สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 79 : หลุมพรางอันแยบยล 75% : จุดเริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ธ.ค. 63

เกือบสามสัปดาห์ก่อนหน้านี้...

“กว่าจะรับสายได้นะ ทำไมไม่รอให้ข้ามไปอีกวันนึงเลยหล่ะ” พัทธดนย์บ่นกระปอดกระแปดถึงปลายสายที่เขาเพียรติดต่อมาข้ามวันกว่าจะประสบความสำเร็จ

“ขอโทษ”

“เออ ช่างเหอะรับสายได้ก็ดีแล้ว”

“ไม่ใช่ หมายถึงเรื่อง...Wish 1” รัฐเขตกล่าวเสียงเรียบแต่แฝงความเศร้าลึกๆ

จอมเวทไอทีชะงักไปเหมือนกัน ไม่คิดจริงๆ ว่าจะได้ยินอะไรแบบนี้ “เรื่องนั้นเอาไว้ว่ากันทีหลัง มีเรื่องสำคัญอีกอย่าง ลืมแล้วหรือไง ตำรวจสอบไอ้แมนได้เรื่องว่าไงบ้าง โทรไปถามมาหรือยัง”

“อืม โทรแล้ว”

“แล้วไง นี่ถ้าฉันไม่โทรมาก็ไม่คิดจะบอกกันเลยใช่ไหม”

พัทธดนย์โวยวายยกใหญ่ เขาคิดมาตลอดว่ารัฐเขตคงเข้าใจเหตุผลและความจำเป็นในการติดตามเบาะแสเรื่องนี้ แต่ให้ตายเถอะ...หมอนี่มัวแต่จมอยู่กับความรู้สึกผิดจนไม่กล้าเป็นฝ่ายติดต่อมาก่อน จนเขาโทรไปก็ยังอิดออดไม่อยากรับ

“ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ไอ้แมนมันไม่ค่อยรู้อะไรจริงๆ” อีกฝ่ายรีบแก้ต่าง

“แล้ววันที่นายถูกลอบยิง มันไปส่งไอ้โก้ที่ไหน”

“นายโก้เอาปืนจี้บังคับให้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปเรื่อยๆ พอถึงที่เปลี่ยวไม่มีคนผ่านไปมา นายโก้ก็บอกให้จอดแล้ววิ่งหายไป นายแมนกลัวก็เลยรีบบึ่งมอเตอร์ไซค์หนีกลับมา”

ข้อมูลที่ได้รับรู้ทำให้พัทธดนย์ถอนใจยาว “ถามตรงๆ เลยนะ นายเป็นคนจ้างไอ้สองคนนั้นมาทำลายชื่อเสียง Spell หรือเปล่า”

“แล้วนายล่ะ ได้จ้างสองคนนั้นมาลอบยิงฉันหรือเปล่า” รัฐเขตสวนกลับทันควัน แล้วต่างคนก็ต่างเงียบด้วยรู้คำตอบดีแก่ใจกันทั้งคู่

เมื่อรู้ว่าสามารถพูดกับอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมาได้ บทสนทนาหลังจากนั้นก็เริ่มออกรสมากยิ่งขึ้น

“คิดว่ายังไง” จอมเวทเจ้าแผนการเปิดประเด็น

“จะว่านายโก้บงการทุกอย่างก็ไม่น่าใช่ มันดูไม่มีแรงจูงใจ เพราะทั้งฉันและนายไม่น่าจะมีความแค้นกับนายโก้มาก่อน เพราะฉะนั้นคงมีใครสักคนบงการนายโก้มาอีกที”

“นั่นน่ะสิ แต่ไอ้โม่งคนนั้นเป็นใคร คนที่จะได้ประโยชน์จากการที่ Spell เสียชื่อก็ไม่เห็นมีใครนอกจาก Wish” พัทธดนย์คิดดังๆ แต่ไม่วายแขวะให้ปลายสายได้ยิน “แล้วถ้าวันนั้นนายโดนยิงตายไปจริงๆ คิดว่าใครจะได้ประโยชน์ที่สุด”

“ก็ Spell ไง” รัฐเขตก็ยอกย้อนแต่เสียงขรึม

“ไม่ใช่ฉันสิเว้ย บอกแล้วไง ไม่นิยมเล่นนอกเกม”

พ่อมดไฮเทคแทบหัวเราะที่ได้ยินอีกฝ่ายโวยวาย เลยใจดีย้อนไปตอบคำถามให้ “ถ้าฉันตาย ทายาทเพียงคนเดียวที่จะได้ครอบครองทรัพย์สินทุกอย่างของฉันก็คือรัน”

“ไหวเหรอ รัญชยาคนเดียวไม่น่าจะบริหารจัดการทุกอย่างใน Wish ได้”

“นั่นสิ ถ้าเข้าตาจนจริงๆ รันอาจยอมขายหุ้นบางส่วนเพื่อให้มีคนมาช่วยบริหาร”

ข้อมูลที่ช่วยกันปะติดปะต่อทำให้พัทธดนย์เริ่มเอะใจ “นี่...ก่อนหน้านี้มีใครทำทีแปลกๆ มาติดต่อหาผลประโยชน์อะไรจาก Wish ไหม”

“มี”

“ใคร?”

“เจ้าของ Spell มาซื้อตัวผู้ช่วยผู้บริหารฝ่ายการตลาด” รัฐเขตตอบหน้าตาย เสียงเรียบตามเคย

“ต้องให้ด่าก่อนไหม หมายถึงนอกจากฉันน่ะ” เจ้าของบริษัทที่ถูกพาดพิงโวย อยากบอกปลายสายเหลือเกินว่ามันใช่เวลามากวนประสาทกันเองไหม

“ก็มี...คุณวีรชัย เจ้าของบริษัทคอมพิวเตอร์มาติดต่อขอซื้อหุ้นเกือบครึ่งนึงของที่ฉันถืออยู่ แต่ว่าฉันไม่ขาย”

“ตั้งแต่เมื่อไหร่”

รัฐเขตนึกทบทวนเหตุการณ์แล้วว่า “นานแล้ว ฉันเคยปฏิเสธไปครั้งนึง ตอนนั้นเขาก็ไม่ได้รบเร้าอะไรอีก แต่แอบมาซื้อตัวพวกโปรเจคเมเนเจอร์ของ Wish ไป เห็นว่าอยากทำโทรศัพท์มือถือขายบ้าง แต่ก็ไม่รู้ยังไง อยู่ๆ เขาก็กลับมาพูดเรื่องขอซื้อหุ้นอีก คราวนี้สู้ราคาเต็มที่ แต่ฉันก็ปฏิเสธเขาไปอยู่ดี”

“รอบหลังนี่นานหรือยัง”

“ไม่นาน”

“แล้วไง นายปฏิเสธเขาไปตอนไหน”

“ในงานประชุมกรีนไอทีที่ Spell จัดนั่นแหละ ตอนนั้นเห็นเขามาคุยกับนาย ฉันยังนึกว่าเขาติดต่อซื้อหุ้นจากนายด้วยเลย”

“หึ เปล่าเลย” พัทธดนย์ตอบพลางวิเคราะห์ไปพลาง “หลังจากปฏิเสธการขายหุ้น เย็นนั้นนายก็ถูกลอบยิง เป็นไปได้หรือเปล่าว่าอาวีรชัยจะเป็นคนบงการทุกอย่าง”

“เป็นไปได้ เพราะถ้าฉันตาย เขาอาจตามตื๊อให้รันขายหุ้นให้ ตอนนั้นคงได้ราคาถูกซะด้วย”

พัทธดนย์ยอมรับว่าสิ่งที่คู่แข่งเขาคาดการณ์ก็มีความเป็นไปได้ แต่ยังมีข้อกังขาบางอย่าง “แล้วเขาจะสร้างเรื่องว่าเครื่อง Spell ระเบิดทำไม”

“ไม่รู้สิ แล้วจะเอายังไงต่อ นายโก้ก็กบดานเงียบ ตำรวจยังไม่ได้เบาะแสอะไรเลย ทีนี้จะสาวถึงตัวคนบงการได้ยังไง”

เจ้าของบริษัทมือถือทั้งสองนิ่งเงียบ คิ้วขมวดยุ่งไม่ต่างกันทั้งที่ไม่เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย พวกเขากำลังใช้ความคิดอย่างหนักจนไม่มีใครพูดอะไร ได้ยินแต่เสียงฝีเท้าเดินวนไปมาของพ่อมดไฮเทค และเสียงเคาะโต๊ะเป็นจังหวะของจอมเวทไอทีเท่านั้น

พักเดียวคนที่เคาะโต๊ะก็เริ่มผุดแผนการ “จะตกปลาก็ต้องใช้เหยื่อ ถ้าคิดว่ามูลเหตุจูงใจมาจากผลประโยชน์ของ Wish ก็ลองปล่อยข่าวว่านายจะขายหุ้นดูสิ บางทีคนบงการอาจเคลื่อนไหวก็ได้”

รัฐเขตหยุดเดินเมื่อความคิดอยากเพิ่มเติมความแนบเนียนให้อุบายนั้นแล่นมาในหัว “แค่ปล่อยข่าวไม่น่าจะได้หลักฐานให้เอาผิดใครได้หรอกมั้ง ถ้าจะใช้หุ้น Wish เป็นเหยื่อล่อก็คงต้องทำจริงๆ”

“นี่นายคิดจะทำอะไร”

“ตอนนี้ฉันหุ้น Wish ถืออยู่เจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นของรัน ถ้าจะขายส่วนของฉันออกไปบ้างก็น่าจะพอได้”

“ขายให้ใคร อาวีรชัยน่ะเหรอ ถ้าเขาสั่งยิงนายจริงๆ ก็เตะหมูเข้าปากหมาชัดๆ” อีกฝ่ายไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าแผนนี้เสี่ยงเกินไป

“ใครว่าล่ะ ฉันจะขายให้นาย สนใจไหม”

“เฮ้ย!” พัทธดนย์ตาโต รีบปฏิเสธลั่น “จะเอามาทำไม แค่บริหาร Spell อย่างเดียวฉันก็ไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้ว”

“ก็ไม่ต้องทำอะไร ถือหุ้นไว้รอปันผลเฉยๆ ถ้าพวกเราเดาถูก งานนี้ต้องมีคนดิ้นตาย” รัฐเขตว่าพลางหัวเราะในลำคอแบบที่ไม่ค่อยได้ทำ

“เอางี้ ลองปล่อยข่าวว่านายจะขายหุ้นดูก่อน คอยดูว่าจะมีผู้ท้าชิงติดต่อมาสักกี่คน” จอมเวทเจ้าแผนการแบ่งรับแบ่งสู้ เสนอหนทางเพื่อประวิงเวลา ด้วยยังไม่อยากรับหุ้นของบริษัทคู่แข่งมาครอบครอง

“เอาแบบนั้นก็ได้” รัฐเขตเห็นชอบ

“ระหว่างนี้ถ้ามีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเราค่อยมาวางแผนกันใหม่ ถ้าคนบงการเป็นอาวีรชัยหรืออยู่ในแวดวงเดียวกับเราจริงๆ บางทีอาจได้จัดละครฉากใหญ่กลางงานประชุมกรีนไอทีครั้งหน้านี่ก็ได้”

หลังจากวันนั้นทั้งสองหนุ่มก็อาศัยเวลาช่วงค่ำของทุกคืนปรึกษาหารือเพื่อวางแผนให้รัดกุม พวกเขาพยายามประเมินทุกสถานการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้และอุดรอยรั่วทุกอย่างที่คิดออก เรียกได้ว่าแผนสำรอง แผนฉุกเฉินก็ต้องงัดออกมากันอุตลุด

พัทธดนย์ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าถามความเห็นจากรัฐเขตว่าอีกฝ่ายจะตอบสนองอย่างไรกับสิ่งที่ตัวเขาคิดจะทำในสถานการณ์ต่างๆ  แล้วก็ได้ค้นพบว่าการมี ‘เพื่อน’ ช่วยวางแผน มันสนุกว่านั่งขบคิดคนเดียวเป็นไหนๆ

***************************************

สรุปความตอนนี้ได้ว่าทั้งพี่เขตทั้งคุณดนย์...กวนประสาทกันทั้งคู่

ไม่รู้ว่ากว่าจะวางแผนกันจบกวนกันไปกี่รอบเนอะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น