สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 77 : หลุมพรางอันแยบยล 25% : ผู้บงการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 พ.ย. 63

รถตู้คันก่อเหตุแล่นเข้าไปด้านหลังโกดังเก่าก่อนจอดนิ่งในนั้น โกดังแห่งนี้ตั้งอยู่โดดเดี่ยวห่างไกลความพลุกพล่าน รอบบริเวณนั้นช่างรกครึ้ม สุมทุมพุ่มไม้ขึ้นปกคลุมเส้นทางเข้าออกจวบจนถึงบางส่วนของผนังโกดัง ดูจากสายตาที่นี่ก็กว้างขวางดี แต่จัดสรรพื้นที่ใช้สอยอย่างเสียประโยชน์ เพราะมันถูกใช้เป็นสถานที่เก็บซากขยะอิเล็กทรอนิกส์ กับสินค้าค้างสต๊อกที่ขายเลหลังเท่าไหร่ก็ขายไม่ออก

ในยามโพล้เพล้เช่นนี้ บรรยากาศรอบข้างช่างดูสงบเชื่องช้า แตกต่างจากการกระทำของกลุ่มชายฉกรรจ์ที่โดยสารมากับรถตู้คันนั้นอย่างสิ้นเชิง พวกมันอาศัยจำนวนคนที่มีมากกว่าจัดการเคลื่อนย้ายตัวประกันทั้งสองไปยังห้องบนชั้นลอยที่เคยใช้เป็นสำนักงานขนาดเล็ก แต่ปัจจุบันมีข้าวของเครื่องใช้หลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่ชิ้น ทว่ายังดีที่มีไฟฟ้าพอใช้งานได้อยู่บ้าง อย่างน้อยก็ไม่ทำให้สถานที่คุมขังแห่งนี้มืดจนเกินไปนัก

พัทธดนย์พยายามลอบสำรวจทางหนีทีไล่ตั้งแต่เริ่มเข้ามาในโกดัง แต่โอกาสไม่ได้เข้าข้างเขาง่ายๆ ด้วยมือทั้งสองถูกพันธนาการไว้ด้านหลัง รัฐเขตก็แทบไม่ต่างกัน รายนั้นออกจะสภาพแย่กว่าด้วยซ้ำ เพราะเพิ่งได้สติก่อนถูกลากลงจากรถตู้ไม่นาน

ความรีบเร่งทำให้แผนการลักพาตัวเจ้าของบริษัทมือถือทั้งสองไม่ค่อยรัดกุมเท่าที่ควร เหล่าผู้ก่อเหตุไม่ได้เตรียมการแม้แต่จะอำพรางหน้าตาของตัวเอง มาตรการป้องกันการหลบหนีของตัวประกันก็หละหลวม เพราะพวกมันแค่ริบอุปกรณ์สื่อสารและจัดการใส่กุญแจมือเหยื่อข้างหนึ่งคล้องไว้กับลูกกรงหน้าต่าง จากนั้นจึงกระจายกำลังกันเฝ้าตามจุดต่างๆ ของโกดังโดยไม่มาวอแวกับคนที่ลักพาตัวมาอีกเลย หัวหน้าทีมอย่างนายโก้ก็ไม่สั่งการใดๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกมันรออะไร

ร่วมสองชั่วโมงหลังถูกจำกัดอิสรภาพ รัฐเขตและพัทธดนย์ต่างนั่งนิ่งด้วยถูกพันธนาการอยู่กันคนละมุมห้อง นาทีนั้นไม่มีใครสนใจจะพูดคุยกับอีกฝ่าย เหมือนต้องการใช้ความเงียบคอยฟังความเคลื่อนไหวจากภายนอก และไม่นานพวกเขาก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันของใครบางคน

“พวกมันเป็นยังไง ยังไม่ตายใช่ไหม”

“ไม่ตายหรอก แต่ถ้านายจะให้เก็บพวกมันตอนนี้เลยก็ได้”

“มึงหยุดเลือดร้อนผลีผลามสักทีได้ไหม ไม่ใช่เพราะมึงไม่รอบคอบหรอกเหรอถึงต้องหนีหัวซุกหัวซุน มึงอยู่ข้างนอกเนี่ยแหละ ไม่ต้องตามกูเข้าไป”

สิ้นเสียงสนทนา ประตูบานเล็กก็ถูกเปิดออก ก่อนร่างที่ปรากฏตัวหลังประตูนั้นจะเริ่มทักทายผู้ที่ถูกลักพาตัวมา “นั่งหน้าเครียดกันเชียว ไม่เจรจาข้อเสนอสุดพิเศษกันต่อแล้วเหรอ โทษทีนะที่ต้องขัดจังหวะจับแกสองคนมาที่นี่ก่อนที่พวกแกจะตกลงซื้อขายหุ้นกันจบ ไม่งั้นคืนนี้ฉันคงนอนไม่หลับ”

สองหนุ่มยังคงเงียบกริบจนผู้มาใหม่ต้องเจาะจงเลือกคู่สนทนาเป็นรายตัว “ไงหลานชาย แย่หน่อยนะที่ต้องเจอกันในสภาพแบบนี้”

“ทำกันขนาดนี้ไม่ต้องนับญาติแล้วก็ได้มั้ง” พัทธดนย์ต่อปากต่อคำอย่างไม่สะทกสะท้าน

“ปากเก่งตามเคยนะ” วีรชัยหัวเราะในลำคอ “ปากเก่งแบบนี้ไง ฉันถึงได้หมั่นไส้ที่แกเที่ยวคุยโวว่าโทรศัพท์รุ่นใหม่ขายดิบขายดีจนจะแซงหน้า Wish ที่ฉันหมายจะครอบครอง”

คำประกาศตัวที่เผยให้เห็นธาตุแท้ของชายสูงวัยศีรษะล้านทำให้สองหนุ่มหันมาสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย ก่อนเจ้าของ Spell ที่เลือดร้อนกว่าจะคาดคั้นให้หายข้องใจ

“ก็เลยทำหน้าซื่อมาตีสนิท แล้วลอบกัดด้วยการสร้างเรื่องว่าเครื่อง Spell ระเบิดงั้นเหรอ”

“ใช่ แล้วมันก็ได้ผล แค่เขวี้ยงหินใส่ไม่กี่ที บริษัทที่เหมือนเด็กเพิ่งหัดเดินของแกก็พังแทบไม่เป็นท่า แต่ก็ดันมีพ่อพระแส่ไปช่วยไว้จนได้” วีรชัยชำเลืองมองไปยังมุมห้องอีกฝั่งซึ่งผู้ถูกพาดพิงนั่งอยู่

รัฐเขตก็พอรู้ จึงร่วมวงสนทนาด้วยความจำใจ “โทษทีนะที่แส่เข้าไป แต่ที่คุณทำกับ Spell มันไร้จรรยาบรรณเกินไปจริงๆ”

ชายสูงวัยเดินมาพูดกับเจ้าของ Wish อย่างจริงจัง “คนอย่างแกจะไปเข้าใจอะไร ธุรกิจมันก็ต้องขับเคี่ยวกันให้ถึงที่สุดสิ จะใช้วิธีไหนก็ช่าง ขอให้ฉันเป็นผู้ชนะก็พอ ใครจะไปมัวใจดีช่วยเหลือคู่แข่งแล้วรอให้มันแซงหน้าเหมือนแกล่ะรัฐเขต ถ้าวันนั้นแกไม่สะเออะออกหน้าช่วยไอ้ดนย์ แล้วยอมขายหุ้นให้ฉันแต่โดยดีละก็ เลขาแกคงไม่ต้องมารับเคราะห์แทนหรอก”

“คุณมันเลวกว่าที่ผมคิดไว้จริงๆ”

พัทธดนย์แทรกขึ้นกลางคัน ด้วยขัดใจกับสรรพนามที่ได้ยิน “ด่าสุภาพแบบนั้นมันจะรู้สึกรู้สาอะไร มันเลวขนาดสั่งฆ่านายแล้วยังจะไปพูดดีกับมันทำไม”

วีรชัยไม่ค่อยเสนาะหูนัก พยายามข่มไม่ให้เกิดโทสะ แล้วหันกลับไปคุยกับรัฐเขตต่อ “ไม่ต้องไปฟังมัน คราวที่แล้วฉันคิดแค่จะขู่ ไม่ได้ฆ่าแกงอะไร ถ้าแกกลัวเจ็บกลัวตายคงจะขายหุ้นให้ฉันง่ายขึ้น แต่ลูกน้องฉันมันดันบ้าเลือดทำเกินคำสั่งไปนิดนึง แต่แกก็ยังโชคดีนะที่ผู้หญิงคนนั้นดันเข้ามาขวางไว้”

“ใช้วิธีสกปรกเพื่อจะฮุบบริษัท Wish เลยเหรอ ไม่ง่ายขนาดนั้นมั้ง” พ่อมดไฮเทคกล่าว

“แต่มันก็คงไม่ยากหรอก” วีรชัยว่าพลางหยิบของที่เหน็บเอวมาด้วยยื่นให้รัฐเขต “เซ็นใบโอนหุ้นนี่ซะ ทุกอย่างจะได้จบ ฉันรับรองว่าถ้าแกยอมเซ็นแต่โดยดี แล้วไม่เอาเรื่องเอาราวอะไรฉันหลังจากนี้ ฉันจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุในนั้นให้แกเหมือนการซื้อขายหุ้นตามปกติ”

รัฐเขตใช้มือข้างที่ไม่ได้ถูกพันธนาการพยุงตัวลุกขึ้นแล้วหยิบเอกสารขึ้นอ่าน เขาพลิกมันไปมาเดี๋ยวเดียวก็คว้าปากกาที่คนซื้อหุ้นด้วยวิธีพิสดารส่งมาให้เซ็นชื่อลงไปอย่างง่ายดาย

“ว่าง่ายดีนี่” ชายศีรษะล้านก้มลงตรวจตรา “ไม่คิดเลยว่าแกจะยอมแลกหุ้นทั้งหมดที่มีกับเงินที่ฉันเสนอให้ เป็นไงสมน้ำสมเนื้อมากกว่าขายให้ไอ้ดนย์ล่ะสิ”

“ใช่ ถ้าได้เงินที่ระบุไว้ตามสัญญามันคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม ถ้าผมไม่เซ็นคงโง่เต็มที ก็หุ้น Wish ที่ผมถืออยู่ตอนนี้มีไม่ถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ” น้ำเสียงที่เอ่ยนั้นราบเรียบ เยือกเย็น จนคนที่คิดว่ามีชัยต้องเฉลียว

“แกพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง” 

“เสียใจด้วยนะที่แผนคุณคงต้องพังแค่นี้ เพราะผมขายหุ้นในมือไปเกือบหมดแล้ว” รัฐเขตเฉลย

“อะไรนะ ไหนเมื่อตอนกลางวันแกเพิ่งบอกว่ายังไม่ได้ตัดสินใจไม่ใช่เหรอ แล้วที่นัดเจรจาข้อเสนอพิเศษกับไอ้ดนย์นั่นอีกล่ะ” วีรชัยโวยวายเสียงหลง

“ผมโกหกน่ะสิ ก็แค่ทำให้คนที่สนใจยังพอมีหวังไปอย่างนั้นแหละ แต่ก่อนหน้านั้นเผอิญว่ามีคนให้ผลตอบแทนที่ผมพอใจ ผมก็เลยใจอ่อนขายให้เขาไปแล้ว”

“บอกมา ใครมันบังอาจมาครอบครอง Wish แทนฉัน”

ชายสูงวัยโกรธจัด กำเอกสารในมือเสียยับย่นก่อนปามันทิ้งอย่างไร้ค่า จากนั้นก็พุ่งเข้าคาดคั้นรัฐเขตด้วยการกดไหล่แล้วบีบคอจนลำตัวของชายหนุ่มกระแทกเข้ากับผนังเสียงดังสนั่น กระนั้นเขาก็ยังไม่ยอมปริปาก

แม้พัทธดนย์จะไม่ได้อยู่ใกล้นัก แต่ก็เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด คราวนี้เห็นทีคู่แข่งของเขาคงจะแย่ จึงลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนตอบคำถามนั้นเสียเอง “ฉันนี่แหละ เจ้าของคนใหม่ของ Wish”

********************************************

ผู้บงการเผยตัวแล้วค่ะ เอาใจช่วยพี่เขตกับคุณดนย์ด้วยนะคะ

ไม่รู้ว่าเขาจะช่วยกันได้มั้ยน้อ หรือจะตีกันเองซะก่อน 555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น