สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 66 : ชั่วข้ามคืน 90%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    17 ต.ค. 63

“บอกแล้วไงว่าอย่าพูดถึงเขา”

พัทธดนย์หงุดหงิดเต็มพิกัดและทำในสิ่งที่คาดโทษไว้จริงๆ เขาระดมจูบขวัญจิราไปทั่วราวกับต้องการยึดครองตัวเธอทุกอณู ไม่ว่าเธอจะเลี่ยงหลบอย่างไรก็ไร้ผล ทว่าจู่ๆ เขาก็ยอมปล่อยมือเธอข้างหนึ่งให้เป็นอิสระ แต่ไม่ได้เป็นเพราะความใจดีอย่างที่คิด เพราะมือหนากำลังสอดเข้ามาใต้ชายเสื้อ แตะต้องเอวเนียนอย่างถือสิทธิ์ ลูบไล้ไล่วนและถกร่นขึ้นไปเรื่อยๆ

ตอนนี้ขวัญจิราไม่รู้แล้วว่ามือหรือริมฝีปากของเขาอะไรร้อนกว่ากัน ทั้งสองสิ่งกำลังแผดเผาเธอให้มอดไหม้ ทุรนทุรายไม่ต่างจากปลาว่ายในน้ำร้อน เธอหายใจถี่ หอบกระชั้นประหนึ่งเหนื่อยจัด แต่พัทธดนย์ไม่ได้ปรานีเธอเลย เขายังคงระรานอย่างเอาแต่ใจ

“อื้อ...หยุด...คุณดนย์...” เสียงอู้อี้ฟังไม่ได้ความ แต่ก็พยายามดิ้นรนจนยึดข้อมือแกร่งของเขาให้หยุดการเคลื่อนไหวอยู่ที่ชายโครงได้ ด้วยระแวงว่าเขาอาจเคลื่อนมาสัมผัสอะไรที่อยู่เหนือขึ้นไป ทว่าริมฝีปากเขายังคงกระหน่ำจูบอยู่อย่างนั้นและเหมือนจะเพิ่มองศาความร้อนแรงมากขึ้นด้วย

ความปั่นป่วนที่เกินทานทนไหวทำให้ขวัญจิราต้องระบายออกผ่านเล็บที่จิกบนข้อมือเขา...นั่นแหละพัทธดนย์ถึงหยุด

ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกชั่วคราวเพื่อสบตากับคนใต้ร่างเขาอีกครั้ง เธอตัวสั่นเหมือนหนาวจัด แต่ผิวกายนั้นร้อนระอุและเรื่อแดงทั้งใบหน้าตลอดจนลำคอและไหล่ลาด

“เป็นอะไรขนม...กลัวเหรอ”

หญิงสาวพยักหน้า ละล่ำละลักเสียงสั่น “แล้วคุณล่ะ เป็นอะไร โกรธเหรอ”

คำถามนั้นทำให้คนเกเรต้องทบทวนความรู้สึกตัวเอง พัทธดนย์ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ทำลงไปเพราะโกรธหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ คือ...เขาหึง

“ผมไม่เข้าใจ ทำไมคุณยืนยันเสียงแข็งว่ารัฐเขตไม่ได้เป็นคนทำลายชื่อเสียง Spell แต่พอเกิดเรื่องกับเขา คุณกลับสงสัยผม ทำไมไม่เชื่อใจผมอย่างที่เชื่อใจเขาบ้าง”

“ถ้าอยากให้ฉันเชื่อใจ คุณก็บอกมาสิ ว่าระหว่างคุณกับ...เขา มีเรื่องอะไรค้างคาใจกัน” ขวัญจิราระมัดระวังอย่างเต็มที่ในการพูดถึงคนที่ถูกสั่งห้าม

ชายหนุ่มถอนใจทั้งที่ยังตรึงเธอไว้กับที่นอน “ผมเปลี่ยนใจไม่อยากให้คุณยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว เพราะฉะนั้น...อย่าถามผมอีกได้ไหม”

“ถ้าอย่างนั้นคุณอยากจะทำอะไรก็เชิญเลย แต่ต่อไปนี้ฉันจะกลับไปยืนอยู่ข้าง Wish เต็มตัวอย่างที่มันควรจะเป็นตั้งแต่แรก ไม่ต้องเหยียบเรือสองแคมให้ลำบากใจอยู่แบบนี้” ขวัญจิราเผชิญหน้ากับเขาอย่างท้าทายทั้งที่ตัวยังสั่น แต่น้ำเสียงนั้นห้าวหาญเด็ดเดี่ยว มือบางคลายออกจากข้อมือแกร่งเป็นเชิงให้สัญญาณว่ายอมให้เขาทำตามใจได้ทุกอย่างจริงๆ

ใช่...เธอวัดใจเขา ทั้งที่ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าจะยอมอย่างที่ปากว่าหรือเปล่า หากพัทธดนย์ฮึดฮัดหักหาญเธอขึ้นมาจริงๆ

แต่ท่าทีที่เปลี่ยนไปนั้นกลับทำให้คนหัวดื้อได้ตระหนัก เขาละมือออกจากใต้เสื้อเธอเปลี่ยนมาลูบขมับและพวงแก้มคนใต้ร่างอย่างถนอม “ขนม ผมขอร้อง อย่าทำแบบนั้นเลยนะ ผมยอมหยุดทุกอย่างเลยก็ได้ ผมจะไม่หาความลับ ไม่หาคำตอบอะไรทั้งนั้น”

“แล้วคุณกับพี่เขตก็จะอยู่แบบระแวงกันอย่างนี้ไปตลอดกาลงั้นเหรอ”

“...” พัทธดนย์ไม่ตอบ เพราะกำลังคิดว่าต่อให้ความจริงเปิดเผยก็ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าเขาและรัฐเขตจะไม่เป็นศัตรูกัน ในเมื่อเขาปักใจเชื่อไปแล้วว่ารัฐเขตเป็นคนทรยศตั้งแต่วันที่ส่งดอกแบล็กดาห์เลียไปให้

หญิงสาวเห็นเขาชะงักก็รู้ว่าเขาคิดหนัก แต่เธอก็ลำบากใจไม่แพ้กัน “คุณดนย์ หนมไม่รู้หรอกนะว่าเรื่องนั้นมันร้ายแรงแค่ไหน สิ่งที่หนมรู้มีเพียงอย่างเดียว คือหนมไม่อยากให้คนที่หนมรักทั้งสองคนเป็นศัตรูกัน”

จอมเวทแห่ง Spell ขมวดคิ้วอย่างสงสัย “อะไรนะ ผมฟังไม่ถนัด”

“หนมไม่อยากให้คนที่หนมรักเป็นศัตรูกัน ได้ยินไหมคะ”

“ครับ ได้ยินแล้ว ได้ยินชัดเลย ว่าคุณบอกว่ารักผม”

ขวัญจิราแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองโทษฐานหลุดปากพูดในสิ่งที่คิดและรู้สึกเร็วเกินไปหน่อย ถ้าแก้ตัวตอนนี้จะทันไหมนะ “ฉัน...ฉันไม่...เอ่อ...”

พัทธดนย์ยิ้มกริ่ม อารมณ์ดีขึ้นมาผิดหูผิดตา “ถ้าจะบอกว่าหมายถึงรัฐเขตละก็ ผมรู้แล้วว่าคุณรักเขามาตั้งแต่แปดขวบ แต่คุณคงไม่ยอมให้เขาทำแบบที่ผมทำหรอก...ใช่ไหม”

คนด้านบนโน้มต่ำลงมาประชิดอีกครั้งแต่นุ่มนวลขึ้นหลายเท่า สายตาเขาเว้าวอนและสะท้อนความปรารถนาบางอย่างชัดเจน แต่มือบางก็ยังยกขึ้นมากางกั้น ไม่อาจให้จอมเวทเจ้าเสน่ห์ทำสิ่งที่หวัง

“ไม่ได้แล้วค่ะคุณดนย์”

“ทำไมล่ะขนม ในเมื่อผมรักคุณแล้วคุณก็รักผม ทำไมถึงไม่ได้”

“เพราะหนม...หนมอยู่กับคนรักที่มีเรื่องปิดบังหนมไม่ได้ ถ้าคุณไม่คิดจะบอกเรื่องนั้นให้หนมรู้ ก็ขอให้ทุกอย่างระหว่างเราจบลงแค่นี้ อย่าให้ถลำลึกมากไปกว่านี้เลยนะคะ” ไม่ทันขาดคำ น้ำใสๆ ก็ไหลรินออกจากหน่วยตาอย่างไม่อาจกลั้น เมื่อคิดว่าเขาต้องไม่บอกแน่ๆ

เธอไม่ได้ร้องไห้เพราะเขาปิดบังซ่อนเร้น แต่เสียใจที่จะต้องจบเรื่องราวและความทรงจำทุกอย่างระหว่างกัน  ความเจ็บปวดทรมานที่กำลังคุกคามเธอนั้นหนักหน่วง แต่ขวัญจิราก็ตัดสินใจแล้ว เธอยอมเจ็บแล้วให้ทุกอย่างจบตอนนี้ ดีกว่าปล่อยให้เรื้อรังไปอีกนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้

พัทธดนย์เองก็ทรมานไม่ต่างกัน ยามเห็นน้ำตาจากดวงตาคู่งาม หัวใจเขาก็สั่นไหว อ่อนยวบ ชายหนุ่มลูบผมที่สยายอยู่เต็มฟูกอย่างอ่อนโยน จุมพิตแผลเป็นตรงไรผมเธออย่างแผ่วเบา แล้วเลื่อนเลยมาหยุดที่กลางหน้าผากมน

“ผมยอมแล้ว อย่าร้องไห้เลยนะ”

ขวัญจิราหูอื้อ ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ได้ยินคือความจริงหรือเปล่า จนกระทั่งเขาลุกจากตำแหน่งที่ตรึงเธอไว้ แล้วฉุดเธอให้ลุกขึ้นนั่งบนเตียงนุ่ม ซ้ำมือหนายังปาดซับน้ำตาให้อีก

พอมั่นใจว่าน้ำตาเธอแห้งเหือดดีแล้ว ชายหนุ่มก็จูงมือบางไปยังชั้นหนังสือที่เธอเคยจดๆ จ้องๆ แต่ยังไม่ได้ลงมือค้น เขาหยิบซองกระดาษสีน้ำตาลออกมาจากซอกระหว่างหนังสือปกหนาเล่มใหญ่ส่งให้ขวัญจิรา ในนั้นบรรจุเอกสารปึกหนึ่งที่เคยทำให้พัทธดนย์กินไม่ได้นอนไม่หลับมาพักใหญ่ตั้งแต่เห็นมัน

“อะไรคะ” คนรับเอกสารไม่เข้าใจในสิ่งที่เห็น

“สัญญาว่าจ้างผลิตโทรศัพท์มือถือ” เขาเฉลย “คุณดูนะ นี่เป็นลายเซ็นของพ่อผม สัญญานี้มันบ่งบอกว่าพ่อผมเคยมีโครงการที่จะผันตัวจากบริษัทรับจัดการระบบไอทีมาบุกเบิกตลาดโทรศัพท์มือถือ โดยที่ท่านเป็นคนออกแบบและวางแผนการตลาด แล้วก็ทำสัญญาว่าจ้างให้บริษัทต่างชาติรับไปผลิตและประกอบ แต่สุดท้ายมันก็ต้องล้มเลิกไป ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลัง”

“เบื้องหลัง? อย่างนั้นเหรอ”

“คุณไม่คุ้นหน้าคุ้นตาโทรศัพท์ในสัญญาบ้างเหรอ ผมว่าคุณน่าจะเคยเห็นมันมาก่อนนะ” จอมเวทไอทีพยักพเยิดให้อีกฝ่ายดูสิ่งที่ถืออยู่ในมือให้ละเอียด และเพียงไม่นานเธอก็พบเงื่อนงำ

“นี่มันเหมือน...Wish 1”

เขาพยักหน้า ซ้ำยังให้ข้อมูลเพิ่มเติม “ไม่ใช่แค่รูปทรงภายนอกนะ แต่สเปคข้างในก็เหมือนกันเกือบทั้งหมด แล้วแบบนี้คุณจะให้ผมคิดยังไง”

“เป็นไปได้ไหมคะว่ามันจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ บังเอิญว่าพี่เขตดันออกแบบ Wish 1 เหมือนกับที่พ่อของคุณออกแบบไว้ โดยที่ไม่ได้รู้เห็นอะไรมาก่อน”

“อย่าลืมนะว่ารัฐเขตเคยทำงานกับพ่อผม เป็นลูกน้องที่พ่อไว้ใจและเอ่ยปากชมอยู่บ่อยๆ เขาจะไม่รู้ไม่เห็นเรื่องนี้บ้างเลยเหรอ”

“แล้ว...เอ่อ” ขวัญจิราอ้อมแอ้ม อยากแก้ต่างให้พี่ชายนอกสายเลือด แต่กลัวเขาโกรธ

“พูดมาเถอะ”

“ถ้าพี่เขตคิดออกแบบ Wish 1 มาก่อน แล้วพ่อคุณมาเห็นทีหลัง แล้ว...”

“เป็นไปไม่ได้ สัญญานี้ทำก่อนที่รัฐเขตจะเปิดตัว Wish 1 เกือบปี ต่อให้คุณแย้งว่าตัวเลขมันเขียนย้อนหลังได้ ผมก็ไม่เชื่อ เพราะถ้ารัฐเขตออกแบบ Wish 1 ขึ้นมาเองจริงๆ ตอนนั้นบริษัทของพ่อผมก็ปิดไปแล้ว และท่านก็ป่วยหนัก มันไม่มีประโยชน์ที่ท่านจะต้องไปคัดลอกเอามา”

หญิงสาวไม่รู้จะเลี่ยงไปทางไหน คิดไม่ออกจริงๆ ว่ารัฐเขตจะไม่มีส่วนรู้เห็นได้อย่างไร นอกจากจะต้องคิดอย่างที่พัทธดนย์สงสัย “คุณกำลังจะบอกฉันว่า...พี่เขต...ขโมยลิขสิทธิ์เครื่อง Wish 1 มาจากพ่อคุณเหรอคะ”

“ใช่ ผมเชื่อแบบนั้น  และคิดว่าถ้าโครงการนี้ไม่ล้มเลิกไป พ่อก็น่าจะมีเงินมากพอจะช่วยให้บริษัทไม่ต้องปิดตัว ไม่ต้องขายบ้านที่ผมอยู่มาตั้งแต่เกิด และอาการป่วยของท่านก็คงไม่ทรุดหนักเร็วอย่างนี้”

เสียงยามย้อนถึงอดีตนั้นคว้างปนเศร้า มันเป็นความรู้สึกที่แย่จนขวัญจิราคิดว่าคนพูดคงต้องการกำลังใจ จึงลูบแขนเขาปลอบประโลม

“ฉันเสียใจกับเรื่องที่ครอบครัวคุณต้องเผชิญนะคะ แต่จะให้ฉันเชื่อว่าพี่เขตทำอย่างนั้นจริงๆ มันก็ยาก เอาอย่างนี้ได้ไหม ถ้ามีโอกาสฉันจะถามพี่เขตเรื่องนี้ ถามต่อหน้าคุณนี่แหละ ฉันว่าบางทีมันอาจมีความจริงบางอย่างที่เราไม่รู้ก็ได้”

พัทธดนย์กุมมือบางตอบทันที “ขอบคุณนะที่จะช่วยผมหาความจริง แต่ที่ผมยอมบอกคุณเรื่องนี้ เพราะไม่อยากมีความลับกับคนที่ผมรัก ไม่ได้ต้องการให้คุณไปถามเขา”

“คนอย่างคุณไม่มีทางยอมคาใจอย่างนี้ตลอดไปแน่ๆ ให้ฉันถามพี่เขตเถอะค่ะ มันคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด และดีกว่าปล่อยให้คุณคิดแผนเจ้าเล่ห์ไปเรื่อยๆ เพื่อหาคำตอบเรื่องนี้เอง” เธอยิ้มอย่างรู้ทัน จนอีกฝ่ายต้องยกมืออีกข้างขึ้นจับท้ายทอยตัวเอง

“นับวันคุณยิ่งรู้ใจผมมากขึ้นเรื่อยๆ เลยนะ เอาเป็นว่าผมให้สิทธิ์คุณว่าจะถามรัฐเขตหรือเปล่า แต่ผมขอยืนยันว่าจะไม่ใช้คุณเป็นสะพานข้ามไปหาความลับจากเขาอีก”

หญิงสาวก้มมองเอกสารในมืออย่างสนอกสนใจ พัทธดนย์จึงอาศัยจังหวะนั้นขยับเข้าใกล้เธอแล้วสะกิดไหล่เบาๆ

“ผมบอกคุณทุกเรื่องที่เก็บเอาไว้แล้วนะ คราวนี้จะยอมตามใจผมได้หรือยัง”

****************************

 ไม่ต้องแปลกใจที่ชื่อตอนไม่ครบ 100% นะคะ ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะมันยังไม่จบคืนในนิยายน่ะสิ

ไปลุ้นกันว่าขนมกับคุณดนย์จะผ่านชั่วข้ามคืนนี้ไปอีท่าไหนเนอะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น