สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 68 : เบาะแสสำคัญ 40%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 ต.ค. 63

ประตูห้องพักผู้ป่วยพิเศษถูกเปิดออกหลังเจ้าของร่างค่อนข้างบางเคาะมันอย่างพอเป็นพิธี เธอเดินเข้าไปในนั้น แต่น่าแปลกที่ไม่พบใครเลยนอกจากเพื่อนสนิทที่นอนตะแคงหลับอยู่บนเตียง หญิงสาวได้ยินเสียงดังมาจากห้องน้ำก็เข้าใจว่ารัฐเขตที่เฝ้าคนป่วยมาทั้งคืนคงอยู่ในนั้น จึงนั่งรออยู่บนโซฟาตัวที่บ่นว่าแคบเหลือใจ

แต่ในนาทีที่ใครบางคนออกมาจากห้องน้ำ ขวัญจิราก็ต้องนิ่งค้าง เพราะร่างนั้นคือคนที่เธอยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้าตอนนี้

“พี่รัน!”

“อ้าวขนมเองเหรอ พี่ได้ยินเสียงคนเข้ามานึกว่าพี่เขตกลับมาแล้วซะอีก”

“พี่เขตไปไหนเหรอคะ”

“ไปหาซื้อของกินแถวๆ นี้แหละ แล้วนี่เรากินอะไรมาหรือยัง ไม่เจอกันนานเลย ช่วงนี้ยุ่งมากเหรอ ทำไมไม่เห็นโทรมาคุยกับพี่เหมือนเมื่อก่อน” รัญชยารัวคำถามเป็นชุดอย่างอารมณ์ดี แล้วนั่งลงบนโซฟาข้างสาวรุ่นน้องโดยไม่ได้สนใจอาการอ้ำอึ้งของอีกฝ่ายสักนิด

“พี่รัน...หนมมีเรื่องจะสารภาพค่ะ”

ขวัญจิราเปิดประเด็นอ้อมแอ้ม เมื่อนึกถึงชายหนุ่มที่พยายามให้เธอตกลงคบหากับเขา แต่เธอก็ยังไม่ได้ให้คำตอบ แม้ว่าจะถูกเขาคาดคั้นด้วยวิธีรัญจวนใจแค่ไหนก็ตาม กระนั้นก็ไม่สะดวกใจหากยังต้องทำหน้าที่ที่เคยได้รับมอบหมาย

“หนมขอถอนตัวจากการเป็นแม่สื่อให้พี่กับคุณดนย์ได้ไหมคะ”

“...”

การที่อีกฝ่ายไม่ตอบ ขวัญจิราเดาว่าคงถูกโกรธแน่แล้ว “คือหนมพยายามแล้ว แต่...”

“แต่สุดท้ายคุณดนย์เขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่อยู่ดีสินะ”

“หนมขอโทษนะคะ ขอโทษจริงๆ หนมไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้เลยค่ะ”

“เพราะแบบนี้น่ะเหรอ ขนมถึงตีตัวออกห่างจากพี่ตั้งแต่เรานัดกันข้าวกันคราวนั้น”

“หนม...” ขวัญจิราอึกอัก ก็เพราะอีกฝ่ายพูดถูก เธอเริ่มละอายใจจนไม่กล้าติดต่อพูดคุยกับรัญชยาอย่างสนิทสนมหลังจากที่เผลอปล่อยให้พัทธดนย์จูบอย่างเต็มใจ แล้วไอ้หัวใจไม่รักดีก็เคลิ้มไปกับเขาจนยืดเยื้อมาถึงตอนนี้

“พี่เข้าใจว่าเรื่องแบบนี้มันบังคับกันไม่ได้ อีกอย่างพี่ก็ไม่ได้คิดอะไรกับเขาแล้วด้วย” เธอบอกอย่างราบเรียบราวกับไม่รู้สึกรู้สา แต่ขวัญจิราเสียอีกที่ตาแดงๆ จนเธอต้องย้ำ “พี่พูดจริงๆ นะ พี่ว่าสิ่งที่พี่รู้สึกกับเขาคือความปลาบปลื้ม มันเหมือนชอบดาราสักคนที่เราเห็นเขาเป็นชายในฝัน แต่ก็รู้ว่าไม่ใช่คนในชีวิตจริง”

“แต่หนม...” ขวัญจิราปาดน้ำตาที่ไหลอย่างไม่ตั้งใจ จนอีกฝ่ายต้องลูบหลังปลอบ

“ไม่ต้องคิดมาก พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ร้องไห้อย่างกับว่าเราเป็นคนแย่งเขาไปเองอย่างนั้นแหละ” รัญชยาแกล้งทำหน้านิ่งแล้วมองอดีตลูกน้องอย่างจับผิด แต่เพียงครู่เดียวก็หลุดหัวเราะออกมา “ว่าไง มีเรื่องอะไรจะสารภาพมากกว่านี้อีกไหม”

ขวัญจิราสบตาสาวรุ่นพี่อย่างตกตะลึง รัญชยาต้องรู้เรื่องของเธอกับพัทธดนย์แล้วแน่ๆ แต่รู้ได้ยังไงนะ “ทำไมพี่รันถามแบบนั้นละคะ”

“แฟนพี่บอกน่ะสิ”

“หา...อะไรนะ พี่รันมีแฟนแล้วเหรอ เล่ามาเดี๋ยวนี้เลย ใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ ยังไงคะ” คราวนี้กลับเป็นขวัญจิราที่ถามรัว แถมยังตกใจจนเสียงดังลั่นห้องผู้ป่วย

“เบาๆ สิ เดี๋ยวมิ้นท์ตื่น” รัญชยากระซิบห้ามปราม “ส่วนเรื่องแฟนพี่ ขนมน่าจะเดาได้นะ”

“คุณแม็คเหรอคะ” เพียงชื่อแรกก็ถูกเผง “แล้วพี่คบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่เล่าให้หนมฟังบ้าง”

“จะโทรไปเล่าหลายทีแล้ว แต่ใครล่ะที่ไม่ยอมรับสายพี่ ไม่มีเวลาคุยกับพี่น่ะ”

“นั่นสิ” ขวัญจิราเกาหัวแกรก “แล้วพี่กับคุณแม็คลงเอยกันได้ยังไง ก็หนมเห็นพี่บ่นไม่ถูกชะตากับเขามาตั้งนานแล้วนี่”

“ตอนแรกมันก็เป็นแบบนั้น แต่พอพี่คิดว่าตัวเองแกล้งเขาแรงไปหน่อยก็เลยปลอบ พอคุยกันมาเรื่อยๆ ก็เลย...เป็นอย่างนี้แหละ”

“คุยกันมาเรื่อยๆ นี่คุยอะไรกันคะ คุณแม็คเล่าอะไรให้พี่ฟัง”

“ก็หลายเรื่อง รวมทั้งเรื่องเพื่อนสนิทเขาด้วย อย่างเมื่อคืนพี่ก็เพิ่งรู้ว่าใครเป็นเจ้าของรอยลิปสติกบนบิวบอร์ดโฆษณา Spell”

ขวัญจิราทำหน้าเหลอหลา แต่แอบอาฆาตเมฆินทร์อยู่ในใจ ให้ตายสิ...ไม่รู้เล่าไปถึงวิธีล้วงความลับจากพัทธดนย์ที่เขาเสนอให้เธอทำด้วยหรือเปล่า

เสียงเรียกแผ่วเบาจากเตียงผู้ป่วยทำให้การสนทนาของคนเฝ้าไข้จำต้องยุติลงชั่วคราว แล้วหันไปสนใจมนสิชาที่ตื่นขึ้นมา

“เป็นยังไงบ้าง นี่แกหลับไปตั้งหนึ่งวันกับอีกสองคืนเต็มๆ เลยนะ” ขวัญจิราเดินเข้าไปถามเพื่อนสนิท

“ก็เจ็บแผลน่ะ มันระบม แล้วก็อึ้งๆ นิดนึงที่ตื่นมาเจอคุณเขตฟุบหลับอยู่ข้างเตียงเมื่อเช้ามืด” คนเจ็บว่าก่อนจิบน้ำที่รัญชยายื่นให้

“อืม พี่เขตเป็นห่วงแกมากเลยนะ อยู่เฝ้าแกตอนกลางคืนตลอด”

“แปลว่า...เขาอยู่ทั้งคืนเลยเหรอ” 

สองสาวข้างเตียงพยักหน้าพร้อมกัน แต่ขวัญจิราบอกเล่าความจริงที่มากกว่านั้น “อยู่ทั้งสองคืนนั่นแหละ พ่อแกให้ฉันโทรตามพี่เขต เพราะแกเพ้อถึงแต่เขา”

“ฉันคงตกใจน่ะ พอเห็นว่าคุณเขตจะถูกยิง ก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วเขาปลอดภัยไหม แต่เท่าที่เห็นเมื่อเช้าก็น่าจะไม่บาดเจ็บอะไรหรอกมั้ง” มนสิชาอธิบายเสียงแผ่ว

“อ้าว นี่แกไม่ได้คุยกับพี่เขตเหรอ”

คนเจ็บหลบตาแล้วตอบเสียงเบา “เขาก็ถามไถ่ทั่วไปแล้วก็ขอบคุณที่ช่วยเขาไว้ แต่ฉันไม่ได้พูดอะไรกับเขาเลย”

“แกอุตส่าห์เสี่ยงตายขนาดนี้ ทำไมไม่พูดกับเขาบ้างวะ แล้วอย่างนี้แกจะไปขวางกระสุนให้เขาทำไม” ขวัญจิราข้องใจ

“ไม่รู้...พอเห็นปากกระบอกปืนเล็งมาทางคุณเขต ขามันวิ่งเข้าไปหาเขาเอง”...แล้วมือก็ไปกอดเขาเองด้วย

ถึงตอนนี้ทั้งห้องก็เงียบกริบ แต่ขวัญจิรารู้สึกว่ามีบางอย่างที่เพื่อนสนิทกำลังปิดบังอยู่จึงเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา “แก...รักพี่เขตใช่ไหม”

ยังไม่ทันจะได้คำตอบ เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขัดจังหวะสำคัญ เมื่อพยาบาลสาวเดินเข้ามาวัดไข้ วัดความดัน คนบนเตียงจึงมีเวลาได้หายใจหายคอสักพัก กระทั่งพยาบาลออกไปพร้อมเสียงประตูที่ปิดลงขวัญจิราจึงทวงคำตอบจากเพื่อนอีกครั้ง

“แกยังไม่ได้ตอบฉันเลยนะมิ้นท์ แกรักพี่เขตใช่ไหม” เห็นเพื่อนเงียบคนถามก็ยิ่งกระเซ้า “อ้ำอึ้งอย่างนี้ต้องใช่แน่ๆ”

“ถ้าพูดไปแล้วให้รู้กันแค่นี้ได้ไหม มิ้นท์ขอร้องว่าอย่าบอกคุณเขตเด็ดขาด” มนสิชามองสองสาวข้างเตียงอย่างลังเล แต่พอเห็นทั้งคู่พยักหน้าให้สัญญาจึงยอมเล่า “มันหวั่นไหวน่ะ ตอนแรกที่ถูกย้ายมาเป็นเลขาให้คุณเขตก็โกรธนะ โกรธจนไม่อยากจะมองหน้าเขา แต่พอเจอเขาชวนคุยทุกวัน ยิ้มให้ทุกวัน จากที่เคยโกรธก็เลย...”

“รักพี่เขต” ขวัญจิราต่อความให้แต่เสียงดังลั่นห้องอย่างเคย “โธ่เอ๊ย! แล้วทำไมแกถึงไม่คุยกับเขาล่ะ”

“ฉันไม่รู้ว่าจะหล่อเลี้ยงความรู้สึกตัวเองไปเพื่ออะไร เพราะยังไงฉันก็ไม่มีหวังอยู่แล้ว”

“ทำไมวะ”

“ก็คุณเขตมีคนที่เขารักอยู่แล้ว”

“แต่เขาก็ยังไม่มีแฟนนี่ แกก็สู้สิ เรื่องแบบนี้ใครดีใครได้เว้ย” เพื่อนคนเจ็บยุตามคำที่พัทธดนย์เคยบอก แต่มนสิชากลับก้มหน้าหลบตาเหมือนจะร้องไห้

“สู้ไม่ได้หรอก ฉันไม่คิดจะสู้กับผู้หญิงคนนั้นด้วยซ้ำ”

“เขาเป็นใครวะ ทำไมถึงทำให้เพื่อนฉันหงอได้ขนาดนี้”

“แก” คราวนี้ร่างบนเตียงตอบเสียงดังฟังชัด “คุณเขตรักแกไง...ขนม”

“เฮ้ย!” ขวัญจิราถอยกรู ปล่อยมือจากที่กั้นเตียงราวกับแตะต้องของร้อน ไม่อยากเชื่อว่าพฤติกรรมแปลกๆ ของเจ้าหนี้ผู้แสนดีจะไม่ได้เป็นเพราะความเอ็นดูเหมือนที่เคยเข้าใจ เธอนิ่งนานจนรัญชยาต้องช่วยยืนยัน

“มิ้นท์พูดเรื่องจริงนะ พี่เขตแอบรักขนมมาตั้งนานแล้ว แต่มัวอมพะนำไม่ยอมสารภาพความรู้สึกตัวเองสักที พี่ก็เลยเลิกเชียร์”

“แล้วแบบนี้จะให้ฉันรักผู้ชายคนเดียวกับเพื่อนได้ยังไง” มนสิชาตอกย้ำ

“เดี๋ยวนะมิ้นท์ แต่ฉันไม่ได้รักพี่เขตแบบนั้นนะเว้ย” ขวัญจิราพยายามสงบสติที่เตลิดของตัวเอง แล้วเดินเข้าใกล้เตียงคนเจ็บอีกครั้ง “ฉันรักเขาแบบน้องสาวรักพี่ชายน่ะ เข้าใจไหม”

“แล้วแกไม่สงสารคุณเขตบ้างเหรอขนม เขาแอบรักแกมาตั้งนานนะ”

“จะบอกว่ายังไงดีล่ะ เรื่องนี้มันจะใช้ความสงสารแค่อย่างเดียวได้ซะที่ไหน ความจริงฉันก็ไม่ได้อยากทำให้ใครรู้สึกไม่ดีนะ แต่สิ่งที่ฉันให้พี่เขตได้มันมีแค่ความเป็นพี่น้องจริงๆ แล้วตอนนี้ฉันก็...เจอคนที่ทำให้ฉันรักเขาได้แล้วด้วย”

“อ้าว” มนสิชาดูซึมลงไปถนัดตา เธอไม่เซ้าซี้อะไรจนขวัญจิราแปลกใจ

“แกไม่ดีใจเหรอที่มารหัวใจอย่างฉันหลีกทางขนาดนี้”

“ไม่...ไม่เลยสักนิด” 

“ทำไม?”

“ก็เพราะฉันคิดว่าคุณเขตคงเสียใจมากถ้าเขารู้เรื่องนี้ แล้วแบบนี้จะให้ฉันดีใจได้ยังไง”

ขวัญจิรามองหน้ารัญชยาเพื่อปรึกษา แต่ไม่ได้ทางออกอะไรมากไปกว่าการปลอบโยนคนเจ็บ “มิ้นท์ ถ้าแกรักพี่เขตมากขนาดนี้ แกก็ควรบอกเขานะ ฉันอนุญาตให้แกใส่ไฟได้เต็มที่ว่าฉันไม่คู่ควรกับคนดีๆ อย่างพี่เขตหรอก”

“บ้าสิ ใครจะไปทำแบบนั้นเล่า”

การสนทนาของสามสาวถูกขัดขึ้นอีกหนด้วยเสียงเปิดประตู ทุกคนภายในห้องเงียบสนิทเพื่อรอการปรากฏตัวของผู้มาใหม่ แต่ก็ไม่เห็นใครโผล่เข้ามา

“พยาบาลคนเมื่อกี้คงจะเข้าผิดห้องล่ะมั้ง” รัญชยาว่าแบบนั้นก่อนจะชวนกันคุยจนพ่อคนเจ็บมารับช่วงต่อ แล้วตอนนี้เธอก็เพิ่งเอะใจว่ารัฐเขตหายไปไหนตั้งนานสองนาน

***********************************

รักกี่เส้ากันล่ะหนอคราวนี้

มิ้นท์สู้ๆ นะ ขนมมันเปิดทางให้แล้ว

ขนม...เธอก็สู้ๆ นะ พี่รันเปิดทางให้แล้ว

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น