สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 6 : จอมเวทไอที 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ม.ค. 63

รัญชยามองหนุ่มหล่อและสาวใหญ่กระซิบกระซาบกันไปมา รูปร่างสง่างามบวกกับความหล่อระดับนี้เป็นดาราหรือนายแบบได้สบาย แต่เขาเป็นใครนะ เมื่อกี้เห็นพิธีกรบอกว่าชื่อ...พัทธดนย์

“คุณหนึ่งคงปลื้มน่าดูเลยเนอะที่ได้ใกล้ชิดขนาดนี้” เมฆินทร์พูดชื่นชมผลงานของตัวเอง “ต่อไปห้าง The One คงเรียกใช้บริการบริษัทผมไม่หยุดแน่”

เสียงของหนุ่มตี๋ทำให้รัญชยาหันกลับมามองเขา จริงสิ...พ่องานยืนอยู่ตรงนี้ทั้งคน เขาต้องรู้ข้อมูลเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรบ้างแน่ๆ

“คุณแม็ค คุณรู้จักคุณพัทธดนย์ที่อยู่บนเวทีนั่นไหม”

“รู้จักสิครับ”

“เขาเป็นใครเหรอ” เธอถามต่ออย่างใคร่รู้

“นี่อย่าบอกนะว่าคุณไม่รู้จักเขาน่ะคุณรัน” เมฆินทร์แปลกใจเล็กน้อยที่เธอไม่รู้จักพัทธดนย์ แต่เขาตั้งใจเล่นใหญ่ แสดงสีหน้าประมาณว่าตกใจมาก เพื่อแกล้งให้รัญชยารู้สึกว่าเธอกำลังพลาดเรื่องสำคัญ

“...” ไร้เสียงตอบจากคู่สนทนาอย่างรัญชยา เธอทำหน้าแปลกๆ เดาไม่ออกว่าคิดอะไร

“ที่ไม่ตอบนี่ยอมรับใช่ไหม” เมฆินทร์ยังคงเย้าแหย่เธอต่อ

“เออ...ฉันยอมรับว่าไม่รู้จักเขา แต่ที่เงียบเนี่ย...เพราะกำลังรำคาญคนกวนประสาทอย่างคุณต่างหาก ถามสาระอะไรไม่ค่อยได้เลยจริงๆ”

“เฮ้ย! คุณจะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ ผมตอบสาระให้คุณก็ได้” หนุ่มตี๋เลิกยียวนแล้วหันมาทำหน้าตาจริงจัง “ว่าแต่...ถ้าผมบอกคุณ แล้วผมจะได้อะไรตอบแทนล่ะ”

“นั่นไง ฉันกะแล้ว ต้องเอาผลประโยชน์มาล่อใช่ไหม ถึงจะยอมคายข้อมูลได้เนี่ย”

“ก็ไม่เชิงหรอกครับ...แฮ่ะๆ” เขาหัวเราะแห้งๆ เหมือนเขิน

“งั้นโปรเจคงานโฆษณาตัวต่อไปของ Wish ฉันจะเสนอชื่อบริษัทคุณเป็นผู้รับผิดชอบ โอเคไหม”

“มันต้องอย่างนี้สิ” เมฆินทร์ดีใจที่ได้ยินข้อเสนอ แต่เมื่อทบทวนประเด็นในคำพูดของเธออีกทีก็ต้องชะงักอาการดีใจเอาไว้ก่อน “เดี๋ยวนะคุณรัน อันนั้นมันแน่นอนอยู่แล้วนี่ ก็ Wish ติดต่อผมมาแล้วว่าจะให้ทำโฆษณาให้”

“อ้าวเหรอ ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ย ยินดีด้วยนะคะที่ได้งาน”

“ไม่ต้องมาอำผมเลยนะคุณรัน ผู้บริหารฝ่ายการตลาดอย่างคุณมีหรือจะไม่รู้เรื่องนี้”

“ก็ถ้ารู้ว่าฉันไม่มีผลประโยชน์อะไรให้คุณแล้วก็ตอบมาซะทีสิว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร” เธอทำสีหน้าเคร่งราวกับเบื่อหน่าย จนชายหนุ่มคู่สนทนารู้ว่าหมดเวลาแกล้งเธอแล้ว

“คนนั้นน่ะ ชื่อพัทธดนย์ เศรษฐภากร ถ้าบอกแค่ชื่อเฉยๆ ผมว่าคุณอาจจะยังนึกไม่ออก แต่ถ้าบอกว่าเป็นเจ้าของบริษัท Spell น่ะ...คุณน่าจะรู้จัก” เมฆินทร์ตอบเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น

“คนนี้น่ะเหรอ ‘จอมเวทไอที’ เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าเขาเก่ง แต่ไม่คิดว่าจะหล่อขนาดนี้” รัญชยาอึ้งหนักกว่าเดิมเมื่อข้อมูลที่ได้รับผิดไปจากสิ่งที่เธอคาดไปไกล ตอนแรกคิดว่าเขาเป็นเพียงดาราหรือนายแบบที่เธอไม่รู้จัก แต่ถ้าเป็นผู้บริหารบริษัท Spell ก็ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะบริษัทจะเพิ่งเปิดตัวมาได้แค่สองปีกว่า แต่ยอดขายก้าวกระโดดจนน่ากลัวและเป็นคู่แข่งตัวร้ายที่แย่งส่วนแบ่งทางการตลาดจาก Wish ไปได้มหาศาล

“ที่คุณอึ้งเนี่ย..เพราะเขาเป็นเจ้าของ Spell หรือเพราะเขาหล่อกันแน่ครับ”

“ช่างฉันเถอะน่า” รัญชยาไม่มีอารมณ์ตอบคำถามกวนๆ ของคนข้างกาย แต่จากท่าทีที่เธอมองพัทธดนย์ก็พอเดาออกว่าสนใจในตัวชายหนุ่มบนเวทีไม่น้อย “ว่าแต่...คุณติดต่อให้เขายอมมางานนี้ได้ยังไง แล้วยังมาขึ้นบนเวทีทั้งชุดสะดุดตาแบบนั้นอีก ฉันได้ยินมาว่าเขาค่อนข้างเก็บตัว ไม่ออกงาน ไม่ออกสื่อ ใครจะตื๊อยังไงเขาก็ไม่ยอมใจอ่อนเลยนี่นา คุณไปอ้อนวอนเขายังไงกัน”

“ใช่...ผมอ้อนวอนเขาเลือดตาแทบกระเด็นเลยทีเดียว” เมฆินทร์ตอบพร้อมสายตาที่ยังจับจ้องไปบนเวที สีหน้าแสดงออกว่าเขามีบางสิ่งบางอย่างอยู่ในใจแต่พยายามเก็บเอาไว้เป็นความลับ ไม่มีใครรู้หรอกว่ากว่าที่พัทธดนย์จะยอมทำตามที่เขาต้องการ เมฆินทร์ต้องขอร้องแกมบังคับจนเกือบจะเป็นการข่มขู่ไปเสียแล้ว

แม้รัญชยาจะไม่ค่อยเข้าใจในคำตอบที่ได้รับจากบุรุษที่ยืนอยู่ข้างกาย แต่ยอมรับว่าเมฆินทร์ก็เจ๋งที่ดึงพัทธดนย์ให้ออกงานและออกสื่อได้ ไม่ว่าเขาจะใช้วิธีไหนก็ช่างเถอะ แต่มันคงจะดีไม่น้อยหากเมฆินทร์จะทำให้เธอได้รู้จักกับพัทธดนย์มากขึ้น

“นี่คุณ” หญิงสาวเอื้อมมือไปสะกิดต้นแขนชายหนุ่ม เพื่อหวังให้เขาละสายตาจากเวทีแล้วหันกลับมาสนทนากับเธออีกครั้ง “ช่วยอะไรฉันหน่อยสิ”

เมฆินทร์หันกลับมามองต้นแขนของเขาที่ถูกมือบางสะกิด แล้วไล่สายตาไปตามเรียวแขนเลยไปจนถึงใบหน้าเอาจริงเอาจังของรัญชยา

“ฮั่นแน่! ถึงกับแต๊ะอั๋งผมเลยเหรอ ห้ามใจต่อความน่ารักของผมไม่ไหวล่ะสิ” เขาพูดพร้อมส่งสายตาวิบวับราวกับคนเจ้าชู้ส่งมาให้

หญิงสาวรีบดึงมือกลับราวกับโดนไฟช็อต เพียงเพราะกลัวว่าเขาจะไม่สนใจในสิ่งที่เธอกำลังจะพูดเท่านั้นที่ทำให้เธอเกิดอาการลืมตัว เผลอไปแตะเนื้อต้องตัวชายหนุ่มราวกับสนิทสนมกัน

“ฉันจะห้ามใจไม่ไหวก็เพราะความกวนประสาทของคุณนี่แหละ ช่วยหยุดนอกเรื่องแล้วตั้งใจฟังฉันสักสิบนาทีจะได้ไหม” เธอตวาดออกไปเสียงเขียว นี่ถ้าไม่ติดว่าจะถูกมองว่าแต๊ะอั๋งเขาอีกละก็ เธอคงฟาดฝ่ามือใส่ต้นแขนเขาไปแรงๆ แล้ว คนอะไรไม่รู้น่าหมั่นไส้ที่สุด

“โอเคครับ ผมจะตั้งใจแหย่คุณให้น้อยลง แต่ถ้าคุณรู้สึกว่าผมยังกวนประสาทคุณอยู่ ก็ถือซะว่าผมไม่ได้ตั้งใจก็แล้วกันนะคุณรัน” เขายิ้ม

“ฉันจะคอยดูว่าคุณจะอดทนไม่แกล้ง ไม่แหย่ ไม่กวนประสาทฉันได้สักกี่นาที” เธอขู่พร้อมส่งสายตาอาฆาตไปสยบรอยยิ้มนั่น

“แล้ว...คุณจะให้ผมช่วยอะไรล่ะ”

“คุณช่วย...แนะนำให้ฉันกับคุณพัทธดนย์รู้จักกันเป็นการส่วนตัวได้ไหม”

************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น