สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 69 : เบาะแสสำคัญ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    31 ต.ค. 63

ห้องทำงานของผู้บริหาร Spell สว่างเกินกว่าปกติ ด้วยม่านด้านหลังโต๊ะทำงานถูกเปิดโล่งจนเห็นทัศนียภาพเป็นตึกใหญ่น้อยเรียงรายตามแนวรถไฟฟ้า ส่วนเจ้าของห้องก็นั่งมองก้อนเมฆค่อยๆ เคลื่อนตัว โดยไม่สนใจจดจ่อกับงานที่คั่งค้างของตัวเอง

เขากำลังคิดถึงเหตุการณ์ชั่วข้ามคืนที่ผ่านมาแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวได้ตั้งนานสองนาน จวบจนกระทั่งสาวน้อยเจ้าของเนื้อเนียนละเอียดที่เขานอนกอดอยู่ทั้งคืนเข้ามาทักทาย

“คุณดนย์ ว่างไหมคะ หนมขอคุยด้วยหน่อย”

“ขนม กำลังคิดถึงอยู่เชียว ผมนึกว่าวันนี้คุณจะไม่กลับมาที่ตึกแล้วซะอีก” ชายหนุ่มหมุนเก้าอี้กลับมาทั้งที่ยังยิ้มกว้าง แล้วยักคิ้วขี้เล่น “...ติดใจที่นอนเมื่อคืนเหรอ”

“อย่าเพิ่งเล่นได้ไหม หนมมีเรื่องซีเรียสหรอกนะถึงได้แวะเข้ามา” ขวัญจิราเดินเข้ามาใกล้ แต่เจ้าของห้องกลับลุกออกจากโต๊ะเดินมาหาเธอ

“คร้าบ ไม่แซวก็ได้ มีอะไรเหรอ”

“วันนี้พี่เขตกับพี่รันออกไปหาคนร้ายที่ยิงเพื่อนหนม หนมก็เลยขอตามเขาไปด้วย”

“ตำรวจจับตัวได้แล้วเหรอ”

“เปล่าค่ะ ผู้ชายคนนั้นติดต่อมาหาพี่เขตเอง เขาบอกว่าพอเห็นข่าวก็กลัวจะติดคุกเลยติดต่อจากนามบัตรที่พี่เขตให้ไว้ แล้วขอร้องไม่ให้เอาเรื่อง เพราะเขาไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วยจริงๆ เขาเป็นแค่วินมอเตอร์ไซค์ที่รับจ้างทั่วไปเท่านั้น”

พัทธดนย์กอดอกนั่งบนขอบโต๊ะทำงานตัวเองอย่างเคย เข้าสู่โหมดจริงจังตามเธอไปด้วย “แล้วรัฐเขตว่ายังไง”

“จริงๆ ตั้งแต่คนร้ายติดต่อมา พี่เขตก็ขอให้ตำรวจนอกเครื่องแบบไปสังเกตการณ์เพื่อความปลอดภัย แต่จะไม่เอาเรื่องคงไม่ได้ นายคนนั้นก็อ้อนวอนยกใหญ่ บอกว่าเขาแค่ถูกจ้างให้สะกดรอยตามพี่เขตและขับรถปาดหน้าเท่านั้น”

“สะกดรอยเหรอ งั้นก็แปลว่าคนร้ายวางแผนลอบยิงรัฐเขตตั้งแต่แรกแล้วสิ”

“ใช่ค่ะ เพราะมือปืนจ้างวินให้มาส่งที่ตึก Spell ก่อน แล้วถึงตามประกบไปจนถึงที่เกิดเหตุ แสดงว่าเขารู้อยู่ก่อนว่าวันนั้นพี่เขตต้องมาประชุมที่นี่ แต่เรื่องน่าแปลกก็คือ...วินมอเตอร์ไซค์คนนั้นชื่อนายแมน”

จอมเวทไอทีมุ่นหัวคิ้วทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น “คุณคิดว่าใช่เจ้าทุกข์คราวเครื่อง Spell ระเบิดรอบสองหรือเปล่า”

“หนมก็ไม่แน่ใจค่ะ เจอคราวก่อนก็เห็นหน้าเขาแป๊บเดียว แถมยังมีผ้าพันแผลปิดหน้าอีก แล้วเขาก็พูดน้อยมากจนจำเสียงไม่ได้ ส่วนนายแมนคนที่เจอวันนี้หน้าตาหมดจดเกลี้ยงเกลา แต่ก็คลับคล้ายคลับคลานะคะ คนอะไรจะชื่อเหมือนกัน อาชีพเดียวกัน รูปร่างหน้าตาคล้ายกันอีก”

“ถ้าอย่างนั้นก็น่าจับส่งให้ตำรวจเค้นนะ ถ้าเขาเป็นคนเดียวกันจริงๆ จะมาทำร้ายทั้งผมและรัฐเขตทำไม”

“นายแมนไม่ขอเจอตำรวจเด็ดขาดค่ะ เขากลัวมาก”

“อ้าว ก็ถ้าบริสุทธิ์ใจว่าไม่รู้เห็นกับมือปืน จะกลัวทำไม” พัทธดนย์สงสัย

“นายแมนยอมรับว่ามีชนักติดหลัง เขาติดหนี้พนันบอล พอมือปืนนั่นรู้ว่าเขาร้อนเงินก็เลยจ้างให้ทำเรื่องเสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครบาดเจ็บหรือถึงกับชีวิต”

“แล้วเขาบอกหรือเปล่าว่ามือปืนที่ยิงเพื่อนคุณเป็นใคร”

ขวัญจิรานึกถึงเรื่องราวที่ได้ยินมาแล้วถ่ายทอดออกไปตามตรง “บอกแค่ว่าคนยิงเป็นผู้โดยสารขาประจำที่คุ้นหน้ากัน แต่นายแมนไม่เคยถามชื่อ แต่เขาก็บอกรูปร่างลักษณะมานะคะ ว่าเป็นผู้ชายวัยกลางคน ตัวเตี้ยกว่าเขาหน่อย ผิวคล้ำ หน้าตาเนื้อตัวไม่ได้มีจุดเด่นอะไรเลยอธิบายยาก”

“แล้วทำยังไงเราถึงจะได้เจอตัวคนยิง”

หญิงสาวแปลกใจนิดหน่อยที่ได้ยินคำถามนั้น เพราะมันเป็นคำถามเดียวกับรัฐเขตไม่ผิดเพี้ยน “เห็นนายแมนบอกว่าถ้าตามปกติรออยู่ที่วินเดี๋ยวก็เจอ แต่เมื่อเดือนที่แล้วผู้ชายคนนั้นหายไปพักใหญ่ กลับมาอีกทีก็คือวันที่จ้างให้ตามพี่เขต แล้วหลังจากนั้นนายแมนก็ไม่เห็นผู้ชายคนนั้นอีกเลย สงสัยว่าจะหนีไปกบดานแล้วมั้ง”

“งั้นเหรอ” จอมเวทหนุ่มก้มหน้าลงเล็กน้อย เหมือนจะปะติดปะต่อเรื่องราวบางอย่างได้

“คุณ...สงสัยอะไรหรือเปล่าคะ”

“ผมลองคิดๆ ดูจากลักษณะและพฤติกรรมที่เขาบอก มันน่าจะเป็นไปได้นะ ถ้านายแมนคนนี้เป็นคนเดียวกับคู่กรณีของผม แล้วเรื่องเสี่ยงคุกที่เขาถูกมือปืนจ้างให้ทำก่อนหน้านี้คือการปล่อยข่าวว่าเครื่อง Spell ระเบิดละก็ บางทีเราอาจเคยเจอตัวคนยิงมาก่อนหน้านี้แล้วก็ได้”

“คุณหมายถึงใครกัน”

“จะใครซะอีกล่ะ ก็นายโก้...คู่กรณีคนแรกของผมไง ถ้าคิดว่านายโก้ทำลายชื่อเสียง Spell ไม่สำเร็จ เลยจ้างนายแมนมาอุดรอยรั่วที่ตัวเองสร้างไว้ มันก็ดูมีเหตุผลอยู่นะ ถ้าเราเอารูปนายโก้ไปให้ดู บางทีนายแมนอาจจะบอกได้ว่าใช่มือปืนคนนั้นหรือเปล่า”

“หูว...เรื่องชักเริ่มซับซ้อนแล้วนะเนี่ย” ขวัญจิราตื่นเต้นตาวาว

“หยุดเลยนะขนม เรื่องนี้มันเสี่ยง ไม่ได้น่าสนุกเหมือนหนังสืบสวนสอบสวนนะ แค่วันนี้ที่คุณตามรัฐเขตไปหาคนร้ายก็อันตรายมากแล้ว” พัทธดนย์ปรามพลางช้อนมือบางมากุมไว้

“หนมดื้อจะตามเขาไปเองค่ะ พี่เขตกับพี่รันก็ห้ามแล้ว แต่ว่ามันอยากรู้นี่ ถ้าไม่ไปจะได้เบาะแสสำคัญได้ยังไง”

“อยากไปดูว่าคนร้ายจะซัดทอดมาที่ผมหรือเปล่าก็บอกมาเถอะ”

“ก็...นิดนึงค่ะ” เธอยิ้มเขินๆ ที่ถูกจับได้ “แต่ตอนนี้หนมเชื่อแล้วว่าคุณไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆ”

“คุณคิดว่าผมคงไม่จ้างคนที่เป็นคู่กรณีของตัวเองไปทำร้ายรัฐเขตใช่ไหม”

“ค่ะ แล้วก็ไม่คิดว่าพี่เขตจะจ้างคนมาทำลายชื่อเสียง Spell ด้วย”

“หรือบางทีรัฐเขตอาจจะจ้างนายแมนกับนายโก้จริง แต่พอตกลงเรื่องผลประโยชน์ไม่ลงตัว ทั้งสองคนก็เลยวางแผนเก็บรัฐเขต” ชายหนุ่มคิดทุกอย่างรวดเร็วตามเคย แต่คนฟังไม่ค่อยพอใจเอาซะเลย

“คุณดนย์ เอาอีกแล้วนะ” ขวัญจิราดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขา แต่พัทธดนย์รั้งไว้

“โอเค ผมจะไม่ปรักปรำเขาถ้าไม่มีหลักฐาน แต่คุณก็ต้องห้ามระแวงผมเหมือนกันสิ เพราะถ้ารัฐเขตเป็นอะไรขึ้นมา ผมก็ไม่มีทางได้รู้เรื่องลิขสิทธิ์ Wish 1 เลยนะ”

“ค่ะ ไม่ระแวงก็ได้” หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้คนตรงหน้ามากขึ้น ด้วยต้องการสื่อสารทางสายตา “แต่คุณจะโอเคไหมถ้าหนมจะไปพบนายแมนอีกครั้ง”

“เอาสิ จะไปเมื่อไหร่ล่ะ เดี๋ยวผมไปด้วย”

“หนมคิดว่าคงต้องไปกับพี่เขตค่ะ เพราะนายแมนไม่ไว้ใจใครเลยนอกจากพี่เขตคนเดียว”

“งั้นผมยิ่งต้องไปเลย จะให้ไปกันสองคนได้ยังไง” พัทธดนย์แสดงอาการไม่สบอารมณ์เหมือนเมื่อคืนไม่มีผิด

“โกรธอีกแล้วเหรอคะ” ขวัญจิราบีบมือเขาทั้งที่แอบหวั่นใจ

“ไม่ได้โกรธ...แต่หึง”

“หึง? คุณก็รู้เหรอว่าพี่เขตไม่ได้คิดกับหนมแค่พี่น้อง”

พัทธดนย์พยักหน้ายอมรับ “แล้วคุณล่ะ...รู้ได้ยังไง รัฐเขตสารภาพเหรอ”

“เปล่าค่ะ มิ้นท์กับพี่รันบอก แต่พอรู้แล้วมันก็...ลำบากใจ ทำตัวไม่ถูก” ขวัญจิราสบตาคนตรงหน้าเพื่อแสดงความในใจว่าเธอก็ไม่ได้ยินดีนักที่ได้รับรู้

“งั้นก็เลิกใจแข็งแล้วรับปากคบกับผมซะทีสิ ถ้ารัฐเขตรู้ว่าคุณมีแฟนแล้วเขาจะได้ตัดใจ ผมรอคำตอบจากคุณมาตั้งแต่เช้าแล้วนะ” ชายหนุ่มบ่นกระปอดกระแปดที่เมื่อเช้าไม่อาจทำให้ขวัญจิราให้คำตอบที่เขาพึงพอใจได้สักที

ขวัญจิราถอนใจ ไม่รู้จะอธิบายให้เขาเข้าใจได้อย่างไรว่าเธอสับสน กลัวๆ กล้าๆ แล้วตอนนั้นก็ยังรู้สึกผิดกับรัญชยา จึงจำต้องใจแข็งไว้ก่อน เพราะบางทีก็ยังแอบรู้สึกว่าพัทธดนย์เหมือนสิ่งอันตราย

“ตั้งแต่เกิดมาหนมยังไม่เคยมีแฟนสักคนเลยนะ พอมาเจอคุณ หนมก็เลยไม่กล้า”

“กลัวผมไม่จริงจังหรือไง” เขาเห็นขวัญจิราพยักหน้าก็อ่อนใจ แต่ไม่ยอมรามือ แล้วยังจะรุกหนักกว่าเดิมด้วย “โอเค ไม่ต้องเป็นแฟนก็ได้ แต่ถ้าข้ามขั้นเป็นภรรยาเลย ผมก็โอเคนะ”

พัทธดนย์ส่งสายตาวิบวับอีกแล้ว เล่นเอาคนถูกจ้องสะท้านอายจนแทบจะผละหนี แต่ถอยออกมาได้ไม่กี่ก้าวเขาก็รุกไล่ตามมาติดๆ

ในขณะที่ขวัญจิรายังไม่รู้จะหนีอย่างไร เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น หญิงสาวจึงอาศัยจังหวะนั้นทำทีเป็นสนใจสายเรียกเข้ามากกว่าบุรุษตรงหน้า

“รัฐเขตโทรมาอีกแล้วเหรอ หมอนี่ไม่มีอะไรทำหรือไง วันๆ ถึงโทรหาแต่คุณ” เขาโวยวาย

“ไม่ใช่พี่เขตค่ะ” เธอก้มมองชื่อที่ปรากฏบนจอแล้วหน้าถอดสี “แต่เป็น...หมอทิพย์”

“แล้วทำไมคุณไม่รับสาย”

“ไม่เอา...ท่านคงอยากรู้เรื่องที่หนมโกหกไว้เมื่อคืน หนมยังไม่พร้อมจะโกหกซ้ำอีก”

จอมเวทเจ้าเสน่ห์เข้าประชิดตัวเธอแล้วยิ้มมุมปาก “ส่งมาสิ เดี๋ยวผมรับให้”

ขวัญจิราไม่ทันสังเกตเห็นรอยเจ้าเล่ห์นั้นแม้แต่น้อย เพียงแค่ส่งโทรศัพท์ให้เขาแล้วยืนนิ่ง เขาก็กดรับสายแล้วส่งสัญญาณให้เธอเงียบไว้

“ครับแม่ ขนมเหรอ เอ...เมื่อกี้ยังเห็นอยู่เลยนะ” ชายหนุ่มทำเสียงไขสือแล้วรวบตัวเธอมากอดเอาไว้ “แต่ตอนนี้...มองไม่เห็นซะแล้ว แม่มีธุระอะไรกับขนมหรือเปล่า”

ขวัญจิราค้อนคนเจ้าเล่ห์ในใจ ก็เล่นกดหัวเธอไว้แนบอกขนาดนี้จะมองเห็นได้ยังไงกันเล่า แต่เอาเถอะ...เธอจะยอมอยู่นิ่งๆ เพราะอยากฟังสิ่งที่ปลายสายพูด ทว่าไม่ได้ยินเอาเสียเลย

“โธ่แม่ ผมไม่มีคนอื่นหรอก ผมก็มีแต่ขนมคนเดียว รักขนมคนเดียว ที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ ให้ขนมสงสัย ก็เพราะอยากให้เขาหึงนั่นแหละ”

หน้าคนถูกกอดแดงซ่านโดยอัตโนมัติ หัวใจพองโตและเต้นรัวแทบจะทะลุออกมา ฝืนทนซบอกคนหน้าไม่อายที่บอกรักเธอให้แม่เขาฟัง แถมยังแต่งเติมเรื่องให้สอดคล้องกับสิ่งที่เธอเคยโกหกเอาไว้อีกต่างหาก

“ก็ขนมปากแข็งนี่ครับ ไม่ยอมรับว่ารักผม ไม่ยอมตามใจผมบ้างเลย”

“หือ!...” ขวัญจิราทำเสียงประท้วงในลำคอ แต่ไม่กล้าโวยวายด้วยเกรงปลายสายจะได้ยิน เสียงนั้นทำให้พัทธดนย์ก้มลงมาสูดกลิ่นผมสลวยอย่างจงใจ ก่อนคุยกับมารดาต่อ

“ได้ครับ ผมจะไม่ทำให้ผิดหวัง แต่แม่ก็ต้องช่วยผมด้วยนะ”

หมอทิพาวรรณวางสายไปแล้ว ทว่าลูกชายนางยังกอดร่างค่อนข้างบางเอาไว้ไม่ยอมปล่อย จนขวัญจิราต้องหยิกให้เนื้อแทบบิดเป็นเกลียวถึงพาตัวเองออกจากคนเจ้าเล่ห์ได้

“หมอทิพย์ว่ายังไงคะ ท่านสงสัยหรือเปล่าว่าหนม...โกหก”

“ไม่หรอก เพราะตอนสายวันนี้ผมโทรไปคุยกับแม่ บอกท่านไปแล้วด้วยว่าเมื่อคืน...คุณอยู่กับผมทั้งคืน”

“เฮ้ย!” เวลาให้ตกใจมีไม่มาก เธอรีบคว้าอุปกรณ์สื่อสารจากมือเขามาเพื่อต่อสายหาทันตแพทย์อาวุโส ก่อนจะละล่ำละลักแก้ต่างให้ตัวเองเป็นพัลวัน “คุณหมอคะ คือเมื่อคืนหนม...หนมกับคุณดนย์ไม่ได้มีอะไรเกินเลยกันนะคะ หนมแค่...”

“แค่มอมเหล้าผมเฉยๆ” พัทธดนย์พูดแทรกเสียงดัง “แม่ดูสิว่าขนมร้ายแค่ไหน”

ขวัญจิราตาโตเมื่อได้ยินเขาหาความ แต่นั่นยังไม่เท่าที่ปลายสายตอบกลับมา

“จริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นหนูขนมต้องรับผิดชอบลูกชายป้าแล้วนะ”

“คุณหมออย่าไปเชื่อคุณดนย์นะคะ เขาต่างหากที่ร้าย หลอกจูบหนมตั้งหลายที อุ๊ย!...” คนขี้ฟ้องยั้งปากแทบไม่ทัน รีบชิงวางสายก่อนที่จะโดนมัดมือชกมากไปกว่านี้ “แค่นี้นะคะ สวัสดีค่ะ”

ขวัญจิรารู้สึกถึงความร้อนวูบวาบบนใบหน้า ใจก็เต้นไม่เป็นส่ำ และเหงื่อเม็ดใหญ่ก็ผุดพราวขึ้นมา เธอยังคงก้มหน้าหลบสายตาเจ้าของห้องที่ยังยิ้มกริ่ม แต่เขาไม่ปล่อยให้เธอได้คิดนานไปกว่านี้

 “ขนม...ว่ายังไง พร้อมจะเสี่ยงเชื่อใจคนอย่างผมหรือเปล่า” น้ำเสียงเขาเหมือนอ้อน แต่คำพูดนั้นท้าทายมากกว่า “ทีเรื่องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ไม่เห็นคุณจะกลัว ทำไมเรื่องแค่นี้ถึงใจเสาะนักเล่า”

นั่นสินะ...นี่เธอกลัวอะไรกัน ทั้งที่ใจก็รักเขาไปแล้ว รัญชยาก็เปิดทางให้แล้ว ถ้าจะปิดโอกาสตัวเองเพราะกลัวผิดหวังก็ไม่ต่างจากเด็กขี้แพ้ เอาวะ...ถ้าสุดท้ายแล้วมันจะต้องเจ็บก็ยังดีกว่าไม่ได้ให้โอกาสตัวเองได้สัมผัสกับความรักเลย ขวัญจิราหลับตาเรียกแรงฮึด แต่พอเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาที่จ้องเขม็งเพื่อรอคำตอบ ใจมันก็สะท้านอีกจนได้

“ก็...ก็ได้”

จอมเวทเจ้าเสน่ห์ยิ้มรับเสียงเบาหวิวที่เพิ่งได้ยิน เขาโผเข้ามากอดคนตรงหน้าด้วยความชื่นใจ “รู้ไหม ว่าถ้าคุณไม่ตอบ ผมกะจะบอกรัฐเขตว่าผมรักคุณ และขอให้เขาเลิกยุ่งเกี่ยวกับคุณอีก”

“อย่านะคะ แค่นี้พี่เขตก็น่าสงสารมากพอแล้ว แล้วอีกอย่าง...ถ้าเราจะคบกัน คุณก็ต้องเข้าใจว่าหนมตัดพี่เขตออกไปจากชีวิตไม่ได้”

“จริงๆ ผมก็เข้าใจนะว่าเขาคงช่วยเหลือครอบครัวคุณไว้มาก งั้นผมยอมหยวนๆ ก็ได้”

“หมายความว่า...หนมพูดถึงพี่เขตได้ใช่ไหม คุณจะไม่หึง ไม่คาดโทษเหมือนเมื่อคืนแล้วใช่หรือเปล่า”

“ใครว่าล่ะ เมื่อกี้ผมนับทุกคำที่คุณพูดถึงเขาเชียวแหละ แต่ที่ยังปล่อยให้คุณลอยนวลอยู่ได้ก็เพราะกะจะรวบไปเช็กบิลทีเดียว ระวังตัวไว้เถอะ”

*****************************

ตอนนี้ยาวหน่อย เป็นของขวัญวันฮาโลวีนและลอยกระทงค่ะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น