สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 67 : ชั่วข้ามคืน 120%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 ต.ค. 63

“ผมบอกคุณทุกเรื่องที่เก็บเอาไว้แล้วนะ คราวนี้จะยอมตามใจผมได้หรือยัง”

เสียงกระเส่าที่รบเร้าอยู่นั้นทำให้คนฟังหน้าแดงซ่าน ยกเอกสารขึ้นทาบอกราวกับมันจะช่วยปกป้องเธอได้ แต่เขาก็ขยับมาดึงเอกสารนั้นออก แล้วส่งสายตาเป็นประกายเจ้าชู้อย่างเห็นได้ชัด

“ฉัน...เอ่อ...” ขวัญจิราก้มหน้าหลบ ทว่าก็ยังถูกเขาช้อนคางขึ้นมาให้สบสายตาพิฆาตอยู่ดี ตอนนี้สมองเธอตื้อ คิดหาข้ออ้างในการเลี่ยงเขาไม่ออกเลย จึงต้องยอมรับตามตรง “ฉัน...ยังไม่พร้อมค่ะ”

“งั้นไม่เป็นไร ผมให้เวลาคุณเตรียมใจก่อนก็ได้” เขาพูดแบบนั้นเธอก็ค่อยเบาใจ แต่แวบเดียวชายหนุ่มก็ยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วว่า “สักครึ่งชั่วโมง...พอไหม”

“คุณดนย์...” 

เธอเบิกตากว้าง ตกใจ และไม่รู้จะทัดทานคนตัวโตที่ลูบไล้หัวไหล่เธออยู่อย่างไรดี จึงส่งสายตาเหมือนแมวน้ำกำลังจะถูกล่า ที่วิงวอนพรานหนุ่มให้ยั้งมือ พัทธดนย์เห็นแบบนั้นก็ทนไม่ไหว โผเข้ากอดคนตรงหน้า ลูบผมและหลังเธออย่างปลอบประโลม

“โอ๋ๆ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิขนม ผมไม่แกล้งคุณแล้วก็ได้”

ตอนแรกหญิงสาวจะปัดป้องไม่ให้กอด พอรู้ว่าเขาแกล้งก็เลยสอดแขนไปด้านหลังร่างสูงแล้วหยิกเข้าให้ “คนบ้า อย่าเล่นแบบนี้อีกนะ หนมใจหายใจคว่ำหมด นึกว่าคุณจะ...”

“จะอะไรเหรอ...” เขาเย้าแบบไม่สะทกสะท้าน แล้วยังมาซุกจมูกลงที่ซอกคอชวนให้ขนลุกขนชัน “อย่าหมางเมินกับผมอีกได้ไหม มันจะลงแดง เวลาอยู่ใกล้คุณแต่กอดไม่ได้ จูบก็ไม่ได้”

“มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับหนมค่ะ แต่ขึ้นอยู่กับความประพฤติของคุณต่างหาก”

“คร้าบ” จอมเวทไอทีหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เพราะแม้เธอจะขู่แต่ก็ยังกอดตอบเขา “คุณจะกลับบ้านไหมขนม เดี๋ยวผมไปส่ง”

ขวัญจิราส่ายหน้าแล้วผละออกมา  “เอ่อ...หนมเข้าบ้านไม่ได้ค่ะ วันนี้หนมมึนๆ ก็เลยลืมหยิบกุญแจบ้านออกมา พอเริ่มวางแผนมอมเหล้าคุณก็คิดว่าคืนนี้คงดึกกว่าจะเสร็จเรื่อง ก็เลยโทรบอกแม่ว่าจะไปนอนเฝ้ามิ้นท์ที่โรงพยาบาล”

“แล้วจะไปโรงพยาบาลหรือเปล่า”

“เอ่อ...ไม่ต้องไปแล้วค่ะ พี่เขตบอกว่าคืนนี้จะเฝ้ามิ้นท์เอง แล้ว...โซฟาที่นั่นมันก็แคบด้วย”

หญิงสาวต้องการจะสื่อว่าการนอนเฝ้าคนป่วยในโรงพยาบาลไม่ได้สะดวกสบาย แต่คนฟังกลับคิดเลยเถิดไปไกล รัฐเขตกับขวัญจิราบนโซฟาแคบๆ...โอ๊ย! แค่นี้ก็เลือดขึ้นหน้าแล้ว

“งั้นห้ามไปโรงพยาบาลเด็ดขาดเลยนะ” เขาว่าพลางกอดเธออย่างหวงแหนอีกครั้ง “แล้วคุณจะให้ผมไปส่งที่ไหน”

“ไม่ต้องไปส่งหรอกค่ะ หนมเล็งเอาไว้ว่าจะนอนในห้องประชุมเล็ก ถ้าตอนเช้าเจ้าของบริษัทมา เขาจะได้เห็นว่าหนมทุ่มเททำงานไง” คนถูกกอดตอบอย่างขี้เล่น แล้วผละออกจากอกเขา

“แล้วคุณรู้หรือเปล่าว่าเจ้าของบริษัทเขาสั่งปิดระบบปรับอากาศของตึกตอนกลางคืน ชั้นที่เป็นสำนักงานไม่มีอากาศให้หายใจนะ จะมีก็แต่ชั้นยี่สิบนี่แหละ อากาศดี รับรองว่านอนหลับสบาย”

ขวัญจิราเห็นอีกฝ่ายยักคิ้วก็อดระแวงไม่ได้ แต่ก็จำใจเพราะไม่มีที่ไปจริงๆ “งั้นขอรบกวนโซฟาในห้องนั่งเล่นแล้วกันนะคะ และคงต้องยืมใช้ห้องน้ำคุณด้วย”

เจ้าของห้องยิ้มกว้างที่เธอยอมอยู่กับเขาในคืนนี้ “ได้สิ คุณเอาเสื้อผ้าผมใส่นอนได้นะ อยากได้ตัวไหนก็หยิบในตู้ได้เลย หรือจะนอนทั้งเสื้อคลุมอาบน้ำที่เคยใส่ก็ได้”

หญิงสาวทนเขาเย้าแหย่ไม่ไหว เลยรีบวิ่งไปหยิบข้าวของจำเป็นจากตู้เสื้อผ้าก่อนผลุบหายไปในห้องน้ำ ท่าทีลุกลี้ลุกลนนั้นน่าเอ็นดูจนพัทธดนย์อดยิ้มไม่ได้ เขารอเธออย่างใจเย็นแล้วเอาผ้าขนหนูพาดคอเตรียมจะอาบน้ำต่อเช่นกัน เพียงครู่เดียวขวัญจิราก็เปิดประตูห้องน้ำออกมาในชุดเสื้อยืดสีเทาตัวโคร่งที่ยาวปิดไปถึงต้นขา แต่ก็ยังเห็นชายกางเกงแพลมออกมานิดนึง...ว่าแต่ลายมันคุ้นๆ นะ

“เฮ้ย! นั่นมันบ็อกเซอร์ผมนี่”

“ค่ะ หนมว่ามันน่าจะใส่นอนสบายดี คุณหวงเหรอคะ ไหนบอกว่าจะหยิบตัวไหนก็ได้ไง”

เขาไม่ได้หวง แค่คาดไม่ถึงเท่านั้นเอง แต่จะว่าไปก็ดีเหมือนกันนะ เพราะว่า...“มันใส่นอนสบาย ถอดก็ง่ายด้วย”

คนโดนแทะโลมทั้งโกรธทั้งอาย มือก็ดึงเสื้อให้ยืดลงไปปิดท่อนขา สายตาก็อาฆาตเขา แล้วรีบเดินเร็วๆ เพื่อจะออกไปยังห้องนั่งเล่น

พัทธดนย์ชอบใจที่เปลี่ยนท่าทีกวนประสาทของเธอให้เป็นความขวยเขินได้ในพริบตา เขาคว้าแขนคนขี้อายแล้วเรียกอย่างออดอ้อน “ขนม คุณไม่ต้องออกไปนอนที่โซฟาหรอก นอนที่เตียงนั่นแหละ”

“ไม่ดีกว่าค่ะ เจ้าของเตียงไม่ค่อยน่าไว้ใจ”

“ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกน่า ตัวสั่นเป็นลูกนกขนาดนั้น ใครทำลงก็ใจร้ายเกินไปแล้ว”

“ถ้าให้หนมนอนบนเตียง แล้วคุณล่ะคะ” ขวัญจิราสบตาอีกฝ่ายอย่างประเมิน ซึ่งคราวนี้เขาดูเป็นห่วงเธอจริงๆ จนอาจจะยกเตียงให้เธอ แล้วยอมลำบากไปนอนโซฟาหรือไม่ก็พื้น

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เดี๋ยวผมจัดการหาที่นอนของผมเอง” ชายหนุ่มบอกแค่นั้นก็เดินลิ่วไปอาบน้ำ

เธอชั่งใจอยู่ครู่เดียวก็ทนความอ่อนล้าของร่างกายไม่ไหว เพียงทิ้งตัวลงฟูกนุ่มก็หลับเป็นตาย โดยไม่ได้รอให้พัทธดนย์ออกมาจากห้องน้ำด้วยซ้ำ

กระทั่งเช้าวันใหม่ หญิงสาวบนเตียงกว้างตื่นขึ้นในสถานที่แปลกตา แต่ทว่าไม่แปลกใจ เพราะยังจดจำเหตุการณ์ในค่ำคืนที่ผ่านพ้นมาได้ดี จวบจนกระทั่งพลิกตัวกลับมานั่นแหละ เธอถึงกับต้องกะพริบตาถี่ด้วยภาพที่เห็นคือชายหนุ่มรูปงามในผ้านวมผืนเดียวกันกับเธอ เขาหลับตาแต่มีรอยยิ้มมุมปาก และเมื่อเขาก็ลืมตาขึ้น ขวัญจิราถึงกับต้องสำรวจตัวเองโดยด่วน

ถึงเครื่องแต่งกายทุกอย่างจะอยู่ครบ แต่ก็ขัดข้องใจอยู่ดี “คุณมานอนบนนี้ได้ยังไง ไหนบอกว่ายกเตียงให้หนมแล้วนี่”

“ผมแค่ให้คุณมานอนบนนี้เฉยๆ แต่ไม่ได้บอกว่าจะยกเตียงให้คุณนอนคนเดียวซะหน่อย”

“แล้วที่บอกว่าคุณจะหาที่นอนเองล่ะ ไม่ได้หมายความว่าจะไปนอนโซฟาหรือพื้นเหรอ”

“ไม่หล่ะ ผมขี้เกียจรอให้คุณตื่นมาเห็นใจตอนดึก ก็เลยนอนบนนี้กับคุณซะเลย”

“แล้วคุณ...” ขวัญจิรากำลังจะถามว่าเขาทำอะไรเธอตอนที่หลับใหลหรือเปล่า แต่ยังไม่ทันได้พูด โทรศัพท์มือถือของเธอก็ส่งเสียงดังสนั่นเสียก่อน

รูปบุคคลโทรเข้าที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก ขวัญจิรารีบคว้าอุปกรณ์สื่อสารแล้วหันหลังให้ชายหนุ่ม แต่เขาไวพอจะคว้าชายเสื้อที่เธอสวมไว้ไม่ยอมให้หนี จึงจำต้องรับสายทั้งที่นั่งอยู่บนเตียง

รัฐเขตโทรมาบอกว่ามนสิชาได้สติแล้ว และเขาต้องการให้เธอช่วยแจ้งข่าวดีนี้แก่พ่อคนเจ็บ ด้วยรัฐเขตไม่รู้จะติดต่อชายสูงวัยได้อย่างไร

ข่าวนั้นทำให้ขวัญจิราดีใจแทบกระโดด แต่ทำไม่ได้เพราะถูกมือหนารั้งชายเสื้อไว้อยู่ เธอรีบรับปากปลายสายแล้วหันมาอ้อนคนบนเตียงเสียงอ่อนเสียงหวาน “คุณดนย์ขา วันนี้หนมขอลางานวันนึงนะคะ จะไปเยี่ยมมิ้นท์”

พัทธดนย์หรี่ตาลงอย่างเคลือบแคลงแล้วถาม “ใครโทรมา”

“เอ่อ...ไม่บอกได้ไหมคะ”

“ไม่แฟร์นี่ ทีเมื่อคืนผมยังบอกคุณทุกอย่าง แล้วเรื่องแค่นี้ทำไมคุณปิดบังผมล่ะ” เขาลุกขึ้นนั่งสบตาอีกฝ่าย แต่เธอยังคงอึกอัก ไม่ยอมบอก “โอเค...คุณจะไม่บอกก็ได้ แต่ต้องเตรียมใจไว้หน่อยว่าคงถูกผมจูบจนปากเปื่อยหรือไม่ก็แก้มช้ำนั่นแหละ”

ได้ยินแบบนั้น ขวัญจิราก็พรั่งพรูทุกอย่างออกมาแทบไม่ทัน “พี่เขตโทรมาบอกว่า...อื้อ...”

ถ้อยคำของเธอขาดหายกะทันหันเพราะเรียวปากเขาบดเบียดเข้ามาจูบอย่างดูดดื่มจนเธอหูอื้อตาลาย กว่าจะรู้ตัวก็นานเป็นนาที แถมคนเกเรยังกอดรัดเธอซ้ำอีก

“ก็บอกตั้งแต่เมื่อคืนแล้วไงว่าอย่าพูดถึงรัฐเขต ทำไมไม่จำฮะ” พัทธดนย์กระซิบข้างหูแล้วหอมแก้มอีกฟอดใหญ่จนคนถูกรังแกต้องประท้วง

“แบบนี้ตอบหรือไม่ตอบก็โดนจูบอยู่ดีนี่ เอ๊ะ! หรือว่าคุณรู้อยู่แล้วว่าใครโทรมา” เธอเห็นเขาพยักหน้าช้าๆ ก็แทบเหลืออด ทั้งหยิกทั้งข่วนแขนที่กอดเอวเธออยู่ “เจ้าเล่ห์อีกแล้วนะ เหมือนที่หมอทิพย์บอกไม่ผิดเลย”

“แม่ผมบอกอะไรคุณเหรอ” 

“ก็บอกว่าให้ระวัง ลูกชายท่านเจ้าเล่ห์ ชอบสร้างเงื่อนไขให้อีกฝ่ายตกหลุมพราง”

เขารวบมือเธอไว้ไม่ให้ประทุษร้ายก่อนถามสิ่งที่ข้องใจ “แล้วคุณทำยังไงแม่ผมถึงยอมบอกข้อมูลเกี่ยวกับตัวผมเนี่ย ก็ผมกำชับท่านไว้แล้วว่าห้ามบอกอะไรคุณ”

“ตอนแรกหมอทิพย์ก็ไม่บอกหรอกค่ะ แต่หนม...โกหกท่านนิดหน่อย”

“โกหกว่าอะไร”

“ว่า...หนมกับคุณ...ตกลงคบกันแล้ว แต่หนมสงสัยว่าคุณแอบมีคนใหม่ ก็เลยอยากจับโกหกคุณให้ได้ แค่นั้นท่านก็บอกทุกอย่างเลยค่ะ บอกเกินกว่าที่หนมอยากรู้ด้วยซ้ำ” เธอแบไต๋ด้วยเกรงว่าถ้าไม่บอกจะถูกรังแกซ้ำ

“น้ำเสียงแบบนี้ รู้สึกผิดใช่ไหมที่บอกแม่ผมไปแบบนั้นน่ะ”

“ก็...รู้สึกเหมือนกันแหละ”

“งั้นก็...ทำให้มันเป็นเรื่องจริงซะสิ” พัทธดนย์เสนอ แต่คนในอ้อมกอดก็ตีความตรงไปตรงมาซะเหลือเกิน

“คือคบกัน แล้วคุณก็มีคนอื่นน่ะเหรอคะ”

“เฮ้ย! เอาแค่เราคบกันก็พอสิ ตกลงไหมขนม”

**************************************

ขนมตื่นมาเจอภาพนี้....โอย!! ไรท์อิจฉา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น