สะพานซ้อนกล

ตอนที่ 5 : จอมเวทไอที 40%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ม.ค. 63

ห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางเมืองดูคึกคักมากเป็นพิเศษเนื่องจากมีงานเปิดตัวโซนใหม่ที่เจ้าของห้างทุ่มทุนเนรมิตพื้นที่ทั้งหมดบนชั้นห้าให้กลายเป็นแหล่งรวมสินค้าไอทีครบวงจร แม้งานจะเริ่มต้นขึ้นสักพักหนึ่งแล้วแต่สีสันบนเวทียังไม่มีอะไรเป็นพิเศษ บรรดาแขกผู้มีเกียรติก็ทยอยเข้างานกันเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตัวแทนจากบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าไอทีที่มาร่วมแสดงความยินดีในฐานะพาร์ทเนอร์ และอีกส่วนหนึ่งเป็นสื่อมวลชนที่มาทำข่าวและเก็บภาพบรรยากาศงานครั้งนี้

หญิงสาวในชุดเดรสสั้นสีครีมกับรองเท้าส้นสูงสีเดียวกันกำลังเดินเข้างานพร้อมช่อดอกไม้แสดงความยินดี เธอตรงไปยังส่วนต้อนรับแล้วยื่นมันให้แก่พนักงานที่อยู่ตรงนั้น

“รัญชยา จาก Wish ค่ะ”

“รบกวนลงทะเบียนและรับของที่ระลึกด้านนี้เลยค่ะ” พนักงานต้อนรับกล่าวตามหน้าที่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

รัญชยาพยักหน้าตอบรับแล้วทำตามคำแนะนำดังกล่าวพร้อมทั้งชวนคุยตามประสาคนอัธยาศัยดี “งานหรูหรามากเลยนะคะ จัดบรรยากาศได้ดีจัง”

“พอดีเราได้ทีมจัดงานที่เก่งมากน่ะค่ะ งานก็เลยออกมาดี เชิญคุณรันด้านในเลยค่ะ อีกสักครู่บนเวทีก็จะมีการสัมภาษณ์ผู้บริหารของห้างแล้ว”

ตลอดทางที่เดินเข้ามาในงาน รัญชยาพบปะทักทายกับเพื่อนร่วมวงการที่เป็นทั้งพาร์ทเนอร์และคู่แข่งด้วยรอยยิ้ม เพราะเธอเชื่อว่าไม่มีใครที่จะโกรธเกลียดกันจนถึงขั้นพูดคุยกันไม่ได้เพียงเพราะสถานะความเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ

ความจริงแล้วการจะตัดสินว่าบริษัทที่ผลิตหรือจำหน่ายสินค้าเหมือนเราเป็นคู่แข่งหรือเปล่า มันก็ดูจะเป็นเรื่องยากสำหรับเธอ ผู้หญิงที่ใครๆ ก็ว่า ‘โลกสวย’ เธอมองว่าแม้จะเป็นองค์กรที่มีลักษณะการดำเนินธุรกิจคล้ายคลึงกัน ทว่าแต่ละบริษัทก็ย่อมมีจุดเด่นของตัวเองแตกต่างกันออกไป จริงอยู่ที่ว่าบริษัทเหล่านั้นอาจมาแย่งฐานลูกค้าของเรา แต่ถ้าร่วมมือกันได้...ก็น่าจะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันก็ได้ เพียงแต่ตอนนี้คงยังไม่มีใครอยากให้ความร่วมมือเท่าไหร่ก็แค่นั้นเอง

ไม่กี่นาทีหลังจากที่รัญชยาเดินเข้ามาในงานบนเวทีก็เริ่มมีความเคลื่อนไหว เมื่อพิธีกรชายกล่าวเชิญหนึ่งฤทัย นักธุรกิจสาวใหญ่เจ้าของห้างสรรพสินค้า The One ขึ้นบนเวที ท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราวของบรรดาแขกผู้มาร่วมงานและเสียงรัวชัตเตอร์ของสื่อมวลชน จากนั้นการสัมภาษณ์บนเวทีก็ดำเนินต่อไปกว่าครึ่งชั่วโมง จนมาถึงช่วงท้าย

รัญชยาขยับตัวเมื่อโทรศัพท์มือถือมีสายเรียกเข้า ภายในงานก็เสียงดังเกินกว่าที่จะคุยธุระ เธอจึงลุกจากที่นั่ง ออกไปหน้างาน ตั้งใจว่าเมื่อคุยธุระเรียบร้อยแล้วจะรีบกลับเข้าไปให้ทันก่อนการสัมภาษณ์บนเวทีจะจบ เธอคุยโทรศัพท์ไม่นานก็วางสาย แล้วรีบเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในงาน แต่ยังไม่ทันจะกลับไปยังที่นั่งเดิมได้หญิงสาวก็ต้องหยุดฝีเท้าลงเพราะเสียงหนึ่ง

“สวัสดีครับคุณรัน เพิ่งมาถึงเหรอครับเนี่ย เกือบไม่ทันไฮไลท์ของงานแล้วนะ” น้ำเสียงส่อความขี้เล่นของชายหนุ่มทักขึ้น รัญชยาหันไปมองตามเสียงนั้นแล้วอยากถอนใจ เมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงเป็นใคร

“ฉันมาถึงนานแล้วค่ะ คุณ-เม-ฆินทร์” เธอเรียกชื่อจริงเขาย้ำทีละพยางค์ด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ ไม่รู้ทำไมทุกครั้งที่เจอหน้านายคนนี้ถึงรู้สึกไม่ค่อยถูกชะตาเอาเสียเลย ความจริงแล้วเขาก็ดูไม่ใช่คนเลวร้าย แต่ไอ้ท่าทีกวนๆ นั่นต่างหากที่เธอไม่ชอบ

“โธ่คุณ! เราเจอกันมาตั้งหลายครั้ง ร่วมงานกันมาก็หลายหน เรียกผมว่าแม็คก็ได้ ผมไม่ได้ถือตัว ไม่ต้องเรียกซะเป็นทางการขนาดนั้นหรอก” เขายิ้มกว้างราวกับตั้งใจอวดลักยิ้มทั้งสองข้างของตัวเอง ก็พอรู้อยู่หรอกว่าเธอไม่ค่อยชอบให้กวนประสาท แต่มันอดไม่ได้สักที

รัญชยามองหน้าเมฆินทร์แล้วเผลอถอนหายใจออกมาจริงๆ มางานหรูขนาดนี้ ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาเจอกัน

เดี๋ยวนะ...ถ้านายนี่มาป้วนเปี้ยนในงานนี้ด้วย อย่าบอกนะว่า...

“บริษัทคุณเป็นคนจัดอีเวนท์นี้เหรอ”

“ครับ...สวยใช่ไหมล่ะ บอกแล้วว่าบริษัทผมน่ะงานดี พี่ชายคุณถึงจ้างเราไง” เขาพูดพร้อมยืดอกกว้าง ซึ่งท่าทางแบบนั้นรัญชยายิ่งมองว่ามันดูน่าหมั่นไส้

เมฆินทร์เป็นหนุ่มตี๋ ผิวขาว อายุมากกว่าเธอสัก 2-3 ปีเห็นจะได้ เขาเป็นเจ้าของบริษัทรับผลิตสื่อโฆษณาและจัดงานอีเวนท์ ช่วงปีที่ผ่านมานี้เขารับทำงานให้ Wish เรื่อยมา ก็ยอมรับนะว่าฝีมือดี แต่เมื่อต้องติดต่อประสานงานกับนายนี่ในฐานะผู้บริหารฝ่ายการตลาดบางครั้งมันก็มีหงุดหงิดบ้างเหมือนกัน ไม่มีเหตุผลหรอก...ก็แค่ไม่ชอบท่าทีกวนประสาทและลักยิ้มนั่น

ดูเหมือนว่าการสัมภาษณ์บนเวทีของพิธีกรชายและสาวใหญ่เจ้าของห้างจะจบลงแล้ว หลังจากที่พิธีกรกล่าวสรุปและขอบคุณผู้มีอุปการคุณเสียยืดยาว เสียงตบมือก็ดังขึ้น และเสียงดนตรีก็ถูกบรรเลงตามมา ทันใดนั้นกลุ่มควันที่เป็นส่วนหนึ่งในอุปกรณ์สร้างความตื่นตาตื่นใจก็พวยพุ่งออกมารอบเวที พร้อมกับการปรากฏกายของชายหนุ่มปริศนารูปร่างสูงโปร่งที่ถือช่อดอกไม้ในมือ เขามาในชุดแฟนซี...เสื้อเชิ้ตด้านในถูกปลดกระดุมออกบางส่วน เผยให้เห็นแผงอกแกร่งเหมือนนักกีฬา ผ้าคลุมกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำยาวตั้งแต่ศีรษะไปจนเกือบถึงข้อเท้าช่วยทำให้ไหล่เขาดูกว้างสมชายชาตรี แม้ใบหน้าที่โผล่พ้นฮู้ดมาเพียงช่วงจมูกและปากก็ยังชวนมอง

รัญชยามองตามร่างของชายหนุ่มลึกลับเช่นเดียวกับสายตาคู่อื่นๆ ในงาน เสียงชัตเตอร์จากบรรดาสื่อมวลชนก็ยังคงดังรัวอย่างต่อเนื่อง เมื่อบุรุษปริศนาเดินมาถึงกลางเวที รัญชยาถึงกับเอ่ยปากออกมาราวกับคนเลื่อนลอย “แค่มอบดอกไม้แสดงความยินดี ถึงกับต้องจ้างนายแบบมาเลยเหรอ”

แม้จะเอ่ยอย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่เสียงเธอดังพอจะทำให้เมฆินทร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้ยิน แน่นอนว่าคนจัดงานอย่างเขามีหรือจะไม่รู้ข้อมูลของบุรุษปริศนาบนเวที แต่จะให้เผยออกไปตอนนี้ก็ใช่ที่

“เอาเถอะน่าคุณรัน  ผมบอกได้เลยว่างานนี้มีเซอร์ไพรส์”

ร่างสูงสง่าในชุดแปลกตาก้าวเท้ามาทางพิธีกรและสาวใหญ่บนเวทีพร้อมกระชับช่อดอกไม้ในมือมั่น ตอนนี้หนึ่งฤทัย เจ้าของห้าง ก็มีอาการตกตะลึงต่อการปรากฏตัวของเขาอยู่ไม่น้อย

หลายคนมองว่าชายหนุ่มผู้อยู่กลางเวทีนั้นดูสง่างาม ลึกลับ น่าค้นหา และมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ยังไม่มีใครเห็นใบหน้าทั้งหมดของเขาเลยด้วยซ้ำ แต่คงไม่มีใครรู้หรอกว่าเขากำลังคิดอะไรในใจเมื่อต้องแต่งตัวแบบนี้ท่ามกลางสาธารณชนและสื่อมวลชนจำนวนมาก บอกตามตรงว่าเขาเองก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่

‘นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องที่ขอให้ไอ้แม็คมันช่วย ก็ไม่มีทางยอมทำอะไรแปลกๆ แบบนี้ตามที่มันบังคับแน่’

เหมือนเวลาหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง เพราะไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จากทั้งบนเวทีและแขกผู้ร่วมงาน แต่แล้วเสียงอื้ออึงก็ดังขึ้น เมื่อบุรุษปริศนาใช้มืออีกข้างค่อยๆ ดึงผ้าคลุมศีรษะออกจนใบหน้าหล่อเหลาที่ไร้การบดบังจากอาภรณ์ใดๆ ถูกเผยให้ทุกคนเห็นอย่างเต็มตา สาวๆ ทั้งแท้ทั้งเทียมต่างจับจ้องมาที่เขาราวถูกสะกด

“และขอเสียงปรบมือเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้มอบดอกไม้กิตติมศักดิ์ของเรา คุณพัทธดนย์ เศรษฐภากร ครับ” พิธีกรบนเวทีกล่าวตามสคริป “ขอเชิญคุณหนึ่งฤทัยรับช่อดอกไม้แสดงความยินดีจากคุณพัทธดนย์ที่กลางเวทีด้วยครับ”

สิ้นเสียงพิธีกร สาวใหญ่เจ้าของห้างเหมือนจะได้สติว่าถึงคิวที่ตนต้องเดินไปรับดอกไม้จากชายหนุ่มที่เธอเองก็ไม่คาดคิดว่าเขาจะมาร่วมงาน แถมยังมาในฐานะพิเศษที่ไม่ใช่แค่ผู้มาร่วมงานธรรมดาเสียด้วย

“ขอบคุณมากนะคะน้องดนย์สำหรับทั้งดอกไม้และการมาเป็นเกียรติในงานของห้างพี่” เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาแล้วพูดเสียงเบาจนเหมือนตั้งใจกระซิบกระซาบ

“เป็นเกียรติของผมเช่นกันครับที่ได้มาร่วมแสดงความยินดีกับห้าง The One” เขาตอบกลับเธอด้วยเสียงเรียบ แต่มุมปากยิ้มน้อยๆ

“ตอนแรกที่พี่เชิญไปเห็นเลขาแจ้งว่าน้องดนย์มีประชุมสำคัญ พี่ก็นึกว่าจะส่งตัวแทนมาเสียอีก” เธอยิ้มกว้างยามพูดคุยกับเขา บ่งบอกถึงความกระชุ่มกระชวยหัวใจอย่างถึงที่สุด

“ยังไงก็ต้องมาครับ คุณเมฆินทร์ติดต่อผมมาบอกว่าเป็นงานคุณหนึ่ง ถึงยุ่งแค่ไหนผมก็ต้องมาด้วยตัวเอง” พัทธดนย์ตอบเอาใจสาวใหญ่ตรงหน้าแล้วยิ้มให้เธออีกที ก่อนกวาดสายตาลงไปหน้าเวทีเพื่อหาคนที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้

เจอแล้ว...เมฆินทร์...ไอ้เพื่อนตัวดี ดูหน้ามันตอนนี้ระรื่นเหลือเกิน มิหนำซ้ำยังทิ้งเขาไปยืนอยู่กับสาวอีก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น