สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 70 : ความร่วมมือเฉพาะกิจ 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 พ.ย. 63

มนสิชาพยายามเพ่งมองนาฬิกาแขวงผนังหลังจากรู้สึกตัวตื่นขึ้นแต่ก็มองไม่เห็นเพราะห้องพักผู้ป่วยนั้นแสงสลัวเหลือเกิน คนเจ็บพยายามเพ่งสายตามองหาญาติ แล้วก็พบร่างใครบางคนนั่งอยู่บนโซฟา จึงเอ่ยเรียกเขา

“พ่อขา ช่วยเปิดไฟให้ลูกหน่อยค่ะ”

ร่างนั้นลุกเดินไปกดสวิตช์ไฟโดยไม่รอช้า เมื่อห้องสว่างไสวเขาก็เดินกลับมา ในขณะที่คนบนเตียงกำลังปรับสายตาให้รับกับแสง เสียงนุ่มอบอุ่นก็เริ่มพูดคุยกับเธอ “ขอโทษนะที่ปิดไฟซะเกือบหมด พอดีพี่เห็นมิ้นท์หลับก็เลยไม่อยากให้แสงรบกวน”

“คุณเขต!” มนสิชาตกใจหันขวับ ตาสว่างโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นรัฐเขตยืนอยู่ชิดขอบเตียง เธอหันซ้ายหันขวามองหาผู้เป็นบิดาแต่ไม่พบ

“พ่อมิ้นท์กลับไปแล้วหล่ะ เห็นว่าต้องไปดูร้าน ทิ้งนานเดี๋ยวลูกจ้างอู้” ชายหนุ่มยิ้มละมุนเมื่อเล่าถึงสิ่งที่สนทนากับชายสูงวัย แล้วช่วยประคองร่างบางให้ขยับลุกขึ้นนั่งบนเตียง “มิ้นท์จะไปห้องน้ำหรือเปล่า หรือจะเอาอะไรก็บอกพี่ได้เลยนะ”

หญิงสาวไม่ตอบอะไร สีหน้าก็ยังกังวลปนตระหนกจนรัฐเขตคิดว่าเธออาจยังไม่ลืมเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ผ่านพ้นไป

“ยังตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่เหรอ เจ็บหรือไม่สบายตรงไหนไหม”

เธอเงียบ ไม่สบตาเขา ไม่แสดงทีท่าใดๆ ที่บอกว่าต้องการสื่อสารกับเขาสักนิดจนชายหนุ่มอ่อนใจ

“ใจคอจะไม่คุยกับพี่จริงๆ เหรอเนี่ย ไหนตอนแรกว่าจะไปนั่งคุยเป็นเพื่อนพี่ ไปกินไอติมกับพี่ไง แล้วทำไมพอถูกยิงถึงเงียบอีกแล้วล่ะ”

มนสิชาเหลือบตามองคนพูดแวบหนึ่ง ด้วยนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านั้นเคยรับปากอย่างที่เขาว่าจริงๆ เพราะเห็นใจว่าเจ้านายมาดเนี้ยบกำลัง...อกหัก และดูท่าว่าหนทางที่เขาจะสมหวังช่างริบหรี่เหลือเกิน

เธอกำลังชั่งใจ นาทีนี้ควรพูดหรือไม่พูดอะไรกับเขาดีนะ จะถามเรื่องขวัญจิราก็ไม่รู้ว่าเขาทำใจได้หรือยัง แต่การนิ่งเงียบของเธอกลับทำให้อีกฝ่ายอยากทดลองทำบางสิ่งเพื่อละลายพฤติกรรมเฉยชา

“ไหนดูหน่อยซิ กระสุนมันไปโดนเส้นอะไรหรือเปล่า ทำไมอยู่กับพี่แล้วเงียบทุกทีเลย” รัฐเขตเข้าประชิดคนเจ็บอย่างรวดเร็ว เอื้อมมือหมายจะเปิดดูแผลด้านหลัง

“อย่าค่ะ โอ๊ย!” มนสิชาขยับตัวหนีด้วยความตกใจ จนสุดท้ายก็เจ็บแผลจนได้

ชายหนุ่มเห็นเธอทำหน้าเหยเกก็ใจคอไม่ดี “พี่ขอโทษนะมิ้นท์ แต่คราวนี้คงต้องให้พี่ดูแผลจริงๆ แล้วล่ะ ไม่รู้ว่าแผลฉีกหรือเปล่า”

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเรียกพยาบาลมาดูก็ได้”

“จะไปกวนเขาให้ยุ่งยากทำไม ให้พี่เปิดแผลดูแป๊บเดียวก็รู้แล้ว” รัฐเขตว่าพลางลูบศีรษะคนเจ็บเบาๆ เป็นเชิงปลอบ “อย่าดื้อสิ”

คราวนี้มนสิชายอมอยู่นิ่งเพราะใจสั่นสะท้านกับสัมผัสจากมือหนา จึงเป็นโอกาสให้เขาเอื้อมมาเลิกเสื้อคนเจ็บจากด้านหลังแล้วก้มไปดู แต่ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากแผ่นหลังขาวเนียน

ชายหนุ่มตลบชายเสื้อเธอลงก่อนดึงผ้าห่มที่กองอยู่ตรงหน้าขาคนเจ็บให้ขึ้นมาปิดไปถึงไหล่ทั้งที่เธอยังนั่งอยู่ จากนั้นเขาก็อ้อมมาด้านหลังแล้วเอื้อมมือผ่านเอวคอดไปกระตุกปมเชือกที่ด้านหน้าอย่างรวดเร็ว

“คุณเขตจะทำอะไรคะ”

มนสิชาใจหายวาบ ขยุ้มทั้งเสื้อและผ้าห่มอย่างลวกๆ เท่าที่ร่างกายจะเอื้ออำนวย แต่ไม่อาจห้ามมือหนาที่ทยอยกระตุกเชือกไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ ได้

“ก็แผลมันอยู่สูง เมื่อกี้พี่เปิดหลังดูแล้วไม่เห็น”

“แต่คุณเขตจะมาปลดเสื้อมิ้นท์แบบนี้ไม่ได้นะ...โอ๊ย!” คนเจ็บโวยวายแล้วขยับตัวหนีรวดเร็วจนเจ็บแผลอีกจนได้

“ก็บอกแล้วไงว่าอย่าดื้อ ยิ่งดิ้นจะยิ่งเจ็บนะ” เขาดึงมือบางให้มาจับเฉพาะผ้าห่มด้านนอกแล้วกล่าวเสียงนุ่ม “มิ้นท์จับผ้าห่มปิดด้านหน้าไว้นะ พี่ขอดูแผลแป๊บเดียวเท่านั้นแหละ”

ว่าแล้วรัฐเขตก็ไล่กระตุกปมเชือกที่เหลือจนสามารถปลดเสื้อข้างที่ไม่มีสายน้ำเกลือให้หลุดจากไหล่มนได้สำเร็จ แต่กระนั้นเธอก็ยังไม่ยอมยกแขนให้เสื้อหลุดจากตัวได้เลยสักนิด แถมใบหน้าก็แดง ร้อนระอุราวกับเป็นไข้

“มิ้นท์ มีไข้หรือเปล่า หรือว่าแผลจะอักเสบ”

คราวนี้มนสิชาเงียบอีกแล้ว จะให้บอกเขาได้อย่างไรว่าอายจนอยากมุดจมหายไปกับเตียง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ากำผ้าห่มในมือไว้ให้แน่น เพราะรัฐเขตกำลังจับแขนเธอออกจากชุดผู้ป่วย

ชายหนุ่มที่ยืนเยื้องหลังคนเจ็บค่อยๆ เปิดผ้าพันแผลอย่างเบามือ เขาก้มลงสำรวจแผลของคนบนเตียงที่สั่นเทิ้มเบาๆ ด้วยความหนาวปนอาย แผลของเธอแห้งดีก็จริง แต่มันสะกิดใจเขาที่เป็นต้นเหตุให้แผ่นหลังเรียบเนียนต้องมีรอยตำหนิ

“มีอะไรผิดปกติเหรอคะ ทำไมดูนานจัง” เจ้าของแผลเอ่ยทัก

“เปล่าหรอก” รัฐเขตปิดผ้าพันแผลไว้แบบเดิม แล้วจัดแจงใส่เสื้อให้คนเจ็บที่ให้ความร่วมมือมากกว่าตอนถอดมากโข

มือหนาผูกปมเชือกจากด้านล่างค่อยๆ ไล่ขึ้นไป เพราะมนสิชายังขยุ้มช่วงอกเสื้อไว้แน่น ผูกไปได้ไม่เท่าไหร่ก็มีสายเรียกเข้าจนชายหนุ่มต้องละมือไปเพื่อรับสาย

“ว่าไงขนม”

หญิงสาวเห็นเขาคุยโทรศัพท์พร้อมเดินห่างจากเตียงไปเรื่อยๆ ก็ไม่ได้ทัดทาน รัฐเขตคงต้องการคุยกับขวัญจิราเป็นการส่วนตัว เธอไม่รู้หรอกว่าทั้งคู่คุยเรื่องอะไรกัน แต่สีหน้าเจ้านายหนุ่มราบเรียบ...สงสัยคงทำใจได้แล้วล่ะมั้ง

มนสิชาเลิกมองตาม แล้วหันกลับมาสนใจเครื่องแต่งกายของตัวเองที่ยังใส่ไม่เรียบร้อย เธอก้มๆ เงยๆ พยายามผูกปมเชือกที่เหลือด้วยความยากลำบาก เพราะยามขยับแขนข้างใกล้แผลจะเกิดอาการตึงและเจ็บ เธอใช้เวลาไปเนิ่นนานแต่ไม่คืบหน้าเลย จนกระทั่ง...

“เดี๋ยวพี่ช่วยนะ” รัฐเขตมายืนประชิดเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

“อุ๊ย!...โอ๊ย!” เสียงอุทานแปลกประหลาดด้วยความตกใจ เผลอปล่อยมือจนสาบเสื้อแบะออกจากกัน พอตั้งสติได้มนสิชาก็รีบใช้สองมือกอบกุมส่วนที่หวงแหนจนกระเทือนแผล หน้าตาตื่นตระหนกและหัวใจก็เต้นตึกตัก

“นั่นไง เจ็บแผลอีกล่ะสิ” รัฐเขตกล่าวเสียงอบอุ่น แล้วช่วยผูกปมเชือกที่เหลือท่ามกลางความสงสัยของคนเจ็บ

เมื่อครู่นี้เขาเห็นหรือเปล่านะว่าเธอทำวับแวมอะไรอยู่ เสื้อชั้นในก็ไม่ได้ใส่เสียด้วย แต่คง...ไม่หรอกมั้ง ก็เขาดูไม่มีท่าทางผิดปกติอะไรเลย

“วันนี้พี่ไปเจอคนร้ายมา...” อยู่ดีๆ รัฐเขตก็เล่าเรื่องที่เขาไปพบนายแมนให้ฟังอย่างละเอียด รวมถึงสิ่งที่ขวัญจิราโทรมาเมื่อครู่ด้วย “...แต่เดี๋ยวพี่คงต้องไปหาเขาอีก เพราะขนมโทรมาบอกว่ามีเบาะแสสำคัญที่น่าจะโยงไปถึงคนยิงได้ พี่สัญญานะ...ว่าจะตามจับคนที่ทำร้ายมิ้นท์ให้ได้ ไม่ยอมให้มิ้นท์เจ็บตัวฟรีเด็ดขาด”

“คุณเขต...ต้องระวังตัวนะคะ” มนสิชากล่าวเสียงเบา

ชายหนุ่มอมยิ้มขณะช่วยพยุงเธอลงนอนอีกครั้ง “ขอบคุณนะที่เป็นห่วงพี่ แต่ทำไมไม่เรียกพี่เขตเหมือนตอนที่ถูกยิง”

“ตอนนั้นมิ้นท์เรียกแบบนั้นเหรอคะ” เธอทำหน้าเหลอหลาเพราะจำไม่ได้จริงๆ “ขอโทษนะคะถ้าทำให้คุณเขตไม่พอใจ”

“ไม่หรอก ไม่มีอะไรไม่น่าพอใจหรอก”

มนสิชาเอนตัวลงเตียงอย่างสับสน แค่ฤทธิ์ยาก็พอตัวอยู่แล้ว แต่นี่...คนตรงหน้ากลับพูดคำปฏิเสธซ้อนๆ กันหลายทีเธอก็ยิ่งประมวลผลไม่ออก

ตกลงว่า...เขาคิดอะไรกันแน่นะ

*****************************

พี่เขตเล่นอย่างนี้ น้องมิ้นท์ก็ตายสิคะ หัวใจจะวาย

ว่าแต่พี่เขตเห็นอะไรวับๆ แวมๆ ที่ไม่ควรเห็นหรือเปล่าน้อ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น