สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 72 : ความร่วมมือเฉพาะกิจ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 พ.ย. 63

“คนที่จ้างน่ะ ใช่มือปืนที่ลอบยิงผมหรือเปล่า”

“ใช่ คนเดียวกันนั่นแหละ”

คำตอบนั้นทำให้บุรุษทั้งสองมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย ก่อนคนช่างปะติดปะต่อเรื่องจะคาดคั้นเสียงขุ่น “มันเป็นใคร นายโก้ใช่หรือเปล่า”

“โก้ไหนล่ะ ผมไม่รู้จัก”

พัทธดนย์หรี่ตาประเมินท่าทางนายแมนที่เหมือนกวนประสาท แต่คงไม่ใช่ เพราะก่อนหน้านั้นมันเคยบอกว่าไม่รู้จักชื่อคนจ้างวาน ชายหนุ่มจึงเปิดภาพคู่กรณีคนแรกของเขาจากข่าวที่ถูกเผยแพร่อยู่ในโลกออนไลน์ส่งให้ดู “คนนี้ใช่ไหม”

“ใช่พี่ คนนี้แหละ”

“แล้วแกรู้อะไรเกี่ยวกับนายโก้อีกบ้าง มันบอกไหมว่าจ้างแกทำไม”

“ไม่ได้บอกหรอก”

จอมเวทไอทีหัวเสียที่ไม่อาจได้ข้อมูลเพิ่ม “แล้วทำไมแกไม่ถาม ไม่สนใจเลยหรือไงว่ามันจ้างให้ทำเรื่องระยำไปทำไม”

“ผมไม่สนใจหรอกพี่ ผมติดหนี้โต๊ะบอล ผมก็สนแต่เงินสิ” นายแมนลอยหน้าลอยตา ไม่รู้สึกผิด

“ติดหนี้เท่าไหร่ คราวก่อนก็ได้ค่าทำขวัญไปเป็นแสน ไม่พอใช้หนี้หรือไง”

“พอ...เหลือด้วย แต่ผมเอาไปเล่นอีก”

“ไอ้เวรเอ๊ย!” เจ้าของเงินค่าทำขวัญเผลอหลุดปากด่าออกไปจนได้ 

ทว่าเสียงสบถนั้นดังลั่นจนนายแมนหน้าเสีย “เบาๆ สิพี่ เดี๋ยวคนข้างนอกได้ยิน”

“ได้ยินแล้วไง มีใครสนใจเหรอ” พัทธดนย์ไม่เข้าใจ

“ช่วงนี้ผมรู้สึกเหมือนมีคนจับตามองผมอยู่ บางทีอาจจะเป็นตำรวจก็ได้” เจ้าของบ้านกระซิบเสียงแผ่ว หากแต่คนฟังหาได้ไยดี กลับได้ทีขู่ซ้ำ

“บางทีอาจเป็นพวกโต๊ะบอล หรือไม่...นายโก้ก็คงส่งคนมาเก็บแกปิดปาก อย่าลืมนะว่าแกจำหน้ามันได้ ป่านนี้มันคงกังวลว่าแกจะแพร่งพรายเรื่องของมันแล้วหรือยัง”

เพียงแค่นั้นนายแมนก็อ้าปากค้าง “เฮ้ย! แล้วพี่จะให้ผมทำยังไง”

“ไปโรงพักด้วยกันแล้วเล่าทุกอย่างให้ตำรวจฟัง”

“ไม่เอา ผมกลัว ถ้าผมไปตำรวจก็จับผมสิ”

“กลัวติดคุก แต่ไม่กลัวโดนเก็บใช่ไหม งั้นจับไปให้โต๊ะบอลรุมกระทืบก็คงไม่กลัวเหมือนกันสิ” จอมเวทเจ้าแผนการเดินเกม กะทำสงครามประสาทเต็มรูปแบบ

“ผมขอร้องล่ะ ให้ผมอยู่ของผมแบบนี้ได้ไหม ไม่ไปหาตำรวจ ไม่ไปโต๊ะบอล” นายแมนต่อรอง

พัทธดนย์เงียบได้ครู่เดียวก็คำรามขึ้นมาใหม่ “ได้...งั้นฉันกระทืบแกเอง”

ไม่ทันขาดคำ ร่างสูงก็ทิ้งมาดสง่ากระโจนเข้าหาชายเจ้าของบ้านหมายกระทืบให้หายแค้น จนนายแมนต้องหนีหัวซุกหัวซุน ซมซานไปขอความช่วยเหลือจากรัฐเขตแทบไม่ทัน

“พี่ช่วยผมหน่อยสิ ไหนพี่บอกว่าเขาจะไม่ทำอะไรผมไง”

คนถูกขอให้ช่วยไม่อาจดูดาย เขาเผชิญหน้ากับพัทธดนย์แทนนายแมนที่หลบอยู่ด้านหลัง “ใจเย็นๆ ได้ไหม เห็นไหมว่าเขากลัวหมดแล้ว”

“ก็มันท่ามาก โยกโย้ ไม่เอาอะไรสักอย่าง มันน่ากระทืบไหมล่ะ”

“เอาน่า คุยกันดีๆ ก็ได้” รัฐเขตหันกลับไปหานายแมน “แล้วตกลงนายจะไปหาตำรวจด้วยกันกับพวกเราได้หรือเปล่า”

“พี่...ผม...”

“ถ้ายอมไป พวกเราจะช่วยให้การว่านายแค่ถูกจ้างวาน ไม่รู้เห็นกับนายโก้ ตำรวจก็น่าจะกันไว้เป็นพยานได้ แล้วอีกอย่าง ตำรวจจะได้คุ้มครองนายไม่ให้ถูกลอบทำร้ายด้วย” ประโยคคำถามฉาบด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นพยายามหว่านล้อม แต่นายแมนก็ยังอึกอัก ไม่กล้าอยู่ดี

พัทธดนย์เห็นท่าไม่ได้การจึงถกแขนเสื้อตนขึ้นแล้วสำทับไปอีก “แต่ถ้าไม่ไปก็เตรียมตัวโดนกระทืบได้เลย”

นายแมนมองหน้าพ่อมดไฮเทคและจอมเวทไอทีสลับกันไปมาเหมือนชั่งใจ แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ตอบตกลง “ครับพี่ ไปก็ได้”

แล้วทั้งหมดก็ช่วยกันนำตัวชายวัยรุ่นไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่รับเรื่อง ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหลังจากนี้เขาจะมีสถานะเป็นผู้ต้องหาหรือพยานกันแน่ 

ขวัญจิราติดตามสองหนุ่มอย่างใกล้ชิดแต่เงียบเชียบ เธอเฝ้าสังเกตสีหน้าท่าทาง และปฏิกิริยาของพวกเขาโดยไม่พูดอะไรสักคำตามที่ให้สัญญากับพัทธดนย์ไว้จริงๆ จนกระทั่งเสร็จเรื่อง รัฐเขตก็ชวนขึ้นรถกลับแล้วทิ้งนายแมนไว้ให้ตำรวจสอบปากคำต่อ

ระหว่างทางจากสถานีตำรวจไปยังตึก Wish นั้นเอง พัทธดนย์จึงสังเกตเห็นว่าขวัญจิราเงียบผิดปกติ และสีหน้าก็ดูกังวล

“มีอะไรหรือเปล่าขนม ทำหน้าเหมือน...สงสัย”

“ก็ไม่เชิงค่ะ คือหนมไม่เคยเห็นคุณดนย์ดุขนาดจะทำร้ายร่างกายใครแบบนี้”

คำตอบของขวัญจิรากลับทำให้พลขับยิ้มน้อยๆ แล้วหันมาคุยกับเธอแทนบุรุษเบาะข้างๆ “นี่เราเชื่อแบบนั้นจริงๆ เหรอ มิน่า นายแมนถึงกลัวจนหงอ”

“หมายความว่ายังไงคะ”

“มันเป็นอุบายน่ะ เมื่อกี้ดนย์แค่แกล้งทำโหดเพื่อตะล่อมนายแมน” รัฐเขตเฉลย

พัทธดนย์หัวเราะในลำคอ ไม่คิดว่าจะมีคนจับทางเขาได้ “แล้วบางคนก็เล่นบทคนดีแสนประเสริฐไปช่วยมัน”

ขวัญจิรายิ่งฟังยิ่งงง “เมื่อกี้แค่เล่นละครเหรอคะ แต่ดูเหมือนจริงมากเลยนะ ทั้งคู่เลย”

“พี่ก็ทำตัวเหมือนปกตินะ ไม่ได้แกล้งทำซะหน่อย” รัฐเขตว่าพลางชำเลืองมองทางเหมือนไม่สนใจอะไร

“อ๋อ ผมคงดูร้ายมากเลยสิ” พัทธดนย์โวย

“เอาน่าคุณดนย์ อย่างน้อยความร้ายของคุณก็ทำให้นายแมนกลัวจนยอมไปหาตำรวจจนได้”

“ไม่ใช่เพราะแค่มันกลัวผมหรอก แต่มันคงอุ่นใจที่มีคนรับปากว่าจะช่วย เรียกว่าเป็นจิตวิทยาก็ได้ ถ้าขู่ให้กลัวอย่างเดียวก็จะเตลิด ถ้าปลอบอย่างเดียวมันก็คงยื้อไปเรื่อยๆ ไม่งั้นมันก็คงยอมไปหาตำรวจตั้งแต่วันที่คุณมาเจอมันคราวก่อนแล้ว”

ขวัญจิรามองชายหนุ่มที่นั่งอยู่เบาะหน้าทั้งสองคนตะลึงค้าง แต่พัทธดนย์เอาแต่ยิ้มเจ้าเล่ห์ ส่วนรัฐเขตก็ไม่ได้มีท่าทีแปลกใจอะไร คงมีแต่เธอคนเดียวที่โง่เกินไปอีกแล้วสินะ

“แล้วนี่ทั้งสองคนรู้กันได้ยังไงคะ แอบไปวางแผนกันมาก่อนหรือเปล่า”

“เปล่า” คราวนี้สองหนุ่มประสานทั้งเสียงและสายตาโดยอัตโนมัติ ก่อนเบือนหน้าหนีกันไปคนละทาง แต่เรียกรอยยิ้มจากคนที่เบาะหลังได้ไม่น้อย

“ค่ะ หนมเชื่อ”

หญิงสาวส่ายศีรษะน้อยๆ พลางคิดว่าไม่ควรให้สองคนนี้อยู่ด้วยกันเลยจริงๆ นี่ขนาดต่างคนต่างคิดกันเอาเองยังขนาดนี้ ถ้าพวกเขาได้คุยกัน วางแผนด้วยกันละก็ โอย...สยองแน่

“แล้วหลังจากนี้จะเอายังไงต่อคะ”

“รอ...” สองหนุ่มประสานเสียงกันอีกแล้ว แต่สุดท้ายเป็นรัฐเขตที่เงียบ ปล่อยให้อีกฝ่ายอธิบาย ด้วยเชื่อว่าขวัญจิราคงได้เนื้อหาใจความไม่ต่างจากการที่เขาอธิบายเอง

“รอให้ตำรวจเค้นคงได้เบาะแสมากกว่านี้ แล้วค่อยประสานกับตำรวจอีกที”

รถยนต์คันหรูแล่นเข้าสู่ที่หมายโดยสวัสดิภาพ เมื่อทุกคนลงจากรถก็เหมือนความร่วมมือเฉพาะกิจเป็นอันต้องสิ้นสุด เพราะรัฐเขตเดินมุ่งหน้าเข้าตึก ส่วนพัทธดนย์ก็กำลังจะเดินไปยังแลนด์โรเวอร์คันโปรด

นาทีนั้นไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้ขวัญจิราตะโกนเรียกรั้งพ่อมดไฮเทคก่อนที่เขาจะลับสายตา “พี่เขตพอมีเวลาว่างไหมคะ หนมขอคุยด้วยหน่อย”

คนถูกเรียกหันกลับมาสื่อสารด้วยสายตาเป็นเชิงตั้งคำถามว่าหญิงสาวมีธุระอะไร แล้วเธอก็เผยประเด็น

“เรื่อง...Wish 1 น่ะค่ะ”

*****************************************
 

กระตุ้นต่อมอยากรู้คนอ่าน...แล้วไรท์ก็จากไป
 

ฟิ้ว...ว...ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น