สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 74 : ความจริง(ใจ) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    19 พ.ย. 63

ภายในห้องโดยสารของรถแลนด์โรเวอร์มีเสียงใครบางคนสะอื้นประปรายอยู่ตลอดจนกระทั่งรถคันใหญ่จอดนิ่งสนิทอยู่ ณ ตึก Spell ในยามเย็นย่ำ เจ้าของเสียงสะอื้นไม่อาจกลับบ้านได้สมใจ ด้วยชายคนรักขอร้องให้อยู่ทานข้าวเย็นกับเขา

“ช่วยทำไข่ตุ๋นสูตรเด็ดของคุณให้ผมหน่อยสิขนม ผมอยากกิน” พัทธดนย์พยายามหากิจกรรมให้คนที่เอาแต่สะอึกสะอื้นทำ เพื่อจะได้ไม่คิดวนแต่เรื่องเดิมๆ

“ไว้วันหลังหนมทำให้ได้ไหมคะ วันนี้หนม...ไม่ไหวจริงๆ ขอกลับบ้านนะ”

“ตาบวมขนาดนี้จะกลับได้ยังไง ไม่กลัวถูกป๊ากับแม่ถามเหรอ”

“ก็จริงของคุณ”

ขวัญจิราหันมองอีกฝ่ายแล้วปาดน้ำตา เธอไม่ควรกลับบ้านตอนนี้อย่างที่เขาว่า สุดท้ายจึงเดินตามพัทธดนย์ไปจนถึงห้องพักส่วนตัวของเขา แล้วยึดเอาครัวขนาดเล็กเป็นที่ทำการ

ขณะเตรียมของทำเมนูเด็ดก็ยังพอไหว แต่พอยกทุกอย่างลงจากเตา เรื่องที่ชวนให้เสียน้ำตาก็แวบเข้ามา จนเจ้าของห้องต้องรีบเข้ามาดูอาการ

“เป็นอะไรฮะ เมื่อก่อนเห็นเก่งกล้าสารพัด ทำไมวันนี้กลายเป็นเด็กขี้แยไปซะแล้ว”

“ก็มันเสียใจนี่ หนมไม่คิดว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้” เธอยืนนิ่งยอมให้พัทธดนย์เช็ดน้ำตาให้แต่โดยดี พลันนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าเธอลืมความรู้สึกของคนตรงหน้าไปเสียสนิท “รู้ความจริงแบบนี้แล้วคุณโอเคหรือเปล่า ถ้าคุณโกรธก็ไม่ต้องทนฝืนนิ่งไว้หรอก ระบายความรู้สึกออกมาบ้างก็ได้ หนมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณเอง”

จอมเวทไอทียิ้มกริ่ม ทั้งเอ็นดูและซึ้งใจในความห่วงใยของเธอ “คิดจะปลอบผมทั้งที่ตัวเองก็ร้องไห้ขี้มูกโป่งเนี่ยนะ”

“ก็เรื่องนี้มันกระทบกับคุณโดยตรง คุณก็สมควรจะโกรธเขา”

“แล้วจะปลอบผมยังไง ไหนว่ามาซิ” เขาหยั่งเชิง แต่เล่นเอาคนฟังเหวอไปเหมือนกัน

“เอ่อ...หนมจะขอโทษคุณแทนพี่เขตค่ะ ขอโทษที่เขาทำกับครอบครัวคุณแบบนั้น” 

พัทธดนย์กระหยิ่มยิ้มย่อง แกล้งโวยวาย “แค่นี้เองเหรอ ผมไม่เห็นจะรู้สึกดีขึ้นตรงไหนเลย”

“แล้วคุณจะให้หนมทำยังไงล่ะ”

“ทีคุณร้องไห้ผมยังจูบปลอบเลย คุณก็...จูบผมบ้างสิ”

คนถูกเรียกร้องถึงกับนิ่ง น้ำตาหยุดไหลทันทีที่ได้ยิน ยิ่งเห็นบุรุษรูปงามยื่นหน้าเข้ามาใกล้ก็ใจสะท้าน ครั้นจะขยับหนีก็ทำไม่ได้ ด้วยแก้มทั้งสองข้างอยู่อุ้งมือหนาตั้งแต่ตอนที่เขาช่วยเช็ดน้ำตาให้

แล้วการปลอบประโลมซึ่งกันและกันก็เริ่มต้นขึ้นอย่างช้าๆ ละมุนเสียจนแทบไม่อยากให้สัมผัสนั้นห่างหายไปโดยง่าย ขวัญจิราปล่อยให้ชายหนุ่มจุมพิตกลีบปากนุ่มอยู่เนิ่นนาน ต่อเมื่อเขาผละออกเพื่อเปลี่ยนมุม เธอก็ยังคงนิ่งอยู่แบบนั้น

หญิงสาวช้อนตาขึ้นสำรวจเมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ น่าแปลกที่คราวนี้พัทธดนย์ไม่ได้แสดงอาการฉุนเฉียวเลย แถมเขาดูใจเย็นกว่าทุกทีด้วยซ้ำ

“นี่คุณโกรธจริงๆ เหรอคะ”

“ผมก็โกรธเขาอยู่หรอก แต่คงไม่ได้รู้สึกมากเท่าคุณ เพราะรัฐเขตไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ผมคิด เขาไม่ได้ทรยศพ่อผมด้วยการตั้งใจขโมยลิขสิทธิ์ไป แต่แค่ไม่กล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับพ่อหรือผมเท่านั้น”

“แต่ทำไมหนมรู้สึกแย่เหมือนโลกจะถล่มล่ะ”

“เพราะมุมมองเริ่มต้นที่เรามีต่อเรื่องนี้ต่างกันน่ะสิ คุณมองรัฐเขตแง่บวก สมมติตัวเลขง่ายๆ ว่าเป็นหนึ่งร้อยคะแนนเต็ม แต่ผมมองเขาแง่ลบ เรียกว่าติดลบร้อยคะแนนเลยก็ได้ พอผลมันออกมาก้ำกึ่ง อยู่กลางๆ แต่ค่อนมาทางลบ น่าจะ...สักลบยี่สิบ ระยะห่างระหว่างสิ่งที่คุณคิดกับความเป็นจริงมันจึงมีมากกว่าของผม เพราะฉะนั้น คุณจะเสียใจมากกว่าก็ไม่แปลกหรอก”

“ลบยี่สิบเองเหรอ” ขวัญจิราค้าน “ทั้งที่พี่เขตทำให้หนมเหมือนคนโง่ หนมเชื่อใจเขา ปกป้องเขา แก้ต่างให้เขามาตลอด แต่สุดท้ายเขากลับหลอกใช้หนมเพื่อปกปิดความลับของตัวเอง หนมโกรธพี่เขตจนคิดว่าสิ่งที่เขาทำมันติดลบเกือบร้อยเลยด้วยซ้ำ”

“ไม่จริงหรอก ถ้าคุณโกรธเขาจริงๆ คุณจะไม่มีทางขอโทษผมแทนเขา คุณก็แค่ผิดหวังและเข้าใจผิดเท่านั้นเอง”

“เข้าใจผิด?”

“ผมว่ารัฐเขตไม่ได้หลอกใช้คุณเพื่อปิดบังความลับ ความจริงแล้วเขาคงรู้สึกผิดเลยจำใจส่งคุณมาที่นี่ เพราะคนที่เลือกคุณคือผม คุณก็รู้ไม่ใช่เหรอว่ารัฐเขตคิดยังไงกับคุณ และผมก็เชื่อว่าถ้าเป็นบริษัทอื่นมาขอซื้อตัวคุณ เขาไม่มีทางปล่อยให้คุณมาหรอก” พัทธดนย์ยังคงอ่านเกมออกเป็นฉากๆ แล้วยังช่วยคนตรงหน้าให้เข้าใจอะไรมากขึ้นด้วย

“แล้วพี่เขตจะให้หนมสืบความเคลื่อนไหวของคุณทำไมล่ะ”

“เขาก็คงกลัวความลับแตกอยู่หรอก แต่แววตาตอนที่ยอมรับผิดมันฟ้องว่าเขาไม่ได้คิดร้ายกับผม ดูอย่างคราวที่ Spell เกิดวิกฤติสิ ตอนนั้นรัฐเขตก็ช่วยผมทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำ คุณยังบอกเองเลยว่าเป็นน้ำใจนักกีฬา”

“หรือว่าพี่เขตจะทำไปเพราะอยากลบความผิดของตัวเอง” ขวัญจิราเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว และชายหนุ่มเจ้าของห้องก็ร่วมผสมโรง

“เป็นไปได้ที่เขาจะช่วยผมเพื่อไถ่โทษ แต่สิ่งที่ผมสัมผัสได้มากกว่านั้นคือรัฐเขตอยากพิสูจน์ฝีมือตัวเองด้วยการแข่งกับผมอย่างยุติธรรม ที่ผ่านมาผมกับเขาเริ่มต้นด้วยพื้นฐานที่ต่างกัน รัฐเขตได้เปรียบเพราะมีครอบครัวพร้อมให้การสนับสนุนในทุกเรื่อง และการที่เขามีลิขสิทธิ์ Wish 1 อยู่ในมือทำให้เป็นต่อขึ้นไปอีกขั้น แต่ผมเริ่มต้นทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว ไม่มีพ่อคอยให้ความช่วยเหลือ ไม่มีแม้กระทั่งคำแนะนำ ส่วนแม่ก็ไม่ถนัดเรื่องธุรกิจเลย กว่าจะถึงวันนี้ได้ผมก็ดิ้นรนเองทั้งนั้น”

ขวัญจิราแกะมือเขาออกจากข้างแก้ม ก่อนเอามากุมไว้เหมือนอยากให้กำลังใจ “เรื่องลงเอยแบบนี้ คุณกับพี่เขตก็...ต้องเป็นศัตรูกันจริงๆ แล้วใช่ไหม”

“ถ้าต้องเป็นอย่างนั้น คุณจะอยู่ข้างผมหรือเปล่า”

คนถูกถามมองหน้าอีกฝ่ายอย่างหนักใจ “ไม่ว่าจะเลือกตามความถูกต้องหรือถูกใจ ตอนนี้ยังไงหนมก็ต้องเลือกคุณ แต่ถ้าเลือกแล้วหนมต้องเป็นศัตรูกับ Wish ไปด้วย หนมก็...”

“ลำบากใจล่ะสิ” พัทธดนย์ต่อความให้อย่างรู้ใจ “เห็นไหมว่าต่อให้โกรธรัฐเขตแค่ไหน คุณก็ตัดเขาออกไปจากชีวิตไม่ได้”

หญิงสาวกะพริบตาสลัดความงุนงง เมื่อครู่นี้เธอได้ยินอะไรผิดหรือเปล่า ทำไมรู้สึกเหมือนเขาพูดประโยคเดียวกับที่เธอเคยบอก

“คุณกำลังเกลี้ยกล่อมให้หนมให้อภัยพี่เขตอยู่เหรอคะ” เธอเอียงคอถาม “นี่เราทำหน้าที่สลับกันหรือเปล่า หนมสิต้องเป็นฝ่ายเกลี้ยกล่อมคุณ”

“ไม่หรอก ผมมีหน้าที่ทำยังไงก็ได้ให้คุณรู้สึกดีขึ้น เพราะว่าผม...รับปากรัฐเขตไว้แล้ว”

คำเฉลยจากบุรุษตรงหน้ายิ่งทำให้ขวัญจิราสับสนไปกันใหญ่ “ไปคุยกันตอนไหนอีกเนี่ย” 

“ไม่ได้คุย แต่ตอนที่ผมกอดคุณ สายตาของรัฐเขตขอให้ผมทำแบบนี้ พอผมพยักหน้า เขาก็เดินจากไปเหมือนเชื่อใจว่าผมจะไม่ทำให้เรื่องเลวร้ายไปกว่าเดิม”

“แค่นี้ก็รู้กันแล้วเหรอคะ”

“ก็ไม่น่าจะผิดนะ” พัทธดนย์ยอมรับ “ถ้าไม่ติดเรื่อง Wish 1 ผมว่า...รัฐเขตก็เป็นคนที่น่าคบคนนึง ดูเหมือนจะรู้ทันผมด้วย”

ขวัญจิราเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างหวั่นใจ เพราะเขาดูชอบอกชอบใจราวกับได้ของเล่นชิ้นใหม่เมื่อพูดถึงคู่แข่งคนสำคัญ

“แล้วตอนนี้คุณยังอยากให้ผมกับเขาร่วมมือกันอีกหรือเปล่า”

“จริงๆ ก็เริ่มไม่อยากแล้วล่ะ เห็นตอนที่นายแมนโดนคุณสองคนปั่นหัวแล้วบอกเลยว่าหนมกลัว”

“ไม่แน่นะ บางทีอาจมีเรื่องที่ผมกับเขาอาจต้องร่วมมือกันอีกก็ได้”

*********************************

ตอนนี้คุณดนย์ดูรื่นเริงเป็นพิเศษเลยนะคะ

หลอกจูบขนมด้วย...ร้ายยยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น