สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 57 : ซ้ำรอย 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 ส.ค. 63

“วันนี้นึกยังไงถึงขึ้นมาเองล่ะ” พ่อมดแห่ง Wish ว่าพลางจรดปากกาลงบนเอกสารที่มีพนักงานกิตติมศักดิ์เดินเอามาให้เขาด้วยตัวเอง

“พอดีรันเพิ่งนึกได้ก็เลยจะมาถามพี่เขตหน่อย ว่าเมื่อวันก่อนไปเจอขนมมาเป็นยังไงบ้าง” รัญชยารับเอาเอกสารที่พี่ชายเซ็นเสร็จแล้วกลับมาตรวจสอบความครบถ้วนอีกครั้ง แล้วรวบรวมใส่แฟ้มไว้ตามเดิม

รัฐเขตเลยถือโอกาสยืดเส้นยืดสายแล้วพิงพนักเก้าอี้ “ก็ไม่มีอะไร ขนมก็แค่มาหักหนี้เท่านั้น”

“อ้าวเหรอ” น้องสาวอุทานเหมือนไม่ได้ดั่งใจ

พักหลังมานี้ขวัญจิราแทบไม่ได้ติดต่อกับเธอเลย ไม่โทรหา ไม่ส่งข้อความมาคุยด้วยเหมือนเมื่อก่อน พอเธอโทรไปก็ไม่ยอมรับสาย บางทีโชคดีหน่อยก็พอจะได้คุยอยู่บ้าง แต่เพียงเดี๋ยวเดียวเจ้าหล่อนก็จะต้องมีเหตุให้รีบวางตลอด และมันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่รัญชยากลับจากยุโรปคราวนั้น

น่าแปลก คราวที่นัดเจอกันพร้อมรัฐเขต ขวัญจิรายังพูดเป็นต่อยหอย ไม่มีเรื่องอะไรขัดข้องเคืองใจกันเสียหน่อย แต่หลังจากวันนั้นเธอก็ไม่ยอมติดต่อมาอีก

รัญชยาครุ่นคิด กวาดสายตาทะลุผนังห้องทำงานกระจกไปเรื่อย แล้วก็เห็นความผิดปกติอีกอย่าง “แล้วนี่บรรดาเลขาของพี่ไปไหนกันหมดล่ะ”

“แฟนดาวมารับไปตรวจครรภ์ตั้งแต่เที่ยง พี่ก็เลยให้เขาลาบ่ายไปเลย ส่วนมิ้นท์...ไปทำธุระส่วนตัวให้พี่ตั้งแต่เมื่อวาน อีกเดี๋ยวก็คงจะกลับมาแล้วมั้ง” รัฐเขตตอบ

“ธุระส่วนตัว ธุระอะไรเหรอ”

“อย่าเพิ่งถามเลย พี่ยังไม่รู้ว่ามิ้นท์จะทำตามที่พี่สั่งได้ครบในเวลาแค่สองวันหรือเปล่า”

“งานหินอีกล่ะสิ ทำไมพี่เขตชอบใช้งานเลขาโหดจัง เดี๋ยวมิ้นท์งอนไม่ยอมทำงานกับพี่ ทีนี้จะไปหาใครมาทำแทนดาวอีกละคะคุณ MD” รัญชยากระเซ้าในความบ้างานของพี่ชาย แต่กระแทกใจเขาอย่างไม่เจตนา

“ไม่ต้องมาแซวเลย รันก็ต้องช่วยพี่นะ พี่ว่าตอนนี้ถ้ามิ้นท์ไม่งอนก็โกรธอะไรพี่อยู่สักอย่าง ง้อมาตั้งนานแล้วก็ยังไม่ยอมใจอ่อน ถึงเขาจะคุยกับพี่ ยอมทำงานตามที่พี่สั่ง ดูแลเรื่องส่วนตัวพี่ตามปกติ แต่มิ้นท์ก็ยังไม่ยอมยิ้มให้พี่ซะที”

ผู้เป็นน้องสาวได้ยินเขาร่ายเรื่องรักษาการเลขายาวเหยียดก็รู้ว่าพี่ชายเธอคงวุ่นวายใจไม่น้อย “อย่าคิดมากเลยพี่เขต บางทีมิ้นท์อาจจะมีเรื่องเครียดอยู่ก็ได้ งั้นรันลงไปที่ฝ่ายแล้วนะ”

รัญชยารวบแฟ้มเอกสารแล้วหมุนตัวเดินออกห่างจากโต๊ะทำงาน พลันสายตาที่มองผ่านผนักกระจกใสก็เห็นร่างบางของหญิงสาวที่เธอคุ้นตาหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังเต็มสองมือ จึงอาสาเปิดประตูให้

“ขอบคุณค่ะพี่รัน” มนสิชายิ้มกว้าง เปิดเผย ให้กับคนใจดี ก่อนเดินเข้าไปแล้วนำของทั้งหมดวางลงบนโต๊ะทำงานผู้บริหาร Wish แต่พอเจ้าของห้องเงยหน้ามาสบตา เธอก็หุบยิ้มลงแทบจะในทันที

รัญชยาที่เดินย้อนกลับมาเพราะอยากรู้ว่าไอ้ธุระส่วนตัวของพี่ชายเธอมันคืออะไร ก็ทันได้เห็นอาการแปลกๆ ของมนสิชาอย่างที่รัฐเขตบอก

สองพี่น้องมองหน้ากันอย่างอ่อนใจ ก่อนคนพี่จะเอ่ยทักผู้มาใหม่ “เป็นยังไงบ้าง ไปทำธุระให้พี่เหนื่อยไหม”

มนสิชาชะงักไปครู่เมื่อได้ยินคำทักทาย เอาอีกแล้ว เจ้านายสุดเนี้ยบถามคำถามแปลกไปกว่าที่คาดอีกแล้ว เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนบ้างานอย่างเขาถึงไม่ถามเรื่องงานก่อน เช่นว่า ‘ทำตามที่สั่งเรียบร้อยไหม’ ‘ได้ของครบหรือเปล่า’ แต่สิ่งที่เขาถามมันเหมือนแสดงความห่วงใย

แต่...จะใช่เหรอ

มนสิชาสลัดความคิดออกจากหัวแล้วรายงานสิ่งที่ได้รับมอบหมายตามหน้าที่ “นี่ค่ะ Spell For Play สิบสองเครื่อง ในแต่ละกล่องจะมีใบเสร็จและใบรับประกันของตัวแทนจำหน่ายนะคะ มิ้นท์ให้ร้านที่ขายทุกร้านช่วยตรวจเช็กเครื่องทั้งหมดแล้ว ทุกเครื่องใช้งานได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาค่ะ”

รัฐเขตฟังรักษาการเลขารายงานคล่องปรื๋อ พลางตรวจสอบคร่าวๆ ด้วยสายตา ยังไม่ทันจะได้ถามอะไรต่อ เธอก็นำของอีกอย่างวางบนโต๊ะก่อนเลื่อนเข้ามาใกล้เขามากขึ้น

“ส่วนนี่เงินที่เหลือ หนึ่งหมื่นสามพันสองร้อยบาท คุณเขตเอาใบเสร็จมารวมยอดดูก่อนก็ได้นะคะ เผื่อมิ้นท์คำนวณเงินที่ต้องคืนผิด” เสียงใสก็รายงานใหม่อีกหน

เมื่อวานตอนเช้าตรู่ มีเงินปริศนาโอนเข้าบัญชีมนสิชาสามแสนบาทถ้วน แต่เจ้าของบัญชีไม่รู้ตัวเลยจนกระทั่งมาถึงสถานที่ทำงาน เจ้านายมาดเนี้ยบก็ตั้งคำถามว่าเงินสามแสนจะซื้อ Spell For Play ได้กี่เครื่อง แต่ดูเหมือนเขาต้องการให้เธอหาคำตอบโดยการทดลองทำมากกว่า จึงออกคำสั่งด่วนให้นำเงินสดที่โอนเข้าบัญชีไปซื้อโทรศัพท์รุ่นดังจริงๆ โดยมีเงื่อนไขว่าที่มาของโทรศัพท์แต่ละเครื่องต้องต่างกัน ห้ามมาจากร้านหรือตัวแทนจำหน่ายเดียวกัน ยิ่งแต่ละร้านกระจายตัวตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลกันเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

ไม่รู้รัฐเขตคิดอะไรอยู่ถึงได้เอาเงินไม่ใช่น้อยไปซื้อโทรศัพท์ของคู่แข่ง แล้วยังต้องเป็นภาระให้เลขาอย่างเธอที่ต้องมารับคำสั่งบ้าบอที่สุดในชีวิตการทำงาน โทรศัพท์สิบสองเครื่องก็น้ำหนักไม่ใช่เบา นี่ขนาดขอต่อรองราคาโดยไม่เอาของแจกของแถมมาด้วยแล้วนะ

“พี่เชื่อว่ามิ้นท์คำนวณไม่ผิดหรอก” ชายหนุ่มกล่าวเสียงนุ่ม และไม่คิดจะตรวจสอบของบนโต๊ะตามที่มนสิชาบอก “แล้วเงินที่เหลือก็ไม่ต้องคืนพี่ด้วย มิ้นท์เก็บไว้เถอะ พี่ให้”

“ค่าอะไรคะ”

“ถือเป็นค่าเดินทางก็ได้”

รักษาการเลขาทำทีว่าเข้าใจ แต่ไม่ยอมรับเงินก้อนนั้น “อ๋อ เดี๋ยวทำเรื่องเบิกกับฝ่ายบัญชีก็ได้ค่ะ”

“ห้ามเบิกที่ฝ่ายบัญชีนะ” รัฐเขตสั่งห้ามแล้วรู้ตัวว่าคงดุเกินไปจึงผ่อนความเข้มของน้ำเสียงลง “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับบริษัท แต่เป็นเรื่องของพี่ เงินสามแสนที่โอนเข้าบัญชีให้มิ้นท์ไปซื้อ Spell นี่ก็เงินส่วนตัวพี่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ถ้าจะมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกัน พี่ก็ขอรับผิดชอบเอง”

“แต่มันมากเกินไปค่ะ ค่าเดินทางมันไม่ได้เยอะขนาดนั้น” มนสิชาท้วงแบบดื้อรั้นอยู่ในที

“เก็บไว้เถอะ ถือว่าพี่ให้เป็นค่าแรง แล้วก็ค่าเหนื่อยใจที่ต้องมาเจอเจ้านายสั่งงานประหลาดๆ แบบพี่” เขาพูดแค่นั้นแล้วส่งยิ้มให้มา มันเป็นยิ้มที่มนสิชาเห็นว่าคงใจละลายหากมองเขานานกว่านี้

“ค่ะ” เธอตอบรับแล้วรีบกลับออกไป แต่ไม่ได้เอาเงินทอนบนโต๊ะเจ้านายหนุ่มติดมือไปด้วย

“เดี๋ยวมิ้นท์ ‘ค่ะ’ คำเดียวนี่หมายความว่ายังไง” รัฐเขตเรียกรั้งคนที่ก้าวเร็วๆ ออกจากห้องทำงาน เขาทำเสมือนไม่เข้าใจเพื่อชวนเธอคุย ทั้งที่พอรู้อยู่หรอกว่าคำสั้นๆ ที่ได้ยินจากปากบางก็คงเป็นการผสมโรงด่าเขาทางอ้อม

“จะหมายความว่ายังไงเล่า มิ้นท์ก็ว่าพี่เป็นเจ้านาย...ประหลาดไง” รัญชยาว่าแบบนั้น

“พี่รู้แล้ว แต่นึกว่ามิ้นท์จะช่วยแก้ที่พี่พูดเล่นบ้าง”

“เดี๋ยวนี้พี่ชายรันรู้จักพูดเล่นด้วยเหรอ ประหลาดจริงๆ ด้วย เรียกร้องความสนใจจากเลขาหรือไงกัน”

“เดี๋ยวเถอะ” เขาทำตาดุใส่น้องสาว แต่สุดท้ายก็ไม่อยากปิดบัง “เออ...ยอมรับก็ได้ว่าเรียกร้องความสนใจ แต่เมื่อกี้รันเห็นไหม มิ้นท์ยิ้มให้รัน ยิ้มกว้างซะด้วย แต่พอเห็นหน้าพี่ปุ๊บก็หุบยิ้มเลย”

“เห็นสิ แล้วพี่เขตแคร์ด้วยเหรอ ทุกทีเห็นสนใจแต่งาน” 

ข้อสังเกตของรัญชยาทำให้อีกฝ่ายได้ทบทวนสิ่งที่ตัวเองกำลังเป็นอยู่ นั่นน่ะสิ...เขาใส่ใจกับเรื่องนี้มากเกินความจำเป็นหรือเปล่า

“แล้วนี่พี่ซื้อมาทำไมตั้งเยอะแยะเนี่ย จะวิเคราะห์สินค้าคู่แข่งเหรอ” น้องสาวถามขณะพี่ชายนิ่งเงียบไป

“เดี๋ยวอีกไม่กี่วันเราก็รู้เองนั่นแหละ แต่พี่อยากฝากรันเอาเงินนี้ไปให้มิ้นท์ทีสิ” ชายหนุ่มว่าพลางเลื่อนกองธนบัตรบนโต๊ะทำงานให้คนตรงหน้า

“ไม่เอาหรอก เงินส่วนตัวพี่ไม่ใช่เหรอ พี่จะให้ใครก็เอาไปให้เขาเองสิ รันไปละนะ”

รัฐเขตส่ายหน้าน้อยๆ เมื่อไม่มีอะไรได้ดั่งใจเลยสักอย่าง ทั้งน้องสาว ทั้งเลขา ทั้งตัวเขาเอง...

แม้มนสิชาจะทำงานให้เขาได้ดีไม่มีที่ติ แต่เขายังไม่พร้อมจะทำตามคำแนะนำของขวัญจิราอยู่ดี เขาไม่รู้จริงๆ ว่าจะเอ่ยปากชมเธอออกมาตรงๆ ได้อย่างไรกัน

แต่ช่างเถอะ...เรื่องนั้นคงไม่เร่งด่วนเท่าของที่วางอยู่บนโต๊ะเขาตอนนี้

พ่อมดไฮเทคทิ้งน้ำหนักพิงพนักเก้าอี้อีกครั้ง มองกองโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่เต็มโต๊ะ แล้วคิดว่าเขาควรเริ่มทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้เสียที

*****************************

พี่เขตคิดจะทำอะไรน้าาาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น