สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 71 : ความร่วมมือเฉพาะกิจ 65%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 พ.ย. 63

พัทธดนย์ผุดลุกผุดนั่งอยู่ในห้องรับรองของตึกที่เขาก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะเหยียบย่างเข้ามา แล้วบ่นพึมพำเมื่อต้องรอเจ้าของสถานที่ “ทำอะไรของเขา นานชะมัด”

“ใจเย็นสิคะ เดี๋ยวพี่เขตก็มา” หญิงสาวผู้นำทางให้จอมเวทไอทีมาถึงตึก Wish บอกแก่เขา แล้วไม่กี่นาทีต่อจากนั้นรัฐเขตก็มาจริงๆ

“โทษทีที่มาช้า ไปกันเลยเถอะ”

การพบกันอีกครั้งของสองหนุ่มดูเหมือนจะราบรื่นมากกว่าทุกทีที่ผ่านมา แม้จะไม่มีคำทักทายใดๆ แต่ขวัญจิราก็คิดว่ามันเป็นความร่วมมือเฉพาะกิจที่น่าอัศจรรย์ใจมากทีเดียว

“ไปรถพี่ก็แล้วกันนะ ขี้เกียจบอกทาง” รัฐเขตเหมือนพูดกับขวัญจิรา หากแต่ชำเลืองมองบุรุษคนที่เดินขนาบข้างมากับเธอ พลางเดินนำไปยังรถตัวเอง โดยที่บุรุษคนนั้นก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร

เมื่อเจ้าของรถสัญชาติสวีเดนประจำที่เรียบร้อย ขวัญจิราก็ปรี่มาเปิดประตูข้างคนขับหมายจะขึ้นไปนั่ง แต่พัทธดนย์ดึงมือบางเอาไว้ทันอย่างเฉียดฉิว

“ไม่ต้องเลยนะ คุณไปนั่งเบาะหลังโน่น เดี๋ยวผมนั่งข้างหน้าเอง”

หญิงสาวมองคนพูดตาปริบๆ แต่เขากระโดดขึ้นรถโดยไม่ทันรอเธอตอบสักคำ คงตั้งใจกันท่าล่ะสิ

ระหว่างการเดินทางที่เธอคาดว่ามันคงเงียบสนิท อยู่ๆ บุรุษที่นั่งข้างคนขับก็เอ่ยบางอย่างที่เหมือนพูดลอยๆ กับดินกับฟ้ามากกว่าต้องการคำตอบจากใครสักคน

“ตอนที่ไปเจอมันคราวก่อนทำไมไม่จับตัวส่งให้ตำรวจ”

รัฐเขตหันมามองต้นเสียงแวบหนึ่งก็มั่นใจว่าตัวเขาเองเป็นคนถูกถาม “นายแมนกลัวมาก ไปยอมเจอตำรวจท่าเดียว คาดคั้นมากๆ ก็กลัวจะหนีเตลิดไป”

“แล้วปล่อยไว้อย่างนี้จะแน่ใจได้ยังไงว่ามันจะไม่หนี” พัทธดนย์ถามลอยๆ ต่อไป

“หนีไม่ได้หรอก ตำรวจนอกเครื่องแบบก็ตามเฝ้าอยู่”

“แค่ตามเฝ้าแล้วเมื่อไหร่จะได้เรื่อง” 

“ก็รอๆ อยู่ เผื่อมือปืนจะติดต่อนายแมนมา”

“ถ้าติดต่อมาจริง มันคงมาบอกหรอก” พัทธดนย์ประชด หน้านิ่วไม่พอใจ

“ก็ไม่แน่นะ บางทีนายแมนอาจจะเห็นแก่เงินที่เพิ่งได้ไปบ้างก็ได้”

“นี่ไม่จับมันแล้วยังเอาเงินไปให้มันอีกเหรอ” จอมเวทหนุ่มขัดใจอย่างแรง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าบ่นให้บุรุษอีกคนได้ยิน “ใจดีไม่เข้าท่า”

“เอาน่า ไม่ลองก็ไม่รู้นี่” อีกฝ่ายตอบเสียงเรียบแบบไม่รู้สึกรู้สา

ขวัญจิรานึกขันบทสนทนาพิลึกพิลั่นที่เพิ่งได้ยิน น่าแปลกที่บทสนทนาเหล่านั้นไม่มีสรรพนาม ไม่มีทั้งคำแทนตัวเองและคำเรียกอีกฝ่าย แต่พวกเขาก็คุยกันได้ตั้งนานสองนาน

จุดหมายปลายทางของรถคันหรูคือลานจอดรถหน้าปากซอย ซึ่งเป็นทางเข้าไปสู่ชุมชนแออัด สภาพแวดล้อมบริเวณนั้นไม่ค่อยจรรโลงตานัก ทั้งขยะ น้ำครำ และบ้านซอมซ่อที่ปลูกเบียดเสียดกันจนแทบไม่รู้อาณาเขตที่ชัดเจนของแต่ละหลัง

“ขนมจะรออยู่ที่นี่ไหม” รัฐเขตหันมาถาม

“ไม่ค่ะ หนมขอลงไปด้วยนะคะ”

แต่แล้วพัทธดนย์ก็กำชับมาอีก “คุณรออยู่ที่นี่แหละ ไม่ต้องเข้าไปหรอก มันอันตราย” 

“เรื่องอะไรล่ะ อุตส่าห์ตามมาถึงนี่แล้ว แล้วอีกอย่างอยู่ที่รถก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยซะหน่อย ถ้ามือปืนผ่านมาแล้วยิงหนมเข้าให้ ทีนี้ใครจะช่วยล่ะ” ขวัญจิราพยายามต่อรอง “ให้หนมไปด้วยเถอะนะคะ สัญญาว่าจะไม่ซน ไม่ป่วน ไม่พูดอะไรเลยก็ได้ ตกลงตามนั้นนะคะ”

“ไม่ซนแต่ดื้นล่ะสิ ทั้งดื้อ ทั้งรั้น” 

“หนมก็เรียนรู้จากคุณนั่นแหละ”

เธอขยิบตาทิ้งท้ายแล้ววิ่งนำชายหนุ่มทั้งสองเข้าไปยังบ้านหลังหนึ่งที่เคยมาเยือนแล้วก่อนหน้านี้ แต่พอถึงหน้าบ้านเป้าหมาย เธอกลับเลี้ยวมายืนหลบหลังรัฐเขตซะอย่างนั้น ส่วนพัทธดนย์ก็สวมหมวกแก๊ปยืนรั้งท้ายขบวน จากนั้นพ่อมดไฮเทคจึงก้าวมาตบประตูไม้ให้ดังเป็นจังหวะตามรหัสที่เขาได้รับ ครู่เดียวก็มีคนเปิดประตูออกมาต้อนรับ

“เข้ามาคุยข้างในเถอะพี่ ข้างนอกไม่ปลอดภัย” ชายวัยรุ่นว่าพลางเชิญรัฐเขตเข้าในบ้าน ก่อนสังเกตว่าเขามีผู้ติดตามมาด้วย “ผู้หญิงคนนี้พี่เคยบอกว่าเป็นน้องสาว ผมจำได้ แต่ข้างหลังนั่นใครล่ะ”

บุรุษด้านหลังเดินแซงหน้าขวัญจิราขึ้นมาจนขนาบข้างกับรัฐเขต แล้วถอดหมวกออก “จำไม่ได้หรือไง”

“เฮ้ย! ซวยแล้วกู” นายแมนตะลึงค้าง หน้าถอดสี “นี่พวกพี่รู้จักกันเหรอ”

พัทธดนย์ยิ้มร้าย มั่นใจมากว่าชายคนที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้นคือหนึ่งในอดีตคู่กรณีของเขาแน่ๆ แต่แล้วความลำพองก็ดับวูบลง เมื่อชายหนุ่มที่ยืนข้างๆ พูดบางอย่าง

“ไม่ต้องกลัว เขาไม่ทำอะไรนายหรอก”

รัฐเขตพูดเหมือนเจ้าของที่รู้นิสัยหมาตัวเองจนคนถูกพาดพิงหันขวับ ตาขวางพร้อมหาเรื่อง แต่ถูกเจ้าถิ่นขัดขึ้นเสียก่อน

“แล้วพี่พาเขามาด้วยทำไม”

ยังไม่ทันที่รัฐเขตจะตอบ พัทธดนย์ก็เปิดประเด็นที่ทำให้เขามายืนอยู่ตรงนี้ “บอกมาว่าใครจ้างแกให้สร้างเรื่องว่ามือถือ Spell ระเบิด” 

“พี่ คราวนั้นผมถูกเครื่องมันระเบิดใส่จริงๆ นะ ไม่ได้สร้างเรื่องซะหน่อย”

“โดนระเบิดบ้าอะไร ตอนนี้เนื้อตัวไม่เหลือรอยแผลเลยสักนิด ยังจะโกหกอีกเหรอ” เขาแผดเสียงโกรธเกรี้ยว เดินเข้าไปกระชากคอเสื้ออดีตคู่กรณีอย่างเอาเรื่อง จนอีกฝ่ายแสดงอาการตระหนก เหงื่อซึมหน้าผากอย่างเห็นได้ชัด เพราะถ้าเทียบกันแล้วพัทธดนย์ตัวใหญ่และสูงกว่าเป็นคืบ

“ใจเย็นๆ แค่นี้เขาก็กลัวจะแย่แล้ว” รัฐเขตพยายามคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดแล้วเอื้อมมือจับไหล่ของร่างสูงสง่า แต่ถูกเจ้าตัวสะบัดออก

“ลองให้มันเอาเครื่อง Wish ไปเผาเล่นแล้วร้องสื่อบ้างไหมล่ะ ทีนี้จะได้รู้ว่าจะทนใจเย็นอยู่ไหวไหม”

“เข้าใจว่าแค้น แต่ใจร้อนไปแล้วมันได้อะไรขึ้นมา” รัฐเขตไม่ละความพยายาม เขาแทรกตัวไปปลดมือหนาที่กระชากคอเสื้อนายแมนออก ก่อนเป็นฝ่ายสอบถามนายแมนเสียเอง “ว่าไง ตกลงมีคนจ้างนายจริงๆ ใช่ไหม”

“พี่ช่วยบอกเขาหน่อยสิว่าอย่าเอาเรื่องผม” คนถูกถามส่งสารขอความช่วยเหลือจากชายคนที่ดูเป็นมิตรมากกว่า

พัทธดนย์หัวเราะในลำคอ ด้วยรู้ดีว่าภาพลักษณ์ของเขาตอนนี้ไม่ต่างจากเพชฌฆาตโหดเหี้ยมน่าเกรงขาม ในขณะที่รัฐเขตนั้นราวกับนักบุญผู้อารี แต่นายแมนกลัวเขาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้เล่นบทโหดให้สุดขั้วไปเลย

“ถ้ายังไม่ยอมรับ ก็เตรียมหาทนายไว้แก้ต่างในศาลได้เลย” พัทธดนย์ขู่ซ้ำ

“โอยพี่ ผม...ผมยอมรับก็ได้ ผมถูกจ้างจริงๆ นั่นแหละ”

“ยังไง เล่ามาให้ละเอียด” เขาถามห้วนๆ เพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับ Spell ลูกรัก

“เขาเอามือถือมาให้ผม เครื่องใหม่กริบเลยนะพี่ ตอนแรกผมก็คิดว่าจะให้ผมเอาไปขาย ที่ไหนได้ เขาบอกให้ผมทุบให้แตกละเอียด แล้วเอาไปเผาไฟ ตอนทำผมก็เสียดายนะ มือถือเครื่องตั้งหลายตังค์ แต่เขาบอกว่าถ้าทำแบบนี้แล้วไปร้องสื่อว่าเครื่องระเบิด จะได้เงินมากกว่าเอาเครื่องไปขาย ผมก็เลย...”

“ไอ้...” คำสบถถูกยั้งไว้แค่นั้น เพราะพัทธดนย์ไม่รู้จะสรรหาคำไหนถึงจะสาสม

ระหว่างนั้นรัฐเขตก็ยิงคำถามต่อ “คนที่จ้างน่ะ ใช่มือปืนที่ลอบยิงผมหรือเปล่า”

****************************

ตอนนี้เขียนยากมากจริงๆ เพราะการเอาพี่เขตกับคุณดนย์มาเจอกันจะๆ แบบนี้มันหนักใจและลุ้นระทึกกับปฏิกิริยาของทั้งคู่ 
 

มาลุ้นดีกว่าว่าทั้งคู่จะร่วมมือกันได้ตลอดรอดฝั่งตามที่น้องขนมของเราตั้งใจเอาไว้มั้ย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น