้าเป็นตัวผมคนก่อนก็คงเชื่อแล้วละ แต่ก็อย่างที่บอกอดีตวองโกเล่เดชิโม่อย่างผมไม่เชื่ออะไรง่ายๆหรอก

 

" ปะป๊ากับมะม๊าอยากให้หนูไปเรียนที่อิตาลีเหรอคะ? " กระพริบตาพริบๆจนคล้ายว่าน้ำตาจะไหลออกมา

 

" สีจัง " x2 ฝาแฝดทั้งสองคนกอดแขนของผมแน่นกว่าเดิม เพราะกลัวผมจะร้องไห้ เดี๋ยวๆพวกนายสองคนจะกอดกันแน่นเกินไปแล้ว นี่ผมแค่สตอเบอรี่แกล้งเนียนจะบีบน้ำตาเองนะ สองคนนี่เชื่อคนง่ายไปแล้ว ไหนบอกว่าฝาแฝดจะสัมผัสถึงความรู้สึกนึกคิดของอีกฝ่ายได้ยังไงละ โกหกกันสินะ

 

" หนูสัญญากับซัสคุงแล้วก็ยัสคุงไว้แล้วว่าจะไปโรงเรียนด้วยกัน... ถ้าหนูไปเรียนที่นั้นก็เท่ากับว่าหนูจะต้องผิดสัญญากับน้องของตัวเองนะสิคะ "

 

" ก็ได้พ่อยอมแล้ว พ่อจะให้พวกลูกเข้าโรงเรียนที่นี่นั้นแหละ แต่จนกว่าจะถึงเวลาเปิดเรียนลูกต้องไปอิตาลีกับพ่อก่อนนะค่ะคนดี " คุณพ่อพูดจาแบบยอมแพ้แบบสุดๆแต่ก็นะ สุดท้ายผมก็ต้องไปอิตาลีจริงๆ

 

ผมพยักหน้าตอบรับคุณพ่อก่อนที่จะหันไปมองหน้าซัสคุงและยัสคุง " พี่ต้องไปจริงๆ อย่าโกรธพี่เลยนะ ยัสคุงซัสคุง...พี่ไปแป๊ปเดียวเดี๋ยวก็กลับมา เดี๋ยวพวกเราก็เจอกันแล้ว " ผมพูดโน้มน้าวน้องชายฝาแฝดทั้งสองคน

 

" ไปแป๊ปเดียวจริงๆนะ สึจังไม่โกหกผมนะ ใช่มั้ย? "  ยัสคุงเริ่มถามเข้าประเด็นเดิม

 

" ไปแป๊ปเดียวจริงๆ "

 

.

.

.

 

วันถัดมา

 

ตอนนี้ผมกำลังอยู่ที่สนามบินและกำลังจะเตรียมตัวขึ้นเครื่อง ตอนนี้คุณพ่อของผมกำลังอุ้มผมไปยังลานจอดเครื่องบิน

 

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของผมคือเครื่องบินส่วนตัวที่มีตราสัญลักษณ์ของวองโกเล่อยู่ พร้อมด้วยกลุ่มชายในชุดสูทสีดำหลายคนที่กำลังจ้องมาทางผม

 

ด้วยความรำคาญผมจึงเงยหน้าขึ้นมาจากอกของคุณพ่อและมองไปยังชายชุดดำเหล่านั้นโดยปล่อยรังสีอำมหิตออกมา เพื่อขู่ให้พวกเขาเก็บสายตาของตัวกลับไป และเลิกจ้องผมสักที

 

เมื่อโดนรังสีอำมหิตจากผมเข้าไปพวกเขาก็พร้อมใจกันหลบตาจากผมในทันที ดูเหมือนว่าคุณพ่อจะรับรู้ได้ถึงรังสีอำมหิตที่ผมปล่อยออกมาเมื่อครู่  ทำให้คุณพ่อมองเหล่าลูกน้องพวกนั้นด้วยความแปลกใจและหันกลับมามองผมที่อยู่ในอ้อมแขน ผมจึงใช้ดวงตากลมโตมองผู้เป็นพ่ออย่างออดอ้อนกลบเกลื่อนในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป

 

จากสนามบินโตเกียวถึงสนามบินในโรม ใช้เวลาบินประมาณ 14 ชม. ผมซึ่งเอาแต่นอนหลับมาตลอดทางนั้นไม่ได้รู้สึกเหนื่อยล้ากับการเดินทางเท่าไหร่นัก

 

หลังจากลงจากเครื่องก็มีคนของวองโกเล่รออยู่ ดูเหมือนจะเป็นโอเลกาโน่จาก CEDEF  มาเพื่อรอรับคุณพ่อซึ่งเป็นราชสีห์หนุ่มแห่งวองโกเล่และหัวหน้าผู้ดูแลนอกแก๊ง

 

" คุณท่านคะ...เด็กคนนั้นคือคุณหนูสึนะโยชิ? " โอเลกาโน่เอ่บปากถามผู้บังคับบัญชาของตน

 

" ใช่แล้วละนี้คือสึนะโยชิลูกสาวสุดน่ารักของฉัน " คุณพ่อบอกกับโอเลกาโน่ด้วยน้ำเสียงพากย์ภูมิใจแบบสุดๆ ก่อนที่จะหันมาผมและแนะนำลูกน้องให้ฟัง " สึนะจัง พี่สาวคนนี้ชื่อโอเลกาโน่นะ "

 

ฉันเงยหน้ามามองพี่สาว(?)ที่อยู่ตรงหน้า ผมสีน้ำตาลอ่อนม้วนผมเก็บเป็นระเบียบ แว่นตากรอบสีดำและชุดสูท เธอคือคุณโอเลกาโน่สินะ จริงๆก็รู้อยู่แล้วละ แต่ก็เพื่อความมีมารยาท(?)

 

" สวัสดีค่ะพี่โอเลกาโน่ หนูชื่อซาวาดะ สึนะโยชิค่ะ " มองไปทางพี่สาวตรงหน้าแล้วยิ้มให้ ดูเหมือนเธอจะสบตากับผมเข้าให้ ทำให้ในขณะที่เธอกำลังจะยิ้มตอบผม ก็หยุดสะตั้นไปหลายวิก่อนที่จะยิ้มให้ผมและพูดประโยคต่อไป

 

" สวัสดีดีค่ะ คุณหนูสึนะโยชิ ดิฉันโอเลกาโน่คะ "

 

หลังจากนั้นโอเลกาโน่ก็นำพวกเราไปที่รถลีมูซีนคันหนึ่ง มีกลุ่มลูกน้องที่ทำหน้าที่คุ้มกันจากวองโกเล่มาเปิดประตูรถให้ คุณพ่อก็เข้าไปในที่ข้างในตัวรถและวางฉันไว้ที่เบาะรถข้างๆตัว

 

" ปะป๊าเรากำลังจะไปไหนกันเหรอคะ? " ถามออกไปทั้งๆที่ในใจของผมก็รู้อยู่แล้วว่าเส้นทางสายนี้จะนำพาไปยังที่ไหน

 

" พวกเรากำลังจะไปปราสาทวองโกเล่กัน " คุณพ่อบอกออกมาตามตรง เว้นครู่หนึ่งก่อนที่จะเอ่ยพูดขึ้นอีกครั้ง

 

" สึนะ...จริงๆแล้วพ่อไม่ใช่ช่างขุดบ่อน้ำมันหรอกนะ " ในที่สุดคุณพ่อก็พูดความจริงออกมา " จริงๆแล้วพ่อเป็นมาเฟีย "

 

" ... "

 

" สึนะ " ไม่ใช่ว่าตัวผมจะยอมรับไม่ได้หรอกนะ เรื่องที่พ่อเป็นมาเฟียน่ะ ก็แค่ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงดีมันก็เท่านั้น คุณพ่อที่ผมเคยรู้จักไม่เคยบอกอะไรกับผมเลยจนกระทั่งเกิดศึกชิงแหวน แต่วันนี้คุณพ่อก็ได้บอกมันออกมาแล้ว...

 

" คุณพ่อไม่ได้โกหก " เพราะไม่รู้จะตอบอะไรออกไปก็เลยทำได้แค่พูดประโยคแบบนี้ออกมา

 

 

 

2020.06.22  Monday

น้องกำลังจะไปอิตาลีแล้ว

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 207 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

250 ความคิดเห็น

  1. #161 ราดีนซิส ลีอา (@mainajaah) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 17:35
    เราสงสัยอย่างสึนะเป็นแฝดคนโตสุดใช้มั้ยอะ
    #161
    1
    • #161-1 knunkim (@kimmy1999k1) (จากตอนที่ 3)
      23 พฤศจิกายน 2563 / 13:56
      ใช่ค่ะ
      #161-1