สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 62 : เกินหน้าที่ 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 ก.ย. 63

ในยามพลบค่ำ พนักงานส่วนใหญ่ของ Spell กลับกันไปหมดแล้ว คงเหลือก็แต่เจ้าของบริษัทและหัวหน้าสเปเชี่ยลทีมเท่านั้นที่ยังคงทำสรุปรายงานการประชุมที่เพิ่งผ่านพ้นไปอย่างขมีขมัน

ประตูกระจกเชื่อมระหว่างสองห้องถูกเปิดอ้าจนสุดด้วยฝีมือของพัทธดนย์ และนั่นก็ทำให้เขาได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังลั่นห้องประชุมเล็กด้วยเหมือนกัน

“ค่ะพี่เขต” ขวัญจิรารับสายด้วยเสียงเรียบตามปกติ ผิดกับคนที่โทรมาลิบลับ

“ขนม...เอ่อ...มีเบอร์ติดต่อพ่อแม่ของมิ้นท์ไหม พี่...เอ่อ...พี่”

“พี่เขตใจเย็นๆ ก่อนค่ะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ทำไมเสียงสั่นขนาดนั้น”

“มิ้นท์...มิ้นท์ถูกยิง”

“อะไรนะคะ” เธอตัวชาวูบหนึ่งเมื่อได้รับข่าวร้าย “แล้วตอนนี้พี่อยู่ที่ไหน”

“พี่อยู่โรงพยาบาล...” รัฐเขตบอกพิกัดให้ขวัญจิราทราบ เพื่อเป็นข้อมูลแจ้งแก่ญาติคนเจ็บด้วย

“พี่เขตรอหนมอยู่ที่นั่นนะคะ เดี๋ยวหนมติดต่อพ่อมิ้นท์แล้วจะรีบไปหา”

หญิงสาววางสายแล้วเก็บข้าวของอย่างร้อนใจ ขณะนั้นพัทธดนย์ก็เดินเข้ามาในห้องประชุมเล็กพอดี เธอจึงร่ำลาเขา “คุณดนย์ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันค่อยมาสรุปรายงานการประชุมกรีนไอทีต่อให้นะ วันนี้ฉันมีธุระต้องรีบไปจริงๆ”

“เดี๋ยวขนม ท่าทางคุณรีบมาก ให้ผมไปส่งไหม”

“เอ่อ...ก็ดีค่ะ ฉันจะไปโรงพยาบาล”

“มีอะไรหรือเปล่า รัฐเขตเป็นอะไร ทำไมถึงโทรหาคุณ” เขาถามอย่างสงสัย

“เพื่อนฉัน...เพื่อนฉันถูกยิง เป็นตายร้ายดียังไงก็ยังไม่รู้ คุณอย่าเพิ่งถามอะไรเลย รีบไปก่อนเถอะ ฉันร้อนใจ” เธอเก็บข้าวของเรียบร้อย แล้วคว้ามือเจ้าของบริษัทที่อาสาทำหน้าที่พลขับจำเป็นให้รีบรุดออกไป

เมื่อถึงโรงพยาบาล ขวัญจิราก็วิ่งหน้าตาตื่นไปหารัฐเขตที่นั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน เนื้อตัวมีคราบเลือดเปรอะอยู่หลายแห่งจนน่าเป็นห่วงว่าเขาเองก็อาจได้รับบาดเจ็บ แต่เมื่อไต่ถามจึงพบว่าเขาปลอดภัยดี มีเพียงอาการฟกช้ำตามเนื้อตัวบ้างนิดหน่อยเท่านั้น

พัทธดนย์คิดว่ารัฐเขตคงแปลกใจที่เห็นเขามาพร้อมกับขวัญจิรา แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ทักทายหรือทำสิ่งใดที่บ่งบอกว่าสนใจในการมาของเขา เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะเวลานี้ความเป็นความตายของผู้บาดเจ็บคงสำคัญกว่า

ขวัญจิรากับรัฐเขตพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ โดยมีพัทธดนย์ยืนฟังอยู่เงียบๆ เขาไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ ด้วยเข้าใจดีว่าเวลานี้รัฐเขตต้องการคนรับฟังและปลอบประโลม ซึ่งหญิงสาวก็ทำหน้าที่นั้นได้ดี

ดีเกินไปด้วยซ้ำ

จอมเวทไอทียอมรับว่าแอบหงุดหงิดอยู่เหมือนกันที่เห็นขวัญจิราคอยลูบไหล่ลูบหลังรัฐเขตอยู่เป็นระยะ เขาจึงแอบย่องออกไปอย่างไม่ต้องการให้คู่สนทนาทั้งสองรู้ตัว

และเพียงไม่นานพ่อของมนสิชาก็เดินทางมาถึง พร้อมคำทักทายที่ไม่ค่อยเป็นมิตร “คุณใช่ไหม ที่ชื่อรัฐเขตน่ะ”

ชายหนุ่มไหว้ผู้อาวุโสกว่าก่อนยอมรับอย่างผ่าเผย “ครับ ผมเอง” 

“ลูกผมอยู่ไหน”

“อยู่ในห้องฉุกเฉินครับ หมอบอกว่ากระสุนฝังในและเสียเลือดมาก ตอนนี้กำลังดูอาการอยู่ว่ากระสุนถูกอวัยวะสำคัญหรือเปล่า” คนถูกถามรายงานสถานการณ์ตามจริง

“มิ้นท์ถูกยิงได้ยังไง” 

“เพราะผมเองครับ คนร้ายคงตั้งใจยิงผม แต่มิ้นท์เห็นเข้าเลยวิ่งมากอดผมแล้วเอาตัวเองบังกระสุนไว้” รัฐเขตยอมรับผิดทั้งเสียงสั่นเครือเพราะภาพเหตุการณ์และความรู้สึกอบอุ่นในนาทีที่มนสิชาวิ่งเข้ามากอดยังอบอวล

“คุณมีศัตรูเยอะเหรอ ทำไมถึงถูกลอบทำร้าย” ชายสูงวัยซักไซ้

“แค่ขับรถเฉี่ยวกันน่ะครับ แต่ผมไม่คิดว่าเขามีปืน และไม่คิดว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้ถึงขั้นต้องฆ่าแกงกัน มิ้นท์เลยต้องมาเจ็บตัวเพราะผม” เขายังคงโทษตัวเองซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น

“ดีนี่...คุณจ้างลูกผมเป็นเลขานะ ไม่ใช่บอดี้การ์ด แต่ทำไมต้องให้ไปเสี่ยงชีวิตปกป้องคุณทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันเลยสักนิดเดียว” น้ำเสียงญาติคนเจ็บประชดประชัน

“ผมขอรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้นครับ”

“รับผิดชอบยังไง ถ้าคิดจะรับผิดชอบด้วยเงินละก็...ครอบครัวเราไม่ต้องการ”

“ครับผมทราบ แต่ค่ารักษาพยาบาลยังไงผมก็ต้องรับผิดชอบ แล้วผมก็ตั้งใจจะดูแลมิ้นท์จนกว่าจะหายเป็นปกติ”

ชายสูงวัยไม่ได้ยินดียินร้ายในสิ่งที่รัฐเขตเสนอ เพราะคิดว่ามันเป็นเพียงลมปากที่พูดออกมาพล่อยๆ “แล้วถ้าลูกผมไม่หายหล่ะ ถ้ามิ้นท์เป็นอะไรร้ายแรง คุณจะดูแลลูกผมไปตลอดชีวิตหรือไง”

คำถามที่ได้ยินช่างตอกย้ำให้คนฟังยิ่งรู้สึกผิด “ถ้ามันจะต้องเป็นแบบนั้น ผมก็ยินดีครับ”

ขวัญจิราเห็นความคุกรุ่นตรงหน้าก็ไม่อาจนิ่งเฉย เธอจึงหาทางสยบรอยร้าวระหว่างบุรุษต่างวัยทั้งสอง “พ่ออย่าเพิ่งกังวลไปก่อนเลยค่ะ หนมเชื่อว่ามิ้นท์ต้องไม่เป็นอะไร มิ้นท์ต้องหายเป็นปกติค่ะ”

ขณะนั้น พัทธดนย์เดินกลับมาพร้อมน้ำเปล่าและกาแฟกระป๋องในถุงพลาสติกของร้านสะดวกซื้อ เมื่อเห็นชายสูงวัยที่ไม่รู้จักก็เดาว่าคงเป็นญาติผู้บาดเจ็บ เขาจึงเดินเข้าไปแล้วยื่นของที่หอบหิ้วมาให้รัฐเขต แต่อีกฝ่ายไม่ยอมรับไปจากมือ เอาแต่มองหน้าอยู่อย่างนั้น

“ไม่ได้ใส่ยาพิษหรอก รับรองว่าปลอดภัย” พัทธดนย์ยื่นถุงนั้นเข้าไปใกล้มากขึ้น รัฐเขตจึงรับเอามา

“ขอบคุณ” ข้อความสั้นๆ จากบุรุษที่นั่งอยู่ทำให้ผู้หวังดีอย่างพัทธดนย์แทบสะอึก เขาไม่คิดว่ารัฐเขตจะเอ่ยคำนั้นเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ผิดกับเขาที่ถือทิฐิจนไม่อยากจะเอ่ยมัน

ขวัญจิราเห็นพัทธดนย์ยักคิ้วตอบรับแล้วเดินห่างออกไป จึงตามมาคุยกับเขาเป็นการส่วนตัวหลังเสาต้นใหญ่ “ฉันนึกว่าคุณกลับไปแล้วซะอีก”

“ผมแค่ไปซื้อน้ำ น้ำใจที่ผมมีให้เขาตอนนี้...ก็ได้เท่านี้แหละ” เขายอมรับเสียงกร่อย “แล้วคุณจะกลับเลยไหมขนม ผมจะได้ไปส่งที่บ้าน”

“ฉันว่าจะอยู่รอดูอาการมิ้นท์ก่อนน่ะ คุณกลับไปก่อนก็ได้”

“คุณกลับไปกับผมไม่ได้เหรอ พ่อเพื่อนคุณก็มาแล้ว เดี๋ยวค่อยโทรถามอาการเพื่อนคุณจากท่านก็ได้”

“ไม่ได้ค่ะ ตอนที่คุณไปซื้อของ พี่เขตโดนพ่อมิ้นท์ซักจนซีดเลย ขืนปล่อยให้อยู่ด้วยกันตามลำพัง พี่เขตแย่แน่ ถ้าฉันอยู่ อาจจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นบ้างก็ได้” ขวัญจิราบอกอย่างนั้นเหมือนการทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมความสัมพันธ์จะเป็นงานถนัดอีกอย่างของเธอ

“ขนม...ไม่กลับจริงๆ เหรอ” พัทธดนย์เซ้าซี้

“จริงค่ะ ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนพี่เขต คุณกลับไปเถอะ” เธอยืนยันหนักแน่น แต่ร่างสูงตรงหน้าไม่มีท่าทีว่าจะขยับเลยสักนิด จนขวัญจิราต้องเล่นบทโหดทำเสียงแข็งอีกแล้ว “คุณดนย์...ยังไม่ได้ชำระความเรื่องเก่า ก็อย่าเพิ่งสร้างเรื่องใหม่ค่ะ”

“ครับ ผมยอมกลับก็ได้” 

พัทธดนย์ยอมล่าถอยทั้งที่ยังกังวล ไม่อยากไว้ใจให้ขวัญจิราอยู่กับรัฐเขต เขาไม่ได้กลัวเรื่องความลับทางธุรกิจ แต่กลัวว่าความใกล้ชิดจะทำให้ทั้งคู่หวั่นไหว ยิ่งตอนนี้เธอยังไม่หายเคืองเขา ยังไม่ยอมเชื่อว่าเขารักเธอจริงๆ หากรัฐเขตถือโอกาสเผยความรู้สึกให้เธอรู้ เขาเดาไม่ถูกเลยว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป แต่ตอนนี้เขาก็ทำอะไรไม่ได้ ควบคุมหรือวางแผนอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น สิ่งที่ทำได้เพียงอย่างเดียว คือต้องเชื่อใจขวัญจิรา

หลังจากพัทธดนย์กลับไป ญาติคนไข้ฉุกเฉินทั้งสามก็เฝ้ารอการชี้แจงอาการจากแพทย์เจ้าของไข้เป็นระยะ แต่ก็ยังไม่มีข่าวที่ทำให้สบายใจได้มากนัก เพราะถึงแม้อวัยวะสำคัญจะไม่ได้รับอันตราย ทว่ายังต้องเฝ้ารอผลการผ่าตัดเอาหัวกระสุนออกอยู่ดี

ระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งได้รับแจ้งเหตุจากโรงพยาบาลเดินทางมาเพื่อสอบปากคำรัฐเขต และต้องการให้เขาพาไปยังสถานที่เกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม

พ่อมดแห่ง Wish ละล้าละลัง ไม่อยากไปทั้งที่ยังไม่รู้ว่ามนสิชาปลอดภัยแล้วจริงๆ จนพ่อคนเจ็บต้องเตือนสติว่า หากไม่ต้องการให้เลขาสาวที่ทำเกินหน้าที่ต้องเจ็บตัวฟรีโดยจับมือใครดมไม่ได้ รัฐเขตก็ควรเดินทางไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขวัญจิราจึงอาสาไปกับเขา

กว่าจะเสร็จเรื่องล่วงเลยไปเกินครึ่งคืน ร่างกายที่เหนื่อยล้าต่างต้องการพักผ่อน แต่ทั้งรัฐเขตและขวัญจิราไม่อาจทำแบบนั้นได้ เนื่องจากยังต้องกลับมาดูอาการคนเจ็บที่ได้รับข่าวให้พอโล่งใจว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว

มนสิชาหลับสนิทอยู่บนเตียงในห้องพักผู้ป่วยพิเศษ โดยมีผู้เป็นบิดาเฝ้าดูอยู่ไม่ห่าง พ่อมดไฮเทคได้เห็นหน้าเธออีกครั้งก็คราวนี้ เขาอยากเข้าไปหาคนที่ช่วยชีวิตเขาใกล้ๆ แต่ไม่อยากรบกวน สุดท้ายจึงได้แต่นั่งเงียบๆ อยู่บนเก้าอี้โต๊ะอาหาร

รัฐเขตยืนยันที่จะเฝ้าไข้คนเจ็บอยู่แบบนั้น แม้จะถูกชายสูงวัยไล่ให้กลับกี่ครั้งก็ไม่เป็นผล สุดท้ายขวัญจิราจึงต้องอยู่เป็นเพื่อนเขาต่อ และญาติคนไข้ทั้งสามก็ไม่มีใครได้นอนตลอดทั้งคืน

******************************

คุณดนย์ถูกทิ้งเลยคราวนี้...แต่ก็สมแล้วแหละ โทษฐานที่ฟอร์มเยอะดีนัก

เนอะ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น