สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 7 : จอมเวทไอที 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    19 ม.ค. 63

“ไอ้ดนย์ ไอ้ดนย์ งานยังไม่ทันจะเลิกเลย นี่เปลี่ยนชุดเตรียมจะกลับแล้วเหรอวะ” เสียงของเมฆินทร์ดังขึ้นในห้องแต่งตัวที่ถูกจัดไว้เป็นสัดเป็นส่วน

ทันทีที่ลงจากเวทีได้ พัทธดนย์ก็รีบกระโจนเข้ามายังห้องนี้อย่างรวดเร็ว เพราะไม่ต้องการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนสำนักใดๆ เกี่ยวกับการมาปรากฏตัวของเขาทั้งสิ้น ที่สำคัญคือเพียงแค่คิดว่าถ้าต้องตอบคำถามพร้อมเป็นนายแบบหน้ากล้องทั้งชุดแฟนซีแบบนั้น มันก็...เป็นอะไรที่เขาไม่อยากทำ

โชคดีที่บนเวทีไม่ได้มีการแสดงอะไร ห้องแต่งตัวนี้จึงค่อนข้างเป็นส่วนตัวให้พัทธดนย์อาศัยเป็นที่หลบภัยอย่างสบายใจ กะว่ารอให้นักข่าวอยู่กันน้อยกว่านี้หรือรอจนคุณหนึ่งฤทัย เจ้าของห้างเข้าใจว่าเขากลับไปแล้ว เขาจึงจะหาทางออกไปเงียบๆ จนกระทั่งเมฆินทร์แอบย่องเข้ามา

“ยังไม่กลับหรอก แต่ไม่อยากออกไปตอนนี้ ขี้เกียจเจอคนเยอะๆ ” พัทธดนย์ชำเลืองหน้าไปทางเมฆินทร์เล็กน้อยแล้วโวยวายเหมือนขัดใจ “ว่าแต่คราวหลังไม่เอาแล้วนะเว้ย ให้กูใส่ชุดอะไรของมึงเนี่ย”

“มึงไม่มีสิทธิ์โวยนะไอ้ดนย์ อย่าลืมเรื่องที่ตกลงกันเอาไว้ ถ้าโวยวายมากนักเดี๋ยวกูสั่งให้ไอ้บอลมันหยุดทำงานให้มึงเลยนะ” เมฆินทร์ข่มขู่เพื่อนสนิทถึงเรื่องที่พัทธดนย์ใช้งานคนของเขาเพื่อสืบเรื่องราวของใครคนหนึ่ง

นายบอลที่เขาพูดถึงนี้เป็นลูกน้องในบริษัทที่ไว้ใจได้ ก่อนหน้านี้ก็เคยเป็นสายจับยาเสพติดให้ตำรวจในท้องที่ ฉะนั้นเรื่องการล้วงความลับหรือการเอาตัวรอดในยามคับขันถือว่าเก่งพอตัว แต่ที่ผ่านมาพัทธดนย์ไม่เคยออกหน้าพบกับนายบอลสักครั้ง เพราะเขาจะสั่งการผ่านเมฆินทร์ตลอด จนนายบอลเข้าใจว่าคนที่สั่งให้ไปสืบข้อมูลคือตัวเมฆินทร์เอง

“เฮ้ย! ไม่ได้สิ กูยอมทำตามที่มึงขอแล้ว ยังไงก็ต้องให้ไอ้บอลสืบต่อ” พัทธดนย์ไม่ยอมเสียผลประโยชน์ แต่ไม่ยอมรับเรื่องชุดอยู่ดี ยังไงก็ขอบ่นต่ออีกสักหน่อยเถอะ “แต่กูว่าชุดมัน...ล้ำไปนะ นึกว่าหลุดออกมาจาก Star War”

“ชุดออกจะเท่ ตรงคอนเซปฉายาจอมเวทไอทีของมึงไง เห็นสาวๆ มองตาค้างกันทั้งงาน”

“เขาอาจจะมองเพราะประหลาดมากกว่าเท่ก็ได้ จะไปรู้ได้ยังไง” พัทธดนย์หัวเราะในลำคอ แล้วหันหลังเดินกลับไปนั่งบนโซฟา

“มึงจะคิดมากทำไมวะ รูปร่างหน้าตาอย่างมึงใส่อะไรก็ดูดี กูเห็นคุณหนึ่งมองมึงแทบจะเคลิ้ม เขาคงไม่สนหรอกว่ามึงจะใส่หรือไม่ใส่อะไร” เมฆินทร์กล่าวพลางเดินมานั่งบนโซฟาเคียงข้างกับเพื่อนสนิท

พัทธดนย์ไม่สบอารมณ์เมื่อเพื่อนสนิทกล่าวถึงสาวใหญ่เจ้าของสถานที่ ผู้ซึ่งทำให้เขาหนักใจทุกขณะจิตที่คิดถึง “โธ่...ไอ้แม็ค ไอ้เพื่อนเวร เรื่องคุณหนึ่งก็อีกนะ ทำไมมึงต้องให้กูมาเปิดตัวออกสื่อในงานเขาด้วย งานอื่นมีตั้งเยอะแยะ หรือไม่ก็เอาไว้เปิดตัวในงานอีเวนท์ของ Spell ก็ได้”

“อ้าว มึงลองคิดดูนะ ถ้าบริษัทกูเป็นเจ้าเดียวที่สามารถเนรมิตฝันให้เจ้าของห้างยักษ์ใหญ่อย่าง The One ได้ มึงคิดว่าอนาคตบริษัทกูจะเป็นยังไง ไม่บอกก็รู้ว่าเขาต้องจ้างกูยาวแน่ ที่นี่ยิ่งมีจัดอีเวนท์บ่อยอยู่ด้วย” เมฆินทร์ส่งสายตาแห่งความหวังเรืองรองออกมา ซึ่งพัทธดนย์รู้ในทันทีว่าในสมองของมันตอนนี้คงมีแต่เรื่องเงินๆ ทองๆ อีกตามเคย

“แล้วเขาจะรบเร้าให้กูมางานเขาทุกงานหรือเปล่า บอกตามตรงนะว่ากูไม่อยากมา เห็นสายตาที่คุณหนึ่งเขามองกูแล้วกูทำตัวไม่ถูกหว่ะ” พัทธดนย์ทำสีหน้าเคร่งเครียดดูกังวลใจจริงๆ

“แหม...กลัวเขาจะงาบมึงหรือไง” เพื่อนตัวดียังมิวายจะแหย่ด้วยคำพูดแบบที่เคยชิน “จริงๆ ก็หลับหูหลับตายอมๆ ไปก็ได้นะเว้ย เพื่อความยั่งยืนของบริษัทกู”

“ให้มันได้อย่างนี้สิ ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาสิบกว่าปี มีสองอย่างในชีวิตมึงที่เสมอต้นเสมอปลาย” พัทธดนย์ปลงตกกับนิสัยของเพื่อนสนิท

“อะไรวะ”

“ก็เห็นแก่ผลประโยชน์แล้วก็กวนตีนไง”

“กูจะถือว่าเป็นคำชมที่จริงใจจากเพื่อนแล้วกันนะ แต่กูว่าไม่ใช่แค่คุณหนึ่งหรอกที่อยากงาบ เอ๊ย! อยากใกล้ชิดกับมึง อย่างน้อยก็น่าจะมีอีกคนนึง” เมฆินทร์เกริ่นเพื่อจะเข้าประเด็นที่รัญชยาขอร้องมา แต่จะให้รับปากเธอไปเลยก็คงทำไม่ได้ เพราะเพื่อนเขาคนนี้มันเดายาก อย่างน้อยก็ต้องมาถามมันก่อน

“มึงไม่ต้องมาเปลี่ยนประเด็นเลย เอาเรื่องของมึงก่อนเถอะ เมื่อกี้กูเห็นนะว่ามึงยืนคุยอยู่กับสาว เห็นมีสะกิดกันด้วย มิน่าล่ะ...ถึงรีบทิ้งกูออกไปข้างนอก”

“โอย...คนนั้นน่ะบอกเลยว่าไม่ใช่สเปคโว้ย กูชอบผู้หญิงเรียบร้อย พูดน้อย ขี้อาย ไม่ใช่ผู้หญิงเอาแต่ใจ ช่างเพ้อแบบนั้น แล้วกูว่าเขาก็คงไม่ชอบคนที่เสมอต้นเสมอปลายแค่สองอย่างแบบกูด้วย” เหมือนเมฆินทร์จะยอมรับว่าเขาเป็นอย่างพัทธดนย์สรุปจริงๆ แต่ก็ยังไม่วายสร้างประเด็นต่อ “แต่เขาน่าจะชอบมึง”

“อ้าว อะไรวะ ไม่ชอบกันแล้วยืนคุยกันทำไมตั้งนานสองนาน แถมยังมาชงให้กูซะงั้น”

“ก็มันจริงนะเว้ย เขาบอกกูเองว่าเขาอยากรู้จักมึงเป็นการส่วนตัว”

“ไม่ กูไม่อยากรู้จักใครทั้งนั้น” น้ำเสียงพัทธดนย์เข้ม ดูจริงจังกว่าทุกที

“แต่คนนี้มึงควรรู้จักนะ เพราะเขาทำงานที่ Wish” เมฆินทร์ให้ข้อมูลเพิ่มเติม

“แค่คนของ Wish ทำไมต้องรู้จัก”

“เขาไม่ใช่แค่คนของ Wish แต่เขาคือรัญชยา วงศ์ทวีวาณิชย์”

“วงศ์ทวีวาณิชย์...น้องสาวรัฐเขตเหรอ” พัทธดนย์หรี่ตาลงเหมือนกำลังใช้ความคิด ซึ่งเมฆินทร์เองก็พอรู้ว่าสายตาแบบนี้มันสะท้อนความเจ้าเล่ห์ของเพื่อนเขาออกมาอย่างจัง

“ยังไง ตกลงจะไปทำความรู้จักกับเขาไหม” เมฆินทร์ถามย้ำเพื่อทวงคำตอบ

“เอาสิ รู้จักกันสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน แต่มึงอย่าลืมนะว่าต่อหน้าคนอื่น มึงกับกูไม่ได้สนิทกัน” พัทธดนย์ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

จากนั้นเพียงไม่นานรัญชยาก็ถูกเชิญให้ไปทำความรู้จักกับพัทธดนย์สมใจ ทั้งคู่พูดคุยกันไม่มาก แลกนามบัตรแล้วก็แยกย้ายกันไป ไม่รู้เหมือนกันว่าเมฆินทร์ทำยังไงให้พัทธดนย์ยอมมาพบเธอได้ เพราะเท่าที่สังเกตเขาก็น่าจะเป็นเพียงแค่คนรู้จักกันในฐานะผู้ที่เคยร่วมงานกันมาบ้างเท่านั้น เห็นเรียกกันว่า ‘คุณแม็ค-คุณดนย์’ ตลอด แต่ช่างเถอะ...เธอได้นามบัตรของชายในฝันมาแล้ว คืนนี้คงมีเรื่องชวนขวัญจิราคุยตามประสาผู้หญิงแน่นอน

หลังจากแยกย้ายกับรัญชยา พัทธดนย์เดินกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวอีกครั้ง ส่วนเมฆินทร์ทำทีเป็นเดินแยกไปตรวจการและสั่งงานลูกน้องที่กระจายกำลังอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ภายในบริเวณงาน

หนุ่มตี๋ทำเป็นเหมือนคนไม่สนิทกับพัทธดนย์เมื่ออยู่ต่อหน้าบุคคลอื่นตามที่อีกฝ่ายขอไว้จริงๆ พูดกันแต่ละคำก็ลงท้ายหางเสียงว่า ‘ครับ’ ตลอด ในตอนแรกที่ถูกขอให้ทำแบบนี้ เมฆินทร์มีอาการขัดเขินและเกือบลืมตัวหลายครั้ง แต่เมื่อนึกถึงเหตุผลที่พัทธดนย์กำชับเอาไว้ก็ทำให้พยายามตั้งใจทำตามที่เพื่อนสนิทขอ...อย่างน้อยก็ถือว่าทำเพื่อให้บริษัทของตัวเองอยู่รอดปลอดภัย

พัทธดนย์บอกว่าที่ต้องทำแบบนี้เพราะบริษัทของเมฆินทร์ก็รับทำงานทั้งโฆษณาและอีเวนท์ให้กับบุคคลที่เป็นเป้าหมายของเขา ถ้าพัทธดนย์ทำตามแผนที่วางไว้ได้สำเร็จ นั่นหมายถึงการประกาศตัวเป็นศัตรูกับบุคคลเป้าหมายอย่างชัดเจน ถ้าคนคนนั้นรู้ว่าเมฆินทร์กับเขาสนิทสนมกันมานานขนาดนี้ ตัวของเมฆินทร์เองอาจถูกมองว่าเป็นศัตรูกับเป้าหมายของเขาไปด้วย

เมฆินทร์ตรวจตราความเรียบร้อยของงานสักพักก็แว่บเข้าไปในห้องแต่งตัวที่พัทธดนย์อยู่อีกครั้ง ซึ่งขณะนี้คนในห้องกำลังเดินวนไปมาประหนึ่งใช้ความคิดอย่างหนัก เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด เขาจึงเงยหน้าขึ้นสำรวจผู้มาเยือน

“ไอ้แม็ค ตอนนี้ไอ้บอลมันทำอะไรอยู่ที่ไหน” พัทธดนย์ยิงคำถามทันทีที่สบตากับบุรุษที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาในห้อง 

เมฆินทร์รีบปิดประตูแล้วตอบเสียงเบาทั้งที่ตัวเขาเองก็ยังตกใจ เพราะไม่คิดว่าพัทธดนย์จะรีบทักเขาชนิดไม่กลัวความลับรั่ว “ก็สืบความเคลื่อนไหวของรัฐเขตตามที่มึงสั่งไง ตอนนี้มันเตรียมจะบินตามเขาไปภูเก็ตแล้วเนี่ย” 

“บอกมันว่าไม่ต้องไปแล้ว”

“ไม่ไปแล้วจะสืบได้ยังไงวะ” เมฆินทร์แปลกใจ

“ต่อให้ไป ก็สืบไม่ได้ความอะไรหรอก เสียเวลาเปล่า นี่ขนาดให้สืบตอนที่รัฐเขตอยู่ในกรุงเทพฯ มาตั้งครึ่งเดือนแล้วยังไม่ได้ความอะไรเลย” พัทธดนย์บอกอย่างไม่ค่อยพอใจในผลงานของลูกน้องที่เพื่อนแนะนำว่าฝีมือดีนักดีหนา

“ก็ชีวิตรัฐเขตไม่เห็นจะมีอะไรเลย ใช้ชีวิตน่าเบื่อไปวันๆ แค่ทำงาน กลับบ้าน ไม่เที่ยวไม่สังสรรค์ เท่าที่ดู...กูว่าเขาก็ธรรมดา ไม่น่ามีพิษมีภัยอะไร ออกจะเป็นคนดีคนนึงเลยด้วยซ้ำ” เมฆินทร์พูดตามความรู้สึกที่เขาเคยพบปะพูดคุยกับรัฐเขตมา

“ไม่เสมอไปหรอกเว้ย คนเรามันก็ต้องมีความลับกันทั้งนั้น”

ใช่...ทุกคนต้องมีความลับ มันอยู่ที่ว่าเราจะเก็บซ่อนความลับนั้นไว้ได้มากแค่ไหน

“แล้วมึงล่ะไอ้ดนย์ มึงมีความลับอะไร ทำไมต้องให้คนของกูสืบเรื่อง Wish”

พัทธดนย์ไม่ตอบ แต่หรี่มองอย่างไม่ค่อยพอใจ เพียงเท่านี้คนถามก็พอรู้ว่า...ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เขาจะรู้ความจริง ด้วยความที่รู้จักนิสัยใจคอกันมานาน เมฆินทร์รู้ว่าเพื่อนจะไม่โกหก...แต่อาจมีปกปิดบ้างเท่านั้น

“กูไม่ได้คิดจะฆ่าแกงใครหรอกน่า แต่แค่...คิดว่าต้องเปลี่ยนเป้าหมาย” พัทธดนย์พูดพร้อมชูนามบัตรในมือขึ้นมา “ให้ไอ้บอลตามสืบผู้หญิงคนนี้ พยายามหาคนใกล้ชิดที่ทั้งรัฐเขตและรัญชยาไว้ใจ คนที่สามารถเข้านอกออกในทั้งบริษัทและบ้านของสองคนนั้นได้...”

จอมเวทเจ้าแผนการจ้องอีกฝ่ายอย่างเยือกเย็น ก่อนสำทับเงื่อนไขสำคัญ

“ยิ่งเป็นคนที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นชนิดที่ว่าตัดขาดกันไม่ได้เลยยิ่งดี”

*****************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น