สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 60 : น้ำใจนักกีฬา 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ก.ย. 63

งานประชุมกรีนไอทีถูกจัดขึ้นอีกครั้งตามกำหนดการที่ได้สรุปร่วมกันไว้ และคราวนี้มีการเปลี่ยนสถานที่จัดเป็นห้องประชุมของหนึ่งในบริษัทผู้รับผิดชอบหลักอย่าง Spell แต่ทว่าเจ้าของสถานที่กลับต้อนรับแขกอย่างไม่เป็นสุขใจเท่าใดนัก เมื่อรู้อยู่เต็มอกว่าต้องพบเจอกับคู่แข่งคนสำคัญอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

เขาจะไม่หนักใจขนาดนี้ ถ้าน้ำใจของรัฐเขตไม่ได้ส่งผลใดๆ ต่อวิกฤติที่ Spell กำลังเผชิญอยู่ แต่หลังจากการแถลงข่าวของพ่อมดไฮเทค ยอดขายของ Spell For Play ก็กระเตื้องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนพัทธดนย์ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญหรือเพราะความช่วยเหลือจาก Wish จริงๆ

“เป็นยังไงบ้างหลานชาย หลังจากงานประชุมคราวก่อนก็ไม่เจอกันเลยนะ” วีรชัยเอ่ยถามเจ้าบ้านก่อนการประชุมจะเริ่ม

“ก็เรื่อยๆ ครับ” 

“เห็นว่ายอดขายกลับมาดีเหมือนเดิมแล้วนี่  ดีนะที่ได้ Wish มาช่วย ตอนแรกอาคิดว่าเป็นคู่แข่งกันซะอีก” 

พัทธดนย์อยากปฏิเสธเหลือเกินว่าสิ่งที่ชายศีรษะล้านกล่าวไม่ใช่ความเข้าใจที่ถูกต้อง แต่ก็นั่นแหละ...มันพูดได้ไม่เต็มปาก และตอนนี้บุคคลที่ถูกกล่าวถึงก็กำลังเดินเข้ามาในสถานที่จัดประชุมแล้วด้วย

“อ้าวนั่น...ตายยากจริงๆ พูดถึงก็มาเลย” เจ้าของบริษัทคอมพิวเตอร์พูดเมื่อเห็นรัฐเขตเดินมาพร้อมเลขาร่างบางท่าทางเรียบร้อย

“สวัสดีครับคุณวีรชัย กำลังเจรจาติดต่อขอซื้ออะไรจาก Spell อยู่เหรอครับ” คำทักทายประหลาดจากพ่อมดไฮเทคทำให้ชายสูงวัยชะงักนิดหน่อย 

“เปล่าหรอก ก็แค่ทักทายตามประสาน่ะ”

วีรชัยหันกลับมาหาพัทธดนย์อีกครั้ง แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาผลุบหายไปไหนแล้ว ก็ดีเหมือนกัน...จะได้มีโอกาสคุยกับรัฐเขตเป็นการส่วนตัว

“เออ คุณรัฐเขต แล้วเรื่องนั้นน่ะ ตกลงว่ายังไง” เสียงแหบพร่ากระซิบจนแทบไม่ได้ยิน

ชายหนุ่มมองผู้อาวุโสกว่าแล้วยิ้มอย่างเยือกเย็น “ผม...ขอปฏิเสธครับ”

“ทำไม? ข้อเสนอไม่ดีเหรอ”

“ดีครับ แต่ผมไม่สนใจจริงๆ คงต้องขอโทษด้วย”

“ไม่ทบทวนดูใหม่เหรอ ถ้าปล่อยโอกาสนี้หลุดมือไป คุณจะเสียใจทีหลังนะ”

“ผมคิดดีแล้วครับ และต่อให้ข้อเสนอดีกว่านี้อีกสิบเท่า ผมก็ยืนยันว่าจะตอบปฏิเสธอยู่ดี” รัฐเขตทิ้งท้ายไว้แค่นั้น

ด้านขวัญจิรายืนสังเกตการณ์อยู่อีกมุมหนึ่งของสถานที่จัดประชุมสักพักแล้ว พอเห็นพัทธดนย์ปลีกตัวเดินลัดเลาะออกมา เธอจึงคว้าแขนเขาไว้ก่อน

“คุณจะไปไหน ทำไมถึงไม่อยู่คุยกับพี่เขต”

“ก็เขาคุยกับคุณวีรชัยอยู่ ผมไม่อยากเสียมารยาท”

“ไม่ต้องเอามารยาทมาอ้างเลยค่ะ ถ้ามีมารยาทจริง...คุณคงขอบคุณพี่เขตไปนานแล้ว” ขวัญจิรากอดอก เอียงคอ ราวกับพร้อมมีเรื่อง ในขณะที่อีกฝ่ายโอดครวญผ่านทางสายตา เมื่อเธอปล่อยมือนุ่มๆ ออกจากแขนเขา

“ข้อร้องเถอะขนม คุณให้ผมทำอย่างอื่นแทนได้ไหม”

“ได้สิคะ” หญิงสาวยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วช้อนตามอง “ถ้าไม่ขอบคุณพี่เขตก็บอกฉันมา ว่าระหว่างคุณกับเขามีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรที่ฉันไม่รู้อีก”

พัทธดนย์ตะลึงงัน เธอทำจริงๆ เธอพยายามหาสิ่งที่เชื่อมโยงระหว่างตัวเขาและรัฐเขตอย่างที่เคยบอกไว้จริงๆ ตอนนี้ขวัญจิราก้าวมาไกลจากจุดเริ่มต้นมาก เดิมทีเขาวางเกมไว้ให้เธอรับบทเป็นสะพาน คอยทำหน้าที่เชื่อมให้เขาเข้าใกล้ความลับของรัฐเขต แต่วันนี้เขากลับถูกสะพานนั้นซ้อนกลเข้าเสียแล้ว

ในช่วงแห่งความชั่งใจของจอมเวทไอที คำทักทายอย่างพยายามเป็นกันเองก็ดังขึ้นจากเบื้องหลัง “สวัสดีค่ะน้องดนย์ ดีใจจังที่ได้เจอ”

เสียงนั้นผลักให้พัทธดนย์ก้าวไปยืนขนาบข้างขวัญจิรา แล้วเอื้อมมือโอบไหล่เธอโดยอัตโนมัติ แม้คนถูกโอบจะไม่ยอมอยู่นิ่ง ทั้งหยิกและแกะมือเขาออกก็ตาม

“คุยอะไรกันอยู่เหรอคะ ดูเคร่งเครียดเชียว” หนึ่งฤทัยชวนชายหญิงคู่นั้นคุยทั้งที่หมั่นไส้เต็มที

ชายหนุ่มกระชับมือบนไหล่คนตัวเล็กกว่าแน่น “ไม่มีอะไรหรอกครับคุณหนึ่ง ผมแค่ขอให้ขนมช่วยอะไรผมหน่อย เขาเองก็เคยรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะช่วยผม แต่สงสัยวันนี้คงจะลืม”

ขวัญจิรารู้ว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร จึงรับมุกอย่างทันท่วงที “ไม่ลืมหรอกค่ะ...ที่รัก หนมบอกแล้วไงว่าอะไรที่รับปากไว้แล้วก็ต้องทำตามนั้นแน่ๆ ที่รักต่างหากที่ดื้อ...ไม่ยอมทำตามที่หนมขอ”

เธอเพิ่มบทให้ด้วยการจับคางเขาแล้วบีบเบาๆ ซึ่งมันก็ดูกะหนุงกะหนิงดีอยู่หรอก แต่พออ่านสายตา พัทธดนย์ก็รู้ทันทีว่าคนที่เขาโอบพูดเรื่องอะไร

หญิงสาวยังไม่หยุดละครโรงใหญ่เพียงเท่านั้น เพราะเธอหันมาคุยกับหนึ่งฤทัยต่อด้วย “คุณหนึ่งดูสิคะ คุณดนย์ชอบเป็นแบบนี้ เอาแต่ใจจนเสียนิสัย นี่ฉันก็ว่าจะหาวิธีกำราบเขาใหม่ เอาให้เชื่องเลยคอยดู”

โอย...เล่นสมบทบาทดีเหลือเกินแม่คุณเอ๊ย

“พอแล้วครับ แค่นี้ผมก็แย่แล้ว ถ้าคุณใจร้ายกับผมมากกว่านี้ ผมคงขาดใจแน่ๆ” พัทธดนย์อ้อนแล้วกอดเธอจากด้านข้างอย่างง้องอน

หนึ่งฤทัยเห็นอาการของคู่รักแล้วรู้สึกราวกับตัวเองเป็นส่วนเกิน สงสัยจริงๆ ว่ายัยเด็กนี่มีอะไรดี น้องดนย์ที่เธอจองเอาไว้ในใจมานานถึงได้หลงใหลขนาดนี้

“เอาเถอะค่ะ เชิญกำราบ...เอ่อ...คุยกันต่อตามสบาย” สาวใหญ่ว่าพลางเดินออกมาให้ห่างจากคนทั้งคู่ เพราะไม่อยากเห็นภาพชวนเลี่ยนมากไปกว่านี้

แต่เพียงไม่นานเธอเห็นเป้าหมายใหม่กำลังยืนว่าง และเลขาหน้าจืดที่เคยมาด้วยก็ไม่รู้หายไปไหน โอกาสดีขนาดนี้จะปล่อยให้หลุดมือได้ยังไง

“สวัสดีค่ะคุณรัฐเขต ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะ”

“ไม่มีอะไรหรอกครับ พอดีผมเพิ่งคุยกับคุณวีรชัยเสร็จ แล้วคุณหนึ่งล่ะครับ”

พ่อมดไฮเทคชวนคุยตามมารยาท แต่อีกฝ่ายกลับรู้สึกดีประหนึ่งว่าเขาเป็นห่วงเป็นใย ถ้าจะคิดเข้าข้างตัวเองว่ารัฐเขตอาจมีใจให้เธอสักวันคงไม่ใช่เรื่องยาก และดูมีความหวังมากกว่าพัทธดนย์เป็นไหนๆ

“พอดีพี่เพิ่งมาถึงน่ะค่ะ นี่ก็ยังไม่ได้คุยกับใครเลย เข้างานมาก็ทักคุณเขตก่อนเลยนะ” หนึ่งฤทัยก็รู้แก่ใจว่าไม่จริง แต่พูดเพราะอยากให้รัฐเขตเข้าใจว่าเธอให้ความสำคัญกับเขาไม่ใช่น้อย

“เอิ่บ...ครับ” ชายหนุ่มตอบรับเปล่งๆ

“จะว่าไปแล้วก็เสียดายนะคะที่วันนี้ท่านรัฐมนตรีไม่ได้มา ก่อนหน้านี้เห็นท่านร่ำๆ ว่าเป็นห่วงโครงการกรีนไอที กลัวว่า  Wish กับ Spell จะทำงานร่วมกันลำบาก แต่พอเห็น Wish ช่วยเหลือ Spell แบบนี้ท่านก็เบาใจค่ะ”

“อย่างที่ผมเคยเรียนท่านรัฐมนตรีนั่นแหละครับ ว่าส่วนตัวผมเองไม่ได้มีปัญหาในการร่วมงานกับใคร แต่พัทธดนย์นี่สิ ผมยังไม่ได้คุยกับเขาเลยตั้งแต่มาถึง”

“อ๋อ...เห็นน้องดนย์คุยกับแฟนอยู่ตรงโน้นน่ะค่ะ”

หนึ่งฤทัยชี้ให้ดูพัทธดนย์ยืนคุยกับขวัญจิราอยู่อีกมุมหนึ่งของงาน ท่าทางไม่ต่างจากพ่อแง่แม่งอนในละครหลังข่าวสักเท่าไหร่ แต่สาวร่างค่อนข้างบางที่รัฐเขตคุ้นตานั้นคงจะไม่ใช่คนในความหมายของหนึ่งฤทัยกระมัง

“คงไม่ใช่แฟนหรอกครับ ผมว่าคุณหนึ่งน่าจะเข้าใจผิด”

“โอ๊ย! งั้นก็คงเกินแฟนไปแล้วล่ะ...สวีทหวานกันขนาดนั้น น้องผู้หญิงนั่นก็ไม่ธรรมดานะ เห็นหน้าเด็กๆ แต่ใจกล้าไม่เบา พี่เคยเห็นเขาโรมรันพันตูอยู่กับน้องดนย์ในออฟฟิศทั้งชุดคลุมอาบน้ำด้วยนะ วันที่มาร่วมประชุมคราวก่อนก็เดินโอบเอวกันไปขึ้นรถ ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นไปไหนต่อ แต่ออเซาะกันขนาดนั้น...น้องดนย์คงไม่ได้กลับไปทำงานง่ายๆ หรอก”

พ่อมดไฮเทครู้ว่าหนึ่งฤทัยคาดเดาไปเกินความจริง เพราะหลังเสร็จการประชุมคราวก่อน ขวัญจิรายังโทรมาหาเขาเพื่อช่วยเรื่องมนสิชาอยู่เลย ไม่มีทางที่เธอจะไปทำอะไรกับพัทธดนย์ตามนัยยะที่สาวใหญ่ว่าแน่ๆ แต่สิ่งที่คู่สนทนาของเขายืนยันว่าเห็นเต็มตานี่ล่ะ เขาจะเฉยเมยได้อย่างไร

ราวกับถูกภูเขาน้ำแข็งทับให้จมอยู่ในทะเลสาบอันหนาวเหน็บ มันเวิ้งว้างและหายใจลำบากปานจะขาดใจ ยามได้มองภาพขวัญจิราและพัทธดนย์แง่งอนกัน...หัวใจเขาเจ็บหนักเหลือเกิน

ความรู้สึกคล้ายๆ แบบนี้เคยเกิดขึ้นกับเขามาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อคราวที่ได้ยินว่าจอมเวทหนุ่มติดต่อซื้อตัวขวัญจิรา มันเป็นความหนักใจอย่างยิ่งยวดและเขารู้ดีว่าตัวเองคงต้องยอมจำนนในท้ายที่สุด...เพราะอีกฝ่ายคือ พัทธดนย์ เศรษฐภากร

ในช่วงแห่งความเงียบงัน มนสิชาเดินกลับมาหาเจ้านายสุดเนี้ยบพร้อมเอกสารในมือ เมื่อเห็นว่ามีสตรีนางหนึ่งยืนอยู่กับเขา จึงไหว้อย่างนอบน้อม

สาวใหญ่ก็รับไหว้ตามมารยาทพลางว่า “คุณเลขามาด้วยเหรอคะ นึกว่าคุณเขตมาคนเดียวเสียอีก”

“ดิฉันกลับไปเอาเอกสารที่รถน่ะค่ะ ก็เลยตามมาช้า” เธอตอบอย่างยิ้มแย้มแล้วหันไปคุยกับเจ้านาย “คุณเขตจะเก็บกุญแจรถไว้เองไหมคะ หรือว่าจะ...”

มนสิชาหยุดพูดกะทันหัน เพราะรัฐเขตไม่ได้ฟังเธอเลย เอาแต่โฟกัสสายตาไปทางอื่น เธอจึงตัดสินใจเก็บกุญแจเอาไว้เอง โดยไม่ถามเขาให้เคืองใจอีก

ทันทีที่เลขาสาวเงียบลง หนึ่งฤทัยก็แทรกขึ้นทันที “มีอะไรหรือเปล่าคะ พี่เห็นคุณเขตมองไปทางโน้นตั้งนานแล้ว จะหาโอกาสคุยกับน้องดนย์เหรอ”

สาวใหญ่ถือโอกาสจับแขนรัฐเขตด้วยความชื่นใจ แค่ได้สัมผัสเขานิดๆ หน่อยๆ ก็ทำให้รู้สึกดี อย่างน้อยก็ดีกว่าพัทธดนย์ที่ไม่ยอมให้แตะตัวเลย

“เปล่าครับ ไม่มีอะไรหรอก ผมว่าเราเข้าไปในห้องประชุมดีกว่า อีกเดี๋ยวก็จะเริ่มแล้ว” ชายหนุ่มเดินเข้าห้องประชุมด้วยความเคร่งขรึม ไม่คิดจะคุยอะไรกับใครอีก

การประชุมเริ่มต้นและสิ้นสุดลงโดยที่พัทธดนย์และรัฐเขตไม่ได้คุยอะไรกันเป็นการส่วนตัวเลย ทั้งคู่ต่างแยกกันไปคนละทางจนขวัญจิราเองก็ไม่รู้ว่าต้องใช้อะไรรั้ง

พอออกจากห้องประชุมได้ รัฐเขตก็เดินลิ่วๆ ปล่อยให้รักษาการเลขาหอบเอกสารตามมาเหมือนเคย คราวนี้เขารีบร้อน และไม่ได้ร่ำลาขวัญจิราหรือใครทั้งนั้น เมื่อถึงรถก็งุ่นง่าน หันรีหันขวาง เลขาร่างบางจึงหยิบกุญแจรถที่เธอเก็บไว้ยื่นให้ เพราะท่าทีเขาเหมือนอยากออกจากที่นี่เต็มแก่ ซึ่งเธอคิดว่าเขาคงรีบกลับไปทำงานต่อ

ภายในตัวรถเงียบงันมานานตั้งแต่เคลื่อนตัวออกมา แต่แล้วมนสิชาก็ร้องเสียงหลงเมื่อคนขับกำลังพาเธอไปผิดเส้นทาง “คุณเขตจะไปไหนคะ นี่มันไม่ใช่ทางกลับออฟฟิศซะหน่อย”

“พี่ยังไม่อยากกลับออฟฟิศ มิ้นท์อยู่เป็นเพื่อนคุยให้พี่หน่อยได้ไหม ไปหาไอติมนั่งกินด้วยกันก็ได้ เดี๋ยวพี่เลี้ยง” คนตั้งใจไปผิดทางกล่าวเสียงเครียด

“คุณเขต...มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”

“พี่คิดว่า...พี่กำลังอกหัก”

**************************

พี่เขต น่าสงสาร ต้องการคนปลอบใจมั้ยคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น