สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 82 : ล้มกระดาน 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 ธ.ค. 63

ปัง!!

กระสุนปริศนาแหวกความมืดทะลุผ่านช่องว่างของกำแพงมนุษย์ที่รายล้อม เล่นเอาเป้าปะทะเซเสียหลักแล้วค่อยๆ ทรุดตัวลงจนพัทธดนย์ต้องหันมองด้านหลัง เพราะรู้สึกว่าคู่หูของเขาไม่ได้ยืนอยู่ในระดับความสูงเท่าเดิม

“เขต!”

ท่ามกลางความตื่นตะลึง ผู้ลั่นไกก็เผยตัวพร้อมยกปืนเดินเข้าหา วีรชัยได้สติเร็วกว่าที่คาด เพราะคนฟาดไม่ชำนาญเท่าที่ควร เขาใช้ลูกกุญแจสำรองที่ติดตัวมาปลดล็อกกุญแจมือ แล้วไปหยิบปืนอีกกระบอกที่พกติดรถมาด้วย

“พวกมึงมันร้ายจริงๆ ทีนี้ก็เหลือมึงคนเดียวแล้วไอ้ดนย์ วางปืนซะ”

พัทธดนย์เริ่มหวั่นใจ แต่ยังไม่อยากยอมแพ้แม้จะเสียเปรียบเต็มที สองมือหนายังกระชับปืนไว้แน่นเมื่อได้ยินเหมือนเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากกำลังวิ่งมาทางนี้

ช่วงเวลาแห่งความอึดอัดถูกสลายไปด้วยความโกลาหลวุ่นวายที่เข้ามาแทนที่ เพราะเสียงปืนระลอกหลังทำให้ตำรวจที่เพิ่งเข้าปิดล้อมสถานที่ค้นหาพิกัดที่เฉพาะเจาะจงจนพบ เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าจับกุม เหล่าสมุนปลายแถวก็แตกตื่นวิ่งหนีกันให้วุ่น แต่ไม่มีใครคิดสู้เพราะไม่มีอาวุธที่ทัดทานกับปืนของเจ้าหน้าที่ได้ ทว่านายโก้และผู้บงการใหญ่ก็ยังฮึดฮัดขัดขืน ไม่ยอมศิโรราบโดยง่าย

หลังจากพยายามเอาไม้จิ้มฟันไปงัดไม้ซุงอยู่ไม่กี่กระบวนท่า ความอ่อนล้าและความชราก็เริ่มออกฤทธิ์ สุดท้าย...วีรชัยจึงถูกจับกุมพร้อมเหล่าลูกสมุนที่ร่วมก่อเหตุครบทีม โดยมีหลักฐานการกระทำความผิดชัดเจนจนดิ้นไม่หลุด

ระหว่างนั้นพัทธดนย์ช่วยประคองร่างรัฐเขต และได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สองนายคุ้มกันออกมาด้านนอกเพื่อความปลอดภัย ปากก็พร่ำถาม “เขต นายเป็นอะไรไหม”

“ไม่เท่าไหร่ แค่จุก” รัฐเขตเอามือกุมช่องท้อง แม้มีเสื้อกันกระสุน แต่เวลาโดนยิงเข้าจริงๆ มันก็ยังเจ็บอยู่ดี

“เออๆ อดทนหน่อย”

ภายนอกโกดังมืดมิดแต่ไม่ได้สับสนวุ่นวายอย่างที่คิด ด้วยกำลังตำรวจมีมากและจัดการตามยุทธวิธี อีกทั้งยานพาหนะก็จอดห่างจากตัวโกดังพอสมควร กว่าจะเดินมาถึงรถตำรวจก็เล่นเอาแทบหมดแรง กระนั้นจอมเวทเจ้าแผนการก็ยังโวยใส่ผู้ร่วมขบวนการอีกคนได้อยู่

“ทำไมมาช้าจังวะ”

“อย่าให้เล่าเลย ถ้ามึงรู้ เดี๋ยวมึงก็ด่ากูอีก” เมฆินทร์ที่ยืนพิงรถตัวเองรีบเข้ามาช่วยประคองรัฐเขต เพื่อให้เพื่อนของเขาได้พักเช่นกัน

“ไม่เล่ามึงก็โดนด่าอยู่ดี บอกมา” พัทธดนย์ขู่หลังปล่อยมือจากคนเจ็บ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นร่างค่อนข้างบางก้าวลงมาจากรถ “นี่มึงพาขนมมาด้วยเหรอ”

เจ้าของรถคันนั้นอวดลักยิ้มพลางว่า “ใครว่ากูพามาแต่ขนมล่ะ รันกับมิ้นท์ก็มาด้วย”

เจ้าของร่างสูงสง่าส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ อยากบริภาษหนุ่มตี๋แต่ยังไม่ทันได้ทำ ขวัญจิราก็โผเข้ามากอดเขาทั้งน้ำตา จนชายหนุ่มต้องกอดตอบเธอเพื่อปลอบประโลม “มาทำไมขนม...มันอันตราย”

“ก็รู้ว่าอันตรายแล้วคุณมาทำไมเล่า”

“ผมไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย แต่ผมถูกจับตัวมาต่างหาก”

หญิงสาวผละออกจากอกอุ่นเพื่อจะสบตาเขา แต่ยังไม่คลายวงแขนที่โอบรั้งร่างหนา “อย่ามาทำเนียนนะ หนมรู้หมดแล้วว่ามันเป็นแผน แต่ทำไมต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงแบบนี้ ถ้าพลาดพลั้งขึ้นมาจะทำยังไง”

พัทธดนย์ปาดน้ำตาบนแก้มนวล ทั้งยังสัมผัสเลยไปจนถึงหลังใบหู “ผมขอโทษที่มาโดยไม่บอกคุณ ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง ขอโทษที่เล่นอะไรแผลงๆ แล้วยังลากพี่เขตของคุณมาเสี่ยงด้วย แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้เราก็จะไม่มีหลักฐานที่แน่นหนาพอจะจัดการกับผู้บงการตัวจริง” 

“แล้วคุณไม่เป็นไรใช่ไหม ปลอดภัยดีใช่หรือเปล่า”

“ผมไม่เป็นไร”

ได้ยินแบบนั้นขวัญจิราก็เบาใจ แต่ดูเหมือนเธอเพิ่งจะรู้สึกว่าตัวเองมองข้ามอะไรบางอย่างไป อย่างน้อยก็ร่างของรัฐเขตที่สะบักสะบอมจากการชกต่อย

“ขนมยังโกรธพี่อยู่เหรอ” นั่นเป็นประโยคแรกที่รัฐเขตกล่าวกับหญิงสาว หลังจากทำให้เธอผิดหวังในตัวเขา

ขวัญจิราส่ายหน้า ละออกจากพัทธดนย์แล้วหันหลังมาเพื่อสนทนากับชายหนุ่มอีกคน “ไม่ค่ะ หนมเข้าใจแล้วว่าพี่เขตไม่ได้หลอกใช้ แต่หนมแค่ไม่รู้จะเริ่มต้นคุยกับพี่ยังไงดี”

“ก็ทำเหมือนเดิมได้ไหม”

“ถ้าเหมือนเดิม หมายถึงให้หนมเป็นน้องสาวของพี่ หนมยินดีเสมอค่ะ”

เธอยิ้มแต่ไม่ค่อยร่าเริงเหมือนทุกที แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้คนถามยิ้มตาม เขาค่อยๆ เดินมาหาหญิงสาวตรงหน้าอย่างเชื่องช้าเพราะสภาพร่างกายไม่อำนวยก่อนยื่นมือไปจับศีรษะเธออย่างเอ็นดู

“พี่ขอถามอีกอย่างสิ ขนมเป็นห่วงพี่บ้างหรือเปล่า”

“ห่วงสิคะ พวกพี่ทำเรื่องเสี่ยงขนาดนี้หนมก็ต้องห่วงอยู่แล้ว ห่วงทั้งสองคนนั่นแหละ”

รัฐเขตยิ้มอย่างพอใจในคำตอบ เขารู้อยู่แล้วว่าตอนนี้ที่หนึ่งในใจขวัญจิราคือพัทธดนย์ แต่การที่เธอยอมรับว่าห่วงเขาและยอมสบตาในระยะประชิดเหมือนที่เคย ก็หมายความว่าเธอไม่ได้โกรธเขาแล้วจริงๆ

แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขอแก้แค้นไอ้คนเจ้าเล่ห์ที่ทิ้งระเบิดรักไว้ให้เขาหน่อยเถอะ

“ไม่จริงหรอก ห่วงทั้งสองคนแล้วทำไมขนมถึงกอดดนย์แค่คนเดียว”

ชายหนุ่มว่าพลางอ้าแขนออกกว้างเหมือนในยามที่เขาขอเธอกอด แต่ขวัญจิรายังยืนนิ่ง ก็ตอนนี้หญิงสาวอีกสองคนที่มาพร้อมกับเธอลงมาจากรถแล้ว และหนึ่งในนั้นก็กำลังจ้องมองมาที่เจ้านายมาดขรึมของตัวเองอย่างห่วงใย แค่นี้ก็เป็นเหตุผลมากพอที่เธอไม่ควรกอดรัฐเขตอีก

ขวัญจิรากำลังจะตอบปฏิเสธ แต่เพียงขยับตัวนิดเดียวชายคนที่ยืนด้านหลังก็คว้าแขนเธอไว้แล้ว

“ห้ามเด็ดขาดนะ ต่อไปนี้ผมไม่ยอมให้คุณกอดเขาอีกแล้ว” พัทธดนย์กำชับเสียงขุ่น พอรู้อยู่หรอกว่าถูกแก้ลำ แต่เขาก็หงุดหงิด

รัฐเขตเห็นแบบนั้นก็อมยิ้ม “น่าน้อยใจจริงๆ คงไม่มีใครห่วงพี่ล่ะมั้ง ไม่เห็นมีใครมากอดพี่บ้างเลย”

มนสิชาหวั่นไหวกับดวงตาคมที่จ้องมาเหลือเกิน ลึกๆ แล้วเธอก็อยากไปหาเขา แต่ไม่รู้จะเข้าไปในฐานะอะไร จึงได้แต่มองหน้ารัญชยา...ผู้ซึ่งรู้ความนัยทุกอย่างดี

ท่ามกลางความกระอักกระอ่วนใจ รัญชยาก็รู้งาน จึงโผเข้ากอดพี่ชายอย่างอ้อนๆ “โอ๋ๆ ไม่ต้องน้อยใจนะพี่เขต เดี๋ยวรันกอดเอง เจ็บตรงไหนไหมเนี่ย”

“นิดหน่อย” รัฐเขตกอดตอบน้องสาวครู่หนึ่งก็นึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องสำคัญต้องพูดกับผู้ร่วมชะตากรรม “ดนย์ หุ้น Wish น่ะ ฉัน...ไม่ได้คิดจะเอาคืนหรอกนะ นายรับมันไว้ได้หรือเปล่า ถือซะว่าเป็นการไถ่โทษ”

พัทธดนย์ไหวไหล่ ไม่ตื่นเต้นดีใจแม้แต่น้อย ก็ใจเขามีคำตอบอยู่แล้วว่าจะคืนหุ้นทั้งหมดให้เจ้าของเดิม เพราะถือว่าได้รับสิ่งล้ำค่ามากกว่านั้นมาแล้ว แต่ยังไงก็คงต้องถามความเห็นจากภรรยาในนามเสียก่อน

“ว่ายังไงขนม จะรับหุ้น Wish ไว้ไหม”

“หุ้นอะไรคะ ทำไมต้องให้หนมตัดสินใจด้วย”

“ก็รัฐเขตโอนหุ้น Wish ให้ผมหลังจากที่เราจดทะเบียนสมรสกันได้ไม่กี่วัน เพราะฉะนั้นมันเป็นสินสมรสที่คุณมีสิทธิ์อยู่ครึ่งนึง”

“แต่หนมเซ็นใบหย่าไว้แล้วนี่ ทะเบียนสมรสจะมีผลได้ยังไง” ขวัญจิราแสดงสีหน้างงงันหนักหน่วง

“แผ่นที่คุณอ่านน่ะใบหย่า แต่ไอ้แผ่นที่เซ็นน่ะมันใช่ซะที่ไหน” คนเจ้าเล่ห์เริ่มเผยทั้งรอยยิ้มมุมปาก

“แล้วคุณหลอกให้หนมเซ็นอะไรเนี่ย มิน่า...ถึงชวนคุยตอนจะเซ็นเอกสาร”

พัทธดนย์รวบมือบางที่พยายามทุบเขา แล้วอธิบายอย่างใจเย็น “มันเป็นใบรับโอนหุ้น Spell ผมโอนหุ้นที่ผมมีทั้งหมดให้เป็นชื่อคุณ แล้วแนบใบทะเบียนสมรสของเราไปด้วย ตอนนี้เท่ากับว่าคุณเป็นเจ้าของ Spell แล้วนะ”

ขวัญจิรานิ่งงัน พูดอะไรไม่ออกเพราะไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะไว้ใจเธอขนาดยอมยกสิ่งที่หวงแหนและภูมิใจที่สุดให้ หากแต่รัฐเขตกลับไม่ได้เงียบแบบนั้น

“นี่น่ะเหรอ แผนปกป้อง Spell ที่นายเตรียมไว้ แนบเนียนดีนี่”

น้ำเสียงทุ้มนั้นทำให้หญิงสาวได้สติ เธอประเมินจากสายตาของสองหนุ่มก็พอเข้าใจว่านี่คงเป็นอีกหนึ่งในแผนการของพวกเขา จึงแสร้งทำบูดบึ้ง “เล่นอะไรกันอีกคะเนี่ย โอนหุ้นกันไปมาเหมือนเป็นเรื่องสนุกไปได้”

“ผมเปล่านะ เขาเลย เรื่องโอนหุ้นนี่รัฐเขตเป็นคนต้นคิดทั้งนั้น” พัทธดนย์รีบชิ่ง

“พี่ก็ไม่รู้เรื่อง” รัฐเขตปฏิเสธเช่นกัน แต่พอมองหน้าผู้ร่วมขบวนการด้วยกันเองแล้วกลับหัวเราะออกมา กระนั้นก็ยังไม่ลืมเรื่องที่ต้องให้ขวัญจิราตัดสินใจ “แล้วตกลงว่ายังไง ขนมจะรับหุ้นไว้ไหม”

“หุ้น Wish หนมขอคืนค่ะ และหวังว่าคุณดนย์จะคิดเหมือนกัน” เธอตอบเสียงหวาน แต่พอหันกลับไปหาจอมเวทเจ้าแผนการกลับเสียงเข้มขึ้น “แต่ขอยึดหุ้น Spell ไว้ก่อน เพราะน่าจะมีเรื่องที่ต้องเคลียร์กับเจ้าของคนเดิมเป็นการส่วนตัว”

ระหว่างนั้น เมฆินทร์ที่เงียบมาพักใหญ่ก็เริ่มสะกิดเพื่อน “เออนี่ ขอฟ้องหน่อยเถอะ ใครบอกว่าขนมกับมิ้นท์จะยอมกลับบ้านง่ายๆ วะ เอาเข้าจริงๆ น่ะโคตรดื้อทั้งสองคนเลย กูพยายามพูดหว่านล้อมตามที่มึงบอกแล้วก็ไม่ได้ผล”

“แล้วมึงก็เลยบอกเรื่องแผนทั้งหมดกับสาวๆ ใช่ไหม”

“ก็กูสงสารนี่ มึงไม่รู้หรอกว่าเวลาเห็นผู้หญิงสองคนเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อโดยที่ไม่รู้อะไรเลย มันลำบากใจนะโว้ย จะให้กูทิ้งไปหาตำรวจตามแผนก็ไม่ได้ กูไม่รู้จะทำยังไงก็เลยโทรปรึกษารัน แล้วนี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้กูพาตำรวจมาหามึงช้า”

ตัวต้นคิดอย่างพัทธดนย์จะดูไม่สบอารมณ์นัก แต่รัฐเขตไม่คิดเช่นนั้น “ขอบคุณนะที่ช่วยดูแลทั้งขนมและมิ้นท์ อ่อ...ขอบคุณที่อาสาจะช่วยเอารันไปดูแลด้วย”

เพียงแค่นั้นหนุ่มตี๋ก็ยิ้มจนตาหยี ตอบรับอย่างน่าหมั่นไส้ “ด้วยความยินดีครับ”

***********************************

ไรท์มีความในใจมากมายที่อยากตัวละครหลายตัวเลยค่ะ

รี้ดอยากบอกอะไรตัวละครไหนกันบ้าง...เม้นได้เลยน้าาาา

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น