สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 73 : ความจริง(ใจ) 65%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 พ.ย. 63

ถ้อยคำของหญิงสาวที่ยืนอยู่ห่างทำให้พ่อมดแห่ง Wish ได้ยินไม่ถนัด เขาชะงักเท้าแล้วหันเดินกลับมาหาขวัญจิรา แต่ยังไม่ทันถึงตัวเธอก็ถูกร่างสูงสง่าของคู่แข่งขวางทางเสียก่อน

พัทธดนย์ไม่ได้หาเรื่อง ไม่ได้ขัดขวาง ไม่แม้แต่จะสนใจรัฐเขตด้วยซ้ำ เพราะเขากำลังหันหน้าหาขวัญจิรา และกางสองแขนกั้นเธอไม่ให้เดินไปข้างหน้า

“คุณจะทำอะไรน่ะขนม”

“ก็ถามเรื่องนั้นไงคะ คุณเองก็อยากรู้ไม่ใช่เหรอ”

ใช่...เขาอยากรู้ แต่ต้องไม่ใช่แบบนี้ สิ่งที่เขากังวลไม่ใช่ความจริงที่จะได้รับฟัง แต่เขาเป็นห่วงความรู้สึกของเธอต่างหาก

“ผมว่าอย่าดีกว่า”

ขวัญจิรามุ่นหัวคิ้ว แปลกใจเหลือเกินที่ถูกห้ามปราม ทั้งที่พัทธดนย์ทำทุกอย่างแม้กระทั่งซื้อตัวเธอมาจาก Wish ก็เพราะเรื่องลิขสิทธิ์ของ Wish 1 นี่แท้ๆ

“ไหนคุณบอกว่าให้สิทธิ์หนมแล้วไง”

“ผม...ผมเปลี่ยนใจทันไหม” เขาส่งสายตาร้องขอให้เธอล้มเลิกความตั้งใจ

เสียงฝีเท้าที่แว่วมาจากด้านหลัง บ่งบอกว่ารัฐเขตกำลังเดินเข้ามาใกล้ แล้วยังเอ่ยถามอย่างสนอกสนใจอีกต่างหาก “มีอะไรจะถามพี่เหรอ”

หญิงสาวละสายตาจากชายคนรักแล้วเอียงตัวมองข้ามแขนพัทธดนย์ไปเพื่อพูดคุยกับชายหนุ่มอีกคน

“อ๋อค่ะ คือหนมอยากรู้เรื่อง...” เธอพูดไม่ทันจบ ต้นแขนทั้งสองข้างก็ถูกมือหนาเกาะกุมไว้ ก่อนเจ้าของมือจะมองลึกเข้าไปในตาคมสวยเพื่อย้ำเป็นครั้งสุดท้าย

“ขนม ฟังผมนะ สิ่งที่ผมคาใจมันไม่ได้สำคัญมากเท่ากับความรู้สึกของคุณ ถ้าลางสังหรณ์ของผมถูก แล้วความจริงมันไม่ได้สวยงามอย่างที่คุณคิด คุณจะรับมันได้จริงๆ เหรอ”

“หนมบอกแล้วไงว่าจะถามพี่เขตต่อหน้าคุณ แล้วตอนนี้ก็เป็นโอกาสดีที่สุด” คนตัวเล็กกว่าอาศัยช่วงชุลมุนก้าวถอยหลังจนพ้นการเกาะกุม แล้ววิ่งเข้าไปหารัฐเขตที่อยู่ห่างไปไม่กี่เมตรด้วยสายตาเป็นประกาย “พี่เขต...หนมอยากรู้เรื่อง Wish 1 น่ะค่ะ”

“อะไรนะ”

“พี่เขตช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมคะว่าเริ่มต้นผลิต Wish 1 ได้ยังไง”

คนถูกถามนิ่งไปครู่ ค่อยๆ ทบทวนสิ่งที่ได้ยินแล้วตอบกลับเสียงเรียบ “ก็ปกติทั่วไปนั่นแหละ พอได้สเปคลงตัวก็ติดต่อบริษัทที่รับจ้างผลิต แล้วก็วางจำหน่าย”

“พี่เขตทำทุกอย่างทั้งหมดเองคนเดียวเลยเหรอคะ”

“เปล่าหรอก พี่โชคดีที่พ่อพี่คอยให้ความช่วยเหลืออยู่หลายเรื่อง”

“แล้ว...เรื่องแบบล่ะคะ พี่เขตออกแบบตัวเครื่องเองด้วยใช่ไหม”

คำถามนี้ทำให้คนตอบถึงกับอึกอัก เขาหายใจลำบากราวกับมีก้อนอะไรสักอย่างที่หนักมากกดทับอยู่กลางอก ยิ่งเห็นนัยน์ตากลมโตมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น และนัยน์ตาคบกริบของบุรุษอีกคนที่เพ่งเล็งไม่ต่างจากการจ้องจับผิด เขาก็ยิ่งอึดอัดเข้าไปใหญ่

“พี่...เอ่อ...พี่ขอตัวก่อนนะ” รัฐเขตถอยหลังเหมือนต้องการหลบเลี่ยงการเผชิญความจริง

ขวัญจิราก็ผิดคาดเหมือนกันที่เขาไม่ตอบคำถามอย่างผ่าเผยเหมือนทุกที พอเห็นเขาผละจะเดินห่างออกไปก็ยิ่งใจคอไม่ดี จึงรีบคว้ามือเขาไว้ “พี่เขต อย่าเพิ่งไปได้ไหมคะ หนมขอร้อง ช่วยตอบหนมหน่อยนะคะ”

“...” ทุกอย่างนิ่งสนิท ไร้ซึ่งคำตอบจากบุรุษที่ถูกเธอรั้งไว้ หากแต่คนที่เคลื่อนไหวคือชายหนุ่มอีกคนที่อยู่ด้านหลังเธอต่างหาก

พัทธดนย์คว้าข้อมือข้างที่ยังว่างของขวัญจิราเพื่อต้องการบอกทางอ้อมให้เธอหยุดรบเร้ารัฐเขต แต่หญิงสาวไม่ได้สนใจเขาเลย เธอยังคงกำมือรัฐเขตไว้แน่น

“พี่เขต...” ดวงตาที่เคยเจือประกายแห่งความหวังบัดนี้กลับหม่นลงขณะเรียกคู่สนทนา

“พี่...พี่ไม่มีอะไรจะตอบ”

“ก็ตอบตามที่มันเป็น...ได้ไหมคะ”

ทุกอย่างเหมือนเดิม คำเว้าวอนของขวัญจิราไม่อาจทำให้รัฐเขตยอมปริปากบอกอะไรทั้งนั้น แถมเขายังปลดมือบางออก หันหลังหมายเดินกลับเข้าตึกแล้วกล่าวเพียงคำลาสั้นๆ

“พี่ขอตัวก่อนนะ”

ขวัญจิรามองพี่ชายที่เคารพรักหันหลังให้ก็น้ำตารื้น เริ่มรู้แล้วว่าเรื่องบังเอิญที่เคยคิดคงไม่มีอยู่จริง แต่เธอไม่ยอมแพ้

“แต่หนมเห็นมันแล้วนะคะ...หนมเห็นสัญญาว่าจ้างผลิตโทรศัพท์มือถือของคุณภูวดลที่สเปคโทรศัพท์ในนั้นเหมือนกับ Wish 1 แล้ว เพราะฉะนั้นพี่เขตช่วยตอบหนมหน่อยเถอะค่ะ” ขวัญจิราตะโกนบอกไล่หลังด้วยหวังว่าจะช่วยให้รู้ความลับสำคัญที่รัฐเขตเก็บซ่อนไว้ แต่อานุภาพของมันก็ทำได้แค่ฉุดขาที่กำลังจะก้าวให้ชะงักเพียงชั่วคราวเท่านั้น

พัทธดนย์เองก็แทบทนกับความอึมครึมไม่ไหว เดินเข้าไปตรงด้านหน้าขวัญจิราแล้วจับข้อมือทั้งสองข้างของเธอ “ขนมพอเถอะ ถ้าเขาไม่ตอบก็ปล่อยเขาไป”

หญิงสาวส่ายหน้าทั้งน้ำตารินอาบแก้ม เธอรู้ว่าพัทธดนย์เป็นห่วงมากกว่าจะใช้เธอเป็นเครื่องมือสืบหาความจริง แต่ตอนนี้...เธอคงหยุดตามที่เขาขอไม่ได้

“พี่เขตต้องการแบบนั้นเหรอคะ ถ้าพี่เดินหนีไปโดยไม่ตอบอะไร พี่ต้องการให้หนมเข้าใจว่าพี่ขโมยลิขสิทธิ์เครื่อง Wish 1 มาจากคุณภูวดลจริงๆ น่ะเหรอ” เสียงสั่นเครือตามตอแยคนที่จะชิ่งหนีเข้าตึกจนได้ผล

รัฐเขตหันกลับมาในเวลาเดียวกับที่ขวัญจิรายื้อมือออกจากพัทธดนย์

“ขนม...” ชายหนุ่มทั้งสองพึมพำชื่อหญิงสาวคนเดียวกัน แต่เจ้าของชื่อนั้นกลับเลือกวิ่งไปหารัฐเขตเพื่อสนทนากับเขา ทั้งที่ยังร้องไห้ไม่หยุด

“ตั้งแต่เด็กจนโต หนมเห็นพี่เขตเป็นต้นแบบในการใช้ชีวิต เป็นพี่ชายที่แสนดี พี่ทั้งเก่ง ทั้งน่ารัก ใจดีกับหนมทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องจะใหญ่หรือเล็กแค่ไหนพี่เขตก็ยังเป็นที่พึ่งให้หนมได้ทุกที แล้วทำไมกับคำถามแค่นี้พี่ถึงให้คำตอบหนมไม่ได้  หนมขอร้องพี่มากเกินไปเหรอคะ หรือพี่เขตคิดว่าหนมต้องการจับผิดหรือเข้าข้างใครเป็นพิเศษ หนมขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าไม่ใช่ แต่ที่ถามก็เพราะต้องการช่วยพี่เขตให้พ้นจากข้อสงสัยหรือความเข้าใจผิด เพราะหนมเชื่อ...เชื่อมั่นในตัวพี่เขตมาตลอดว่าพี่ต้องไม่มีทางขโมยลิขสิทธิ์ของใครมา”

“พี่...พี่ขอโทษ” ในที่สุดรัฐเขตก็ยอมปริปาก

“ขอโทษ?...หมายความว่ายังไง”

“พี่ขอโทษที่ต้องทำให้ขนม...ผิดหวัง เพราะพี่เองก็ละอายใจทุกครั้งที่คิดถึงที่มาของ Wish 1”

“พี่เขต...กำลังจะบอกว่า...” ขวัญจิราตาค้าง

“พี่เป็นผู้ช่วยคุณภูวดลริเริ่มโปรเจคผลิตโทรศัพท์มือถือในตอนที่ยังทำงานอยู่กับท่าน เพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่า Wish 1 เป็นลิขสิทธิ์ของพี่อย่างเต็มภาคภูมิมันก็...ไม่ถูก”

เพียงผู้กุมความลับเริ่มเล่าเรื่องในอดีต เหล่าคนฟังก็นิ่งสนิท แต่ครู่เดียวหญิงสาวก็เริ่มสร้างข้อสันนิษฐานที่ตรงข้ามกับสิ่งที่เธอกลัว “แต่พี่ไม่ได้ขโมยมาใช่ไหม คุณภูวดลให้ลิขสิทธิ์กับพี่ใช่หรือเปล่า” 

ยิ่งถามเขายิ่งอึกอัก หากแต่ยังยอมเล่าต่อ “เอ่อ...พี่...พี่ไม่ได้มีเจตนาขโมยหรอก ตอนที่บริษัทคุณภูมีปัญหา ท่านเรียกพี่ไปคุยเพื่อจะผลักดันโปรเจคผลิตโทรศัพท์มือถือให้เป็นรูปเป็นร่าง ถ้าผลิตแล้วขายดีขึ้นมา ท่านจะได้มีเงินไปเยียวยาบริษัทที่กำลังขาดทุนอย่างหนัก แล้วอีกอย่างมันก็เป็นความฝันของทั้งคุณภูและตัวพี่เองด้วย ตอนนั้นพี่รู้ข่าวว่าท่านเซ็นสัญญากับโรงงานที่รับจ้างผลิตไปแล้ว แต่โรงงานบอกว่าจะไม่ผลิตให้ถ้าไม่จ่ายเงินก่อน”

“แล้วยังไง พ่อทำยังไง” คราวนี้พัทธดนย์เป็นฝ่ายซักเสียเอง

“ท่านเครียดมาก พยายามกู้เงินเพิ่มจากธนาคารแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะธุรกิจเดิมไม่มีสภาพคล่องเลย แถมยังมีหนี้สินอีก สุดท้ายก็เลยตัดสินใจยกเลิกโปรเจคนั้นไป แล้วท่านก็บอกให้พี่ลาออกไปทำงานที่อื่นเพราะบริษัทอาจจะต้องปิดตัวลง”

ความจริงที่ได้ฟังไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มหายข้องใจแม้แต่น้อย “ทำไมพ่อถึงเลิกล้มความตั้งใจง่ายๆ ทำไมถึงทิ้งความฝันของตัวเองง่ายดายขนาดนั้น”

“ก็เพราะความจริงมันไม่ง่ายเหมือนที่ฝันน่ะสิ นายเองก็น่าจะรู้ว่ากว่าที่เราจะมีวันนี้...วันที่สินค้าของเราติดตลาดและเป็นที่ยอมรับต้องผ่านอุปสรรคมากขนาดไหน คุณภูจะรู้ได้ยังไงว่าถ้าหาเงินมาลงทุนกับมัน สุดท้ายแล้วจะได้กำไรหรือขาดทุนหนักกว่าเดิม”

พัทธดนย์นิ่งงัน จริงอย่างรัฐเขตว่า ขนาดเขาเริ่มต้นจากศูนย์ยังต้องฝ่าฟันอุปสรรคมามากกว่าจะเป็นที่ยอมรับ นับประสาอะไรกับผู้เป็นบิดาที่ต้องแบกรับความเสี่ยงในขณะที่สถานะของตัวเองติดลบ

ในขณะที่จอมเวทไอทีกำลังใช้ความคิด น้ำตาของขวัญจิราก็ค่อยๆ เหือดหาย พร้อมที่จะรับฟังความจริงมากขึ้น และเธอก็มีสิ่งที่อยากรู้เพิ่มมากขึ้นด้วย “แล้วลิขสิทธิ์ Wish 1 มาอยู่ในมือพี่เขตได้ยังไงล่ะคะ”

“พี่แค่ไม่อยากให้ทุกอย่างที่คุณภูคิดเป็นแค่ฝันเลื่อนลอยเพราะติดปัญหาเรื่องเงิน และอย่างที่บอกว่ามันก็เป็นความฝันของพี่เหมือนกัน พี่จริงจังกับมันมากถึงขนาดจดจำรายละเอียดทุกๆ อย่างที่อยู่ในแบบร่างได้ พี่คิดว่ายังไงก็ตามพี่จะต้องหาทางทำให้สิ่งที่อยู่ในกระดาษพวกนั้นออกมาเป็นเครื่องโทรศัพท์มือถือสุดไฮเทคที่ใช้งานได้จริงให้ได้”

รัฐเขตเล่าถึงเรื่องราวตอนนั้นด้วยแววตามุ่งมั่น ซึ่งพัทธดนย์เองทันได้เห็นอยู่แวบหนึ่งแล้วชะงัก ด้วยแววตาแบบนั้นช่างคุ้นเคยนัก แต่ก็ไม่ได้เห็นมันมาร่วมสิบปีแล้ว

มันเหมือนแววตาของพ่อ...

มิน่า...พ่อของเขาถึงได้ไว้ใจและเอ็นดูรัฐเขตนัก

“พี่เขตขออนุญาตคุณภูวดลแล้วใช่ไหม” ขวัญจิราถาม

“เอ่อ...พี่แค่เอาเรื่องนี้ไปขอความช่วยเหลือจากพ่อของพี่ ซึ่งท่านก็สนับสนุนอย่างเต็มที่ จนมันออกมาเป็น Wish 1 อย่างที่เห็นนี่แหละ”

“พี่ได้เอาเครื่องที่ผลิตแล้วกลับไปให้คุณภูวดลหรือเปล่า แล้วท่านว่ายังไงคะ”

หญิงสาวยังคงทำหน้าที่ซักจำเลยอย่างเต็มที่ ไม่ได้มีเจตนาไล่ต้อนให้เขาจนมุม แต่กำลังลุ้นเอาใจช่วยสุดตัว หวังว่าอาจจะได้ยินใจความประมาณว่าเจ้าของนั้นยกลิขสิทธิ์ให้อย่างถูกต้องและเต็มใจ แต่อีกฝ่ายกลับนิ่งแถมสีหน้ายังหม่นลงด้วยซ้ำ

“ตอนแรกพี่ก็ตั้งใจแบบนั้น แต่สุดท้ายพี่ก็เอาเครื่องที่ผลิตแล้วกลับไปให้คุณภูไม่ได้”

“ทำไมคะ”

“เพราะเงินทุนที่ใช้จ้างผลิตมาจากเงินกู้ธนาคารที่พ่อพี่เอากิจการเครื่องใช้ไฟฟ้าของท่านเองไปค้ำประกันไว้ พี่ต้องปลดหลักประกันพวกนั้นคืนพ่อ ไม่งั้นอาจกระทบต่อกิจการท่านโดยตรง”

“แปลว่าพี่เขตไม่ได้บอกลุงจักรกฤษณ์เหรอคะว่าพี่ไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์”

“พี่บอกไม่ได้ พอพี่บอกพ่อว่าจะผลิตโทรศัพท์มือถือ พี่เห็นแววตาท่านภูมิใจมาก แล้วที่ท่านพยายามช่วยเหลือพี่ทุกอย่าง ถึงขนาดเอาทรัพย์สินจากกิจการของท่านไปค้ำประกันเงินกู้ก้อนโตให้พี่ เพราะท่านเข้าใจว่าทุกอย่างเกิดจากน้ำพักน้ำแรงของลูกชาย ยิ่งเห็นพ่อคุยอวดใครต่อใครว่าพี่กำลังจะมีกิจการโทรศัพท์มือถือเป็นของตัวเอง พี่ก็ยิ่งพูดไม่ออก”

ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ เมื่อความจริงที่ออกจากปากรัฐเขตไม่ได้เป็นไปหรือใกล้เคียงกับสิ่งที่ขวัญจิราคิดแม้แต่น้อย ความรู้สึกในยามนี้ช่างเต็มไปด้วยความเสียใจมากจนคล้ายจะเสื่อมศรัทธา

“แล้วพี่เขตก็ปล่อยให้ทุกอย่างเลยตามเลยงั้นเหรอคะ” คนถามสะอื้น ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาอีกครั้ง

“พี่...พี่รู้ว่าขนมคงผิดหวังในตัวพี่”

“ค่ะหนมผิดหวังที่พี่เขตนิ่งดูดาย ไม่กล้าบอกความจริงกับใคร การที่ไม่บอกลุงจักรกฤษณ์เพราะกลัวท่านผิดหวังหนมพอเข้าใจ แต่การที่พี่ไม่บอกคุณภูวดลหนมว่ามันไม่ถูก”

“พี่ขอโทษนะขนม”

รัฐเขตเดินเข้ามาใกล้หมายจะจับศีรษะเธอและสบตาในระยะประชิดเหมือนอย่างที่เคย เขาหวังว่าถ้าทำแบบนั้นคงจะช่วยให้เธอเข้าใจความรู้สึกของเขาได้มากขึ้น แต่พอยื่นมือออกไปยังไม่ถึงตัวเธอด้วยซ้ำ ขวัญจิราก็ถอยหนีทั้งที่ตาแดงกร่ำ

เพียงเท่านี้ก็เจ็บปวดมากแล้วสำหรับเขา

หญิงสาวแสดงความห่างเหินโดยไม่รู้ตัว เพราะรู้สึกว่ายังมีอีกอย่างที่พ่อมดไฮเทคกำลังทำไม่ถูก “คนที่พี่เขตควรขอโทษไม่ใช่หนมค่ะ แต่เป็นคนในครอบครัวของคุณภูวดลต่างหาก”

บุรุษทั้งสองต่างชะงัก แต่ก็ต้องยอมรับว่าเธอพูดถูก

รัฐเขตเข้าใจดีว่ากำลังถูกเรียกร้องให้ทำอะไร แต่เมื่อปะทะสายตากับ ‘คนในครอบครัวของคุณภูวดล’ ที่ยืนอยู่ตรงข้ามแล้วกลับพูดไม่ออก สุดท้ายจึงได้แต่หลุบสายตากลับไปสนทนากับขวัญจิราที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างเขาและคนคนนั้น

“พี่ยอมรับว่าพี่ผิด พี่ขี้ขลาดและเห็นแก่ตัวเกินกว่าจะกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง พี่ถึงระแวงมาตลอดว่าสักวันความจริงจะถูกเปิดเผย”

“พี่เลยส่งหนมให้ไปสืบความเคลื่อนไหวของคุณดนย์ เพราะไม่อยากให้เขาขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมาใช่ไหม”

“ไม่ใช่อย่างนั้น คือพี่...”

ถ้อยคำแก้ต่างของเขาหยุดลงกะทันหัน เพราะเมื่อรัฐเขตเดินเข้ามาใกล้อีกครั้ง ขวัญจิราก็ยิ่งถอย และคราวนี้เรียกได้ว่าถอยกรูจนหลังประชิดกับอกของพัทธดนย์ทีเดียว

เธอพลิกตัวโผเข้ากอดชายคนรักด้วยความผิดหวังและเสียใจถึงที่สุด เพราะเข้าใจว่าถูกหลอกใช้จากคนที่นับถือและศรัทธา พัทธดนย์ก็ทำหน้าที่ปลอบขวัญคนตัวเล็กกว่าเหมือนไม่มีรัฐเขตอยู่ตรงนั้น เขากอดแล้วมือหนาก็ลูบไล้ไปตามความยาวของเส้นผม ทั้งยังก้มลงจูบซับน้ำตาให้เธอ

ขวัญจิรายังคงร้องไห้อย่างหนัก แม้จะได้อ้อมกอดเขาช่วยบรรเทาลงไปบ้างแล้ว แต่เมื่อเรียวปากได้รูปสัมผัสลงที่กลางหน้าผากก็เหมือนความอ่อนแอจะถาโถมเข้ามาอีก เธอโผเข้ากอดเขาอีกครั้งอย่างไม่คิดจะหันมองต้นเหตุแห่งความผิดหวังสักนิด

รัฐเขตตัวชา แขนขาขยับไม่ได้อย่างใจคิด เมื่อภาพที่เห็นตรงหน้าคือร่างคนสองคนกอดกันแนบสนิท ตอนนี้ขวัญจิราอ่อนไหวและสับสนไม่ต่างจากตอนที่เขาเคยกอดปลอบให้เธอคลายกังวล แต่อ้อมกอดของเขาคงไม่จำเป็นสำหรับเธอแล้ว เพราะเธอผละหนีเขาไปหาพัทธดนย์...คนที่เขาตั้งใจว่าจะไม่ยื้อแย่งอะไรด้วยทั้งนั้น

ในนาทีที่หญิงสาวอยู่ในวงแขน พัทธดนย์มีจังหวะสบตากับคู่แข่งคนสำคัญอีกครั้ง ก็พอรู้ว่ารัฐเขตรู้สึกอย่างไร เขาจึงทำเพียงพยักหน้าตอบรับให้อีกฝ่ายเบาใจ แล้วพ่อมดแห่ง Wish ก็ถอยห่างออกไปอย่างเงียบเชียบ

คงถึงคราวที่รัฐเขตต้องยอมรับ...ว่าเขาแพ้อย่างสิ้นท่าทั้งเรื่องธุรกิจและความรัก

*************************************

ไม่รู้จะสงสารใครดี...
 

คุณดนย์ก็พูดอะไรไม่ออก พี่เขตก็อยู่ในสภาวะจำนน ขนมก็ร้องไห้อย่างเดียวเลย

สุดท้าย...ไรท์สงสารคนอ่านที่สุด เลยเปลี่ยนใจจากที่จะแยกอัพบทนี้ออกเป็น 2 ตอน แต่กลัวคนอ่านจะขาดใจที่ไม่ได้รู้ปมเสียที...ก็เลยมัดรวมอัพควบไปเลย
 

ถ้าไรท์ทำดี ถูกใจ ก็ช่วยเม้นช่วยไลท์เป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น