สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 52 : เผชิญหน้า 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ธ.ค. 63

เมื่อถึงที่ตึกสำนักงาน Spell ขวัญจิราก็เก็บตัวอยู่ในห้องประชุม เพื่อโทรหาเพื่อนสนิทตามที่รับปากรัฐเขตไว้ แล้วซักไซ้จนได้ความว่ามนสิชาขุ่นเคืองที่รัฐเขตแทรกแซงงานของเธออย่างหนักถึงสองครา ครั้งล่าสุดเขาก็ออกคำสั่งด่วนฟ้าผ่าเรียกให้มาเป็นเลขาส่วนตัวโดยไม่ถามความสมัครใจสักคำ พอต้องมาตามติดดูแลเขาใกล้ชิดตลอดเวลาแบบนี้มันก็เลยอึดอัด หงุดหงิด พาลให้ไม่อยากพูดอะไรกับเขาเลย

ขวัญจิราคุยไปก็ปลอบไปให้เพื่อนใจเย็นๆ และเตือนสติไม่ให้หนีปัญหา พร้อมชี้ให้เห็นความจำเป็นของรัฐเขตที่ต้องทำแบบนี้ ทั้งที่ในใจก็นึกสงสัยอยู่ว่าเหตุใดมนสิชาถึงได้ถือเอาเรื่องนี้มาเป็นอารมณ์จนผิดวิสัย

เพิ่งจะวางสายจากเพื่อนรักได้ไม่ทันไร เจ้าของบริษัทก็โผล่เข้ามาในห้องประชุมเพื่อจะสั่งงาน แต่ตอนนี้เธอยังไม่มีเวลาจะสนใจเขา เพราะยังจัดการธุระที่รับปากกับรัฐเขตไว้ไม่เสร็จ ดังนั้นพอพัทธดนย์อ้าปากจะพูด เธอก็สั่ง “คุณเงียบก่อนนะคะ นั่งเฉยๆ เดี๋ยวฉันเสร็จธุระแล้วเราค่อยคุยกัน”

คนถูกสั่งไม่ค่อยเข้าใจนักแต่ก็ยอมทำตาม เขานั่งลงบนเก้าอี้แล้วมองขวัญจิราต่อสายหารัฐเขตโดยไม่สนใจผู้มาเยือนอย่างเขาอีก

“พี่เขต หนมคุยกับมิ้นท์แล้วค่ะ สรุปว่ามิ้นท์โกรธพี่เขตจริงๆ นั่นแหละ...”

พัทธดนย์ฟังเธอคุยโทรศัพท์เล่าเรื่องราวโน่นนี่จนเพลิน แล้วก็เกิดเอะใจขึ้นมาว่าขวัญจิราจะรู้ตัวหรือเปล่าว่ามีเขาอยู่ในห้อง แล้วเธอไม่กลัว ไม่ระแวงเขาแล้วหรือ ถึงกล้าคุยโทรศัพท์กับรัฐเขตต่อหน้าเขาแบบนี้

“...หนมช่วยได้แค่นี้นะคะ ที่เหลือพี่เขตต้องง้อเลขาเอาเอง” หญิงสาววางสายแล้วเป่าปากอย่างสะท้อนใจ เธอจัดการเรื่องให้คนอื่น บอกให้กล้าเผชิญปัญหา แต่ตัวเองกลับยังหลบหน้าใครบางคนอยู่

เอ๊ะ! ใครบางคนที่ว่า...เมื่อกี้เหมือนจะเห็นเขาอยู่แวบๆ นะ

“คุยธุระเสร็จแล้วใช่ไหม” พัทธดนย์ถามทันทีที่เธอหันกลับมา โดยไม่รู้เลยว่าขวัญจิราคิดอะไรอยู่ในใจ

เธอกำลังหาทางจัดการกับความรู้สึกตัวเอง เพราะทนหนีหน้าเขาอย่างนี้ต่อไปไม่ไหว หญิงสาวหลับตาแล้วพยักหน้าเรียกขวัญ...หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ถ้าเห็นหน้าเขาแล้วมีปัญหาก็จะจ้องให้มันชินตาไปซะเลย

“ผมมีงานใหม่มาให้...” พัทธดนย์พูดไม่ทันจบประโยคก็ต้องสะดุด เมื่อรู้สึกว่าคนที่ยืนอยู่เอาแต่จ้องใบหน้าเขาเขม็ง “มีอะไรติดหน้าผมเหรอ”

“คุณอยู่นิ่งๆ สิ” ขวัญจิราบอกเมื่อเป้าสายตาขยับตำแหน่ง แต่คราวนี้เขาไม่ทำตาม ทั้งยังลุกขึ้นเดินมาหาเธอด้วย 

“ทำอะไรแปลกๆ อีกแล้ว จ้องอยู่ได้ ผมไม่ใช่หมีแพนด้าในสวนสัตว์นะ”

“ฉันแค่ต้องการเผชิญหน้า”

“กับผม?” เขาถามแล้วยื่นหน้ามาให้เธอเผชิญถึงที่

“ไม่ใช่ กับ...ตัวเองต่างหาก”

คำตอบนั้นไม่ได้ทำพัทธดนย์หายข้องใจ “ไหนลองอธิบายให้ฟังหน่อยซิ”

“ก็ตั้งแต่วันที่คุณ...แกล้ง ฉันก็มองหน้าคุณไม่ได้อีก”

“มองหน้าผมแล้วมันเป็นยังไง”

ขวัญจิราหนักใจที่ต้องตอบคำถาม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดความจริงกับเขา “ใจมันสั่นน่ะสิ ฉันคิดว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป มันไม่โอเคที่เราจะต้องทำงานด้วยกัน เจอกันเกือบทุกวัน”

“เดี๋ยวนะ เมื่อกี้คุณบอกว่าตั้งแต่วันที่ผมแกล้งนี่หมายถึงวันไหนเหรอ” เขาถามอย่างอารมณ์ดี แต่อีกฝ่ายกลับต่อว่าชายหนุ่มอยู่ในใจ...วันที่เขาแกล้งคงมีเยอะมากจนจำไม่ได้เลยสินะ

“ก็วันที่คุณบอกความหมายแฝงของ For Play ไง”

พัทธดนย์ยิ้มกรุ้มกริ่ม “เขาเรียกว่าจูบ...ไม่ใช่แกล้ง”

“จูบผู้หญิงที่ไม่ได้คิดอะไรด้วย จะไม่ได้แกล้งได้ยังไง”

“ใครว่าไม่คิดล่ะ”

“หา!” ขวัญจิราตะลึงค้าง จนเขาต้องขยายความ

“แล้วถ้าผมคิดอะไรกับคุณขึ้นมาจริงๆ ล่ะขนม”

“นั่นไง คุณแกล้งหนมอีกแล้ว เล่นกับความรู้สึกของคนอื่นแบบนี้ไม่ดีเลยนะคะ”

เขาหัวเราะที่เธอไม่เชื่อ แถมยังกล่าวหาว่าเขาแกล้งอีก “รู้ไหม ผมมีวิธีแก้อาการใจสั่นของคุณ ผมว่าน่าจะใช้วิธีเดียวกับแก้อาการปวดกล้ามเนื้อ หลังจากการออกกำลังกายนั่นแหละ...มันต้องซ้ำ”

พัทธดนย์เข้ามาประชิดแล้วรวบเอวหญิงสาวเข้ามาหาตัวจนขวัญจิราต้องประท้วง “คุณดนย์หยุดค่ะ เพิ่งพูดยังไม่ทันขาดคำ นี่ยังจะแกล้งฉันอีกเหรอ”

“ผมไม่ได้แกล้ง แต่ที่ทำก็เพราะผมคิดจริงๆ รู้สึกจริงๆ ”

“คุณ...” ขวัญจิราพูดไม่ออกเมื่อได้สบนัยน์ตาคมกริบ เหมือนเขาต้องการถ่ายทอดความรู้สึกให้เธอรู้ แล้วใบหน้าหล่อเหลาก็เคลื่อนเข้ามาให้ใจสั่นอีกครั้ง เธอยังคงยืนนิ่งไม่แข็งขืน ปล่อยให้จอมเวทเจ้าเสน่ห์ประทับจูบอย่างนุ่มนวล แผ่วเบา ราวกับทะนุถนอมสิ่งล้ำค่า แต่ทว่าสัมผัสนั้นตราตรึงไม่ต่างจากคราวก่อน

เธอขมวดคิ้วอย่างสับสน ไม่แน่ใจว่าพัทธดนย์ทำไปเพื่อแกล้งหรือหวังผลอย่างอื่น แต่สัมผัสที่ได้รับจากเขายามนี้ช่างอ่อนหวาน นุ่มละมุน และอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

เนิ่นนานหลายอึดใจ กว่าริมฝีปากบางจะกลับมาเป็นอิสระ สามารถเอ่ยถามสิ่งที่คาใจจากคนตรงหน้าได้อีกครั้ง “ฉันจะ...เชื่อคนเจ้าเล่ห์อย่างคุณได้ยังไง”

 ชายหนุ่มสบตาแล้วจับมือบางขึ้นวางทาบบนอกเขา เพื่อให้เธอรู้ว่าตอนนี้หัวใจเขาเต้นแรงแค่ไหน “สัมผัสสิ ถึงผมจะวางแผนซับซ้อนยังไง ผมก็บังคับการเต้นของหัวใจตัวเองไม่ได้ และมันเป็นอย่างนี้ตั้งแต่ถูกคุณจูบ” 

ตั้งแต่เขาเผลอใจจูบลงบนแผลเป็นของเธอในคราวแรก...ใจก็เริ่มเต้นผิดปกติ จนมาชัดเจนก็ตอนที่ลิปสติกสี Red in Love ถูกแต้มบนแผงอกอย่างบรรจง หลังจากนั้นหัวใจเขาก็เต้นไม่เป็นส่ำทุกครั้งที่สัมผัสเธอ

ขวัญจิราทั้งอึ้งทั้งงง ซึ่งพัทธดนย์ก็รู้ว่าเธอคงไม่เชื่อทั้งคำพูดเขาและสิ่งที่มือเธอกำลังสัมผัส จึงกดโน้มศีรษะมนให้แนบไปกับอกอุ่น เพื่อหวังว่าหากเธอได้ยินเสียงหัวใจเขาชัดเจนขึ้น มันคงจะทำให้เธอเชื่อได้บ้าง

***************************************

“เรียบร้อยแล้วจ้ะ ไม่มีฟันผุ” หมอทิพาวรรณกล่าวกับคนไข้คิวสุดท้ายที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

ขวัญจิราลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำฟัน แล้วหันไปถามสิ่งที่คาใจมาหลายวันกับทันตแพทย์อาวุโส “คุณหมอคะ เราบังคับให้หัวใจตัวเองเต้นแรงได้ไหมคะ”

“ไม่ได้หรอกจ้า เราสั่งการกล้ามเนื้อหัวใจให้เคลื่อนไหวหรือทำตามที่เราต้องการเหมือนแขนหรือขาไม่ได้ แต่ถ้ามันเต้นแรงผิดปกติก็อาจเป็นอาการของโรคหัวใจก็ได้นะ”

“แล้วถ้าไม่ใช่อาการป่วยล่ะคะ”

“ก็คงได้รับการกระตุ้นจากยาหรือคาเฟอีน หรือไม่ก็...ตื่นเต้นกับอะไรสักอย่าง”

“ตื่นเต้นเหรอคะ”

“ใช่จ้ะ อย่างเวลาที่เราดูหนังสยองขวัญ เดินบนสะพานแขวนที่ไม่มั่นคง หรืออยู่ใกล้คนที่เราตกหลุมรัก”

“หา!” ขวัญจิราตาโต

“หนูถามทำไมเหรอลูก” 

“ไม่มีอะไรค่ะ หนมแค่อยากรู้” ...ว่าลูกชายคุณหมอโกหกหรือเปล่า

“ถ้าหนูไม่รีบกลับ เดี๋ยวรอติดรถป้าออกไปด้วยกันก็ได้นะลูก” หมอทิพย์พูดแล้วก็เหมือนจะนึกบางอย่างออก “เอ...หรือจะไปหัดทำเมนูแซลมอนอีกไหม”

“ไม่ดีกว่าค่ะ แค่ติดรถออกไปต่อรถไฟฟ้าก็พอค่ะ” คนถูกชวนรีบปฏิเสธ เพราะคราวที่แล้วลูกชายคุณหมอเก็บค่าเรียนรัญจวนใจเสียจนเธอแทบไม่มีสมาธิจะเรียนเลย

“จ้า ถ้าอย่างนั้นหนูออกไปนั่งรอป้าข้างนอกก่อนนะ เดี๋ยวป้าเคลียร์ความเรียบร้อยเสร็จแล้วเราค่อยกลับกัน”

“ค่ะ” ขวัญจิรารับคำแล้วไปนั่งรออยู่ที่เก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์พยาบาลด้านนอก ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงพยาบาลคุยกันถึงเรื่องคนไข้ที่เพิ่งเข้ามารับการรักษาที่นี่

“แผลเหมือนแค่น้ำร้อนลวก ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องร้องโอดโอยขนาดนั้น”

“เขาว่าโดนโทรศัพท์มือถือระเบิดใส่นะ”

“หา! จริงเหรอ”

“ใช่สิ คนไข้โวยวายว่าจะฟ้องเจ้าของบริษัทให้รับผิดชอบด้วย”

“ตายละ ถ้าเป็นเรื่องจริงก็น่ากลัวนะ ทำไมมันระเบิดกันง่ายดายนัก”

“นั่นไง ข่าวออกแล้ว”

ขวัญจิราหันมองรายงานข่าวบนจอโทรทัศน์ที่ติดตั้งบนผนังของโรงพยาบาลตามที่สองนางพยาบาลชี้ชวนกันดู หญิงสาวพอลำดับเหตุการณ์ได้แม้จะไม่ได้ยินเสียง ภาพชายผิวดำแดงกำลังให้การกับตำรวจ ขณะประคองมือที่มีแผลบวมแดงข้างหนึ่งของตัวเองไว้ บนโต๊ะนั้นมีโทรศัพท์มือถือที่ไหม้เกรียมวางอยู่พร้อมกล่องบรรจุภัณฑ์ เพียงเท่านั้นหัวใจคนดูก็กระตุกวูบ เพราะกล่องนั่นบ่งบอกชัดเจนว่าโทรศัพท์แบรนด์ดังเจ้าปัญหา คือ Spell For Play อย่างไม่ต้องสงสัย

“คุณดนย์” หญิงสาวอุทานชื่อเจ้าของบริษัทที่ร่ำๆ ว่าจะถูกฟ้อง แล้วกดโทรศัพท์หาเขาอย่างร้อนใจ “รับสิ”

“ว่าไงครับ ขนม” ปลายสายตอบรับเสียงเรียบ

“คุณดนย์ รู้ข่าวแล้วหรือยังคะ”

“ข่าว For Play ระเบิดน่ะเหรอ เพิ่งรู้ก่อนคุณโทรมานี่แหละ”

“แล้วคุณจะทำยังไงต่อ ฉันเห็นข่าวว่าคนเจ็บไปแจ้งความไว้ด้วย”

“เรื่องคดีก็ต้องว่ากันตามหลักฐาน แต่ผมมั่นใจว่าเหตุไม่น่าจะเกิดจากความผิดปกติของเครื่องตามที่เขากล่าวหา” พัทธดนย์อธิบายอย่างใจเย็น

“คุณอยากให้ฉันช่วยอะไรไหม จะแถลงข่าวหรือชี้แจงอะไรผ่านสื่อหรือเปล่า”

“ยังก่อน ผมขอดูสถานการณ์ต่ออีกหน่อย ผมรู้สึกว่ามันมีบางอย่างแปลกๆ”

“ค่ะ ถ้ามีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้ คุณรีบบอกเลยนะคะ”

“ครับ ขอบคุณมากนะขนม เลยเวลาเลิกงานมาตั้งนานแล้วก็ยังอุตส่าห์โทรหาผม”

“หนม เอ่อ...” จะบอกเขาได้อย่างไรเล่าว่าความเป็นห่วงมันจำกัดอยู่แค่เฉพาะเวลางานซะที่ไหน

“คุณพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราค่อยมาช่วยกันหาทางแก้ปัญหา”

“คุณโอเคใช่ไหม” เธอถามย้ำเพื่อความมั่นใจ

“โอเคสิ ผมรับมือได้”

เขาวางสายไปแล้วทิ้งให้ขวัญจิรากระวนกระวายใจเพียงลำพัง ‘อีตาบ้า...คืนนี้จะได้หลับได้นอนไหม คงคิดหาทางออกเรื่องนี้จนดึกดื่นแน่ๆ ถ้าพรุ่งนี้หน้าโทรม ไม่หล่อเหมือนเดิมนะ จะหัวเราะให้’

หญิงสาวบ่นเขาโดยไม่ได้คิดเลยว่าเธอเองนั่นแหละที่นอนไม่หลับเพราะมัวแต่พะวักพะวนถึงจอมเวทแห่ง Spell คนนั้น

****************************
 

งานเข้าคุณดนย์แล้วสิ...มาเอาใจช่วยกันนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น