สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 76 : เรื่องใหญ่ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 พ.ย. 63

งานประชุมความคืบหน้าโครงการกรีนไอทีเวียนมาบรรจบอีกครั้ง หลังจากคราวก่อนมีเหตุวุ่นวายจนรายงานการประชุมเสร็จไม่ทันตามกำหนด แต่ขวัญจิราตั้งใจจะไม่ให้ล่าช้าอีก

กำหนดการและวาระการประชุมคราวนี้ค่อนข้างแน่น ด้วยเป็นการประชุมหารือครั้งสุดท้ายก่อนงานจัดแสดงผลงานจะมีขึ้นที่โซนไอทีของห้างสรรพสินค้า The One ในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เมฆินทร์และทีมงานถูกเชิญมาร่วมประชุมในฐานะผู้รับผิดชอบการจัดแสดงผลงาน

เมื่อครั้งที่แล้ว ผู้เข้าประชุมสรุปร่วมกันว่าจะใช้บริษัท Wish เป็นสถานที่จัดประชุมครั้งต่อไป แต่ด้วยเหตุอันใดก็ไม่ทราบที่ทำให้ต้องเปลี่ยนมาเป็นบริษัท Spell ก่อนถึงวันประชุมเพียงสามวัน กระนั้นเจ้าของสถานที่อย่างพัทธดนย์ก็ไม่ได้ติดขัดประการใด

ขวัญจิรารู้ดีว่าภายในงานวันนี้ เธอคงต้องพบกับใครบางคนที่ไม่ได้ติดต่อกันมาร่วมเดือน แม้จะตะขิดตะขวงใจแต่ก็ไม่มาก เพราะรัฐเขตคงไม่มีเวลาส่วนตัว ด้วยข่าวที่เล่าลือกันหนาหูว่าพ่อมดแห่ง Wish กำลังจะขายหุ้นที่ถืออยู่

แล้วก็เป็นตามคาด เมื่อเขามาถึงงานพร้อมเลขาร่างบาง ก็มีคนรายล้อมทันที

“นึกยังไงถึงจะขายบริษัทตัวเองซะแล้วล่ะคุณรัฐเขต” คำทักทายจากชายสูงวัยศีรษะล้านที่ปรี่เข้ามาหาพ่อมดไฮเทคในทันทีที่เห็นเขาปรากฏตัว

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ผมกะจะขายแค่หุ้นที่ถือในมือบางส่วนเท่านั้น ไม่ถึงขั้นขายบริษัท”

“งั้นหรอกเหรอ” วีรชัยรับคำว่าเข้าใจ

“โอ๊ย!” เสียงมนสิชาร้องอย่างตกใจ ด้วยสาวใหญ่เจ้าของห้างดังเบียดแทรกตัวเข้ามาจนหญิงสาวแทบกระเด็น แต่พอเห็นสายตาไม่สบอารมณ์ของหนึ่งฤทัย เธอกลับเป็นฝ่ายต้องยอม “ขอโทษค่ะ”

รัฐเขตได้ยินทุกอย่างชัด จึงหันไปดูด้วยความนึกห่วง เพราะรู้ว่าแผลของเลขาสาวยังไม่หายสนิท พอเห็นว่าคนของตัวเองถูกกระทำก็ไม่พอใจ แต่จะให้เอาเรื่องคนผิดคงไม่เหมาะ จึงได้แต่เดินเข้าไปใกล้มนสิชาแล้วกระซิบ “เป็นอะไรหรือเปล่ามิ้นท์ เจ็บแผลเหรอ”

“นิดหน่อยค่ะ แต่ไม่เป็นไร” เธออ้อมแอ้ม แล้วรู้สึกวูบวาบบนใบหน้า ด้วยเจ้านายหนุ่มเอื้อมแขนมาโอบไหล่ “คุณเขต!”

“พี่แค่จะช่วยกันไม่ให้ใครมาโดนแผล มิ้นท์จะได้ไม่เจ็บตัวอีก”

มนสิชาอยากขอบคุณในความหวังดีของชายหนุ่มที่เขาเอาใจใส่เป็นพิเศษตั้งแต่เธอเอาตัวเองไปขวางทางกระสุน แต่ก็ช้ากว่าสาวใหญ่ใจกล้าอีกตามเคย

“เลขาคุณเขตคงไม่เจ็บอะไรนักหนาหรอกค่ะ กระดูกเหล็กจะตาย มาว่าเรื่องหุ้น Wish กันต่อเถอะ พี่เองก็สนใจนะคะ อยากร่วม...ทุนกับ Wish อยู่เหมือนกัน” หนึ่งฤทัยเว้นวรรคหลังคำว่า ‘ร่วม’ นานเสียจนคนฟังกลัวใจ

“ผมแค่คิดเฉยๆ ครับ ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรทั้งนั้น”

“รอดูว่าใครจะให้ราคาดีเหรอคะ แหม...อย่างนี้พี่ก็คงสู้คนอื่นเขายากน่ะสิ” เจ้าของห้างดังหัวเราะอย่างมีจริต แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นชายหนุ่มรูปงานอีกคนเดินเข้ามาเหมือนต้องการร่วมวงสนทนาพร้อมผู้ติดตามสาว

ขวัญจิรามองคนจาก Wish ไม่คลาดสายตา เธออยากรู้ อยากถามให้ชัดว่าข่าวลือหนาหูนั้นจริงเท็จประการใด ทว่าจะสอบถามจากเพื่อนสนิทก็คงไม่ได้ เพราะมนสิชานั้นอยู่แนบชิดกับรัฐเขต...คนที่แค่จะสบตา เธอก็ยังตะขิดตะขวงใจ

“คุยเรื่องหุ้น Wish กันอยู่เหรอครับ ขอผมคุยด้วยอีกสักคนคงไม่รังเกียจใช่ไหม” พัทธดนย์เอ่ยท่ามกลางบุคคลที่รายล้อม

รัฐเขตสบตาผู้มาใหม่นิ่ง ก่อนกล่าวเสียงเบา “ถ้านายสนใจ ฉันก็มีข้อเสนอพิเศษให้”

“ขายให้บริษัทคู่แข่งอย่างนี้คงแพงเป็นพิเศษน่ะสิ ฉันขอบายดีกว่า”

“ถ้าคนที่จะซื้อหุ้น Wish คือนาย ฉันรับรองว่าข้อเสนอมันจะพิเศษจริงๆ เพราะอะไรนายก็น่าจะรู้”

ขวัญจิราเริ่มเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้ามากขึ้นจากการอ่านสายตาของคู่สนทนาทั้งสอง ที่แท้รัฐเขตกุข่าวเรื่องขายหุ้นขึ้นมาก็คงเพื่อหาทางชดใช้ให้กับครอบครัวของคุณภูวดล และเขาคงไม่คิดจะขายให้ใครหน้าไหนอีกทั้งนั้น

พัทธดนย์ยิ้มมุมปากเหมือนเข้าใจความหมายของรัฐเขตเช่นกัน “ได้ งั้นเดี๋ยวเลิกประชุมขอเชิญที่ห้องผู้บริหารบนชั้นสิบเก้านะ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าข้อเสนอที่ว่ามันจะพิเศษสักแค่ไหน”

มนสิชาเหลือบมองเจ้านายมาดนิ่งของเธอแล้วใจหาย ยามเขาพยักหน้ารับคำเชิญจากเจ้าของ Spell นั้น มือที่โอบไหล่เธออยู่กลับกำแน่นเหมือนต้องการข่มความรู้สึกบางอย่าง

“แล้วไม่คิดจะฟังข้อเสนอที่คนอื่นเขาจะให้คุณบ้างเลยเหรอ” วีรชัยทัดทานรัฐเขต เพื่อให้เขาได้ทบทวน

“ถ้าถามใจผม ผมอยากขายให้คนที่รักในสิ่งเดียวกันมากกว่า ถึงแม้ Spell จะเป็นคู่แข่ง แต่คิดว่าดนย์คงไม่ทิ้งให้ Wish ล้มหรือขาดทุน ดีกว่าปล่อยให้หุ้น Wish อยู่ในมือคนที่หวังจะกอบโกยผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว” ถ้อยคำของรัฐเขตนั้นราบเรียบ แต่เด็ดขาดและเชือดเฉือนจนคนฟังบางคนแทบสะดุ้ง

กระนั้นเจ้าของบริษัทคอมพิวเตอร์ศีรษะล้านกลับยิ้มเย็น “อุดมการณ์แรงเหลือเกินนะ”

ระหว่างการประชุม ขวัญจิราสังเกตว่าผู้รับผิดชอบหลักทั้งสองคนไม่ได้จดจ่ออยู่กับสาระของโครงการสักเท่าไหร่ ทั้งคู่มัวแต่สาละวนอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองจนน่าสงสัย ว่าพวกเขาอาจสนทนาถึงข้อเสนอสุดพิเศษกันก่อนถึงเวลาเลิกประชุมแล้วก็ได้ ยังดีที่เมฆินทร์ไม่ได้อาการหนักเท่าสองคนนั้น แม้เขาจะเหลือบมองโทรศัพท์บ้าง แต่ก็แค่ครั้งคราว

กว่าจะได้ข้อสรุปทุกประเด็นร่วมกันก็กินเวลานานกว่าสี่ชั่วโมง รัฐเขตเห็นเลขาท่าทางอ่อนล้าก็สงสาร ไม่อยากให้คนเพิ่งหายเจ็บต้องมานั่งรออีก “มิ้นท์กลับเลยก็ได้นะ พี่คิดว่งคงคุยกับพัทธดนย์ต่ออีกนาน”

“ไม่เป็นไรค่ะ มิ้นท์ไปรออยู่กับขนมก็ได้ ว่าแต่...คุณเขตจะขายหุ้นจริงๆ เหรอคะ แล้วอย่างนี้มิ้นท์จะตกงานหรือเปล่า”

“ไม่หรอก ถ้าคนที่จะซื้อเป็นพัทธดนย์ เขาไม่ไล่มิ้นท์ออกแน่” ชายหนุ่มกล่าวเสียงนุ่ม เหลียวมองรอบกายที่ผู้คนเริ่มทยอยกันออกจากงานแล้วหันมากำชับมนสิชา “มิ้นท์ไปหาขนมเถอะ พี่ขอไปเอาของที่รถก่อน”

รัฐเขตเดินมาสู่ลานจอดรถก็พบใครบางคนยืนชมวิวตึกรออยู่ที่นั่นก่อนแล้ว เขาก้าวเข้าไปยืนขนาบข้างแล้วคนที่ปักหลักรออยู่ก็เริ่มพูดคุย

“โทษทีที่เปลี่ยนสถานที่กะทันหัน แต่ฉันไม่อยากให้ใครต่อใครจับตาการเจรจาระหว่างฉันกับนาย”

“ฉันเข้าใจ คุยที่นี่ก็ดี ฉันเองก็ไม่ได้อยากให้ขนมหรือมิ้นท์รู้เรื่องที่จะคุยเหมือนกัน”

พัทธดนย์กอดอก ไม่สนใจจะมองหน้าคู่สนทนา “ไหนล่ะ ข้อเสนอที่ว่า”

ยังไม่ทันสิ้นคำถาม เสียงฝีเท้าของคนที่มีจำนวนมากกว่าหนึ่งได้เข้ามาปิดล้อม และล็อกแขนทั้งสองข้างของรัฐเขตแน่นหนาพร้อมคำขู่ “ถ้าไม่อยากตาย ห้ามส่งเสียงแล้วเดินมา”

คนถูกพันธนาการหน้าเสีย พยายามแข็งขืนต่อต้าน “ไหนว่าจะแค่มาคุยกันไงดนย์ ทำไมนายต้องสั่งให้คนมาจับฉันด้วย” 

“สั่งบ้าอะไร ฉันเองก็ถูกปืนจี้หลังอยู่เนี่ย” พัทธดนย์โวยแต่เสียงไม่ดังนัก มือที่เคยกอดอกกลับยกขึ้น ทั้งยังจะหันไปมองผู้บุกรุก “พวกแกต้องการอะไร”

ชายที่พกอาวุธตอบจุดประสงค์เสียงห้วน “มีคนต้องการเจรจากับพวกมึงสองคน เขาเลยให้พวกกูมาเชิญไปพบ”

“อย่าคิดว่าฉันจำเสียงแกไม่ได้นะไอ้โก้” พัทธดนย์ข่มสติ ไม่อยากยอมจำนน

“ไม่ต้องพูดมาก ไปขึ้นรถ”

เหยื่อทั้งสองยังคงนิ่ง ไม่สนเสียงตะคอกจากกลุ่มคนร้าย พวกมันจึงพยักพเยิดให้สัญญาณกัน แล้วคนหนึ่งก็ใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าที่พกมาจัดการให้รัฐเขตร่วงลงไปท่ามกลางความตกตะลึงของพัทธดนย์

นายโก้หัวเราะในลำคออย่างเป็นต่อ “เรื่องมากนัก ก็ต้องโดนแบบนี้ แต่กูไม่ทำให้มึงสลบหรอกไอ้ดนย์ เพราะกูต้องเก็บมึงไว้เป็นตัวประกัน จนกว่าจะแน่ใจว่าไอ้ยามพวกนั้นจะไม่ตามมา ถ้ามันไม่ให้รถกูออกไป อย่างน้อยมึงจะได้ช่วยกูเคลียร์ได้”

พัทธดนย์ถอนใจ มองชายฉกรรจ์สองคนที่ลากตัวรัฐเขตไปยังรถตู้ที่จอดเตรียมไว้แต่เข้าช่วยเหลือไม่ได้ เพราะตัวเขาเองก็ต้องจำยอมเดินไปขึ้นรถคันนั้นเช่นกัน

“เอ้า รออะไรอยู่ ออกรถสิ” นายโก้ออกคำสั่งกับคนขับที่อืดอาดไม่ทันใจ

“ไม่ได้พี่ ไอ้ก้านยังไม่มาเลย”

“มันไปดูต้นทางให้กูถึงไหนวะเนี่ย พวกมึงนี่ไม่ได้เรื่องเลย” หัวหน้ากลุ่มคนร้ายโทรหานายก้านที่จวนจะตกขบวน พูดงึมงำกันสักพักมันก็สั่งลูกน้องที่ปลายสาย “งั้นเหรอ ถ้าสลบแล้วมึงก็พามาด้วยเลย เผื่อจะมีประโยชน์”

เมื่อวางสายนายโก้ก็หันมาพูดกับเจ้าของบริษัท Spell ซึ่งถูกปืนจ่อที่ชายโครง “หึ กูไม่รู้หรอกนะว่าลูกน้องกูไปได้ตัวใครมา แต่น่าจะเป็นคนสำคัญ เพราะมันบอกว่าผู้หญิงคนนี้เที่ยวถามหาพวกมึงสองคนไปทั่ว”

พัทธดนย์หายใจติดขัด หวั่นใจเหลือเกินว่านายโก้จะหมายถึงขวัญจิรา เป็นไปได้ว่าเธออาจตามหารัฐเขตเพื่อต้องการปรับความเข้าใจ และเขาก็ผิดเองที่ไม่ยอมบอกว่าจะไปไหน จนเธอต้องออกตามหาเขาด้วยอีกคน

พักเดียวประตูรถตู้ก็ถูกเปิดออกเมื่อนายก้านอุ้มร่างผู้หญิงคนหนึ่งพาดบ่ามาถึง แต่เมื่อร่างนั้นถูกวางบนเบาะแถวที่สอง หัวหน้าโจรก็โวยวาย “เรื่องใหญ่แล้วไอ้ก้าน นี่มันเจ้าของห้างไฮโซ”

เหล่าลูกสมุนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่เข้าใจความหมายของลูกพี่ ระหว่างที่กลุ่มคนร้ายยังตกลงกันไม่เรียบร้อย ร่างที่สลบไสลของหนึ่งฤทัยก็เริ่มขยับเหมือนจะรู้สึกตัว

“ไม่ทันแล้ว มึงเอาทิ้งไว้ที่ลานจอดรถนี่แหละ รีบเผ่นก่อน ถ้าเอาไปด้วยเดี๋ยวก็ได้ฉิบหายกันทั้งรัง”

“ทำไมล่ะลูกพี่”

“มึงไม่ต้องถาม ทำตามที่กูบอกเดี๋ยวนี้”

นายก้านรีบแบกสาวใหญ่ลงจากรถ ไม่สนใจว่าเธอจะได้สติหรือเปล่า และเมื่อสมาชิกพร้อมเพรียง รถตู้ก็เคลื่อนที่ออกไปท่ามกลางความเบาใจของพัทธดนย์ เพราะอย่างน้อยคนที่เขาห่วงก็ไม่ได้รับอันตราย

#####################################

“คุณแม็คยังไม่กลับเหรอคะ ถ้าจะมาพบคุณดนย์คงต้องรอหน่อยเพราะเขานัดคุยกับพี่เขตไว้”

“อ๋อครับ มันบอกผมแล้วแหละ” เมฆินทร์ปิดประตูห้องทำงานผู้บริหาร Spell ให้สนิทตามเดิม ก่อนหันมาสนทนากับสองสาวที่อยู่ในห้องนี้มาก่อนเขา “นี่เย็นมากแล้วพวกคุณไม่กลับบ้านกันเหรอ”

“ยังค่ะ ว่าจะรอคุณดนย์คุยกับพี่เขตเสร็จก่อน” ขวัญจิราตอบอย่างเซ็งๆ ขณะที่มนสิชาก็อ่านหนังสือพิมพ์รอจนเริ่มเบื่อ 

ตอนนั้นโทรศัพท์ตั้งโต๊ะของพัทธดนย์ดังขึ้น ขวัญจิราขยับจะไปรับ แต่ไม่ทันหนุ่มตี๋ เขาคุยอยู่ไม่นานก็วางสาย พร้อมบอกเรื่องที่ได้รับรายงาน

“รปภ. แจ้งว่ามีคนบาดเจ็บอยู่ที่ลานจอดรถครับ เดี๋ยวผมไปดูแป๊บนึงนะ”

“ใครคะ คุณเขตหรือเปล่า” มนสิชาใจเต้น หวั่นว่าเจ้านายที่เธอแอบรักจะได้รับอันตราย

“ไม่ใช่หรอก คนเจ็บเป็นผู้หญิงน่ะ”

เมฆินทร์หายไปพักหนึ่งก็กลับขึ้นมาพร้อมผู้บาดเจ็บที่อาการไม่ได้หนักหนา เธอยังมีสติและเรี่ยวแรงมากพอจะบอกเล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งประสบได้เป็นฉากๆ

“ก็ฉันน่ะดันออกไปเข้าห้องน้ำตอนเลิกประชุมพอดี กลับมาก็ไม่เห็นใครอยู่เลย แล้วฉันก็มีเรื่องจะถามน้องดนย์กับคุณเขตเสียหน่อย ไม่รู้ว่าหายไปไหนกันไวนัก ฉันเลยเดินตามหา ขึ้นมาบนนี้ทีนึงแล้วแต่ไม่เจอ ถามคนโน้นคนนี้ก็ไม่มีใครเห็น ฉันเดินจะออกลานจอดรถอยู่แล้ว อยู่ๆ ก็มีคนมาล็อกตัวจากข้างหลังแล้วเอามือปิดปากฉัน ฉันตกใจมากเลยนะ พยายามดิ้นๆ แล้วก็เป็นลมไป มารู้ตัวอีกทีก็อยู่ที่ลานจอดรถแล้ว”

“คุณหนึ่งเห็นหน้าคนร้ายไหมครับ” เมฆินทร์สอบถาม แต่สาวใหญ่ส่ายหน้า “แล้วมีอะไรหายหรือเปล่า”

หนึ่งฤทัยสำรวจทรัพย์สินส่วนตัว ทั้งเครื่องประดับและข้าวของแบรนด์หรู ทว่าทุกอย่างยังอยู่ครบ “เอ่อ...ไม่มีนะ”

บุคคลทั้งสี่ในห้องทำงานเริ่มมองหน้ากันด้วยความสงสัย ก่อนที่ขวัญจิราจะถามสาวใหญ่ด้วยความเป็นห่วง “คุณหนึ่งจะแจ้งความไหมคะ”

“แจ้งสิ แต่ขอดูกล้องวงจรปิดหน่อยเถอะ เผื่อจะเห็นคนร้าย” เมื่อไม่ถูกชะตากับคนถาม น้ำเสียงที่ตอบก็กระด้างเหลือเกิน

“งั้นเราไปดูกล้องวงจรปิดกัน” เมฆินทร์แจ้งแก่หนึ่งฤทัย ก่อนหันมากำชับสองสาว “ส่วนพวกคุณสองคนกลับบ้านไปก่อนดีกว่าครับ นี่เย็นมากแล้ว ผมพาคุณหนึ่งไปดูกล้องวงจรปิดแล้วก็จะกลับเหมือนกัน”

“คุณแม็ค ฉันขอไปด้วยได้ไหม ฉันมีลางสังหรณ์ว่าบางทีคุณดนย์กับพี่เขตอาจไปเจอโจรที่ทำร้ายคุณหนึ่งเข้าก็ได้ ฉันกลัวพวกเขาจะไม่ปลอดภัย” ขวัญจิราต่อรองทั้งคิ้วขมวดยุ่ง

“จริงค่ะ คุณเขตบอกว่าจะไปเอาของที่รถ แต่นี่ก็นานแล้ว ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน ตอนนี้มือถือก็ปิดเครื่องไปแล้ว” 

สิ่งที่มนสิชาสำทับทำให้ขวัญจิราเอะใจ จึงลองโทรหาชายคนรักดูบ้าง แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับเช่นกัน “เครื่องคุณดนย์ก็ปิดค่ะ เขาหายไปตั้งแต่เลิกประชุมแล้วนะ ฉันใจคอไม่ดีเลย”

สีหน้าสาวๆ วิตกอย่างเห็นได้ชัด เมฆินทร์จึงพยายามปลอบ “พวกเขาไม่เป็นอะไรหรอก เชื่อผมเถอะ คงหาที่เงียบๆ คุยกันแล้วไม่อยากให้ใครรบกวนเลยปิดมือถือน่ะ พวกคุณกลับบ้านเถอะนะ”

“ไม่ค่ะ ฉันจะรออยู่ที่ห้องทำงานจนกว่าคุณดนย์จะกลับมา” ขวัญจิรายืนยันเสียงแข็ง

“แล้วมิ้นท์ล่ะ”

“มิ้นท์ก็ขออยู่กับขนม รอคุณเขตเหมือนกันค่ะ” น้ำเสียงของมนสิชาก็หนักแน่นไม่ต่างกัน

“งั้นเอาอย่างนี้ไหม เราลงไปดูกล้องวงจรปิดด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ บางทีอาจจะเห็นทั้งคนที่ทำร้ายคุณหนึ่ง และสองคนนั้นก็ได้” ขวัญจิราเสนอทางแก้ปัญหาที่คิดว่าน่าจะดีที่สุดในตอนนี้

ส่วนเมฆินทร์ก็ได้แต่ถอนใจ สงสัยเรื่องที่เขาเผชิญอยู่จะใหญ่เกินกว่าจะจัดการได้ง่ายๆ เสียแล้ว

************************
 

เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ ทำยังไงดี...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น