สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 56 : ซ้ำรอย 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 ส.ค. 63

ภายในห้องทำงานผู้บริหารเงียบสนิท ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวของสองร่างที่กอดกันแนบแน่นเนิ่นนานราวกับต้องการซึมซาบความรู้สึกของกันและกัน แต่แล้วความเงียบก็ถูกทำลายลงราบคาบด้วยเสียงเคาะประตูแบบพอเป็นพิธี

เสียงนั้นทำให้ขวัญจิราคลายมือที่กอดพัทธดนย์ลงโดยอัตโนมัติแล้วจะผละออกจากเขา แต่ชายหนุ่มเจ้าของห้องไม่ยินยอม เมื่อเขายังคงกอดร่างเธอไว้ในขณะที่หันไปหาผู้มาเยือน

“ขอโทษค่ะ ที่มาขัดจังหวะ เอ่อ...เห็นน้องปลาแจ้งว่าคุณดนย์เชิญให้พี่มาพบ พี่ก็เลย...” เอื้องลดาพยายามอธิบายเหตุผลของการทำลายบรรยากาศหวานตรงหน้าอย่างเขินๆ ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะเขินทำไม

“อ๋อ ครับ พี่เอื้องเชิญนั่งก่อนครับ จะได้ปรึกษาเรื่องงานกัน”

พัทธดนย์ให้อนุญาตแล้วรู้ตัวว่าถึงเวลาต้องปล่อยคนในอ้อมกอดให้เป็นอิสระ เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานกลับไปนั่งประจำตำแหน่งของตัวเอง แล้วจึงหันมาหาหญิงสาวอีกคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาจะเดินออกไปยังห้องประชุมเล็กท่าเดียว

“ขนม...อยู่ก่อนสิ”

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณกับพี่เอื้องจะได้คุยกันส่วนตัว” ขวัญจิราอ้างไปอย่างนั้น แต่ใจจริงแค่อยากจะหลบสายตาซอกแซกของเอื้องลดาต่างหาก

“อยู่เถอะ เพราะผมจะคุยกับพี่เอื้องเรื่องที่จะให้ช่วยกันดูแลภาพลักษณ์ของ Spell นั่นแหละ”

“ค่ะ” คนถูกขอร้องรับคำแล้วเดินกลับมานั่งเก้าอี้ข้างเอื้องลดา

ทั้งสามหารือเรื่องงานกันพักใหญ่จนได้ข้อสรุป แล้วเอื้องลดาก็ชวนหัวหน้าเก่าคุยอย่างสนิทสนม

“ตั้งแต่ขึ้นมาอยู่บนนี้ น้องขนมดูมีชีวิตชีวาขึ้นนะคะ ดูมีความสุขขึ้นเยอะเลย” 

“ก็ตอนนี้ขนมเขาได้อยู่กับสิ่งที่ตัวเองรักแล้วนี่ครับ” ชายหนุ่มเพียงคนเดียวในที่นั้นชิงตอบเสียเอง แล้วยังทำสายตากรุ้มกริ่มอย่างเปิดเผยจนขวัญจิราต้องรีบแก้ต่าง

“คุณดนย์เขาหมายถึงงานน่ะค่ะพี่เอื้อง หนมขึ้นมาอยู่บนนี้ก็ได้ทำงานที่ถนัดและอยากทำมากกว่า”

“สงสัยตอนอยู่ที่ฝ่ายการตลาดคงถูกคุณดนย์แกล้งแรงไปด้วยล่ะมั้งคะ ถึงได้ดูไม่มีความสุขเอาซะเลย” เอื้องลดาพูดไปยิ้มไป ด้วยเข้าใจว่าพัทธดนย์คงเฉลยแผนการทุกอย่างไปหมดแล้ว

ขวัญจิราเห็นหน้าบุรุษที่นั่งฝั่งตรงข้ามเรียบเฉย และเสมองไปทางอื่นเหมือนไม่สนใจสิ่งที่เอื้องลดาพูดก็รู้ว่ามีพิรุธ เพราะเขาควรจะร่วมสนทนาต่อถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ แต่นี่กลับเงียบสนิท

หญิงสาวใคร่หาความกระจ่างจากเบาะแสเพียงน้อยนิดที่มี เธอยิ้มร่าให้อดีตผู้ช่วยของตนแล้วชวนคุยกึ่งหลอกถาม “ค่ะ เขาแกล้งหนมหนักมาก อย่างเช่นเรื่อง...เอ...เรื่องอะไรนะ”

“ก็ที่คุณดนย์วางแผนให้ขนมมาเป็นผู้จัดการคนใหม่ไงคะ นี่ดีนะที่ตอนนั้นพี่ไม่ต้องเล่นบทร้ายใส่น้องขนม ไม่งั้นเราคงจะร่วมงานกันไม่ได้สนิทใจแบบนี้” เอื้องลดาเชื่อสนิทว่าทุกอย่างไม่มีอะไรเป็นความลับอีก แต่สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงคือความลับนั้นรั่วเพราะตัวเธอต่างหาก

“นั่นสิคะ” ขวัญจิราผินหน้ามาหาตัวการเพียงไม่กี่องศา แต่เธอคงไม่สบอารมณ์แน่ๆ ถึงได้พูดทั้งที่เกือบจะกัดฟัน ส่วนพัทธดนย์ก็รีบหาทางกีดกันให้สองสาวหยุดการสนทนา

“พี่เอื้องครับ...ถ้าพี่มีงานอย่างอื่นค้างอยู่ก็เชิญได้เลยนะครับ”

“พี่ไม่...” เอื้องลดาพูดได้แค่นั้น เขาก็พูดแทรกแล้วส่งสายตาขอความร่วมมือมาเสียก่อน

“มีเถอะครับ ผมขอร้อง” 

“อ๋อค่ะ พอดีเพิ่งนึกได้ งั้นพี่ขอตัวเลยนะคะ” ผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนปัจจุบันรับส่งกับเจ้าของบริษัทอย่างทันท่วงที เมื่อพอจะรู้ว่าเธอคงทำอะไรพลาดไปเสียแล้ว

หลังจากเอื้องลดากลับไปพร้อมประตูห้องทำงานที่ปิดลง ภายในห้องก็เงียบสนิทอีกครั้ง แต่บรรยากาศช่างต่างจากครั้งก่อนลิบลับ เพราะขวัญจิราเอาแต่จ้องเจ้าของห้องตาไม่กะพริบ ส่วนเขาก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ หันกลับไปทำงานต่อ

“คุณไม่กลับไปทำงานเหรอ เมื่อกี้ผมเพิ่งมอบหมายงานใหม่ให้ไปเองนะ” พัทธดนย์เฉไฉหาทางเลี่ยงให้ตัวเอง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล

หญิงสาวลุกขึ้นยืน เอามือเท้าโต๊ะทำงานอย่างพร้อมเอาเรื่อง “มีเรื่องใหญ่กว่างานที่ต้องการคำอธิบายค่ะ ถ้าคุณไม่พูด ฉันจะโกรธ ถ้าเฉไฉเปลี่ยนเรื่องก็โกรธ แต่ถ้ายอมเล่าความจริง ฉันจะพยายามรับฟังเหตุผลของคุณ คงไม่ต้องบอกนะคะว่าเรื่องอะไร”

“โอเคครับ”

เขาลุกขึ้นเผชิญหน้ากับหญิงสาว ยอมรับชะตากรรมตัวเองหลังจากนี้อย่างปลงๆ พลางคิดว่าไม่น่าปล่อยให้ขวัญจิราสนิทกับแม่เขาเลย เวลาคาดคั้นเอาคำตอบนี่ใช้น้ำเสียงแบบเดียวกันเป๊ะ

“ก็วันที่ผมให้ฝ่ายบุคคลโทรหาคุณน่ะ ตอนแรกที่คุณปฏิเสธ ผมก็ยังไม่ได้คิดจะรบเร้าต่อ กะว่าจะให้คุณมาทำงานที่นี่หลังจากผมเปิดตัว Spell For Play ไปแล้ว แต่ฝ่ายการตลาดดันเกิดเรื่องซะก่อน ผมก็เลย...ต้องวางแผนให้คุณมาทำงานที่นี่เร็วขึ้น เพื่อจะได้วัดใจคนในฝ่าย ถ้าพวกเขาต่อต้านคุณ พี่เอื้องก็จะได้เป็นตัวของตัวเองและสอนงานคุณได้เต็มที่ แล้วก็เป็นอย่างที่คุณเห็น สุดท้ายความจริงใจของพี่เอื้องก็เอาชนะใจคนในฝ่ายได้จริงๆ”

“แล้วที่พี่เอื้องบอกว่า โชคดีที่ไม่ต้องร้ายใส่ฉันนี่มันคืออะไร”

“แผนสำรองในกรณีที่พวกเขาดันบ้าจี้ยอมรับผู้จัดการอ่อนหัดขึ้นมา ถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็กะว่าจะให้พี่เอื้องฝืนใจตั้งป้อมเป็นศัตรูกับคุณ แล้วผมก็จะหาเรื่องคุณและคนทั้งฝ่าย กดดันให้พวกเขายอมรับพี่เอื้องให้ได้”

ขวัญจิราหลับตาลง ระบายลมหายใจออกช้าๆ มือข้างหนึ่งกำแน่น เพื่อกักเก็บความรู้สึกที่กำลังพวยพุ่งขึ้นมา “ฉันเข้าใจแล้ว คุณเอาฉันมาเป็นตัวเปรียบเทียบที่ไม่ค่อยสมศักดิ์ศรีให้พี่เอื้อง แล้วทำไมถึงไม่บอกกันก่อน”

“ผม...ผมกลัวว่าถ้าบอกคุณตั้งแต่แรก คุณจะไม่ให้ความร่วมมือ”

“คุณก็เลยปล่อยให้ฉันถูกเกลียดทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดน่ะเหรอ ไอ้คนเจ้าเล่ห์ ไอ้คนไม่มีหัวใจ คุณรู้ไหมว่าฉันรู้สึกแย่แค่ไหนที่ต้องอยู่ท่ามกลางสายตาดูถูกกับเสียงซุบซิบนินทาเป็นเดือนๆ ไม่มีใครคุยกับฉัน ไม่มีใครยอมรับ ไม่มีใครเห็นหัวฉันเลย” ขวัญจิราพรั่งพรูความรู้สึกในตอนนั้นออกมาราวกับเขื่อนแตก เธออัดอั้น เก็บกด และมันน่าโมโหที่เรื่องนี้เป็นแผนการที่ถูกวางไว้ตั้งแต่ต้น

พัทธดนย์เห็นนัยน์ตากลมเอิบอาบด้วยน้ำใสๆ ที่จวนจะไหลปริ่มออกมา จึงยื่นมือไปจับที่ข้างแก้มเธอ เขาไม่คิดว่าเรื่องนี้จะทำให้หญิงสาวตรงหน้าโกรธได้มากมายถึงเพียงนี้ “ผมขอโทษ ขอโทษที่ตอนนั้นผมเห็นแก่ตัวจนไม่ได้สนใจความรู้สึกของคุณ”

“นั่นน่ะสิ ฉันจะคาดหวังให้คุณมาใส่ใจความรู้สึกคนที่มาจากบริษัทคู่แข่งได้ยังไง ฉันผิดเองที่ลืมไปว่าสถานะของเราควรเป็นศัตรูที่จ้องจะเอาความลับของอีกฝ่ายก็แค่นั้น”

“อย่าพูดแบบนั้นสิ ถึงเมื่อก่อนเราอาจควรเป็นศัตรูกัน แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว”

“ไม่จริงหรอก” ขวัญจิราดึงมือที่จับแก้มนวลออก ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่อาจกั้น “ในหัวคุณมีแต่แผนการเต็มไปหมด นี่ฉันยังไม่แน่ใจเลยว่าที่คุณกอดฉัน จูบฉัน ทำให้ฉันรู้สึกดีกับคุณมากขนาดนี้ ก็เป็นหนึ่งในแผนการของคุณด้วยหรือเปล่า หรือบางทีคุณอาจจะวางแผนไว้ตั้งแต่ช่วยพาฉันไปส่งโรงพยาบาลเมื่อเจ็ดปีก่อนแล้วก็ได้”

พัทธดนย์เดินกลับมาหาหญิงสาวอีกครั้ง รู้ว่ายามนี้เธอคงไม่อยากไว้ใจเขาอีก เพราะเธอหันหลังให้เหมือนไม่ต้องการรับรู้ในสิ่งที่เขาจะอธิบาย แต่ชายหนุ่มคงยอมไม่ได้ถ้าทุกอย่างจะเป็นแบบนั้น จึงสอดแขนมากอดเอวขวัญจิราจากด้านหลัง แม้เธอจะพยายามปัดป้องก็ตาม

“ไม่ใช่แบบนั้นนะขนม ที่ผมช่วยคุณเมื่อเจ็ดปีก่อน ก็แค่น้ำใจในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ที่กอดคุณ จูบคุณ ก็ไม่ใช่แผน เพราะมันรวนไปหมดแล้วตั้งแต่วันที่ผม...รักคุณ”

“อย่าใช้คำว่ารักเป็นแค่เครื่องมือหาผลประโยชน์เลยค่ะ เพราะฝ่ายที่รู้สึกรักขึ้นมาจริงๆ...มันทรมาน”

“ใช่...เหมือนอย่างที่ผมทรมานอยู่นี่ไง” พัทธดนย์สารภาพความรู้สึกของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา แล้วก็ต้องยอมรับว่าเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าความรู้สึกของตัวเองจะเปลี่ยนไป ไม่คิดว่าจะตกหลุมรักขวัญจิรา และไม่ได้เตรียมรับมือกับเรื่องนี้ไว้เลย “ผมเปลี่ยนใจแล้วขนม ตอนนี้ผมไม่ได้อยากให้คุณแค่หลงเสน่ห์ แต่อยากให้คุณรักผมจริงๆ”

“เพื่อที่คุณจะชักจูงฉันได้ง่ายๆ คาดคั้นเอาความลับจากฉันได้ง่ายๆ น่ะเหรอ”

“ไม่ใช่เลย ถึงผมจะยังไม่ล้มเลิกจุดประสงค์เดิมที่ซื้อตัวคุณมา แต่ผมจะเปลี่ยนวิธีการ ไม่คาดคั้นเอาอะไรจากคุณทั้งนั้น เชื่อผมนะครับ...ผมรู้ว่าคงกลับไปแก้ไขสิ่งที่ทำผิดต่อคุณไม่ได้ แต่คุณให้อภัยผมได้หรือเปล่า”

ร่างในอ้อมกอดของจอมเวทหนุ่มหยุดการเคลื่อนไหวด้วยกำลังทบทวนความรู้สึกตัวเอง ใจหนึ่งก็ไม่อยากโกรธเคืองเรื่องอดีต แต่จะปล่อยให้เขาลอยนวล ไม่ต้องรับผิดชอบในการกระทำและความเจ้าเล่ห์ของตัวเองเลยก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน

“เรื่องที่ผ่านไปแล้วฉันจะพยายามให้อภัยคุณ แต่ถ้าจะให้เชื่อว่าทุกอย่างที่คุณทำเป็นเพราะรักฉันจริงๆ อย่างที่คุณว่าล่ะก็....ฉันคงยังเชื่อไม่ได้”

สิ้นคำนั้นขวัญจิราก็เริ่มดิ้นรนให้พ้นจากอ้อมกอดที่เธอแคลงใจ จนพัทธดนย์ต้องกระชับร่างค่อนข้างบางให้แน่นขึ้น “ผมขอโอกาสได้ไหมขนม ต่อจากนี้ไปผมจะแคร์ความรู้สึกคุณ จะไม่ทำให้คุณเสียใจอีก”

คนตัวเล็กกว่าหันมาสบนัยน์ตาคบกริบ เมื่อเขาขอโอกาส เธอก็จะให้ “ถ้าอย่างนั้นบอกฉันได้ไหม ว่าถ้าไม่มีเรื่องวุ่นวายในฝ่ายการตลาด แล้วคุณตั้งใจซื้อตัวฉันมาเพื่ออะไร คุณอยากรู้เรื่องอะไรของ Wish”

“ผม...เอ่อ...” เขาอึกอัก

“ใช่เรื่องการปิดกิจการของพ่อคุณหรือเปล่า หรือมีอะไรมากกว่านี้อีก”

“...” พัทธดนย์ไม่อยากตอบ เพราะตั้งใจจะไม่ให้ขวัญจิรายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนั้น และหากความจริงเป็นอย่างที่เขาคิด ก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะรับในสิ่งที่พี่ชายนอกไส้อย่างรัฐเขตเคยทำได้หรือเปล่า

“ไม่บอกใช่ไหม...ได้ ฉันหาทางสืบเองก็ได้” หญิงสาวแผดเสียงอย่างเหลืออด เธอปลดมือหนาที่เขาเผลอผ่อนแรงให้ออกจากตัวอย่างง่ายดาย ในเมื่อเขาตัดสินใจไม่รับโอกาสที่เธอให้ ก็คงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกันอีก “ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ พอดีเพิ่งนึกได้ว่ามีงานใหม่ที่ได้รับมอบหมายมา แล้วคุณก็ไม่ต้องห่วงเพราะฉันแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ อะไรที่ฉันรับปากแล้วก็จะทำให้ดีที่สุดทั้งโครงการกรีนไอที และการดูแลภาพลักษณ์ของ Spell”

ขวัญจิราจะเดินออกไปยังห้องประชุมเล็ก แต่กลับถูกพัทธดนย์คว้ามือเธอไว้เสียก่อน

“ขนม เดี๋ยวก่อน ผมขอโทษที่บอกอะไรคุณในตอนนี้ไม่ได้ แต่ถ้าผมรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว ผมสัญญาว่าจะบอกคุณทุกอย่าง...ทุกอย่างที่คุณอยากรู้”

“ที่ฉันถามไม่ใช่แค่เพราะอยากรู้ แต่ฉันอยากช่วยให้คุณกับพี่เขตเข้าใจกัน แต่ถ้าคุณไม่เชื่อใจฉันแบบนี้เราก็ต่างคนต่างสืบ คุณก็หาคำตอบเรื่องที่คุณคาใจเอาเอง ส่วนฉันก็จะหาทางรู้สาเหตุที่คุณซื้อตัวฉันมาเองเหมือนกัน”

พัทธดนย์ไม่เคยคิดมาก่อนว่าท่าทีแข็งกร้าวของหญิงสาวที่เพิ่งเดินจากเขาไปจะทำให้หัวใจรวดร้าวมากกว่าวิกฤติที่ Spell กำลังเผชิญอยู่หลายเท่า สิ่งที่เขาต้องรับมือต่อจากนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งการกอบกู้ชื่อเสียงของบริษัท และการทำให้ขวัญจิรากลับมาเชื่อใจเขาอีก แต่เขาก็ไม่มีทางยอมปล่อยให้ทุกอย่างจบลงแบบนี้แน่

******************************

อ้าวเห้ย!! ตอนที่แล้วยังหวานกันอยู่เลย ดราม่าซะแล้ว 

ตอนแรกไรท์ไม่ได้ตั้งใจจะให้ดราม่าหรอกนะคะ แต่คุยกับขนมแล้วนางไม่ยอมจริงๆ ขอโกรธหน่อยเถอะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น