สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 81 : ล้มกระดาน 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ธ.ค. 63

ไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง...วงเหล้าที่เคยครึกครื้นก็เริ่มสร่างซา ด้วยกับแกล้มและเครื่องดื่มที่เตรียมมาไม่ได้มีมากมาย ครั้นจะซื้อเพิ่มก็ไม่มีใครอาสาขับรถผ่านเส้นทางเปลี่ยวออกไปสักคน และรู้ดีว่านายใหญ่ก็กำลังจะกลับเข้ามาในอีกไม่ช้า ยิ่งห้องบนชั้นลอยที่ใช้คุมขังตัวประกันเงียบกริบ เหล่าผู้ก่อการก็ยิ่งได้ใจว่าภารกิจคงราบรื่น จนกระทั่งรถยนต์คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดในโกดังอีกครั้ง

วีรชัยต้องหัวเสียที่เห็นร่องรอยแห่งความคึกคะนองของเหล่าสมุนรับจ้าง ปากก็พร่ำบ่นด้วยความไม่ได้ดั่งใจ จึงได้ไล่ตะเพิดชายฉกรรจ์มาดจิ๊กโก๋ทั้งหลายให้เลิกสุมหัวแล้วไปทำงานให้คุ้มค่าแรง ทั้งที่พวกมันทั้งเมาทั้งง่วง เดินโงนเงนไม่ตรงทาง ส่วนตัวผู้บงการใหญ่ก็หอบเอกสารที่จัดเตรียมมาเป็นอย่างดีเข้าไปยังสถานที่คุมขัง

สภาพภายในนั้นไม่ได้มีอะไรผิดคาด ผู้ถูกกักตัวทั้งสองยังอยู่กันคนละมุมห้อง แต่แปลกตรงที่อดีตเจ้าของ Wish นั้นนั่งหลับตา คอพับคออ่อน ก้มหน้าเสียจนตัวแทบเอน

“นั่นรัฐเขตเป็นอะไร” ชายสูงวัยถามตัวประกันอีกคนที่ดูปกติมากกว่า

“ไม่รู้สิ ป่วยมั้ง เรียกตั้งนานแล้วยังไม่เห็นตอบสักคำ”

“จะป่วยจะตายก็ช่างมันเถอะ เพราะตอนนี้มันไม่ได้มีประโยชน์กับฉันมากเท่าแก” วีรชัยแสยะยิ้ม ตรงดิ่งเข้าหาชายหนุ่มพร้อมยื่นบางอย่างให้ “เอ้านี่สัญญา ฉันแก้ทุกอย่างมาถูกหมดแล้ว ขาดก็แต่ลายเซ็นแกเท่านั้น”

พัทธดนย์รับเอกสารนั้นมาอ่านแล้วต้องยอมรับว่าคราวนี้วีรชัยทำการบ้านมาดีจริงๆ สัญญาโอนหุ้นนั้นมีรายละเอียดทุกอย่างครบถ้วนชัดเจน แถมยังระบุว่าเป็นการโอนให้เปล่า ไม่ได้เสนอตัวเงินเป็นการตอบแทนเหมือนสัญญาแผ่นก่อนที่ถูกขยำทิ้งไปทางไหนแล้วก็ไม่รู้

เขาไม่มีทางเลือก จำต้องเซ็นชื่อลงบนนั้น เพราะปลายกระบอกปืนจ่ออยู่ใกล้ศีรษะจนน่าหวาดเสียว กระทั่งจรดปากกาเสร็จไปแผ่นหนึ่งแล้ว คนถือปืนก็ยังไม่ยอมจบ

“ทีหุ้น Wish ล่ะยอมเซ็นให้ง่ายๆ แล้วของ Spell จะลังเลทำไม” วีรชัยคะยั้นคะยอ ก้าวเท้าเข้ามาปิดทางหนีทั้งที่เหยื่อยังถูกพันธนาการไม่ต่างจากเดิม

“ฉันสร้าง Spell มากับมือ มันก็ต้องผูกพันบ้างสิ อยู่ๆ ต้องมาเซ็นยกให้คนอื่นฟรีๆ จะไม่ให้รู้สึกรู้สาอะไรเลยได้ยังไง”

“อาลัยอาวรณ์ไปก็เปล่าประโยชน์ พอแกเซ็นเสร็จฉันก็เป่าหัวแกทิ้งแล้ว”

พัทธดนย์กระหยิ่มใจแต่ไม่แสดงอาการเมื่อจับได้ว่าอีกฝ่ายหลุดปากเผยไต๋ จึงจดๆ จ้องๆ ไม่ยอมเซ็นใบโอนหุ้น Spell ด้วยมั่นใจว่าผู้ที่กุมอาวุธจะไม่ฆ่าเขาหากยังไม่ได้ลายเซ็นตามที่ต้องการ แล้วใช้จังหวะนี้ดึงเวลาด้วยการเย้ยหยันอีกฝ่าย 

“นี่ไม่ได้ดูถูกนะ แต่ฉันว่าแกคิดตื้นเกินไปหน่อย กับบริษัทคอมพิวเตอร์ที่แค่ซื้อมาขายไปยังบริหารให้มีกำไรไม่ได้ แล้วดันไม่เจียมตัว...ริอ่านอยากจะเป็นเจ้าของบริษัทผลิตมือถือ เคยรู้บ้างไหมว่าธุรกิจนี้มันแข่งกันที่นวัตกรรม ถ้าแกไม่มีปัญญาคิดค้นอะไรใหม่ๆ ต่อให้ที่ผ่านมามันจะเคยทำกำไรได้ดีแค่ไหนก็ไม่มีทางยั่งยืน สุดท้ายก็ต้องล้มอยู่ดี นี่ไม่ได้คิดจะสอนหรอกนะ ถ้าฉันเป็นแก ฉันจะไม่ฆ่าใคร แต่ฉันจะอาศัยเจ้าของบริษัทเดิมบริหารจัดการให้ แล้วก็แค่นอนรอเงินปันผล สบายกว่ากันตั้งเยอะ”

ชายสูงวัยหน้าชากับถ้อยคำที่คนรุ่นลูกถอนหงอก มือที่เมื่อยล้าจากการรับน้ำหนักปืนเริ่มลดระดับลงจากเดิมอย่างไม่รู้ตัว ทว่าวีรชัยยังมีสติพอที่จะระแวง “อย่าคิดว่าฉันจะตกหลุมพรางง่ายๆ หน่อยเลย จะพูดให้ฉันปล่อยพวกแกไว้ให้ไปแจ้งตำรวจมาจับฉันเข้าคุกทีหลังน่ะสิ ไม่มีทางหรอก”

“หรือจะแย้งว่าที่ฉันพูดมันไม่จริง แกควรจะต้องยอมรับว่าตัวเองเดินเกมผิดตั้งแต่ส่งไอ้โก้ไปลอบยิงรัฐเขตแล้ว อยู่ดีๆ ก็หาเรื่องเข้าคุก แล้วไอ้ที่บริษัทแกจะล้มไม่ล้มแหล่อยู่ตอนนี้ ก็เป็นเพราะความหัวแข็งของแกนั่นแหละ”

“พล่ามอะไรของมึง”

จอมเวทเจ้าเล่ห์ยิ้มมุมปากที่กระตุกหนวดเสือแก่สำเร็จแล้ว แต่ยังไม่ยอมหยุดกวนโทสะ “ไม่ได้พล่าม...ที่พูดก็เรื่องจริงล้วนๆ ฉันเคยได้ยินว่าหลายปีก่อนมีบริษัทจีนมาขอซื้อกิจการแกไม่ใช่เหรอ ถ้าตอนนั้นแกยอมให้ร่วมทุนแล้วปล่อยให้เขาบริหาร ป่านนี้บริษัทแกคงเติบโตไปไกลแล้ว ไม่ใช่เพราะความหัวแข็งจนไม่ดูสภาพแวดล้อมว่ามันเปลี่ยนไปถึงไหนต่อไหนแล้วหรอกเหรอ ที่ทำให้แกยังดักดานอยู่แบบนี้”

“ปากดีนักก็ไม่ต้องเซ็นแม่งแล้ว ตายไปเลยแล้วกัน”

วีรชัยโกรธจัด หน้ามืดตามัวจนลืมจุดประสงค์ของตัวเอง เขายกปืนขึ้นจ่อที่ศีรษะชายหนุ่มอีกครั้งหมายจะดับความโกรธของตนไปพร้อมกับลมหายใจของคนตรงหน้า

ชั่วขณะนั้นร่างสูงของรัฐเขตที่เคยนั่งเหมือนหลับอยู่อีกมุมหนึ่งกลับลุกขึ้นมาประชิดด้านหลังชายสูงวัย แล้วรวบรวมพละกำลังอยู่ที่มือข้างถนัด เมื่อสบโอกาสจึงสับเข้าที่ท้ายทอยไร้ผมของวีรชัยเต็มแรง ส่วนอีกมือก็จัดการรวบอาวุธเพื่อป้องกันไม่ให้มันร่วงลงสู่พื้นตามร่างของผู้บงการใหญ่ที่หมดสติไปภายในไม่กี่วินาที

พัทธดนย์เป่าปากอย่างโล่งใจพลางปลดกุญแจมือออก ก่อนหันไปหาชายหนุ่มผู้ร่วมขบวนการที่กำลังเก็บปืนพกไว้กับตัว “กว่าจะลงมือได้เนอะ ฉันดึงความสนใจมันจนจะหมดเรื่องพูดแล้วเนี่ย”

“เออ โทษที รีบไปเถอะ คุณแม็คส่งข้อความมาบอกว่าตำรวจกำลังจะเข้าปิดล้อมข้างนอกโกดัง” รัฐเขตแจ้งข่าวพร้อมหยิบอุปกรณ์สื่อสารหน้าตาประหลาดคืนให้เจ้าของ “แต่ขอติหน่อยนะ ฉันว่าเครื่องนี่มันยังใช้งานไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่”

“ก็บอกแล้วไงว่าเป็นแค่ตัวทดลอง มันใช้ได้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว”

สองหนุ่มช่วยกันจัดการสถานที่ ลากตัววีรชัยเข้าไปชิดลูกกรง เอาข้อมือคนที่สลบไสลเข้าไปพันธนาการเสีย จากนั้นก็รีบรุดออกไปโดยไม่ลืมหยิบใบสัญญาโอนหุ้นอลวนทั้งที่เซ็นแล้วและยังไม่เซ็นติดมือไปด้วย

กลางดึกเช่นนี้ พวกเขาอาศัยความมืดภายในโกดังช่วยพรางตัวได้เป็นอย่างดี พัทธดนย์ค่อยๆ ย่องลัดเลาะตามซอกซอยระหว่างชั้นวางเศษซากคอมพิวเตอร์และสินค้าตกรุ่นทั้งหลาย เพื่อมุ่งไปสู่ทางออกด้านหลังโกดัง แต่จู่ๆ ก็เกิดเปลี่ยนใจเพราะทางออกตรงนั้นมีเหล่าสมุนคอยเฝ้าอยู่ถึงสามคน

รัฐเขตที่ย่องตามมาถึงกับเหวอเมื่อผู้นำเปลี่ยนเส้นทางกะทันหันโดยไม่ได้บอกอะไรเขาเลย ครั้นเมียงมองไปยังทางออกหลังโกดังก็พอเข้าใจ แต่เมื่อหันกลับมากลับไม่พบพัทธดนย์เสียแล้ว

‘ไปทางไหนแล้วนะ ไวชะมัด’ พ่อมดไฮเทคนึกในใจแล้วย่องหาทางออกอื่นที่คิดว่าเพื่อนร่วมชะตากรรมของเขาได้ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว

หลังจากเสียเวลาวกวนอยู่ตามซอกชั้นวางสินค้าพักเดียว ความพยายามของพัทธดนย์ก็ประสบความสำเร็จเมื่อเห็นทางออกเป็นช่องประตูเล็กๆ ด้านหน้าโกดัง เท่าที่กวาดตาดูบริเวณนี้ยังไม่เห็นลูกน้องนายวีรชัยอยู่เลยสักคน เขายกมือขึ้นข้างหนึ่งเพื่อให้สัญญาณแก่คนด้านหลัง แล้วจึงเอะใจ

‘อ้าว ไม่ได้ตามมาหรอกเหรอวะ’

พัทธดนย์ละล้าละลัง ใจนึงก็อยากรอรัฐเขตให้ออกไปพร้อมกัน แต่อีกใจก็ไม่อยากปล่อยให้โอกาสในการหลบหนีดับวูบลงหากเขาตัดสินใจช้ากว่านี้ ชายหนุ่มค่อยๆ คืบคลานเข้าใกล้ทางออกนั้นจนจวนจะถึงอยู่แล้ว คู่ปรับเก่าดันมาเจอเข้าเสียก่อน

“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละไอ้ดนย์ ถ้ามึงวิ่ง กูยิง” เสียงขู่ดุดันของนายโก้ดังก้อง “มึงทำอะไรนายกู ทำไมมึงมาอยู่ตรงนี้ แล้วนายกูอยู่ไหน”

“อยากรู้ก็ไปหาดูเองสิ” แม้จะยอมยืนนิ่งและยกมือขึ้นคล้ายจำยอม แต่ริมฝีปากได้รูปกลับไม่เคยลดละ

“มึงฆ่านายกูใช่ไหม” นายโก้คำรามพร้อมควักปืนขึ้นหวังแก้แค้นแทนนายใหญ่ จนพัทธดนย์ต้องก้าวถอยหลังช้าๆ ตามการย่างสามขุมของร่างสันทัดตรงหน้า “มึงเสร็จกูแล้วไอ้ดนย์ ต่อให้มึงฉลาดแค่ไหนตอนนี้ก็ไม่มีทางหนีลูกปืนในมือกูทัน”

เมื่อเห็นว่าคนที่ตนไล่ต้อนจนมุม นายโก้ก็ยิ่งได้ใจ กระชับปืนในมือแน่นขึ้นก่อนจะลั่นไก

ปัง!!

เสียงกระสุนเจาะเข้าผนังโกดังนัดหนึ่ง เมื่อรัฐเขตกระโจนถีบเข้าที่แขนของร่างสันทัดเต็มแรงจนวิถีกระสุนเปลี่ยนไปจากเดิม อาวุธพกพาก็กระเด็นหลุดลอยไปไกล

“มึง...”

นายโก้หันรีหันขวาง ขัดใจที่ไม่อาจฝังกระสุนในตัวคู่ปรับเก่าได้ แต่รัฐเขตไม่ปล่อยให้มันมีโอกาสที่สอง เมื่อมันจะไปคว้าปืน เขาก็เข้ามาขวางจนถูกนายโก้วางมวยใส่ ทั้งคู่ชกต่อยกันนัวเนียแต่คนตัวสูงกว่ากลับไม่ได้เปรียบแม้แต่น้อย เพราะนายโก้เป็นนักเลงหัวไม้ การต่อยตีทำร้ายร่างกายมีบ่อยจนเป็นเรื่องปกติ ในขณะที่อีกฝ่ายแทบไม่เป็นเชิงมวยเลย

พัทธดนย์ฉวยโอกาสนั้นเก็บปืนที่กระเด็นตกอยู่มาไว้กับตัว ก่อนหันไปดูการต่อสู้อันแสนดุเดือดจนน่าหวั่นใจ “ไหวไหมเนี่ย ท่าดีแต่เหมือนทีจะเหลว”

ด้วยความหวังดี ร่างสูงสง่าจึงเงื้อเท้าฟาดเข้าที่สีข้างนายโก้จากด้านหลังอย่างจัง แต่คงกะระยะพลาดไปนิด ปลายเท้าจึงหวิดไปโดนรัฐเขตเข้า เล่นเอาพ่อมดไฮเทคต้องกระโดดหลบลูกหลงจนตัวโยน

“โทษที” ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏรอยยิ้มขำขันราวกับเป็นเรื่องสนุกที่ได้แกล้งเพื่อน

“พวกมึงขี้โกงนี่หว่า แน่จริงก็ตัวต่อตัวสิ” นายโก้โวยลั่นทั้งยังจุกแน่น

“แกก็โกงตั้งแต่ใช้ปืนแล้ว ยังมีหน้ามาเรียกร้องอีกเหรอ” รัฐเขตได้ทีเตะซ้ำ เล่นเอาคนที่ยักแย่ยักยันพยุงตัวขึ้นเสียหลักไปอีกครั้ง 

“ตอนแรกก็กะจะตัวต่อตัวอยู่หรอก แต่ชอบแบบทีมเวิร์คมากกว่า” พัทธดนย์สำทับ

เขาและรัฐเขตกำลังดูเชิงนายโก้อย่างเป็นต่อ แต่เพียงไม่นาน เสียงโหวกเหวกและความวุ่นวายที่เกิดขึ้นบริเวณนั้นกลับเรียกให้เหล่าสมุนหางแถวทั้งหมดมารวมตัวกัน ก่อนกระชับพื้นที่เข้ารายล้อมชายหนุ่มทั้งสอง จนพวกเขารู้สึกเหมือนถูกบีบจนหายใจไม่ทั่วท้อง

และสถานการณ์ที่เคยเป็นต่อก็พลิกกลับในพริบตา...

นายโก้ลุกขึ้นยืนได้สำเร็จ แล้วหัวเราะลั่นอย่างสาแก่ใจขณะร่วมดาหน้าเข้าหาตัวประกันพร้อมลูกน้อง “เป็นไง ชอบทีมเวิร์คมากนักก็ลองฟัดกับไอ้พวกนี้ดูสักตั้งสิ” 

เหมือนจะเข้าตาจน หากแต่คงเร็วเกินไปที่จะยอมแพ้ พัทธดนย์ใช้ศอกสะกิดคนข้างๆ เมื่อรัฐเขตหันมาสบตาก็เป็นอันรู้กัน ทั้งคู่ต่างหยิบปืนที่ยึดไว้จากวีรชัยและนายโก้ออกมาใช้งานแล้วหันหลังชนกันพร้อมต่อสู้กับศัตรูเบื้องหน้าของตัวเองอย่างกล้าหาญ ส่วนศัตรูที่อยู่ด้านหลังก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคู่หู

ใช่...ภาพของรัฐเขตและพัทธดนย์ยามนี้ไม่ต่างจากคู่หูที่เชื่อใจกันมานานนับปี

“ใครกล้าก็เข้ามาก่อนได้เลย” เสียงขู่อย่างเอาเรื่องของรัฐเขตไม่ได้น่ากังวลเท่าอาวุธสีดำขลับในมือเขา

เหล่าสมุนดูเชิงกันอยู่อย่างนั้น แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้เลยสักคน จนนายโก้ต้องสั่ง “พวกมึงจะกลัวอะไร ไอ้สองตัวนี้มันไม่กล้าฆ่าใครหรอก”

“งั้นแกก็เข้ามาก่อนสิไอ้โก้” พัทธดนย์แยกเขี้ยวใส่คู่ปรับที่ประจันหน้าอยู่ แต่ทันใดนั้น...

ปัง!!

****************************************

ทางซิว่า...ปัง!! เนี่ย เสียงอะไร

1) ประตู

2) ปืน

3) ขนม...ปัง

แฮร่!!! เล่นมุกวันละนิดจิตแจ่มใส

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น