สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 78 : หลุมพรางอันแยบยล 50% : ซ้อนแผน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 ธ.ค. 63

“ฉันนี่แหละ เจ้าของคนใหม่ของ Wish”

วีรชัยชะงัก รามือจากรัฐเขตแล้วเดินอาดๆ มาเอาเรื่องคนที่อ้างตัว “อย่ามาโกหก บริษัทที่เพิ่งพ้นวิกฤติอย่าง Spell จะมีเงินมากพอไปซื้อ Wish ได้ยังไง”

“ไม่เชื่อก็ตามใจ เพราะยังไงฉันก็คือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Wish อยู่ดี”

คำอวดอ้างทำให้ชายสูงวัยลังเล แต่เมื่อได้ยินพ่อมดไฮเทคตะโกนบางอย่างกลับต้องเชื่อหมดใจ

“ดนย์ นายจะแสดงตัวทำไม ไม่กลัวถูกบีบให้ขายหุ้นให้มันหรือไง” 

“ถ้ามันให้กำไรดี ฉันก็พร้อมจะขายนะ แต่ฉันว่า...บริษัทคอมพิวเตอร์ที่จวนจะล้มไม่ล้มแหล่ของมันก็ไม่น่าจะมีเงินขนาดนั้นเหมือนกันล่ะมั้ง” พัทธดนย์จ้องตาเจ้าของบริษัทคอมพิวเตอร์ที่เขาพาดพิงอย่างไม่สะทกสะท้าน ออกจะกวนประสาทด้วยซ้ำ

“ถ้าฉันจะเอาหุ้นในมือแกก็ไม่เห็นต้องเสียเงินเสียทองมากขนาดนั้นเลยนี่” วีรชัยว่าพลางล้วงหยิบของอีกสิ่งที่พกเหน็บเอวออกมาใช้งาน สิ่งที่น่าพรั่นพรึงกว่าซองเอกสารในคราวแรกหลายเท่าตัวนัก

ปืน...

มิน่าเล่า...เจ้าตัวคนบงการถึงใจกล้าบุกเดี่ยวเข้ามาประจันหน้ากับชายที่หนุ่มแน่นกว่าถึงสองคน

“ฉันแค่...เอาปืนจ่อหัวบังคับแกให้เซ็นโอนหุ้นในฉันฟรีๆ ก็ได้” คนถืออาวุธเย้ยหยัน พร้อมยกปลายกระบอกปืนมาทางเป้าหมายใหม่ “ไง เห็นหรือยังว่าเด็กเมื่อวานซืนอย่างแกไม่มีทางต่อกรกับฉันได้หรอก ขนาดพ่อแกฉันก็เล่นงานซะยับเยินมาแล้ว”

“หมายความว่ายังไง”

“อะไรกัน นี่ไม่เคยสงสัยเลยเหรอว่าทำไมกิจการของไอ้ภูถึงแย่ลงเรื่อยๆ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นก็ทำกำไรดีมาตลอด” วีรชัยหัวเราะเยาะราวกับเป็นเรื่องสนุกที่เห็นเหยื่อของเขาหน้าถอดสี

“...”

“พูดแค่นี้ถึงกับใบ้กินเลยเหรอ ฉันจะบอกให้เอาบุญก็ได้ว่าที่บริษัทของไอ้ภูเป็นแบบนั้นก็เพราะมันดันมาแย่งลูกค้ารายใหญ่ของฉันไปน่ะสิ ปีนั้นบริษัทฉันขาดทุนหนักจนต้องเปลี่ยนมาขายคอมพิวเตอร์แทน ส่วนมันก็เริงระรื่นกับงานวางระบบไอทีต่อไป แต่ฉันไม่ยอมให้คู่แข่งอย่างมันได้ดีหรอก เพราะฉันเป็นคนสร้างคลื่นใต้น้ำ ปล่อยข่าววงในว่าบริษัทไอ้ภูห่วยแตก เอาเปรียบลูกค้า แล้วก็สร้างสถานการณ์นิดๆหน่อยๆ แค่นี้ก็ไม่มีใครอยากต่อสัญญากับมันแล้ว”

พัทธดนย์ใจวูบหาย นี่เขาเล็งเป้าหมายผิดมาตลอดเลยงั้นหรือ “ที่แท้ศัตรูที่จ้องทำลายพ่อก็คือแกนี่เอง”

“ใช่ ฉันเป็นคู่แข่งกับพ่อแก แล้วถ้าได้ครอบครอง Wish ฉันก็จะเป็นคู่แข่งกับแกด้วย” คิ้วสีดอกเลาเลิกขึ้นสูง เมื่อเห็นทางตักตวงผลประโยชน์ที่มากกว่าเดิม “เอ๊ะ หรือว่าฉันจะเอาทั้งหุ้น Wish ทั้งหุ้น Spell เลยดีหล่ะ หวังว่าแกคงยังไม่ได้ขายให้ใครใช่ไหม”

“แกนี่แม่ง...ระยำจริงๆ”

คราวนี้วีรชัยยักไหล่ราวกับไม่ยี่หระคำสบถนั้น เขาค่อยๆ เดินกลับมาหยิบก้อนสัญญาที่เคยขยำทิ้งขึ้นมาคลี่อย่างถนอม แล้วคิดว่าช่างโชคดีเหลือเกินที่ยังไม่ได้ฉีกมันทิ้ง

ชายสูงวัยเดินเข้าหาร่างหนาของพัทธดนย์ ยื่นกระดาษยับย่นส่งให้ แล้วปืนกระบอกเดิมก็เล็งมาทางศีรษะของชายหนุ่ม “อย่ามัวแต่ปากดีอยู่เลยไอ้หลานชาย รีบๆ เซ็นใบโอนหุ้นนี่มาซะ จะได้ไม่ต้องใช้กำลังให้เหนื่อย”

พัทธดนย์ก้มลงอ่าน แต่ไม่คิดจะหยิบจับมัน พักเดียวก็หัวเราะลั่น “ใจผมก็กลัวตายจนอยากจะเซ็นให้อยู่หรอกนะครับคุณอา แต่คงจะเซ็นไม่ได้”

“ทำไม จะโยกโย้อะไรอีก”

“เปล่า แต่สัญญามันระบุแต่ชื่อรัฐเขตทั้งนั้น แถมหมอนั่นก็เซ็นไปแล้วด้วย แล้วอย่างนี้จะให้เซ็นได้ยังไง”

“ขีดทิ้งแล้วเขียนใหม่สิ แค่นี้ก็เซ็นได้แล้ว”

“เอาสมองส่วนไหนคิดครับคุณอา เอกสารยับเยิน มีพิรุธเยอะแยะขนาดนั้นใครจะไปเชื่อว่าคุณอาได้สิทธิ์ในหุ้นตามสัญญานี้มาอย่างถูกต้องชอบธรรม ยังไงเจ้าหน้าที่ก็ต้องตรวจสอบอยู่แล้ว ดีไม่ดีอาจได้ข้อหาใช้เอกสารปลอมแทนได้หุ้นนะครับ” เขาประชดด้วยเสียงยั่วโมโห ตั้งใจสร้างความกรุ่นโกรธให้อีกฝ่ายเต็มพิกัด

“โธ่โว้ย!!”

วีรชัยขยำเอกสารใบเดิมทิ้งเป็นรอบที่สอง ก่อนยกสองมือกุมศีรษะเตียนโล่งของตัวเองทั้งที่ข้างหนึ่งก็ยังถืออาวุธอยู่ หัวเสียมากซะจนอยากกระชากคอเสื้อเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่แสยะยิ้มเย้ยเขาอยู่ ถ้าไม่ติดว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี่พูดพอมีเหตุผลคงได้หาอะไรกระแทกปากมันไปแล้ว

หลังจากสงบใจได้สักพัก สติที่เคยหลุดหายก็กลับมาพร้อมคำขู่ “ได้...ฉันจะปล่อยให้พวกแกหายใจหายคอต่อไปอีกสักสองสามชั่วโมง แล้วฉันจะกลับมาใหม่พร้อมสัญญาที่ระบุชื่อแกชัดเจนเลยไอ้ดนย์ อ่อ...รวมถึงสัญญาโอนหุ้นของ Spell ด้วย ขอเตือนว่าอย่าคิดหนี เพราะที่นี่ถิ่นฉัน ถ้าไอ้พวกที่เฝ้าอยู่ข้างนอกมันเห็นพวกแกเพ่นพ่าน รับรองได้เลยว่าแกพรุนแน่”

เสียงประตูปิดดังโครมครามเมื่อผู้บงการเดินออกไปนอกห้องขังเฉพาะกิจ ชายหนุ่มทั้งสองต่างเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าและถ้อยคำก่นด่าที่ค่อยๆ เบาลงตามระยะที่ห่างออกไปเรื่อยๆ จากนั้นก็มีเสียงเครื่องยนต์ของรถขนาดเล็กเคลื่อนออกจากโกดัง

“มันไปหรือยัง” พัทธดนย์ถามชายหนุ่มอีกคนที่อยู่ใกล้ประตูมากกว่าเขา

“อืม น่าจะไปแล้วนะ แต่พูดเบาๆ หน่อยก็ดี เผื่อมีลูกน้องมันอยู่หน้าประตู”

“เออ รู้แล้วน่า”

รัฐเขตทิ้งเวลาไว้สักพัก ก่อนนำลวดที่แอบซ่อนมาจัดการปลดล็อกกุญแจมือจนหลุดออก แล้วชะโงกมองความเคลื่อนไหวของกลุ่มชายฉกรรจ์ด้านล่าง แม้แสงไฟจะไม่ได้สว่างไสว ทว่ายังพอเห็นว่าพวกมันเริ่มตั้งวงกินเหล้ากันครึกครื้น และนายโก้เองก็ร่วมอยู่ในวงด้วย

เมื่อเดินมาถึงตัวผู้ร่วมชะตากรรม เขาก็เอ่ยถาม “ทำไมนายไม่ปลดกุญแจมือล่ะ ให้ฉันช่วยไหม”

“ไม่ต้อง คล้องไว้แบบนี้แหละ พวกมันจะได้ไม่สงสัย เพราะต่อจากนี้คนที่จะเป็นเป้าหมายของมันคือฉัน ไม่ใช่นาย” จอมเวทหนุ่มว่าพลางทิ้งตัวลงนั่งพิงผนัง ทั้งยังชวนอีกฝ่ายคุย “แต่นายก็เล่นละครเก่งนี่ เห็นนิ่งๆ ทีแรกนึกว่าจะไม่กล้า”

“ไม่เก่งเท่านายหรอก ตอนถูกปืนจ่อหัวนี่หน้าซีดเผือดซะสมจริงเชียว” รัฐเขตยิ้มเย้าแล้วนั่งลงข้างกัน

“หยุดเลย ความจริงไอ้วีรชัยมันก็เล่นแรงไปหน่อย ถ้ามันยิงตัวน่ะพอไหว ยังไงก็มีเสื้อกันกระสุน แต่ถ้ามันยิงหัวนี่ยังคิดไม่ออกว่าจะหลบยังไง”

“เอาน่า อย่างน้อยพวกเราก็วิเคราะห์มาถูกทาง อุตส่าห์เปลี่ยนแผนกะทันหันลงไปล่อมันถึงลานจอดรถ เล่นเอาซะฉันไม่เป็นอันประชุมเลย”

“เออ ก็เหมือนกันนั่นแหละ” 

พัทธดนย์บ่นแค่พอได้ยินเบาๆ แล้วนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ เขาล้วงหยิบของบางอย่างจากกระเป๋าด้านในแจ็คเก็ตส่งให้รัฐเขต ของสิ่งนั้นหน้าตาแปลกๆ แต่ก็ล้ำสมัย กะทัดรัดและบางเฉียบ

“ฉันส่งพิกัดไปให้ไอ้แม็คแล้ว แต่ไม่รู้มันมัวทำอะไรอยู่ ป่านนี้ยังไม่เห็นตำรวจตามมาซะที ระหว่างนี้ขอฝากไอ้นี่ไว้กับนายก่อน เผื่อพวกนั้นมันค้นตัวฉัน ความจะได้ไม่แตก นายก็ลองเอาไปเล่นดูแล้วกัน”

*******************************

ใช่แล้ว...สองหนุ่มเขารู้กันค่ะ

แต่เขาจะรู้กันได้ยังไงนั้น ไรท์จะเล่าให้ฟังในตอนหน้านะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น