สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 63 : เกินหน้าที่ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 ต.ค. 63

เสียงกุกกักในห้องประชุมเล็กที่ดังขึ้นในช่วงบ่ายจุดประกายความหวังให้พัทธดนย์อีกครั้ง หลังจากผิดหวังมาแล้ว เมื่อเช้าเขาได้ยินเสียงคล้ายๆ แบบนี้ หัวใจก็กระชุ่มกระชวยคิดว่าขวัญจิราเข้ามาทำงาน แต่พอเดินไปดูกลับพบเพียงแม่บ้านมาทำความสะอาดเท่านั้น

เขาเฝ้ารอจนเริ่มถอดใจ...แต่ยังไงก็ขอไปดูอีกสักครั้ง

ขวัญจิราวางสัมภาระลงบนโต๊ะประชุม แล้วเริ่มต้นสะสางงานที่คั่งค้างจากเมื่อวาน ทั้งที่ร่างกายอ่อนเพลีย แต่ดูเหมือนเธอจะไม่มีเวลาเป็นส่วนตัวเท่าไหร่ เนื่องด้วยเจ้าของบริษัทหนุ่มโผล่เข้ามาทักทาย

“ผมคิดว่าวันนี้คุณจะไม่เข้ามาแล้ว” พัทธดนย์ยิ้มแสดงความดีใจอย่างเปิดเผย ใจจริงเขาอยากเดินเข้าไปกอดเธอด้วยซ้ำ แต่คิดว่าคงทำไม่ได้ เพราะรู้ตัวว่ายังอยู่ในช่วงเคอร์ฟิว ถ้าทำอะไรตามใจ...มีหวังถูกโกรธยาวแน่

“มาสิ ฉันบอกคุณแล้วไงว่าวันนี้จะทำรายงานการประชุมกรีนไอทีต่อ”

“แล้ว...เป็นยังไงบ้าง”

ขวัญจิราไม่แน่ใจว่าเขาหมายถึงใคร จึงเลือกตอบในมุมคนเจ็บแทน “พ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ แต่ยังไม่ฟื้น”

“ก็ดีแล้ว” เขาพยักหน้ารับทราบ แต่เห็นอีกฝ่ายท่าทางอ่อนล้าก็อดห่วงไม่ได้ “แล้วคุณล่ะ เป็นยังไงบ้าง”

“ก็วุ่นวายนิดหน่อย เมื่อคืนฉันไปกับพี่เขต ไปให้ปากคำ ไปดูที่เกิดเหตุ กว่าจะเสร็จเรื่องก็เกือบตีสอง แล้วพี่เขตยังกลับมาเฝ้ามิ้นท์อีก ทั้งคืนพี่เขตไม่ได้นอนเลย พอตอนเช้าก็ต้องไปส่งฉันอีก”

พัทธดนย์ปวดหน่วงในใจกับสิ่งที่ได้ยิน เขาถามถึงตัวเธอ ทำไมต้องพูดถึงแต่รัฐเขตด้วยเล่า 

“แล้วคุณได้นอนบ้างไหม”

คนถูกถามส่ายหน้า “ฉันแอบงีบได้ไม่กี่ชั่วโมงเอง พอรู้สึกตัวตื่นก็รีบมานี่เลย”

“ถ้าคุณไม่ไหวก็พักเถอะ งานน่ะ...เอาไว้ก่อนก็ได้” เสียงนุ่มลึกบ่งบอกว่าเป็นห่วงมากเหลือเกิน

“แต่ถ้าไหวก็ทำต่อได้ใช่ไหมคะ”

พัทธดนย์ขมวดคิ้วในความดื้อดึงของคนตรงหน้า แต่ก็จนใจจะคัดค้าน เขาจึงเดินกลับมายังห้องทำงานของตัวเอง ทั้งที่ใจหนึ่งก็ยังสงสัยว่าขวัญจิราจะฝืนนั่งทำงานไปได้นานสักเท่าไหร่กัน

ว่าแล้วก็...คิดถึงอีกแล้วสิ

ชายหนุ่มละจากงานที่เพิ่งกลับมาทำได้เพียงครู่เดียวด้วยความอยากรู้ว่าคนที่เขาคิดถึงจะกำลังทำอะไรอยู่ เมื่อย่องเข้าไปให้ห้องประชุมเล็กอีกครั้งก็พบว่าภายในนั้นเงียบสนิท เพราะเธอหลับตานิ่งอยู่บนเก้าอี้ที่เอนไปข้างหลังจนเต็มพิกัดของมัน

จอมเวทเจ้าเสน่ห์เห็นแบบนั้นก็ถึงกับอมยิ้ม ไม่ผิดจากที่คาดจริงๆ ถ้าให้เดาจากท่วงท่าที่เห็น ขวัญจิราคงคิดแค่จะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เพื่อพักสายตาเฉยๆ แต่ความอ่อนเพลียของร่างกายคงมีอำนาจเหนือจิตใจมากไปหน่อย หญิงสาวจึงอยู่ในสภาพสลบไสลแบบนี้ เขาเดินเข้าไปอย่างเงียบเชียบ ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนลมหายใจรินรดแก้มใส แล้วรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลาอีกจนได้

‘ถ้าขโมยจูบเธอตอนนี้จะได้หรือเปล่านะ’

ความคิดชั่ววูบที่เข้ามาในหัวยากเกินสลัดทิ้ง แถมยังมีแรงผลักดันมหาศาล พัทธดนย์เคลื่อนหน้าเข้าหาคนหลับสนิท แล้วสันจมูกก็ประทับบนตำแหน่งที่เขาหมายตาไว้ นั่นคือ...แก้มนวล

เขาสูดกลิ่นละมุมเข้าปอดอย่างตื่นเต้น และแน่นอน...ขวัญจิราไม่รู้สึกตัว

แบบนี้เด็กเกเรยิ่งได้ใจ อยากหาเศษหาเลยต่อ จึงจรดเรียวปากลงบนหน้าผากของเธออีก แต่ไม่กี่วินาทีก็ผละออก ด้วยเพิ่งนึกได้ว่าเขาไม่ควรเสี่ยงให้ขวัญจิรารู้ตัว

ยอมรับก็ได้ว่าเขากลัว...กลัวถูกขยายระยะเวลาเคอร์ฟิวออกไปอีก แค่เธอแข็งขืน ไม่ยอมให้ประชิดตัวจนกว่าจะเชื่อใจ ก็ต้องใช้เวลามากแล้ว ถ้าถูกจับได้ว่าเขาฝ่าฝืนตอนนี้คงเรื่องยาวแน่

พัทธดนย์เลือกที่จะให้หญิงสาวได้พักผ่อน จึงเดินออกมาทำงานต่อจนเย็นย่ำ แล้วอาคันตุกะที่เขาคุ้นเคยก็มาเยี่ยมเยือนด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน

“ไอ้ดนย์ มีข่าวว่ารัฐเขตถูกลอบยิง มึงรู้เรื่องแล้วหรือยัง” เมฆินทร์เปิดประเด็นด้วยเสียงตระหนก

เจ้าของห้องทำงานไปคุยไป เหมือนไม่ค่อยใส่ใจเรื่องของอีกฝ่ายเท่าไหร่นัก “เป็นข่าวแล้วเหรอวะ แต่หมอนั่นก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่ คนที่เจ็บน่ะเลขาต่างหาก”

“มันก็ใช่ เดี๋ยวนะ...มึงไม่ได้รู้เรื่องนี้จากข่าว แล้วมึงรู้รายละเอียดในข่าวได้ยังไง” หนุ่มตี๋สงสัย

“เมื่อคืนกูส่งขนมไปที่โรงพยาบาล เพราะคนถูกยิงเป็นเพื่อนเขา เลยเจอรัฐเขตที่นั่น”

“แล้วมึง...มึงส่งคนตามรัฐเขตอีกหรือเปล่า”

“ตามทำไม พอกูได้ตัวขนมมาทำงานด้วยก็จบแล้ว”

“แต่มึงเคยบอกกูว่าจะไม่สืบความลับผ่านทางขนมแล้ว กูว่ามึงต้องหาวิธีอื่นหรือไม่ก็ให้คนลอบตามประกบรัฐเขตอีก”

สิ่งที่ได้ยินจากอีกฝ่ายทำให้พัทธดนย์หน้านิ่วคิ้วขมวด “นี่มึงกำลังสงสัยอะไรกันแน่”

เมฆินทร์ถอนใจ “กูถามตรงๆ เลยนะ ที่รัฐเขตถูกลอบยิง เพราะมึงเป็นคนสั่งหรือเปล่า”

“ไอ้แม็ค มึงกับกูเป็นเพื่อนกันมาเป็นสิบปี แต่มึงถามอย่างกับไม่รู้จักนิสัยกู”

“ก็เพราะกูเป็นเพื่อนมึงไง กูเลยต้องถาม ยิ่งได้ยินว่าตำรวจตั้งประเด็นปมลอบยิงว่าอาจมาจากความขัดแย้งทางธุรกิจ เรื่องชู้สาว หรือไม่ก็ความแค้นส่วนตัว ซึ่งมึงเข้าข่ายทุกข้อ”

ข้อมูลใหม่ที่ได้จากเพื่อนสนิททำให้จอมเวทไอทีอึ้งไปครู่หนึ่ง เพราะโต้แย้งได้ไม่เต็มปาก เขาเข้าข่ายขัดแย้งกับรัฐเขตทุกประเด็นจริงๆ ชนิดที่ว่าถ้าตำรวจได้ข้อมูลพวกนี้คงต้องเชิญตัวเขาไปสอบปากคำแน่

“จะไปใส่ใจประเด็นพวกนั้นทำไมวะ ในเมื่อรัฐเขตบอกเองว่าที่ถูกยิงเพราะขับรถเฉี่ยวกัน”

“แต่แบบนั้น คนเจ้าแผนการอย่างมึงก็คิดได้สบายอยู่แล้ว” หนุ่มตี๋ยังไม่หยุดระแวงเพื่อน

“ไอ้แม็ค ไอ้เพื่อนเวร มึงคิดว่ากูเลวขนาดสั่งฆ่าคนได้เลยเหรอ” พัทธดนย์บริภาษอีกฝ่ายไม่ยั้ง และคงจะมากกว่านี้หากไม่มีเสียงอื่นขัดขึ้นมาเสียก่อน

“นี่มันอะไรกัน?”

ทั้งเจ้าของห้องและอาคันตุกะหันไปหาต้นเสียง ทว่าจอมเวทหนุ่มจะมีปฏิกิริยามากหน่อยเมื่อเห็นขวัญจิรายืนอยู่ตรงประตูทางเชื่อมที่เขาเปิดทิ้งไว้

แย่แล้ว เขาต้องโดนโกรธอีกแน่เพราะหญิงสาวคงรู้แล้วว่าเขาปกปิดเรื่องเมฆินทร์ “ผมอธิบายได้นะขนม ที่ผมไม่ได้บอกคุณว่าผมกับไอ้แม็คเป็นเพื่อนสนิทกัน เพราะไม่อยากให้กระทบกับธุรกิจมัน”

“ไม่ใช่แค่เรื่องนั้นค่ะ สิ่งที่ฉันถาม...คือคุณเป็นคนบงการให้มือปืนไปลอบยิงพี่เขตใช่ไหม”

คำถามนั้นดังสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจ แต่เขาก็ทำได้แค่ปฏิเสธ “ผมไม่ได้ทำ ถึงผมจะโกรธแค้นหรือระแวงสงสัยเขายังไง ผมก็ไม่เคยคิดจะฆ่าใคร”

“คนดื้อรั้นอย่างคุณ ต่อให้ทำจริงๆ ก็ไม่มีทางยอมรับหรอก”

“ถ้าผมทำ แล้วเมื่อคืนผมจะส่งคุณไปหาเขาที่โรงพยาบาลทำไม”

“คุณอาจแค่อยากไปดูผลงานของตัวเองก็ได้ เป็นยังไง...สะใจมากไหมล่ะที่เพื่อนฉันต้องมารับเคราะห์แทน” เสียงขวัญจิราสะท้าน แหบพร่าคล้ายจะร้องไห้

“ไปกันใหญ่แล้ว ผมยืนยันว่าผมไม่ได้ทำ ไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องด้วยเลย ทำไมคุณไม่เชื่อผมบ้าง”

“ทีเรื่องเครื่อง Spell ระเบิด คุณยังสงสัยพี่เขตได้เลย ถ้าคราวนี้พี่เขตหรือใครต่อใครจะสงสัยคุณ มันก็ไม่แปลกนี่”

“แต่ใครต่อใครที่ว่า...ต้องไม่ใช่คุณสิขนม” พัทธดนย์เดินเข้าหาคนที่ยืนตรงประตูเพื่อจะปรับความเข้าใจ แต่ขวัญจิราถอยกรูกลับเข้าไปในห้องประชุมเล็กเหมือนอยากหนี เขาเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าการถูกเข้าใจผิดมันอึดอัดทรมานเพียงใด

พลันนั้น โทรศัพท์มือถือของหญิงสาวก็ส่งเสียงดังสนั่นจนเจ้าตัวต้องวิ่งไปรับ สายที่โทรมาคือพ่อของมนสิชาที่ต้องการขอให้ขวัญจิราช่วยติดต่อหาใครบางคนที่ลูกสาวเขาเอาแต่เพ้อถึงทั้งที่ยังไม่รู้สึกตัว

พัทธดนย์ตามเธอเข้าไป เขาไม่รู้หรอกว่าปลายสายเป็นใคร เพราะได้ยินเพียงประโยคที่ขวัญจิราพูดก่อนวางสายที่ว่า...

“ได้ค่ะ แล้วหนมจะรีบบอกพี่เขตให้นะคะ”

ประโยคสั้นๆ เพียงประโยคเดียวแต่เกี่ยวพันกับคนที่เขาอยากให้ขวัญจิราออกห่าง

ชื่อนี้อีกแล้ว...รัฐเขตอีกแล้ว

ชายหนุ่มทั้งเครียดจัดทั้งน้อยใจ ต้องการระบายจนต้องเดินกลับมาถามเพื่อนรัก “ไอ้แม็ค คืนนี้มึงว่างไหม ไปเมากับกูหน่อย” 

*********************

ขออภัยที่ห่างหายไปหลายวันนะคะ ไรท์โหมงานจนมีปัญหาสุขภาพ เอ็นกล้ามเนื้ออักเสบจนเป็นไข้มา 4 วัน กว่าจะฟื้นขึ้นมาได้...แทบแย่ทีเดียว หมดสภาพมาก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น